บททั้งหมดของ หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***: บทที่ 11 - บทที่ 20

48

11.การเผชิญหน้าเพื่อนๆ ในโรงพยาบาล

เมื่อหนังจบลง แสงไฟในโรงฉายก็สว่างขึ้น หมอภีมรีบลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มความเป็นคนเย็นชาเอาไว้ เขาเอ่ยว่า "ก็... ได้ความรู้ดี" พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงวิชาการเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่มือของเขาเพิ่งจะสัมผัสกับมือน้องนัทไปเมื่อครู่"ครับ สนุกมากเลยครับหมอภีม ขอบคุณนะครับ" นัทพูดด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสเมื่อกี้ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากประตูโรงหนัง โดยมีคนตัวสูงเดินนำหน้าอย่างรักษาระยะห่างเพียงเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างสดใส"อ้าว! ตายแล้ว! นั่น... นั่นหมอภีมกับน้องนัทคนน่ารัก ไม่ใช่เหรอคะ!?"ทั้งหมอภีมและน้องนัทหันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็คือ หมอเจตน์ แพทย์ศัลยกรรมเพื่อนสนิทของหมอภีม, พยาบาลน้ำหวาน ผู้ช่วยคนเก่ง, และ นุ่มนิ่มพยาบาลขาเม้ามอยอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล! ทั้งสามคนกำลังยืนรอคิวซื้อตั๋วหนังอยู่ผีลุงจันทร์ ที่กำลังจะลอยตามไปติดๆ ถึงกับเบรกตัวโก่งกลางอากาศ 'เวรกรรม! พวกขาเม้าท์โรงพยาบาลมาได้ยังไงวะเนี่ย!'"โหหหหห! ไม่จริง!" นุ่มนิ่มยกมือทาบอกอย่างตกใจสุดขีด "นี่มันอะไรกันคะหมอภีม! พาน้องนัทมาดูหนั
อ่านเพิ่มเติม

12.ดาวดวงใหม่ในงานกาล่า

ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยแสงสีตระการตาและเสียงดนตรีบรรเลงอันไพเราะ ผู้คนในชุดราตรีและสูทหรูหราจากตระกูลดังและวงการธุรกิจชั้นนำต่างรวมตัวกันในห้องบอลรูมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงหมอภีม มาถึงงานพร้อมกับน้องนัท โดยมีคันยาวเทียบหน้าพรมแดง หมอภีมในชุดสูทสีดำสนิทที่สั่งตัดพิเศษดูโดดเด่นและสง่างามกว่าใครและเมื่อน้องนัทก้าวลงจากรถ แสงแฟลชจากสื่อมวลชนและสายตาของผู้ร่วมงานก็จับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียวเด็กหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัวที่หมอภีมเป็นคนเลือก ดูหล่อเหลา สง่า และเปล่งประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างดี ทำให้เขาดูเหมือน เจ้าชายในเทพนิยายที่ถูกซ่อนไว้มานานผีลุงจันทร์ ผู้ซึ่งลอยมาถึงก่อนแล้ว ซ่อนตัวอยู่มุมห้องอย่างมีความสุข "โอ้โห! ไอ้หนูของฉัน! ดูดีขนาดนี้เชียวเหรอ! ไอ้หมอ เอ็งตาถึงจริงๆ!"คุณหญิงรัชนี ซึ่งเป็นผู้จัดงานร่วมกับตระกูลใหญ่ นำน้องนัทไปแนะนำให้แขกเหรื่อรู้จักอย่างภาคภูมิใจ"นี่คือ น้องนัท ค่ะ เป็น... ผู้ช่วยคนสำคัญของภีม และเป็นคนในความดูแลของครอบครัวเรา" คุณหญิงรัชนีกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตาและอำนาจสายตาของผู้คนต่างจับจ้องมาที่นัท โดยเ
อ่านเพิ่มเติม

