FAZER LOGINคุณหญิงรัชนี สีหน้าเคร่งเครียดกำลังนั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวงามในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปโบราณ ตรงหน้ามีแคตตาล็อกดอกไม้ที่เปิดทิ้งไว้
"ตายจริง... ฉันจะหาดอกกุหลาบมอญที่สมบูรณ์สำหรับงานกาล่าในอีกสองวันได้จากที่ไหนกันเนี่ย!” เธอนั่งบ่นกับตัวเอง..เพราะร้านประจำที่คุณหญิงเคยสั่งก็ดันมีปัญหาเรื่องโรคพืช กุหลาบที่ต้องการไม่เหลือสักดอก
ผีลุงจันทร์ ลอยเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขายิ้มกริ่มเมื่อเห็นเหยื่อกำลังตกอยู่ในความท้อแท้ "อู้ย... แย่จังเลยนะครับคุณหญิง... ดอกไม้เหี่ยวๆ แหว่งๆ นี่มันไม่สวยเลยเนอะ..."
ลุงจันทร์เริ่มปฏิบัติการเป่าหู
แน่นอนว่าคุณหญิงรัชนีไม่ได้ยินเสียงกระซิบของผี แต่ลุงจันทร์รู้ดีว่าการจะส่งผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง ผีอย่างเขาเริ่มใช้พลังวิญญาณดึงเอาภาพและความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอำเภอปากช่อง เขาใหญ่ และ การเกษตรดั้งเดิม เข้ามาในความคิดของคุณหญิงรัชนีอย่างแนบเนียน
คุณหญิงรัชนีกำลังคิดถึงรายชื่อซัพพลายเออร์เจ้าอื่นอยู่ดีๆ จู่ๆ ภาพของตลาดสดที่เต็มไปด้วยพืชผักสีเขียวสด และภาพของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใส่หมวกสานกำลังดูแลแปลงดอกไม้อย่างตั้งอกตั้งใจก็แล่นเข้ามาในหัว
"เอ๊ะ... ทำไมฉันถึงนึกถึงตลาดแถวปากช่องขึ้นมาได้นะ? ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปมานานแล้ว..." คุณหญิงขมวดคิ้ว แต่ภาพในหัวก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผีลุงจันทร์เร่งพลัง! เขาส่งความรู้สึกที่เป็นเหมือนทางออกที่ง่ายที่สุด เข้าไปในจิตใต้สำนึกของฝ่ายตรงข้าม
…เหตุการณ์หนึ่งที่เธอเกือบลืมไปแล้วก็เกิดขึ้นในมโนภาพ
ที่บ้านของเธอเอง…ในวันนั้น เพลงอวยพรวันเกิด เสียงตบมือดังสนั่น และแสงไฟวอร์มไวท์ระยิบระยับประดับประดาไปทั่วสวนหลังบ้านทรงยุโรปของเธอ กลิ่นอายอาหารระดับพรีเมียมและเสียงหัวเราะของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์
“เป่าเค้กเลยค่ะหมอภีม”
“สุขสันต์วันเกิดนะครับหมอภีม ขอให้คนไข้น้อยๆ พักผ่อนเยอะๆ นะครับ” หมอเจตน์ เพื่อนสนิทเอ่ยพร้อมชนแก้วไวน์ ขณะที่พยาบาลน้ำหวานและพยาบาลนุ่มนิ่ม ต่างยิ้มแย้มมอบของขวัญให้เจ้าภาพอย่างเป็นกันเอง
“ขอบคุณครับทุกคน” ภีมตอบสั้นๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงความเรียบเฉยตามฉบับคุณหมอหนุ่มมาดเนี๊ยบ
