บททั้งหมดของ ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร: บทที่ 11 - บทที่ 20

91

บทที่ 11 คอยดูแลกันและกัน

ย้อนกลับไปตอนนั้นที่ค่ายฝึกซ้อม พวกเขาใส่แต่เสื้อผ้าของเพื่อนร่วมรบที่ตายไปแล้วซึ่งถูกถอดออกมา อาจารย์บอกว่าเมื่อคนเราตายไปแล้วก็ไม่มีค่าอะไรอีก ถ้าเขาตาย เขาก็จะถูก ถอดเสื้อผ้าออกหมดเหมือนกัน แล้วโยนทิ้งไว้ที่สุสาน เพราะการเผาศพนั้นใช้ฟืนเยอะเกินไป สิ้นเปลืองเปล่า ๆ ส่วนเสื้อผ้าที่ถูกถอดออกมานั้นก็มีแต่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งและดูสกปรก เขานึกไม่ออกเลยว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้ใส่เสื้อผ้าใหม่คือเมื่อไร ? เขาจึงหันกลับไปมองเสี่ยวอวี่เสี่ยวอวี่พูดกับเขาว่า เธอมีเสื้อผ้าเต็มหีบเลย แต่...เขากลับมีอยู่ไม่กี่ชุด รอจนกว่าทั้งสองคนจะมีจำนวนเสื้อผ้าเท่า ๆ กัน เธอถึงจะตัดเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่ ในช่วงเวลานี้ที่เป็นยุคคอมมูน ทางการยังไม่อนุญาตตัดผ้ารับเงินป้าเฉินใช้จักรเย็บผ้าของลูกสะใภ้แลกกับข้าวสาร บะหมี่ หรือไข่ไก่เล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ครอบครัวกินก็ถือว่าดีมากแล้ว วันนี้...ได้รับผ้าฝ้ายมาผืนหนึ่งที่สามารถนำไปตัดกางเกงขาสั้นให้หลานชาย 2 คนได้ ก็ถือว่าเป็นค่าแรงที่ใช้ประโยชน์ได้จริงจือหลานกระซิบกับแม่สามีว่าเสียดายหน้าตา รูปร่างของซิงโจวจริง ๆ เขาไม่น่าเกิดมาไม่สมประกอบอย่างนี้เลย พอมาแต่งงานกับเสี่ย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12 ทำหน้าที่ลูกสะใภ้

“นี่เป็นของใช้ส่วนตัวของฉันกับฝูซิงนะ” ซิ่วห่าวตกใจดวงตาเบิกโพลง ยัยนี่จนแล้วกลับทำตัวเป็นคุณหนูหรือไง ? ใช้แก้วใบเดียวกันมันจะเป็นอะไรไป ? ก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะย้ายมาอยู่ที่นี่ ทุกคนในบ้านหลังนี้ต่างก็ใช้ของร่วมกันไม่ใช่เหรอ ?ซิงโจวเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เสี่ยวอวี่ก็รีบยื่นแก้วเคลือบใบใหม่ให้เขา 1 ใบ“ฝูซิง คุณแปรงฟันเสร็จแล้วอย่าลืมนำแก้วกลับไปไว้ที่ห้องด้วยนะ อะไรที่ต้องเอาเข้าปากห้ามใช้ร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด เข้าใจไหม ?”คนในบ้านเย่ไม่มีใครกล้าว่าอะไรเธอ เพราะยังไง ของพวกนี้เธอก็เป็นคนควักเงินซื้อเอง หลังจากที่กินข้าวเช้าเสร็จ ทุกคนจะต้องออกไปทำงานที่ทุ่ง ซิ่วห่าวเหลือบไปมองเสี่ยวอวี่ เห็นข้อมือขาวนวนยังแดงอยู่ ก็ได้แต่บ่นกับตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้อ่อนแอจริง ๆ เลย“แม่ เที่ยงนี้ให้เสี่ยวอวี่เข้าครัวทำอาหารนะ” เสี่ยวอวี่ไม่รอให้แม่สามีได้เอ่ยปากบอก วันนี้เธออยากจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ซิงโจวกินสักหน่อย เธอคลี่ยิ้มแล้วพูดว่า“ได้สิ ฉันทำมื้อเที่ยงเอง” ซิ่วห่าวเบะปากคิดอย่างลำพองใจว่า นอกจากความสวยแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรดีสักอย่าง งานไร่งานนาก็ทำไม่เป็น อาหารก็ทำไม่เป็น หล่อนจะรอดูว่าแ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13 กัดไม่ปล่อย

