บททั้งหมดของ ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร: บทที่ 51 - บทที่ 60

91

บทที่ 51 ไม่มีใครเข้าข้าง

นักเรียนกว่า 10 คนรวมพลังกัน ใช้เวลาแค่ 3 วันก็คัดลอกหนังสือเตรียมสอบและข้อสอบทั้งหมดเสร็จ พี่สะใภ้เธอส่งมาแค่หนังสือพีชคณิต 1 คัดลอกไว้ 3 ฉบับ มอบให้ชั้นเรียนละ 1 ฉบับ จากนั้น…แต่ละชั้นเรียนก็ได้แบ่งกันคัดลอกต่อพออาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 รู้ข่าว ก็รีบมาพบอาจารย์ใหญ่เฉิน ทั้งสองโต้เถียงกันนานกว่าชั่วโมง ก่อนจะขอยืมหนังสือไปได้ 1 เล่ม ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ในโรงเรียนต่างก็มองซิงโจวด้วยสายตาที่เป็นมิตรมากขึ้นหนังสือสำคัญพวกนี้เป็นของซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ แต่…เพราะว่าซิงโจวเป็นคนไม่ชอบคุยกับใคร จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปคุยกับเขา วันนั้น…เสี่ยวอวี่ได้เอากับข้าวไปอุ่นที่โรงอาหาร กลับไปกินข้าวที่บ้านเสียเวลามาก เธอจึงเลือกทำกับข้าวนำมากินที่โรงเรียน‘จ้าวเหม่ยเซี่ย’ คือลูกสาวคนโตของหงฉา ทนเห็นเสี่ยว อวี่กับซิงโจวเรียนที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว ไม่คิดว่าคนโง่ ๆ อย่างซิงโจวจะโชคดีขนาดนี้ โง่อย่างนั้นกลับหายาดีมาได้ ทำเครื่องเรือนไม้เป็น ถ้าไม่มีเสี่ยวอวี่สักคน ซิงโจวคงได้เป็นเขยบ้านตระกูลเหลียงแล้วเหม่ยเซี่ยเองก็มีนิสัยเหมือนกับผู้เป็นแม่ไม่มีผิด ชอบพูดจาเสียดสีคนอื่น ชอบจับกลุ่มนินท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52 มีคนรอสมน้ำหน้า

หลังจากระงับการเรียนระดับมัธยมปลายไปหลายปี นักเรียนส่วนใหญ่ลืมความรู้ไปเกือบหมดแล้ว การสอบจำลองที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ความกระตือรือร้นของทุกคนลดลง หลังจากสอบเสร็จ พอเห็นสีหน้านักเรียนแต่ละคนแล้ว อาจารย์ก็ได้ให้กำลังใจทุกคนว่า การสอบจำลองมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจระดับความสามารถที่แท้จริงในปัจจุบัน อย่าเพิ่งท้อกัน ส่วนใครที่รู้สึกว่าทำข้อสอบออกมาได้ไม่ดีพอก็พยายามให้มากกว่านี้มีเพียงนักเรียนสิบกว่าคนเท่านั้นที่มีพื้นฐานความรู้แน่น ที่พอจะเก็บอาการไว้ได้ ซิงโจวเองก็เช่นกัน เพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาสะสมความรู้ไว้ได้เท่าไร ข้อสอบข้อไหนที่รู้ก็ทำ ข้อไหนไม่รู้ก็ไม่ทำ ปล่อยว่างไว้อย่างนั้น ข้อที่คลุมเครือไม่มั่นใจก็ไม่กา โดยเฉพาะข้อสอบคณิตศาสตร์ที่มีทั้งสมการและฟังก์ชันเขาเห็นข้อสอบเหล่านั้นเหมือนเห็นตัวอักษรที่เข้าใจยาก เขาคำนวณเก่ง ช่วยหน่วยผลิตคำนวณแรงงานได้ แต่...ไม่ได้หมายความว่าจะทำโจทย์คณิตศาสตร์ระดับมัธยมได้ เขาจึงส่งกระดาษเปล่าวิชาคณิตศาสตร์ เสี่ยวอวี่เห็นอย่างนั้นก็ปวดใจ“ยังมีส่วนให้เลือกตอบนะ คุณเดาสุ่มไปก็ได้”“ไม่รู้ก็ไม่เดา” เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีอะ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 กลับมาเยี่ยมพี่สะใภ้