ทว่าหางตาของเขากลับเหลือบไปมองร่างเล็กในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างพยาบาลนุ่มนิ่ม น้องนัทบุรุษพยาบาลน้องใหม่ที่เพิ่งย้ายมาทำงานในแผนกศัลยกรรมได้แค่เดือนเดียว ใบหน้าหวานและดวงตากลมโตนั่นมักจะทำให้หัวใจของภีมแกว่งผิดจังหวะเสมอ... แต่เขาก็เลือกที่จะสะกดมันไว้ด้วยความเย็นชา และสั่งตัวเองเสมอว่า เขาไม่ควรรู้สึกอะไรแบบนี้กับเด็กผู้ชาย
“หมอภีมคะ นี่ของขวัญจากเมย์ค่ะ” พยาบาลเมย์ แทรกตัวเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญราคาแพง เธอปรายตาพ่นลมหายใจใส่นัทอย่างไม่ปิดบังความไม่ชอบหน้า ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้เจ้าของวันเกิด
“ขอบใจมากครับเมย์ วางไว้ตรงนั้นเลย” ภีมตอบโดยไม่แม้แต่จะสบตาเธอ ทำเอาเมย์หน้าเสียไปครู่หนึ่ง
ขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไป คุณหญิงรัชนีดูสง่าในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาในวงสนทนา สายตาเฉียบคมของท่านหยุดลงที่เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักอย่างนัท
“คนนี้หน้าตาน่าเอ็นดูจัง ชื่ออะไรจ๊ะเรา?” คุณหญิงเอ่ยทามด้วยรอยยิ้ม
“นัทครับ... นัทเป็นบุรุษพยาบาลที่วอร์ดหมอภีมครับคุณหญิง” นัทรีบยกมือไหว้ด้วยความประหม่า
“บ้านของนัทอยู่ปากช่องค่ะคุณท่าน น้องนิสัยดีมาก ขยันขันแข็งมากเลยค่ะ” พยาบาลนุ่มนิ่มชอบไปเที่ยวที่ปากช่องที่สุด วันหยุดทีไรเธอไม่เคยพลาด เพราะอากาศที่นั่นสุดวิเศษ คาเฟ่แทบทุกแห่งเธอไปมาแล้วทั้งสิ้น แม้แต่คำแนะนำน้อง เธอยังอดกล่าวถึงอำเภอปากช่องไม่ได้
“อ้าว คนปากช่องเหรอจ๊ะ? อากาศที่นั่นดีนะ แล้วที่บ้านทำอะไรล่ะเรา?” คุณหญิงรัชนีซักไซ้ด้วยความสนใจ
“คุณแม่ทำสวนดอกไม้กับสวนผลไม้ครับ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากครับผม” นัทตอบพลางยิ้มกว้างเมื่อพูดถึงทางบ้าน ความสดใสของนัททำเอาคนรอบข้างพลอยยิ้มตาม ยกเว้นเพียงหมอภีมที่ยังคงยืนกอดอกนิ่ง
“สวนดอกไม้เหรอ? มิน่าล่ะ กลิ่นอายเราถึงได้ดูสะอาดสะอ้านน่ามองแบบนี้” คุณหญิงชมไม่ขาดปาก “ภีม... วันหลังถ้าแม่อยากไปเที่ยวปากช่อง พาแม่ไปบ้านน้องนัทได้ไหมลูก?”
…ทันใดนั้น คุณหญิงรัชนีก็ดีดนิ้วขึ้นมาอย่างแรง!
"จริงสิ! น้องนัทไง…ใช่แล้ว! ฉันลืมเด็กคนนั้นไปได้ไงเนี่ย”
ลุงจันทร์ยิ้มอย่างโล่งอก... แม้จะไม่ต้องเป่าหูให้หนักหน่วง แต่ความเครียดของคุณหญิงบวกกับข้อมูลในหัวของนาง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ! แผนสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
คุณหญิงรัชนีรีบกดโทรศัพท์หาเบอร์โทรศัพท์มือถือของลูกชายทันที
"ภีม! ลูกชาย! แม่มีเรื่องด่วนมากๆ ที่ต้องขอความช่วยเหลือจากเราหน่อย!"