ซิ่วห่าวเผลอหลุดปากออกมาว่า “เป็นไปไม่ได้ เสี่ยวอวี่ทำอาหารไม่เป็นนะ”เสี่ยวอวี่จะไม่รู้วิธีทำอาหารได้อย่างไร ? เธอไม่เพียงแต่ทำเป็นเท่านั้น แต่...ยังทำออกมาได้อร่อยด้วย ข้าวอบเนื้อนั้น เธอคำนวณสัดส่วนอย่างพอดี ยังคงใช้ปริมาณข้าวเท่าเดิมเหมือนตอนที่หุงข้าวผสมกับมันเทศ แต่...รับรองว่า ทุกคนจะได้กินกันคนละถ้วยใหญ่แน่นอนครั้งนี้...ในข้าวไม่ได้มีแค่มันเทศ แต่...จะได้กินเนื้อและผักที่หอมอบอวลน่ากิน ข้าวขาวที่เสี่ยวอวี่หุงนั้นมีความนุ่มกำลังดี ส่วนไส้ก็ถูกคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง ข้าวทุกเม็ดซึมซับน้ำซอสเข้มข้นจนชุ่มฉ่ำ ข้าวแต่ละคำที่ตักเข้าปากนั้น ต่างก็มีเนื้อหมูสามชั้นชิ้นเล็ก ๆ ส่วนมันและส่วนเนื้อก็ผสานเข้ากัน น้ำเนื้อก็ระเบิดอยู่ในโพรงปากทันที ต่อมรับรสสั่งการให้สมองตักกินเพิ่มอีกคำโดยอัตโนมัติแครอทหวานกรอบ มันฝรั่งก็นุ่มละมุนลิ้น แต่ละคำทำให้ผู้คนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมข้าวอบเนื้อนี้ถึงได้อร่อยขนาดนี้ ? บนโต๊ะอาหารมีแต่เสียงกินข้าว ทุกคนก้มหน้าก้มตากินของใครของมัน ไม่มีใครว่างพอที่จะมาพูดคุยกันเด็กน้อย 3 คนนั่งรอตั้งแต่ตอนเริ่มทำอาหาร พอถึงตอนนี้ทั้งกินทั้งรีบตักข้าวคำโตเข้าปาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14 ชอบคืออะไร

ไม่กินก็ไม่กินสิ ซิ่วห่าวเห็นต้าจู้ซดน้ำแกงจนหมดชามเกลี้ยงถึงก้น ก็รู้สึกแปลกใจจึงเอ่ยถาม“น้ำล้างหม้อนี้มีอะไรดี ? อร่อยมากหรือไง ?”“อร่อยมากครับ ผมยังอยากจะกินเพิ่มอีกชามเลย” แต่...น่าเสียดาย แกงในชามใหญ่ถูกแบ่งให้คนอื่นจนหมดแล้วซิ่วห่าวหยิบเอาถ้วยแกงของเสี่ยวจู้มาชิมดูหนึ่งอึก ทันทีที่ชิม หล่อนถึงกับเบิกตาโพลง นี่มันน้ำล้างหม้ออะไรเนี่ย ? ทำไมถึงได้อร่อยขนาดนี้ หล่อนไม่น่าวางท่าเลย เสียดายจริง ๆ ที่ไม่ได้กิน เสี่ยวจู้เห็นอย่างนั้นก็รีบกอดถ้วยแกงตัวเองไว้แน่น“แม่ แม่นั่นแหละที่บอกว่าไม่กิน” เสี่ยวอวี่กินข้าวอบเนื้อครึ่งถ้วยกับแกงจืดอีกครึ่งถ้วยก็รู้สึกอิ่มแล้ว เธอหัวเราะคิกคักแล้วหันไปพูดกับแม่สามีว่า“แม่ หนูทำกับข้าวแล้ว หนูไม่ต้องล้างจานใช่ไหมคะ ?” ซิ่วห่าวเห็นเสี่ยวอวี่ทำท่าทางดัดจริตเกินหน้าเกินตา ทำอาหารมื้อเดียว แต่...ไม่อยากล้างจานก็ได้เก็บอาการไว้ขณะที่ตัวหล่อนเองต้องออกไปทำงานที่ทุ่งทุกวัน ไหนจะต้องดูแลงานบ้านอีก ซิ่วห่าวกำลังจะอ้าปากเสียดสีอีกสักสองสามประโยค แต่...ลูกชายทั้งสองของหล่อนกลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้หล่อนได้พูดอะไรเลย“ผมจะล้างจานเองครับ ถ้าอาสะใภ้เล็กทำอาหารอร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15 อย่าคิดจะมายุ่งกับเธอ