เสี่ยวอวี่เรียกซิงโจวมาดูทารกแรกเกิด เด็กยังดูเหี่ยวเหมือนลิงอยู่ เธออุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน นุ่มนิ่ม ตัวเล็กน่ารัก ทำให้ใจเธอละลาย เสี่ยวอวี่บอกให้เขาลองอุ้มเจ้าตัวเล็กดู แต่...เขากลับไม่กล้า ถอยหลังไปหนึ่งก้าว เด็กตัวเล็กแค่นี้ เขากลัวว่า แตะแรงไปหน่อยจะทำให้เด็กเจ็บได้เกาเฟินเห็นท่าทีของลูกชายก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “เด็กแรกเกิดก็เหี่ยวย่นแบบนี้แหละ ตอนลูกยังเล็กก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ตอนนี้...ลูกไม่กล้าอุ้ม ในอนาคตเสี่ยวอวี่คลอดลูกให้ ลูกจะทำยังไง ? จะปล่อยให้เสี่ยวอวี่เลี้ยงลูกคนเดียวหรือไง ?”เสี่ยวอวี่ได้ยินแม่สามีพูดอย่างนั้นก็หน้าแดงเขินอาย ลูกอย่างนั้นเหรอ ? ต้องรอให้เขาพร้อมก่อน จินซานยืนอยู่ข้าง ๆ เร่งน้องชายไม่หยุด“อุ้มเถอะ อุ้มแล้วจะเกิดความรู้สึกเอง” เสี่ยวอวี่วางทารกไว้ในอ้อมแขนของเขา เขาถึงกับตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ อุ้มทารกโดยไม่ขยับเป็นอะไรที่อัศจรรย์จริง ๆ เห็นชีวิตเล็กๆ ที่เพิ่งเกิดใหม่ ซิงโจวก็คลี่ยิ้ม พอเสี่ยวอวี่เห็นเขายิ้มก็รีบสะกิดแม่สามีดู“แม่ ~ ดูสิคะ ฝูซิงยิ้มแล้ว”“รอหนูมีลูกเมื่อไหร่ เจ้าเด็กนี่ยิ้มมีความสุขยิ่งกว่านี้อีก” ซิงโจวเข้าใจทุกคำที่แม่พูด เขารี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 ตบหน้าหงาย

แม่ของซิ่วห่าวเดินมาพูดกับหล่อนว่า “ลูกชายสองคนของแกอยู่ที่บ้านนะ รีบกลับไปเถอะ! ถ้าแกไม่กลับ ใครจะทำกับข้าวให้ลูกแกกิน ?”ซิ่วห่าวไม่อยากกลับ โวยวายใหญ่ “แม่ฟังนะ ตอนที่ฉันคลอดลูกชาย ฉันยังไม่ได้รับการดูแลดีอย่างสะใภ้ใหญ่เลย ต้าจู้กับเสี่ยวจู้ก็เป็นหลานของแม่สามีฉันเหมือนกันนะ กินข้าวด้วยกันนิด ๆ หน่อย ๆ จะเป็นอะไรไป ในอนาคต บ้านเย่ก็ต้องพึ่งพาลูกชายฉันเนี่ยแหละ ฉันได้ยินบ้านเหลียวบอกว่าฝูซิงสอบได้ไข่เป็ดด้วยนะแม่ คนโง่แบบนั้น ไม่มีอนาคตหรอก”เสี่ยวจู้ที่กำลังกินข้าวตังที่ยายให้มา ได้ยินแม่บอกว่าอาเล็กโง่ก็รีบเอ่ยแทรก“อาเล็กไม่ใช่คนโง่ฮะแม่ อาเล็กสอบได้ตั้ง 100 คะแนนแน่ะ” แม่ของซิ่วห่าวไม่เชื่อรีบเอ่ยถาม“แกไปได้ยินมาจากไหน ? อาพวกแกกับอาสะใภ้เล็กโกหกหรือเปล่า ? เด็ก ๆ ห้ามโกหกผู้ใหญ่นะ เข้าใจไหม ?”“ไม่ได้โกหกนะฮะ” เสี่ยวจู้ยืนยันเสียงแข็ง“อาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนมาที่บ้านบอกเองเลย ยังบอกอีกว่า ยังไงอาเล็กก็สอบติดมหาวิทยาลัย ให้ที่บ้านสนับสนุนให้อาเล็กเรียนต่อด้วย”เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ? ซิ่วห่าวรู้สึกสับสนวุ่นวายในใจ รีบจูงเสี่ยวจู้วิ่งกลับบ้านเพื่อดูให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55 เปลี่ยนไปมาก