“ครับแม่.. ตอนนี้ผมคุยไม่ได้..แม่รออีกสิบนาทีนะครับ เดี๋ยวโทรกลับ”
“โอเคจ้ะ แม่รักลูกนะ”
“รู้แล้วคร่าบ..ผมก็รักแม่ครับ”
...นัทที่กำลังนั่งคุยอยู่กับพ่อแม่ก็ต้องชะงักเมื่อรับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโชว์หราที่เครื่องของเขา
"ครับ... นัทพูดครับ"
"นัทเหรอ? นี่หมอเองนะ หมอภีม"
เสียงที่เนี๊ยบและเย็นชาของหมอภีมดังมาจากปลายสาย นัทรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม หรือว่าหมอมีเคสด่วนงั้นเหรอ ต้องการให้เขาไปช่วยละมั้ง นัทกลอกเสียงเบาๆ ไปตามสาย "ครับหมอ มีอะไรหรือเปล่าครับ? มีเคสด่วนที่โรงพยาบาลเหรอครับ?"
"เปล่า... เป็นเรื่องส่วนตัวน่ะ... คุณแม่ของฉัน ท่านเครียดมากเลย เอ่อ..เรื่องงานกาล่าในอีกสองวันของท่านน่ะ" น้ำเสียงของหมอภีมฟังดูหงุดหงิดเล็กน้อยกับปัญหาส่วนตัวที่ไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลย "พอดีฉันเพิ่งทราบจากท่านว่า... ครอบครัวนายทำสวนอยู่ที่ปากช่องเหรอ?"
นัทพยักหน้า "ใช่ครับ... พ่อกับแม่ผมเพิ่งเอาของมาจากสวนเลยครับ"
"คุณแม่ของฉัน... ท่านต้องการดอกกุหลาบมอญที่สวยสมบูรณ์จำนวนมากอย่างเร่งด่วน และที่สำคัญ... ท่านอยากจะปรึกษาเรื่องวิธีจัดการกับโรคพืชด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเพลี้ย ที่กำลังระบาด" หมอภีมเว้นวรรคเล็กน้อย "คุณแม่ท่านขอให้ฉันโทรมาถามว่า... พอจะช่วยประสานงานให้คุณแม่ได้คุยกับคุณพ่อหรือคุณแม่ของนัทได้ไหม? ถ้าเป็นเรื่องของการเกษตร... ท่านคิดว่าครอบครัวนายน่าจะช่วยเหลือได้ดีที่สุด"
นัทหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ที่กำลังเงี่ยหูฟังอย่างกระตือรือร้น
"อ๋อ! ได้สิครับหมอภีม! พ่อกับแม่ผมอยู่ตรงนี้พอดีเลยครับ... งั้นเดี๋ยวผมให้คุณแม่คุยเลยนะครับ"
นัทส่งโทรศัพท์ให้คุณสมพร ผู้ซึ่งตื่นเต้นไม่แพ้กัน
"สวัสดีค่ะ... ดิฉันสมพรนะคะ เป็นแม่ของน้องนัทค่ะ... ค่ะ... เรื่องดอกกุหลาบมอญ... อ๋อ! ได้เลยค่ะ! ที่สวนของเรามีกุหลาบมอญที่เพิ่งตัดมาเมื่อวานซืน สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ... เรื่องเพลี้ยเหรอคะ? ได้เลยค่ะ! ถ้าเป็นพวกเพลี้ยแป้ง พวกนี้ต้องใช้สูตรน้ำส้มควันไม้ผสมสะเดาค่ะ... เดี๋ยวพรจะช่วยดูให้นะคะ!"
คุณสมพรคุยโทรศัพท์อย่างออกรสออกชาติกับคุณหญิงรัชนีราวกับเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ส่วนคุณอำนาจก็รีบเสริมจากข้าง ๆ "บอกคุณหญิงไปเลยว่าของเรามันปลอดสารเคมี! ของดีจากปากช่อง!"
