ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา의 모든 챕터: 챕터 171 - 챕터 180

248 챕터

นิทานอื้อฉาว4

ซ่งเทียนเหิงเว้นจังหวะพูดเพื่อดูอากัปกิริยาการตอบสนองต่อความลับนี้ของหลิวหมิงหย่วน เห็นดวงตาสีน้ำหมึกมีประกายตื่นตะลึงวาบผ่านเพียงชั่วครู่ก่อนเลือนหายอย่างรวดเร็วก็ให้ประหลาดใจ “ฮูหยินไม่มีอะไรจะถามข้าหรือ” หลิวหมิงหย่วนส่ายหน้า พูดว่า “ตอนนั้นที่ท่านบอกข้าว่าต้องไปเป็นผู้ช่วยอัครเสนาบดีเกา ข้ารู้สึกถึงความไม่ถูกต้องบางอย่างแล้ว กองทัพภายใต้การนำของท่านพ่อ มีหรือจะไร้แม่ทัพมากความสามารถที่สามารถดูแลจัดการเรื่องในกองทัพแทนท่านได้ ถึงอัครเสนาบดีเกาต้องการผู้ช่วย ตำแหน่งนั้นก็คงไม่ตกมาถึงมือท่านซึ่งอยู่อีกค่ายทัพกระมัง ข้อสงสัยนี้ติดอยู่ในใจข้ามาโดยตลอด ที่ข้าไม่ถามท่านเพราะเชื่อมั่นว่าถ้าถึงเวลาท่านจะบอกข้าเอง สุดท้ายท่านก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ยอมบอกความลับสำคัญนี้ต่อข้าจริง ๆ” กลางอกซ่งเทียนเหิงมีสายธารอบอุ่นขนาดใหญ่ไหลริน ส่งผลให้เขาพูดไม่ออกชั่วขณะ ดวงตาลึกล้ำมีความลึกซึ้ง โอบกอดร่างเล็กบนตักอย่างรักใคร่หวงแหน เขาจุมพิตหน้าผากนางซ้ำ ๆ เนิ่นนานถึงค่อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ได้ภรรยาที่เชื่อใจสามีเช่นนี้ช่างเป็นโชคดีของข้า” หลิวหมิงหย่วนกอดตอบ หลับต
더 보기

นิทานอื้อฉาว5

เห็นดวงตากระจ่างใสดุจน้ำพุกลางหุบเขามีความอยากรู้อยากเห็น ซ่งเทียนเหิงจึงพูดต่อ “เขาถูกวางยากำหนัดชนิดรุนแรง ทำให้เสพสมจนสิ้นใจ” “ต่ำช้าไร้ยางอายเกินไปแล้ว เกาหงซวนทำอะไรให้อู๋ซั่วหยางไม่พอใจกันแน่” แววตาซ่งเทียนเหิงลึกล้ำยากหยั่งถึง กล่าวไม่ช้าไม่เร็ว “ตามที่สายรายงาน หลังเกาหงซวนพบภรรยาลับได้พานางไปขอคำอธิบายกับอู๋ซั่วหยาง อู๋ซั่วหยางอธิบายด้วยการฆ่าภรรยาลับผู้นั้นต่อหน้าเกาหงซวน เดิมหากความต้องการของเกาหงซวนหยุดที่ภรรยาลับ อู๋ซั่วหยางอาจทนกล้ำกลืนเพลิงโทสะปล่อยเขาไปสักหน น่าเสียดายเขากลับไปแตะเกล็ดย้อนมังกรเข้า ทำให้ตนเองต้องสิ้นลมในสภาพน่าอับอายเฉกที่เห็น” “เกล็ดย้อนมังกรที่ว่าคืออะไรหรือ” แม้ตื่นตระหนกกับการที่อู๋ซั่วหยางลงมือสังหารภรรยาลับด้วยตนเอง กระนั้นเพียงไม่นานหลิวหมิงหย่วนก็กลับมาสงบ นางเอียงหน้าถามอย่างสงสัย คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่านอกจากอำนาจความยิ่งใหญ่แล้ว อู๋ซั่วหยางยังมีอะไรที่ห้ามแตะต้องอีก “เจ้าอย่างไร” ซ่งเทียนเหิงลูบดวงหน้าภรรยาอย่างหวงแหน “เจ้าคือเกล็ดย้อนมังกรของอู๋ซั่วหยาง เกาหงซวนเรียกร้องให้วันข้างหน้าอู๋ซั่วหยาง
더 보기