เช้าวันอาทิตย์ เกาเฟินเข้าไปในเรือนกระจกเก็บผักสดมาได้เต็มตะกร้า อาจารย์ใหญ่มาเยี่ยมถึงบ้านทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กินยาบำรุงหัวใจชั้นดี ผักบรรจุเต็มกระสอบผ้าใบใหญ่ เกาเฟินบอกให้เสี่ยวอวี่แบ่งผักครึ่งหนึ่งไปฝากอาจารย์ใหญ่ด้วย จากนั้น...ก็ได้กำชับอีกว่า“อาทิตย์หน้าไม่ต้องกลับมานะ แม่จะให้พี่ชายเอาผักกับข้าวไปให้เอง หนูกับฝูซิงอยู่ที่อำเภอตั้งใจเรียนเตรียมสอบให้ดีล่ะ”เสี่ยวอวี่ตอบตกลง พอมาถึงที่ตัวอำเภอ เธอก็ได้นำผักตะกร้าใหญ่ไปให้หลันฮวา หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของการทบทวนบทเรียนอย่างเคร่งเครียด...สัปดาห์ที่สอง จินซานก็ได้นำผักกับข้าวมาให้น้องชาย พอถึงสัปดาห์ที่สาม ซิ่วห่าวก็กระวนกระวายจนทนไม่ไหวหันมาพูดกับสามีว่า“อาทิตย์ที่แล้วพี่ใหญ่ไปส่งผักกับข้าวให้ฝูซิงแล้ว อาทิตย์นี้คุณต้องไปนะ”“แม่บอกให้พี่ใหญ่ไปไม่ใช่เหรอ?” ซิ่วห่าวทนไม่ไหวตวาดลั่น“อย่าโง่สิ ถ้าเกิดฝูซิงสอบติดมหาวิทยาลัย เขาจะกลายเป็นคนเมืองแล้วนะ ถ้าไม่รีบสร้างความสัมพันธ์ตอนนี้ คุณจะปล่อยให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ของคุณฉกเอาความดีความชอบนี้คนเดียวหรือไง?” อินซานพยายามระงับอารมณ์โกรธ“พี่น้องสามคนผมแต่เดิมก็ปรองดองกันดี!!
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 56 ชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ

หยวนจงต้องการไปที่บ้านของซิงโจวเพื่อสัมภาษณ์เป็นพิเศษ เพราะใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้ช่างเหมือนใครบางคนเหลือเกิน หม่านฝูตอบตกลงและบอกว่าจะร่วมเดินทางไปด้วย“ฝูซิงเป็นแค่ชื่อเรียกทั่วไป หากมีการลงข่าว พวกคุณต้องใช้ชื่อจริงของเขา”“ชื่อจริงของเขาคืออะไรครับ ?”“เย่หุยโจว ตอนผมได้ยินชื่อนี้ครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่าเป็นชื่อที่ผู้มีการศึกษาเป็นคนตั้งให้”หยวนจงครุ่นคิดในใจว่า ซิงโจวจะใช่ลูกชายของ ‘เย่หวงจิ่ง’ หรือเปล่านะ ? หน้าตาเหมือนกันมาก ถ้าไม่ใช่พ่อลูกกันก็ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เขาจะต้องไปที่บ้านของซิงโจวเพื่อดูให้เห็นกับตาให้ได้ โดยอาศัยการสัมภาษณ์เป็นข้ออ้างในการสืบหาข้อมูล……….เสี่ยวอวี่จัดเก็บผ้าห่ม ที่นอน และหนังสือเรียนใส่กระเป๋า แล้วบอกกับซิงโจวว่า“ฝูซิง ก่อนจะกลับไปที่หมู่บ้าน เราแวะไปซ่อมหลังคาบ้านให้อาจารย์ใหญ่ก่อนนะ”“ได้”ซิงโจวนำเครื่องมือไปด้วย หลังจากซ่อมหลังคาเสร็จ หลันฮวาก็ได้นำเนื้อเค็มประมาณ 2 จินออกมาให้ บอกให้เสี่ยวอวี่นำกลับไปกินที่บ้าน เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เสี่ยวอวีก็เอาผักสดมาให้ไม่น้อย ซึ่งผักสดเหล่านี้หายากมากในช่วงฤดูหนาว และตอนนั้นเอง หม่านฝูก็กลับมาพอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 57 จับหัวขโมย