13.สารภาพรักใต้แสงจันทร์

หมอภีม ยืนพิงเสาหินอ่อน จิบไวน์แดงราคาแพง แต่ดวงตากลับไม่ได้สนใจรสชาติของมันเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบสะท้อนภาพของน้องนัท ที่กำลังยิ้มรับคำชมจากเหล่าแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางที่สง่าผ่าเผยและรอยยิ้มหวานนั้นทำให้หัวใจของหมอหนุ่มเต้นผิดจังหวะให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? คุณหมอภีมพยายามควบคุมสีหน้าและอารมณ์ที่เริ่มปั่นป่วนในอก ความรู้สึกหงุดหงิดที่เขารู้สึกก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ความไม่พอใจที่นัทเป็นจุดสนใจ แต่มันคือ... ความหวงอย่างชัดเจนและร้ายกาจทำไมต้องทำตัวน่ารักขนาดนี้? ทำไมต้องสวมชุดที่ทำให้ดูดีจนคนอื่นอยากจะเข้าใกล้? ความคิดเหล่านี้ตีกันอยู่ในหัวของหมอภีมจนแทบจะระเบิดออกมา เขาเกลียดที่ตัวเองต้องยืนมองคนที่ควรจะอยู่ข้างๆ เขา ถูกคนอื่นรุมล้อมชื่นชมอย่างออกนอกหน้าขณะนั้นเอง ผีลุงจันทร์ ก็ลอยมาข้างๆ หมอภีม ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน"โฮ่! ไอ้หมอ! หน้าตาบูดเบี้ยวเป็นตูดลิงเชียวนะ! หวงก็บอกว่าหวงสิโว้ย! มัวแต่จิบไวน์ทำเป็นมาดขรึมอยู่ได้"คำพูดของลุงจันทร์เหมือนฟ้าผ่ากลางใจ หมอภีมกระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะข้างๆ จนเกิดเสียง "ปึง!" เบาๆ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องบอลรูมทันที โดยไม่
อ่านเพิ่มเติม

14.คู่รักใหม่ในแผนกศัลยกรรม

...บรรยากาศในแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลของรัฐเช้าวันนี้ดูเหมือนจะสดใสขึ้นผิดหูผิดตาในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหมอภีม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและเย็นชา ได้เผยให้เห็นด้านที่อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเขาอยู่กับ น้องนัท ผู้ช่วยส่วนตัวคนสำคัญของเขาตารางงาน: แต่ก่อนหมอภีมมักจะวางตารางนัดเอง แต่ตอนนี้งานทุกอย่างจะผ่านการปรึกษาหารือกับน้องนัทก่อนเสมอ "นัทว่าตารางผ่าตัดวันนี้แน่นไปไหม? ถ้านายเหนื่อย ฉันยกเลิกนัดบ่ายก็ได้" คำพูดที่ทำให้ทุกคนในแผนกช็อกไปสามวิกาแฟแก้วโปรด: กาแฟเอสเปรสโซ่ของหมอภีมจะถูกวางไว้บนโต๊ะตอนเช้าคู่กับชานมไข่มุกของน้องนัท และบางครั้งก็เห็นหมอภีมเอื้อมมือไปจิบชานมของนัทแบบเนียนๆมื้อเที่ยง: ไม่มีการแยกโต๊ะอาหารอีกต่อไป หมอภีมจะบังคับให้น้องนัทกินข้าวเที่ยงด้วยกันในห้องทำงานเสมอ โดยมีเหตุผลอ้างว่า "ต้องคุยเคส" ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นการคุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงานเสียมากกว่าและ..ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเพื่อนร่วมงานไปได้ โดยเฉพาะทีมพยาบาลและคุณหมอที่สนิทสนมหมอเจตน์: สายแซวตัวพ่อ เป็นเพื่อนสนิทของหมอภีม เขาเป็นคนแรกที่จับสังเกตได้วันหนึ่ง ขณะที่น้องน
อ่านเพิ่มเติม

15.บ้านใหม่หรือขุมนรกกันแน่!