ไร้คลื่นลม1

“ซื่อจื่อ” หวังมู่เดินเข้ามายื่นสารลับให้ผู้เป็นนาย จากนั้นถอยไปยืนด้านข้างรออีกฝ่ายอ่านเนื้อหาภายใน “คุณชายเหอว่าอย่างไรบ้างขอรับ” ซ่งเทียนเหิงส่งสารลับกลับให้หวังมู่เอาไปทำลาย “ตรวจสอบแน่ชัดแล้ว กำลังจะเดินทางกลับ” “คราแรกผู้น้อยยังคงเป็นกังวล ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายเหอจะยอมช่วยซื่อจื่อ” “ในเมื่อข้ากล้าวางเดิมพัน เก้าในสิบส่วนย่อมมีความมั่นใจ มีทางออกแล้วไม่เลือก ไยมิใช่คนโง่เขลา” ซ่งเทียนเหิงเงียบไปชั่วครู่ ครั้นคิดอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยปาก “จัดคนฝีมือดีไปรับเขาระหว่างทาง ข้าเกรงว่าฝ่ายนั้นจะลงมือกับเขา” หวังมู่กลอกตาครุ่นคิดแล้วว่า “ซื่อจื่อคิดมากเกินไปหรือไม่ เรื่องที่คุณชายเหอไปทำมีเพียงเราสองคนที่รู้” “ต่อให้เป็นคนเก่งกาจเหนือคน หากประมาทศัตรู หนทางแห่งความพ่ายแพ้ก็อยู่ไม่ไกล” ซ่งเทียนเหิงหยิบรายงานทางการทหารบนโต๊ะมาเปิดอ่าน ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหวังมู่ “เป็นผู้น้อยที่ความคิดตื้นเขิน ลืมไปว่าผู้มีอำนาจสูงสุดของฝ่ายนั้นคือชินอ๋อง” ได้ยินหวังมู่เอ่ยถึงอู๋ซั่วหยาง สมาธิในการอ่านรายงานตรงหน้าจึงหยุดลง
더 보기

ไร้คลื่นลม2

หวังมู่เดินอ้อมเก้าอี้มาอยู่ด้านหลังผู้เป็นนาย จากนั้นยกสองมือขึ้นนวดคลึงขมับให้ “ฮูหยินน้อยออกจากบ้านตระกูลเหอมาแล้ว ทว่าไม่ได้ตรงกลับจวน ได้ยินว่าญาติผู้พี่หญิงของฮูหยินน้อยเพิ่งทำเครื่องประดับชุดใหม่ออกมา จึงชวนฮูหยินน้อยไปดู เวลานี้ทั้งสองอยู่ที่ร้านอวี้หวง” “ส่งคนไปบอกความฮูหยินน้อยให้กลับเร็วสักหน่อย บอกว่าแม่สามีอยากกินอาหารฝีมือลูกสะใภ้” มือที่นวดขมับของหวังมู่หยุดชะงัก หลายวันมานี้เขาเห็นผู้เป็นนายขลุกตัวอยู่แต่ในห้องหนังสือ ไม่ได้พบผู้เป็นมารดาแต่อย่างใด ประโยคที่ว่าอยากกินอาหารฝีมือลูกสะใภ้ เห็นทีจะเป็นคำพูดที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อให้ภรรยารีบกลับบ้านเสียมากกว่า ในใจซื่อจื่อคิดอะไรเขาแจ่มแจ้ง ต่อให้รู้ทันเขาก็เลือกที่จะไม่พูดออกมา รับคำสั่งแล้วล่าถอยออกไปเงียบ ๆ เฉียนโจวเมืองแห่งการค้าขายที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของแคว้นอู๋ ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนแม้เป็นเวลากลางคืน โคมแดงส่องสว่างเรียงรายหน้าหอมีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองเฉียนโจว บริเวณทางเข้าหอมีสาวงามมากมายยืนเรียกแขกบุรุษที่สัญจรผ่านไปมา การแต่งกายของพวกนางเรียกได้ว่าประหยัดเนื้อผ้าอย่างยิ่ง ทำให
더 보기