จากนั้น…จู่จือก็ได้ตรวจดูแผลให้ฟู่กุ้ย ก็เห็นว่าบาดเจ็บค่อนข้างหนัก บ้านจ้าวเลยแอบใช้รถลากพาฟู่กุ้ยไปโรงพยาบาลในอำเภอเพื่อทำแผลเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นซิงโจวแล้ว ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน เกาเฟินกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัว โจ๊กผักใบเขียวที่ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำมันหมูเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ เมนูนี้เสี่ยวอวี่เป็นคนสอนตนทำ ปกติ…ตนไม่กินดีขนาดนี้หรอก ส่วนใหญ่จะเอาโจ๊กไปผสมกับมันเทศพอลูกชายกับลูกสะใภ้กลับมา ตนก็อยากให้ลูกทั้งสองได้กินอาหารดี ๆ เพราะการอ่านหนังสือต้องใช้พลังงานเยอะ พอเห็นเสี่ยวอวี่เดินมา เกาเฟินก็รีบเรียกให้เธอมาที่สวนหลังบ้าน“ฝูซิงแบกหินขึ้นเขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลย แม่บอกแล้วว่าอย่าแบกอีก เจ้าเด็กนั่นก็ไม่ยอมฟัง วันนี้…จะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ หนูรีบไปบอกฝูซิงกลับเข้าบ้านได้แล้ว”เสี่ยวอวี่รีบวิ่งไปที่ลานหลังบ้าน เธอก็เห็นซิงโจวหาบหินไว้มาสร้างกำแพงกว่า 10 หาบ พอดีกับที่เขากำลังหาบกลับมาอีกหาบหนึ่ง“ฝูซิง พักก่อน รีบไปล้างมือกินข้าวเช้าได้แล้ว พักผ่อนเอาแรงก่อนค่อยกลับมาทำต่อนะ” เกาเฟินได้ยินอย่างนั้นถึงกับงง“อวี่เอ๋อร์ แม่บอกให้ไปห้าม ไม่ได้บอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 58 มาสืบถึงที่

ตอนที่นักข่าวหานมาถึง เรื่องวุ่น ๆ หน้าบ้านก็จบลงไปนานแล้ว นักข่าวหานอายุ 40 กว่าปี เป็นคนในเมือง ไม่ได้ทำงานไร่งานนาจึงดูอ่อนกว่าชาวนาในวัยเดียวกันหลายปี เขามีบุคลิกของผู้มีการศึกษา คำพูดและท่าทางดูสุขุม เป็นมิตร เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากญาติมาเยี่ยม ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยด้วยในลานบ้านเต็มไปด้วยเพื่อนบ้านที่มารวมตัวกันดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น นักข่าวหานถามเกี่ยวกับชีวิตความเป็นมาของซิงโจวเป็นหลัก เกาเฟินเล่าว่า ซิงโจวฉลาดมาตั้งแต่เด็ก พออายุ 10 กว่าก็เริ่มช่วยหน่วยผลิตคำนวณคะแนนแรงงานแล้ว นักข่าวหานถามต่อว่าทำไมถึงไม่ได้เรียนต่อพอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เกาเฟินก็รู้สึกปวดใจ ก่อนจะบอกกับนักข่าวว่า ซิงโจวมีนิสัยแปลก ๆ ไม่เหมือนคนอื่น ไม่ชอบพูด ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่คุยกับคนแปลกหน้า ไปโรงเรียนจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแกเสมอ ชาวนาอย่างพวกเขาเรียนไปก็เท่านั้น พอลูกชายโตหน่อยก็ต้องช่วยครอบครัวหาคะแนนแรงงาน เลี้ยงดูทุกคนในบ้าน ผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้เอ่ยเสริมว่า“พ่อแท้ ๆ ของฝูซิงออกจากบ้านไปในฤดูหนาวปี 1956 แล้วก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย ตอนนั้น…คนในหมู่บ้านก็ส่งคนไปตามหาแล้ว แต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 59 เรื่องราวของพ่อ