หลายวันหลังเหตุการณ์ร้านทอง ข่าวการตายของเข้มกระจายไปทั่วซอยสลัมอย่างรวดเร็ว พอพาได้ยินว่าเข้มจากไปแล้ว เธอหน้าเสียจนแทบเป็นลมล้มพับ เมื่อฟื้นคืนสติได้ ก็รีบกุลีกุจอกลับมาที่บ้านเก่าทันทีทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านที่เคยอยู่ เธอก็ได้เห็นลูกชายคนเดียวของตัวเองยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องเพียงลำพัง ท่ามกลางข้าวของที่ยังกระจัดกระจายไม่ต่างจากวันที่พ่อจากไป "ลูกกวาด แม่มาแล้วลูก""แม่.."พาผู้เป็นแม่เข้าสวมกอดร่างกายผอมๆ ของลูกชายที่กำลังสั่นเทิ้ม เนื่องจากเขาเพิ่งสูญเสียความอบอุ่นเดียวที่เคยมีไปแล้ว "แม่..พ่อตายแล้ว พ่อเข้มไม่อยู่แล้ว.." เขาร้องไห้จนตัวโยน ตาบวมแดงก่ำ "โถ..พ่อคุณ อย่าร้องนะ อย่าร้อง แม่อยู่นี่ อยู่กับหนู แม่ไม่ไปไหนแล้ว" “แม่… พ่อ… พ่อไม่กลับมาแล้วใช่ไหมครับ” เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับกลัวที่จะได้ยินคำตอบ"ลูกกวาด.." พาเองก็น้ำตาไหลพรากไม่ต่างจากลูกชาย เธอกอดร่างผอมแน่นจนซี่โครงแทบจะบีบเข้าหากัน กลิ่นเหงื่อและฝุ่นควันจากตัวพาไม่ได้หอมหวานเหมือนกลิ่นพ่อ แต่เป็นกลิ่นเดียวที่เด็กหนุ่มเหลืออยู่ตอนนี้ "แม่ครับ แม่..พ่อเข้มไม่อยู่แล้ว ต่อไปนี้ ในบ้านหลังนี้ ผมจะอ
อ่านเพิ่มเติม

16.หมอภีมอ้อนขอบางอย่างจากนัท

คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง หลังจากผีลุงจันทร์ไปแล้ว นัทที่อยู่คนเดียวในห้องเงียบเหงาระหว่างรอหมอภีมกลับมานั้น เด็กหนุ่มปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ ต่อไปนี้เขาจะไม่ได้เห็นดวงวิญญาณลุงจันทร์ลอยไปมาข้างๆ เขาไปทุกหนทุกแห่งอีกแล้ว เจ้าของร่างเล็กถอนใจยืดยาว ขณะนอนบนเตียงแคบขนาดสามฟุตในห้องรับรองแขก ส่วนห้องใหญ่ย่อมเป็นห้องของเจ้าของคอนโดอย่างหมอภีมนั่นเอง.. นัทพลิกซ้ายพลิกขวากระสับกระส่ายไปมา มิอาจข่มตาหลับลงได้ ป่านนี้หมอภีมยังไม่มีทีท่าจะกลับมาอีก อันที่จริงเขาเองก็อยากมีใครสักคน รับรู้ความรู้สึกการสูญเสียลุงที่รักของเขาไปเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี หรือถ้าเขาพูดทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีลุงจันทร์ให้หมอภีมฟัง และนัทจะแน่ใจได้อย่างไรว่า หมอภีมจะเชื่อเขา ดีไม่ดี อาจถูกลากตัวให้ไปพบหมอจิตเวชในโรงพยาบาล่ะไม่ว่า กระสับกระส่ายไปมาหลายครั้ง ในที่สุดก็ยอมลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบขวดน้ำจากตู้เย็น หยิบโทรศัพท์มือถือ มานั่งรอหมอภีมบนโซฟาในห้องรับแขก ระหว่างรอนั้น นัทฆ่าเวลาด้วยการกดเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมง เขาก็รู้สึกง่วง และเลือกเอนตัวลงนอนบนโซฟ
อ่านเพิ่มเติม