ไร้คลื่นลม3

เหอหงซินไม่แยแสสตรีที่เพิ่งกระฟัดกระเฟียดจากไป ล้วงถุงเงินใบหนึ่งออกมาวางตรงหน้านางคณิกาที่ส่งเสียงหัวเราะเมื่อครู่ “เรื่องที่เกิดขึ้น หวังว่าเจ้าจะปิดปากให้สนิท ถึงข้าจะกลับเมืองหลวง แต่ยังมีคนอยู่ที่เฉียนโจว หากข้ารู้ว่าเจ้าเอาคำพูดของข้าไปแพร่งพรายหรือล้อเลียนแม่นางคนนั้นให้อับอาย ข้าจะทำให้เจ้ามีสภาพไม่ต่างจากนางเช่นกัน ทำอาชีพเดียวกันควรให้เกียรติกัน ไม่ใช่อิจฉาริษยาจ้องทำลาย” นางคณิกาที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวในห้องหยิบถุงเงินขึ้นมา ทันทีที่เปิดถุงออกดู ดวงตาทั้งสองพลันเปล่งประกาย กระวีกระวาดตกปากรับคำ “คุณชายวางใจ ข้ารู้ว่าคุณชายพูดไปเพราะอยากไล่นางไปให้พ้นเท่านั้น ในเมื่อคุณชายอยากร่ำสุราเงียบ ๆ เช่นนั้นข้าไม่รบกวน ขอตัวไปรับแขกท่านอื่นต่อ” เหอหงซินเห็นนางคณิกาผู้นี้ฉลาดรู้ความจึงพยักหน้าอนุญาต เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดประตูห้องของเหอหงซินก็ถูกเปิดออก เขาก้าวออกมาด้วยฝีเท้าซวนเซ สองมือเกาะตามผนังและราวระเบียง ประคองตัวไม่ให้ล้ม กลิ่นสุราคละคลุ้งเหม็นตลบอบอวล เขาปรือตามองทางเดินที่แยกเป็นหลายสายตรงหน้า ทั้งที่ความจริงแล้วมีแค่สายเดียว ฟ้าด
더 보기

ไร้คลื่นลม4

ใบหน้าเฉียวเอ๋อร์ขึ้นสีแดงก่ำ ยกนิ้วชี้หน้าเด็กหนุ่มที่บังอาจต่อปากต่อคำกับตน นางกระทืบเท้าเต้นเร่า ๆ หันไปทางมามา “มามา ตั้งแต่ข้ามาอยู่ที่นี่ก็เรียกแขก เรียกเงินทองให้ท่านมากมาย รวมถึงทำให้หอของท่านมีชื่อเสียงยิ่งกว่าหอคณิกาอื่นในเมืองเฉียนโจว วันนี้เจ้าเด็กชั้นต่ำคนนี้กล้าล่วงเกินข้า ถ้าท่านไม่จัดการ ข้าจะอดข้าวอดน้ำงดรับแขก ดูซิว่านางอัปลักษณ์กับน้องชายจะช่วยให้กิจการของท่านรุ่งเรืองได้หรือไม่” “เครื่องประดับที่หายไปเป็นเงินจำนวนเท่าใด แม่นางเฉียวเอ๋อร์โปรดแจ้งราคามา ข้าจะช่วยชดใช้แทนพวกเขาสองพี่น้องเอง” หลังทนดูคนดีถูกรังแกต่อไปไม่ไหว เหอหงซินจึงออกหน้าช่วยเหลือ ฟังจากที่เด็กรับใช้ผู้เป็นน้องชายพูด การที่พี่สาวของเขาถูกรังแก ต้นเหตุอาจมาจากตนที่ปฏิเสธสตรีที่ชื่อเฉียวเอ๋อร์ไปก่อนหน้านี้ ทำให้นางเอาความคับข้องหมองใจทั้งหมดมาระบายกับคนที่มีฐานะต่ำกว่า เขาสาวเท้ามาหยุดเบื้องหน้ามามากับเฉียวเอ๋อร์ หยิบทองแท่งมูลค่าหลายร้อยตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ “ทั้งหมดนี้คงพอชดใช้ค่าเครื่องประดับที่หายไปกับไถ่ตัวสองพี่น้องให้เป็นอิสระ” มามาเบิกตากว้างจนลูกต
더 보기