เช้ามืดของอีกวัน หยวนจงก็มาถึงสถานีในเมือง ทันทีที่ลงจากรถไฟเขาก็ตรงกลับบ้านเลย ไม่ได้แวะไปที่สำนักพิมพ์ ภรรยาของเขาคือศาสตราจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ปีนี้มีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้โรงเรียนต้องดำเนินการรับสมัครนักศึกษา จึงยุ่งมากเป็นพิเศษ หยวนจงเห็นภรรยากำลังจะออกไปที่มหาวิทยาลัยก็รีบเดินมา“รอก่อน อย่าเพิ่งไป ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” ‘ฉินซู่ เหวิน’ วางเสื้อโค้ทสักหลาดในมือลงแล้วเอ่ยถาม“มีเรื่องอะไรเหรอ ? ทำไมได้รีบร้อนอย่างนี้ ? ต้องคุยตอนนี้เหรอ ? รอตอนเย็นกลับมาคุยไม่ได้หรือไง ?” หยวนจงเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าวางกระเป๋าลง“ผมเจอภรรยากับลูกชายของหวงจิ่งแล้ว” ซู่เหวินได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไป หวงใจพลันเต้นแรงรัวเร็วแทบหลุดออกมาจากอกหวงจิ่งคือลูกชายของพี่สาวของหยวนจง ซึ่งอายุห่างจากเขาถึง 28 ปี แม่สามีคลอดลูกคนที่สองตอนอายุ 48 ปี หยวนจงเติบโตมาโดยมีพี่สาวเป็นคนเลี้ยงดู เขาอายุมากกว่าลูกชายของพี่สาวเพียงหนึ่งปีเท่านั้น เขาโตมาพร้อมกับหวงจิ่ง ถ้าจะให้พูด เขาก็คือน้าแท้ ๆ ของหวงจิ่งหวงจิ่งเป็นคนที่เรียนเก่งมาก เคยไปเรียนต่างประเทศก่อนจะปลดปล่อยประเทศ หลังจาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 60 แพ้ภัยตัวเอง

เขาบอกว่าจะกลับมาภายในหนึ่งเดือน จะช้าหรือเร็วยังไงก็จะกลับมาหาตน เกาเฟินพยายามลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ในใจคิดมาโดยตลอด ถิงเซิงคงจำเรื่องราวเก่า ๆ ได้แล้วจึงไม่อยากกลับมาที่นี่อีก แต่…ตนก็ยังรออย่างมีหวัง เพราะถิงเซิงเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตนก็ยังหวังว่าเขาจะยังมีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก่อนถึงวันตรุษจีนซิงโจวก็สร้างกำแพงหินล้อมรอบบ้านเสร็จ ลูกชายสุดที่รักของหงฉาก็ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่บ้าน การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร แต่…เงินในบ้านก็หมดเกลี้ยง เพื่อระดมเงินผ่าตัดให้ฟู่กุ้ย ลูกสาวของหงฉาก็ได้แอบเอาเงินเก็บในบ้านไปหมดบรรดาแม่สามีของลูกสาวนั้นไม่พอใจ บอกว่าเป็นเพราะฟู่กุ้ยทำให้พวกเขาไม่กล้าออกไปสู้หน้าใคร ทางบ้านของภรรยาลูกชายเองก็ไม่ช่วยเหลืออะไร ไม่ช่วยเลยสักหยวน ทางบ้านสามีของลูกสาวเองก็ไม่ช่วย บ้านสามีของลูกสาวทั้งสามคนนัดรวมตัวกันไปโวยวายที่บ้านของหงฉาทางบ้านสามีของลูกสาวบอกว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ มีเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนแบบนี้ก็ให้รับลูกสาวกลับไปเสีย พวกเขาเลี้ยงดูลูกสะใภ้บ้านเหลียวไม่ไหวแล้ว หลังจากนั้น พอกลับถึงบ้าน พวกเขาก็ยึดอำนาจการจัดการทางการเงิน
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status