ไท่จื่อเสด็จกลับมาที่ตงกงด้วยรถม้า พร้อมกับกงจู่โดยที่ไม่ตรัสสิ่งใดตั้งแต่เสด็จกลับจากวัง ไท่จื่อเสด็จลงมาก่อน หรูอวี้ประคองกงจู่เสด็จลงมาจากรถม้า นางกำนัลหลิวหลานและเหล่าข้าหลวงยี่สิบกว่าคนที่รอต้อนรับทุกคน ทุกคนต่างมองกงจู่ที่ประทับยืนเคียงข้างไท่จื่อ แต่ทว่าไท่จื่อกลับไม่ตรัสสิ่งใด เสด็จเข้ามาในห้องโถง กงจู่เสด็จมาประทับนั่งด้านข้างพระองค์“หลิวหลานข้าจะให้เจ้ารับใช้อู่หยางหลิน นางจะเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟย ส่วนหรูอวี้เรียนรู้งานจากหลิวหลานด้วย” ไท่จื่อตรัสเช่นนี้“เพคะ” หลินหลานทูลบอกไท่จื่อ และทอดพระเนตรมองกงจู่และหรูอวี้ด้วยรอยยิ้ม กงจู่แย้มพระสรวลให้นางเช่นกัน“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ไท่จื่อตรัสเช่นนี้ เหล่าข้าหลวงถวายบังคมและก้าวเดินออกไปทันใดนั้นในห้องโถงแห่งนี้กลับเงียบสนิทอีกครั้ง นอกจากเสียงของลมหายใจของคนในห้องโถงเท่านั้นที่ดังออกมา ไท่จื่อลูบพระพักตร์ อีกทั้งสีพระพักตร์เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด“ไท่จื่อ” กงจู่ตรัสแผ่วเบา และวางพระหัตถ์ลงบนพระเพลาข้างหนึ่ง (พระเพลา แปลว่า ขา)“หลินเอ๋อร์ ข้าไม่น่าพาเจ้าเข้าท้องพระโรงไปด้วยเลย” ไท่จื่อตรัสด้วยพระสุรเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยควา
Mehr lesen