ขยันหรือเกียจคร้าน1

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดฮูหยินท่านโหวหลิวโหย่งหลิน หรือก็คือมารดาของหลิวหมิงหย่วน ภายในจวนมีการจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ สำหรับคนในครอบครัว นอกจากญาติพี่น้อง ท่านโหวกับฮูหยินไม่ได้ส่งเทียบเชิญไปให้ผู้ใดเป็นพิเศษ รถม้าจวนซ่งโหวสองคันวิ่งมาหยุดที่หน้าจวนหลิวโหว ซ่งเทียนเหิงลงจากรถม้าเป็นคนแรก ตามด้วยหลิวหมิงหย่วน นางยื่นมือส่งให้สามีซึ่งรอประคองอยู่ด้านล่าง ครั้นเท้าสัมผัสพื้นและยืนได้มั่นคง ทั้งสองก็มองไปยังรถม้าคันหน้า เห็นบุรุษวัยกลางคนยืนรอรับภรรยาที่ด้านล่างไม่ต่างกัน แม้เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ที่ชอบการต่อสู้และใช้กำลัง แต่ต้องยอมรับว่าสองพ่อลูกตระกูลซ่งยามอยู่กับภรรยาอ่อนโยนยิ่งยวด หน้าประตูใหญ่ พ่อบ้านประจำจวนเห็นแขกคนสำคัญมาถึงก็รีบกุลีกุจอเข้าไปต้อนรับ ประสานมือคำนับแต่ละคนอย่างนอบน้อม ยิ้มแย้มกล่าวทักทายก่อนผายมือเชื้อเชิญแขกเข้าไปด้านใน งานเลี้ยงวันนี้จัดขึ้นที่โถงบุปผา ด้านในไม่ได้มีเพียงสองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าบ้าน ยังมีสมาชิกตระกูลเหอเกือบทั้งหมด ยกเว้นเหอหงซินที่ยังไม่กลับจากเฉียนโจว หลิวหมิงหย่วนเห็นผู้เป็นตาก็รีบเข้าไปคารวะพร้อมสวมกอด ออด
더 보기

ขยันหรือเกียจคร้าน2

ต่อให้หลิวหมิงหย่วนพยายามทำตนเองให้เป็นคนหน้าหนาปานใด สุดท้ายก็มิอาจตอบคำถามนี้ของผู้เป็นตาได้ ทันใดนั้นหางตาพลันเหลือบไปเห็นตัวช่วยซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวา นางหันไปย่นจมูกใส่ท่านตาพร้อมพูดว่า “ท่านตาชอบแกล้งหย่วนเอ๋อร์ หย่วนเอ๋อร์ไม่พูดกับท่านตาแล้ว” กล่าวจบหันไปหาผู้เป็นลุง “หย่วนเอ๋อร์พูดกับท่านลุงดีกว่า” สองพ่อลูกตระกูลเหอมองหน้ากัน ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ทำให้ทั้งสองกลายเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนที่อยู่ในวงรับประทานอาหาร “ระยะนี้โรคเก่าของท่านลุงกำเริบบ่อยครั้ง หย่วนเอ๋อร์จึงไปขอยาบรรเทาอาการจากพี่เหวินเสียนมาให้ ท่านลุงดื่มลงไปแล้วเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” หลิวหมิงหย่วนถามพลางยกตะเกียบคีบอาหารให้ท่านลุงเพิ่ม “ใช่แล้วพี่ชาย อาการของท่านเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินว่าท่านหมอให้ท่านพักรักษาตัวอยู่แต่ในห้อง ออกมาเช่นนี้จะไม่มีผลกระทบต่อร่างกายหรือ” เหอลิ่งหย่าวางตะเกียบ มองใบหน้าซีดเซียวของพี่ชายด้วยความห่วงใย เหอหงเชายกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากขณะไอ เอ่ยตอบน้ำเสียงเหนื่อยล้า “วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดเจ้า พี่ชายจะไม่มาร่วมอวยพร
더 보기