ย่าแสง ที่เดินมานั่งร่วมวงอยู่เงียบๆ มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วยิ้มกริ่ม
"สำเร็จ!" ย่าแสงกระซิบกับผีลุงจันทร์ที่ลอยอยู่ข้างหลังแก "จันทร์ แกทำได้ดีมาก คุณหญิงรัชนีต้องมาติดหนี้บุญคุณอีพรเรื่องดอกไม้กับวิธีการกำจัดเพลี้ยแน่!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! แผนสร้างหนี้บุญคุณลุล่วงด้วยดีครับคุณย่า! ต่อไปคือการนัดพบ!" ผีลุงจันทร์ดีใจจนตัวลอย
ตอนนี้... คุณสมพรกำลังจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรที่ต้องไปช่วยกอบกู้หน้าให้คุณหญิงรัชนี! การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
...เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น คุณสมพรพร้อมด้วยสามี ที่อาสาขับรถกระบะขนกล่องอุปกรณ์กำจัดเพลี้ยชีวภาพและกุหลาบมอญชั้นดีจากสวนที่ปากช่องมาเป็นของกำนัลพิเศษให้กับภรรยาของท่านนายพลเกษม
ลูกชายไม่ได้ไปกับพ่อแม่ เพราะเขาต้องเข้าเวรดึก แต่ก็ได้กำชับพ่อแม่ให้สุภาพเรียบร้อยที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าภารกิจนี้คือส่วนหนึ่งของแผนการลับของย่าแสงเอง
เมื่อรถกระบะเก่าๆ ที่บรรทุกปุ๋ยคอกและไม้พุ่มมาด้วยเลี้ยวเข้าสู่คฤหาสน์อันโอ่อ่าตระการตา คุณสมพรถึงกับอุทาน
"โอ้โฮ! นัททำงานเป็นพยาบาลมาตั้งนาน... ไม่เคยบอกเลยนะว่าหมอภีมบ้านรวยขนาดนี้!" สมพรกลืนน้ำลายเอื๊อก
หมอภีมในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบที่ดูเนี๊ยบจนน่าขนลุก ยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ด้วยสีหน้าขรึมๆ
ข้างๆ เขาคือคุณหญิงรัชนี ผู้ดูดีมีสง่าราศีในชุดเดรสหรู และท่านนายพลเกษมบิดาของหมอภีม ที่ดูเป็นคนเคร่งขรึมตามยศถาบรรดาศักดิ์
"สวัสดีค่ะคุณแม่น้องนัท! คุณพ่อ" คุณหญิงรัชนีรีบเดินเข้ามาจับมือคุณสมพรด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างโล่งใจ "ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะที่กรุณามาถึงที่นี่... ถ้าไม่ได้คุณพร งานเลี้ยงของดิฉันคงล่มแน่ ๆ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหญิง" สมพรยิ้มอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนตามประสาชาวสวน "ดอกไม้เป็นเรื่องเล็กน้อยค่ะ... เราเป็นคนไทยด้วยกัน ช่วยเหลือกันได้"
หมอภีมยืนนิ่ง สังเกตพ่อแม่ของนัทเงียบๆ เขาสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านของพวกเขา มือที่หยาบกร้านของคุณสมพรที่บ่งบอกถึงการทำงานหนัก และรอยยิ้มที่จริงใจ
"คุณนัทเขาเป็นคนดีมากเลยนะคะคุณพร" คุณหญิงรัชนีกล่าวชมพยาบาลนัทต่อหน้าบิดามารดา "เขาดูแลคนไข้ดีมาก... ลูกชายดิฉันเองก็ชมเขาบ่อย ๆ"
หมอภีมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อถูกพาดพิง "คุณแม่ครับ... เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ"
คุณสมพรกับคุณอำนาจถูกพาไปยังเรือนเพาะชำหลังคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบมอญที่โดนเพลี้ยแป้งขาวโพลนเกาะกินจนสภาพยับเยิน
"พวกเพลี้ยแป้งค่ะคุณหญิง" ป้าสมพรพูดอย่างมั่นใจ "โชคดีที่พวกมันยังไม่ลงหนักมากนัก ถ้าเป็นที่สวนของเราจะหนักกว่านี้หลายเท่าค่ะ"
แม่ของนัทลงมือทันที เธอหยิบขวดน้ำส้มควันไม้ผสมน้ำที่เตรียมมา ผสมกับน้ำสะอาดในสัดส่วนที่พอเหมาะ และเริ่มสอนคนสวนให้ฉีดพ่นอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งอธิบายถึงสารสกัดจากสะเดาที่ใช้บำรุงป้องกันเพลี้ยในระยะยาว
"มันไม่ได้หายทันทีนะคะคุณหญิง" คุณสมพรบอก "แต่ถ้าฉีดตอนนี้แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าพวกเพลี้ยที่อ่อนแอจะร่วงไปหมดค่ะ ส่วนงานเลี้ยง เดี๋ยวเอากุหลาบสวยๆ ที่สวนของพรกับสามีก่อนก็ได้ มีเยอะค่ะคุณหญิง พอใช้แน่นอน"
คุณหญิงรัชนีดีใจจนน้ำตาแทบไหล "คุณพร! คุณคือผู้มีพระคุณของดิฉันจริงๆ นะคะเนี่ย! ยังอุตส่าห์จะให้ดอกกุหลาบมอญที่สวยสมบูรณ์กับดิฉันอีก!... ดิฉันขอซื้อทั้งหมดเลยนะคะ!"
คุณอำนาจยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหญิง เราตั้งใจให้เป็นของขวัญสำหรับงานเลี้ยงครับ ถือว่าเราได้ทำบุญร่วมกัน"
หมอภีมมองดูพ่อแม่ของนัทอย่างพิจารณา พวกเขาดูเป็นคนซื่อตรงและมีน้ำใจอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากพวกนักธุรกิจที่เข้ามาตีสนิทพ่อของเขาเพื่อผลประโยชน์
เขายอมรับว่าความรู้สึกชื่นชมที่เขามีต่อพยาบาลหนุ่มได้แผ่ขยายมาสู่บิดามารดาของเขาด้วยแล้ว
คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ
คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั
นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก
วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น เดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของหมอภีมที่แขวนไว้ในตู้ไม้ฝังเข้ากับผนังห้องมาสวมใส่ เสื้อตัวใหญ่โคร่งจนไหล่เสื้อเลยลงไปถึงต้นแขนของเขา และชายเสื้อยาวเลยสะโพกดูไม่ต่างอะไรกับเดรสสั้นๆ เสื้อเนื้อดียี่ห้อแบรนด์เนมตัวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของหมอภีม ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาหลงใหลไม่คลายเมื่อสวมเสื้อตัวโคร่งคู่กับกางเกงสแล็คตัวหลวมเสร็จแล้ว นัทเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง ทว่าขายังคงติดตรึงอยู่ที่ข้างเตียง เขายิ้มพลาย ก้มลงมองใกล้ๆ ใบหน้าของหมอภีมอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาหวิวราวกับกลัวว่าการแตะต้องจะทำลายความสงบงามตรงห
หลังจากเพื่อนกลุ่มใหญ่ต่างพากันแยกย้ายกลับไปแล้ว ทิ้งให้นัทอยู่ที่นี่ต่อ ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมบ้านของหมอภีมอีกครั้งนัทเก็บแก้วน้ำใบสุดท้ายไปวางในอ่างล้างจานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ ใบหน้าของหมอภีมที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งคืน บัดนี้ดูอ่อนโยนและมีแววตาที่ออดอ้อนอย่างชัดเจนนัทยิ้มบางๆ "ลูกกวาดหลับไปแล้วเหรอครับ"หมอภีมพยักหน้า ดวงตาวาวกลับมองนัทแปลกๆ อย่างที่คนมองเห็นแล้วพาให้ใจสั่น เกิดอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มสองข้างเริ่มร้อนผ่าว ทว่าก็แสร้งคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน"ดูท่าทางพี่หมอมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆ นะครับวันนี้"ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวคนรักจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงบนไหล่ "สนุกสิครับ... แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าสนุกอีกนะ"นัทหัวเราะเบาๆ "อะไรที่ยิ่งกว่าสนุกครับ?"คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย "การได้อยู่กับแฟนแค่สองคนนี่ไงครับ... คิดถึงจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?""พี่อ่า! นัทกับพี่หมอห่างกันแค่ ไม่ถึงสองเดือนเองนะครับคุณภีม"หมอภีมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายต
สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข
สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางป
บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษ
ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เ




![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