17.เมื่อข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก

ในโรงพยาบาล“เออ ภีม มึงไม่คิดจะพักบ้างเหรอวะ อยู่เวรติดสองอาทิตย์แล้วนะเว้ย”เสียงหมอเจตน์ดังขึ้นตอนพักเที่ยงในห้องพักแพทย์ศัลยกรรม ใบหน้าของเพื่อนร่วมแก๊งที่ประกอบด้วย หมอเวย์ และ หมอก้อง ทั้งสองต่างมองมาทางเขาอย่างรู้ทัน ไม่ต่างจากสายตาของพยาบาล นุ่มนิ่ม และ น้ำหวาน ที่แอบยิ้มกริ่มอยู่ตรงเคาน์เตอร์ของวอร์ดหมอภีม ซึ่งกำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มเวชระเบียนของผู้ป่วยเคสผ่าตัดคนสำคัญ เงยหน้าขึ้นพลางขมวดคิ้ว “เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็มีผู้ป่วยผ่าตัดใหญ่เคสหัวใจอีก”“โอ้ย! ไม่ต้องอ้างงานเลย!” หมอเวย์ โพล่งตัดบท “ไอ้ภีม มึงนี่มันจอมปลอมจริง ๆ! กูเห็นนะว่ามึงชอบเด็กนั่น… นัท ใช่มั้ย น้องพยาบาลวอร์ดศัลย์ฯ ของเราอะ”ภีมสะอึกจนแทบสำลักน้ำดื่มที่กำลังจิบ สายตาคมกริบเหลือบมองไปทางเคาน์เตอร์ พยาบาลนุ่มนิ่มกับน้ำหวานรีบก้มหน้าจัดยาอย่างเร็ว แต่ไหล่สั่นเพราะกลั้นขำแทบไม่อยู่ “พูดอะไรของพวกมึงกันเนี่ย”“อย่ามาเนียน!” หมอเจตน์ เสริมหมอก้อง ผู้ที่ปกติจะนิ่งที่สุดในกลุ่มก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มล้อเลียน “กูเห็นมึงมองเขาตอนเดินผ่าน… ยิ้มมุมปากแปลก ๆ ด้วยอ่ะ”“เอาจริงดิวะภีม” หมอเวย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “ตกลงมั้ยล่ะ! ห
อ่านเพิ่มเติม

18.ผีนายเข้มระเบิดพลังและฆ่า!

บ้านสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน มีเพียงแสงไฟสีสลัวจากหลอดไส้ที่ใกล้จะขาดส่องสว่างอยู่เหนือโต๊ะเรียนเล็กๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดิน ขณะฝนจากฟ้าเริ่มปรอยลงมา ลูกกวาดนั่งหลังตรงพยายามจดจ่ออยู่กับสมุดการบ้านตามคำสั่งของแม่ที่ออกไปทำงานรับจ้างในโรงงานทำรองเท้ายังไม่กลับมา แต่ความเงียบงันนั้น ลูกกวาดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของพ่อเลี้ยงอย่างกัมพล เขากำลังเดินวนเวียนอยู่ในห้องโถงแคบๆ แม้จะหวาดกลัวว่าตนจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย แต่ก็ยังแข็งใจทำการบ้านต่อไป ด้วยมุ่งหวังว่า แม่จะพาเขาไปสมัครเรียนอีกครั้ง ในโรงเรียนมัทธยมใกล้ๆทว่าลูกกวาดกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติด้านล่าง ร่างเล็กเริ่มเกร็งโดยอัตโนมัติ ปากกาในมือพลันหยุดและนิ่งฟังประตูบ้านถูกเปิดออกเสียงดังแอด พ่อเลี้ยงนำพาชายแปลกหน้าสองคนเข้ามาในบ้าน และเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสอง"ลุง!"ลูกกวาดเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ดวงตาหวาดกลัวจ้องมองคนแปลกหน้าทั้งคู่ ที่แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตลายดอกและมีกลิ่นบุหรี่เหม็นหึ่ง ดวงตาของพวกเขานั้น เต็มไปด้วยความหื่นกระหายขณะมองมาที่ร่างของเด็กหนุ่ม พวกมันกวาดมองร่างกายผอมบางของลูกกวาดอย่างประเมิน
อ่านเพิ่มเติม