ขยันหรือเกียจคร้าน3

ในใจหลิวหมิงหย่วนยามนี้รู้สึกไม่ดีอย่างยิ่ง แต่ยังฝืนยิ้มเพื่อให้ท่านลุงเห็นแล้วมีความสุข นางจำได้ ท่านลุงเคยบอกว่าชอบรอยยิ้มของนาง เวลานางยิ้มอาการป่วยของท่านจะดีขึ้น “ท่านลุง ในเมื่อท่านบอกว่ายาของพี่เหวินเสียนดื่มแล้วดี วันหลังหย่วนเอ๋อร์เชิญพี่เหวินเสียนมาตรวจดูอาการให้ท่านลุงดีหรือไม่ ไม่แน่เขาอาจมีวิธีรักษาท่านลุงให้หายขาด ถ้าท่านลุงหายดี ต่อไปกระทั่งท่านตาก็บังคับให้ท่านลุงอยู่แต่ในห้องไม่ได้แล้ว” เหอหงเชาทอดถอนใจอย่างคนสิ้นหวัง “ความหวังดีของหย่วนเอ๋อร์ลุงรับไว้แล้ว เรื่องหายดีลุงไม่คาดหวัง หย่วนเอ๋อร์อย่าได้ลำบากไปรบกวนเหวินเสียนเพื่อลุงเลย” หลิวหมิงหย่วนทำหน้างอเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นลุง “ไยท่านลุงกล่าวเช่นนี้เจ้าคะ เรื่องเกี่ยวกับท่านลุง หย่วนเอ๋อร์เต็มใจทำและไม่รู้สึกลำบากแม้แต่น้อย” เหอหงเชายกมือตบหลังมือหลานสาวเบา ๆ “หย่วนเอ๋อร์ขุ่นเคืองลุงแล้ว” “หย่วนเอ๋อร์หรือจะกล้า” ปากตอบไปเช่นนั้น แต่น้ำเสียงที่หลิวหมิงหย่วนใช้กลับตรงกันข้าม เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้น เหอหงเชาเกิดอาการมันเขี้ยวหลานสาว จึงยื่นมือไปบีบจมูกเชิ
더 보기

ขยันหรือเกียจคร้าน4

ซ่งเทียนเหิงวางถ้วยชาที่ดื่มจนหมดลง ตามด้วยจานขนม รอกระทั่งอาการสำลักดีขึ้นจึงค่อยเอ่ย “ตายเพราะอาหารฝีมือภรรยา ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องอาย” กล่าวจบไม่ลืมส่งสายตาหวานซึ้งให้ผู้เป็นภรรยา จื่อหรานเห็นว่าไม่ง่ายที่สามีภรรยาจะมีช่วงเวลาได้พักผ่อนร่วมกัน จึงส่งสายตาให้สาวใช้ที่อยู่ในศาลาล่าถอยออกไป รวมถึงตนเองที่ตามพวกนางไปติด ๆ บัดนี้ในศาลาเหลือเพียงซ่งเทียนเหิง หลิวหมิงหย่วน และแมวอ้วนจอมขี้เกียจอย่างเสี่ยวไป๋ “วันก่อนพบพี่อิ้งอี๋ นางบอกว่าพี่หงซินเดินทางใกล้ถึงเมืองหลวงแล้ว จากที่ข้าลองคำนวณระยะทาง คิดว่าไม่น่าเกินห้าวันคงมาถึง ท่านพี่จะไปรับพี่หงซินหรือไม่” หลิวหมิงหย่วนหยิบยกเรื่องญาติผู้พี่ชายขึ้นมาสนทนา นางไม่ได้พบญาติผู้พี่ชายหลายเดือนแล้ว แน่นอนว่าถ้าซ่งเทียนเหิงไปรับ นางจะขอตามไปด้วย “ถ้าข้าไป ฮูหยินจะตามไปด้วยกระมัง” ซ่งเทียนเหิงตอบอย่างรู้ทัน “ปกติพี่หงซินจะอยู่ดูแลกิจการของตระกูลที่เมืองหลวงเสียส่วนใหญ่ ครั้งนี้ต้องไปดูแลสาขารองที่เฉียนโจว ไม่รู้ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่” ซ่งเทียนเหิงเห็นความกังวลในดวงตาและน้ำเสียงของ
더 보기
이전
1
...
1617181920
...
25
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status