วันต่อมา...เสี่ยวอวี่เตรียมตัวออกไปทำงานที่ทุ่ง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเฝ้าจับตาดู ราวกับรอดูเรื่องตลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ผลผลิตต้นฤดูยังรอการเก็บเกี่ยว ส่วนผลผลิตปลายฤดูจะต้องเร่งปลูกทันทีหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จ ขนาดร่างกายของผู้ชายยังทนไม่ไหวเลยหลายครัวเรือนจำต้องกัดฟันซื้อเนื้อมาบำรุงร่างกาย ถ้าไม่อย่างนั้น พวกเขาจะต้องทนไม่ไหวแน่ ๆ เสี่ยวอวี่ถือเคียวยืนอยู่บนคันนา รวงข้าวสีทองอร่ามหนักอึ้งจนก้มโค้ง ข้าวสารเธอเคยกินมาแล้วหลายชนิด แต่...นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเกี่ยวข้าว เธอไม่รู้เลยว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนปัญญาชนที่จุดรวมพลก็ต้องเข้าร่วมในฤดูเก็บเกี่ยวนี้เช่นกัน เทียนตงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 3 พอเห็นเสี่ยวอวี่มาทำงานที่ทุ่ง หล่อนก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปหาทันที ตระกูลเย่นี่ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับบังคับให้เสี่ยวอวี่ออกมาทำงานที่ทุ่ง คนอย่างเสี่ยวอวี่จะทนลำบากได้ยังไง นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่หล่อนจะชวนเสี่ยวอวี่ กลับเมืองใหญ่ด้วยกันความจริงแล้วคนที่อยากกลับเมืองใหญ่จนทนไม่ไหวคือเทียนตงต่างหาก หล่อนทนเกี่ยวข้าวที่นี่ไม่ไหวแล้ว ขาหล่อนชาไปหมดแล้ว สุดท้าย...หล่อน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16 เชื่อฟังเมียทุกอย่าง

ซิ่วห่าวยืดตัวตรง ทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ? ซิงโจวคนเดียวจริงๆ แล้วสามารถทำงานได้เทียบเท่า 2 คน คนอื่นทำไปสักพักยังต้องพักหายใจเลย แต่...ซิงโจวกลับเหมือนวัวแก่ ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อวาน...บ้านเย่มีคนออกมาทำงาน 5 คน ได้รับแบ่งแปลงนา 5 หมู่ ซิงโจวทำไปเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนหล่อนก็ทั้งทำทั้งขี้เกียจ จึงไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไร ตอนนี้...ซิงโจวกำลังจะไปทำงานช่วยเสี่ยวอวี่ วันนี้...หล่อนจะขี้เกียจไม่ได้แล้ว คิดอย่างนั้น ซิ่วห่าวก็รีบออกความคิดเห็น“บ้านฉันไม่แบ่งอย่างนั้นนะ เมื่อวาน 5 คนทำ วันนี้ 6 คนทำ ก็ให้ทำกันทุกคน 6 หมู่ก็ได้นี่”ซิ่วห่าวคิดอะไรอยู่ทำไมเกาเฟินจะไม่รู้ เกาเฟินแอบคิดในใจ บ้านเย่อีกไม่นานก็ต้องแยกบ้านอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้น ซิงโจวก็จะถูกสูบเรี่ยวแรงแบบนี้ไปจนวันตาย ให้ซิงโจวแยกไปอยู่กับเสี่ยวอวี่ก็จะเหนื่อยน้อยกว่า เกาเฟินหันไปมองหน้าลูกสะใภ้รองเขม็ง ก่อนจะตอบตกลง“ทำตามที่หัวหน้าหน่วยบอกเถอะ” เหว่ยซานกลัวว่าจะมีคนในหน่วยซุบซิบนินทาเรื่องของเสี่ยวอวี่กับซิงโจวแล้วจะมีแต่คำบ่นเต็มไปหมด เขาจึงยืนอยู่บนคันนาแล้วเอ่ยกับทุกคนเสียงดังฟังชัดว่า“เกิดมาเป็นผู้ชายใจกว้างมีความเห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17 ขอเอาคืนหน่อย