19.อุบัติเหตุในความมืดมิด

สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข้างหลัง เขาวิ่งหนีภาพศพสองร่างที่ล้มกองอยู่เบื้องหลังในบ้าน ภาพที่บิดเบือนสติของเขาจนเกือบแตกสลายเขาไม่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของวิญญาณเข้มที่พยายามวิ่งตามอย่างสุดกำลัง “ลูกกวาด! หยุด! อันตราย!” แต่เสียงของผีนั้นแผ่วเบาและไร้ตัวตนเกินกว่าจะหยุดยั้งเด็กที่กำลังคลุ้มคลั่งลูกกวาดโผล่ออกมาจากตรอกมืด ตัดเข้าสู่ถนนใหญ่ทันทีโดยไม่ชะลอฝีเท้า...ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง รถเก๋งสีดำคันหนึ่ง กำลังขับมาตามถนนด้วยความเร็วไม่มากนัก ท่ามกลางความมืดมิดบนถนนที่แทบจะไม่มีรถสวน หมอภีม ผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัย กำลังใจลอยครุ่นคิดถึงเรื่องน้องนัทจะไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่จังหวัดติดชายแดน เขามองถนนอย่างอัตโนมัติ ไม่ได้คาดคิดถึงสิ่งใดเลยแสงไฟหน้ารถจับเข้ากับร่างเล็ก ๆ ที่โผล่พรวดออกมาอย่างกะทันหัน!"เฮ้ย!!"เอี๊ยด
อ่านเพิ่มเติม

20.ในห้องไอซียู เมื่อลูกกวาดฟื้น

...ภายในโถงหน้าห้องผ่าตัด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังไม่จางไปจากปลายจมูก บานประตูสีเงินค่อยๆ เปิดออกพร้อมเสียงกลไกเบาๆ กึก…หมอภีมก้าวออกมาช้าๆ ใบหน้าซีดเซียวด้วยความเหนื่อยล้า เหงื่อผสมกลิ่นยานิดๆ ติดอยู่บนกรอบหน้า มือยังสั่นเล็กน้อยจากความกดดันที่ต้องต่อสู้กับเวลาในห้องผ่าตัดนานหลายชั่วโมงแต่สุดท้าย… เขายื้อชีวิตคนไข้คนนั้นไว้ได้คนไข้คนเดียวกับที่ เขา เป็นคนขับรถชนร่างสูงพิงไหล่กับผนังสักครู่ หลับตาลงและปล่อยลมหายใจหนักๆ ออกมา คล้ายปลดโซ่ตรวนที่รัดอกมาตลอดตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น “ยังดี… ยังดีที่เขารอด” ภีมพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วพร่าเหมือนคนเพิ่งกลับขึ้นจากก้นทะเลความผิดหวังและความกลัวเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นก่อนที่หมอเจตน์จะเดินเข้ามา เขามองสีหน้าของภีมแล้วก็พอเดาได้ว่าการผ่าตัดจบอย่างไร“สำเร็จใช่ไหมภีม?”อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ “อือ… พ้นขีดอันตรายแล้ว”หมอเจตน์ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ฉันโล่งอกแทนแกเลยว่ะเพื่อน ขืนเด็กคนนั้นเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ แกคง..”“ฉันคงอยู่ไม่ได้หรอก” ภีมพูดขึ้นทันที เสียงแผ่วแต่หนักแน่นเจตน์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามประเด็นที่เขาลังเลจะเอ่ย “…แล้วน้องนัทล่ะ แ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status