ปลาเฉาตัวใหญ่หนักถึง 20 จิน ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเก็บเกี่ยวอยู่นั้นถึงกับอิจฉาตาร้อนผ่าว พวกเขาออกมาทำงานที่ทุ่งนี้ทุกวันไม่เคยจับปลาตัวใหญ่ได้ เสี่ยวอวี่เพิ่งออกมาทำงานวันแรกก็จับปลาตัวใหญ่ได้แล้ว ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆในนาข้าว ใครจับปลาไหลหรือปลาช่อนได้ก็ถือเป็นส่วนของคนนั้น ทุกคนได้แต่ส่งเสียงซี้ดซ้าด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ทำงานเสร็จไวก็จะได้กลับไปทานข้าวเร็ว แต่...พอนึกถึงปลาตัวใหญ่ที่เสี่ยวอวี่เพิ่งหิ้วกลับไปก็น้ำลายสอมีเพียงซิ่วห่าวที่นิ่งงัน ปลาตัวใหญ่ขนาดนั้นซิงโจวกลับจับมันได้ แสดงว่า...โชคของซิงโจวนั้นไม่ธรรมดา หล่อนเริ่มกระวนกระวายใจ ถ้าเสี่ยวอวี่ไม่ออกไปจากบ้านเย่ โชคทั้งหมดของซิงโจวได้ตกไปอยู่ที่เสี่ยวอวี่แน่ !เกาเฟินเห็นซิ่วห่าวอู้งานขี้เกียจไม่ยอมทำงานอีกแล้ว ตอนนี้...ซิงโจวแยกไปทำงานกับเสี่ยวอวี่แล้ว ถ้าซิ่วห่าวยังขี้เกียจไม่ยอมทำงานแบบนี้ วันนี้...งานไม่เสร็จแน่ เกาเฟินจึงหันไปตะคอกบอกให้ซิ่วห่าวทำงาน“ยืนอึ้งทำไม ?!! รีบทำงานรีบกลับไปกินข้าว !! ไม่อยากกลับไปกินข้าวหรือไง ?!!”ซิ่วห่าวรู้สึกน้อยใจ วันนี้...ซิงโจวไม่มาช่วยงาน หล่อนเหนื่อยแทบหมดแรงจวนจะยืนไม่ไหวอยู่แ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18 ยังไม่เข้าหอ

เกาเฟินโกรธลูกสะใภ้รองมาก วัน ๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน ใจหนึ่งก็แอบเป็นกังวล ซิงโจวซื่อตรงเกินไป เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ไม่รู้จักคีบอาหารใส่ถ้วยตัวเอง ทุกคนในบ้านหิวกันหน้ามืด เห็นอาหารอยู่บนโต๊ะไม่แย่งกันกินสิแปลก แค่นี้...เกาเฟินก็รู้แล้วว่าเสี่ยวอวี่ลำเอียงเข้าข้างซิงโจวเกาเฟินเคยอยากจะลำเอียงเข้าข้างลูกชายเล็ก แต่...ยังมีหลาน ๆ อยู่ จึงไม่สะดวกที่จะออกหน้า ตอนนี้...มีเสี่ยวอวี่คอยดูแลซิงโจวแทนแล้ว คนอื่นอยากจะพูดอะไรก็พูดไม่ได้ แบบนี้...ย่อมดีต่อซิงโจวอยู่แล้ว เกาเฟินหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วพูดว่า“อากาศร้อน อาหารเก็บข้ามคืนก็จะเสีย ของอร่อยแบบนี้ รีบ ๆ กินได้แล้ว กินให้หมดล่ะ”ซิงโจวจ้องมองจานอาหารพิเศษอยู่ตรงหน้า มีกับข้าว มีซุป เขาค่อย ๆ หันไปมองเสี่ยวอวี่ อาหารที่อยู่ตรงหน้าเขา เสี่ยว อวี่เป็นคนแบ่งอาหารพิเศษพวกนี้ให้เขา แม่กับพี่ ๆ ไม่มีความคิดเห็นอะไรเลยเหรอ ? เสี่ยวอวี่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดกับเขา“ปลานี่ คุณเป็นคนจับมันได้ กับข้าวพวกนี้ฉันเป็นคนทำ ไม่มีใครกล้าว่าอะไรฉันหรอก ใครกล้าปริปากว่าฉันนะ ครั้งหน้า...ฉันจะไม่ทำกับข้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19 ฝันบอกเหตุ

เสี่ยวอวี่เข้าไปในความฝันของซิงโจวเป็นครั้งแรก เขาเดินขึ้นจากฝั่ง น้ำซึมเปียก กางเกงสีดำเก่าๆ ที่เขาสวมขอบกางเกงถูกมัดไว้ลวก ๆ ด้วยเชือกป่านเส้นหนึ่งเท่านั้น กล้ามเนื้อหน้าท้องจากการฝึกฝนอย่างหนักนั้นกระชับ ไม่ผอมจนเห็นกระดูกเหมือนเมื่อก่อน แต่...ก็ยังไม่ถึงกับกำยำ เพียงแต่...ผอมแต่แน่นอยู่ ๆ เธอก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว หลังจากเขาขึ้นมาบนฝั่งแล้ว ก็ได้คว้าเอาเสื้อบนก้อนหินมาสวมใส่ เสื้อที่เขาใส่เธอเรียกชื่อไม่ถูก เป็นสีดำ รูปแบบเรียบง่าย เหมือนกับเสื้อผ้าของคนจนในสมัยโบราณและตอนนั้นก็มีนกพิราบสีดำตัวหนึ่งบินลงมาเกาะบนกิ่งไม้ ซิงโจวจับมันไว้ แล้วแกะกระบอกไม้ไผ่ที่ผูกติดกับขาของนกดู ข้างในคือภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เขาทำ เธอขยับเข้าไปดู ตัวอักษรสมัยก่อนล้วนเป็นอักษรจีนตัวเต็ม แต่...เพราะเธอฝันเห็นสมัยโบราณมาตั้งแต่เด็กและได้เรียนโบราณคดี จึงอ่านได้ ในจดหมายคือคำสั่งให้เขาไปจับตัวเย่ซื่อผู้คิดกบฏกลับมา หากขัดขืนให้จัดการทันทีเธอเห็นเขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะจับเอาดาบเดินจากไป จากนั้น...ฉากก็เปลี่ยนไป เป็นฉากที่ซิงโจวพบที่ซ่อนตัวของเย่ซื่อแล้ว เย่ซื่อคุกเข่าอยู่บนพื้นกำลังอ้อนวอนซิงโจว ขอให
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20 เก่งทุกอย่าง

เสี่ยวอวี่สงสัยจึงหันไปถามซิงโจว “ฝูซิง คุณจะรักษาควายตัวนี้ยังไง ?”“ไปเก็บสมุนไพร” หมายความว่าต้องขึ้นเขา แล้วบนเขาด้านหลังหมู่บ้านต้าเหอมีสมุนไพรอยู่ไม่น้อย สัตว์ต่าง ๆ บนภูเขาเมื่อป่วยก็จะหาหญ้าสมุนไพรกินเอง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รูปทรงของสมุนไพรชนิดต่างๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ซิงโจวยังจำได้เสี่ยวอวี่มองดูฝนที่กำลังตกหนักข้างนอก แล้วเอ่ยถามด้วยความกังวล“นี่ก็ดึกมากแล้ว ฝนตกหนักขนาดนี้.....”“ไม่เป็นไร” ซิงโจวถือไฟฉายเตรียมขึ้นเขา ก่อนหน้านี้ สภาพแวดล้อมในการอยู่รอดของเขาโหดร้ายกว่านี้มากตอนนี้...ยังมีไฟฉาย มีสิ่งที่ให้แสงสว่าง ในยุคที่เขาจากมา เขากับสหายร่วมรบต้องวิ่งฝ่าป่าลึกภูเขาสูง ท่ามกลางสายฝนที่ เทกระหน่ำข้างหลังยังมีผู้ตามล่า ตอนนี้...แค่ออกไปหาสมุนไพรเอง ไม่มีอะไรให้กังวลเลย เหว่ยซานหยิบเสื้อกันฝนแล้ววิ่งตามเขาไป“ฝูซิง ฉันไปด้วย” ซิงโจวหันกลับมา แล้วพูดว่า“พี่ชาย เกะกะ” เหว่ยซานอึ้งตะลึงงัน ซิงโจวขึ้นเขาไปหาสมุนไพรมารักษาควายของหน่วยผลิต หากเกิดอะไรขึ้นกับซิงโจว เขาจะพูดกับเสี่ยวอวี่กับเกาเฟินยังไง ?คงจะมีแค่เสี่ยวอวี่ที่เข้าใจความหมายที่ซิงโจวสื่อ ถ้าหัวหน้าหน่วยตามเ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status