Alle Kapitel von บ่วงรักในเงาอาชญา: Kapitel 81 – Kapitel 90

166 Kapitel

บทที่ 57 แขกไม่ได้รับเชิญ 2

คนพี่เอ่ยถามเสียงเรียบ พลางเอียงคอมองคนน้อง ที่เอาแต่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง กายสูงค่อย ๆ ก้าวเดินไปหยุดอยู่ตรงข้างเตียง ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปหาคนตัวเล็ก ใบหน้าทั้งสองห่างกันเพียงคืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะรินรดกันและกันสายตาคมจ้องมองคนนัยน์ตาสีเทา ราวกับว่าอยากจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ก็เลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ “ไม่...เป็นแบบนี้ดีแล้ว” โทเบียสเอ่ยกับตัวเองในใจ แต่สายตาของอีกฝ่ายทำให้ฟินลีย์หน้าร้อนผ่าวความร้อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้ามน เมื่อโดนลมหายใจอุ่น ๆ ของโทเบียสและสายตาที่จ้องมองมา เขาแพ้สายตาคู่นี้จริง ๆ ถึงแม้มันจะนิ่งเรียบเย็นชา แต่สายตาคู่นี้กลับทำให้ฟินลีย์รู้สึกหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้สบตา“ผม...ผมไม่หิวครับ”“ตั้งแต่เมื่อคืนนายยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ นอกจาก...ฉัน”คนพี่เอ่ยออกมาหน้าตาเฉย จนคนน้องถึงกับหน้าแดงซ่านราวกับมะเขือเทศ มือเรียวตีเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของโทเบียสอย่างแรงนับครั้งไม่ถ้วน จนโทเบียสต้องรีบรวบมือของฟินลีย์เอาไว้ ไม่ให้ทำร้ายร่างกายเขาร่างกำยำยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม เหมือนกับจะแกล้งฟินลีย์เล่นอย่างนั้นแหละ “นายไม่ได้คิดอะไรจริงเหรอ...ฉันไม่เชื่อห
Mehr lesen

บทที่ 58 ความจริงที่ไม่อยากเปิดเผย

ปัง!! ปัง!! ปัง!! เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันสามนัด เมื่อโทเบียสเหนี่ยวไกออกไป เขายกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เมื่อเห็นคนผิวสีผมหยิกขอดถึงกับยืนนิ่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เซบาสเตียนยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นที่ไม่สามารถขยับได้ เขาตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น คิดไม่ถึงว่าโทเบียสจะเล่นพิเรนทร์แบบนี้ “ไอ้เพื่อนเวร!!...นี่แกจะฆ่าฉันหรือไงวะไอ้โทเบียส!!” เสียงเอ็ดดังขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เซบาสเตียนหน้ายู่คิ้วผูกโบ ที่ยังเห็นโทเบียสยืนขำเขาอยู่ ราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่ได้สำคัญอะไร “ถ้าพลาดขึ้นมากูตายเลยนะ...ไอ้เพื่อนเวร” เซบาสเตียนคิดในใจ แต่ก็โล่งใจไม่น้อยที่เขาได้เจอโทเบียส “ก็แกทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ฉันก็คิดว่าเป็นโจรน่ะสิ” โทเบียสเอ่ยเสียงราบเรียบ แววตานิ่งเฉยในแบบฉบับเขา แต่กลับนึกขำเพื่อนรัก ที่ทำท่าทางแบบนั้น “ถ้าฉันไม่แอบทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ฉันจะได้ยินเสียงแกหัวเราะคิกคักกับฟินลีย์สองต่อสองไหมล่ะ หึ หึ หึ” คำพูดเย้าแหย่ของเซบาสเตียน ทำเอาโทเบียสหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขาแสร้งทำหน้าดุ ถลึงตาใส่คู่หูคนสนิท ที่บังอาจมาแอบดูพวกเขาสองคน “แกไม่ได้เห็นฉันกับฟินลีย์จูบใช่ไหม...หรือแกเห็น?” คำถามนี่ผุดขึ้นมาในหั
Mehr lesen

บทที่ 58 ความจริงที่ไม่อยากเปิดเผย 2

คนผิวสีก้มลงไปมองมันใกล้ ๆ พินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง “อย่าบอกนะ...อาจจะไม่ใช่ แต่กูว่ามันใช่ว่ะ” เสียงของเซบาสเตียนตบตีกันในหัว เมื่อสิ่งที่เขาเห็นมันคุ้นเคยเป็นอย่างดีโทเบียสรีบหันขวับไปมองตามเสียงของเซบาสเตียนทันที แล้วปรายตามองฟินลีย์ ที่ตอนนี้หน้าซีดขาวราวกับผี ทำหน้าเจื่อน ๆ คนตัวสูงถึงกับยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเอง แต่ก็พยายามเก็บอาการไว้ ไม่ให้เพื่อนสงสัย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ยังไงเซบาสเตียนก็ต้องรู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร“ได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง”โทเบียสเบี่ยงเบนประเด็น ชวนเซบาสเตียนคุยเรื่องอื่น ก่อนที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นถกเถียงกัน และคนที่อายหรือรู้สึกแย่ที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นฟินลีย์ เขาไม่อยากให้ฟินลีย์รู้สึกแบบนั้น เพราะโทเบียสรู้นิสัยเพื่อนตัวเองดี ว่าชอบยียวนกวนประสาทแค่ไหน“แก่เปลี่ยนเรื่อง?”“เซบาสเตียน...”โทเบียสเอ่ยเน้นย้ำเรียกชื่อคู่หูตัวเอง น้ำเสียงนี้ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ต่อ เซบาสเตียนไหวไหล่และเบ้ปากกลอกตามองบน ทำท่าทางยียวนกวนประสาทใส่โทเบียส ก่อนที่จะตอบคำถามเพื่อนรัก“เยอะเลย...องค์กรใต้ดินที่ใหญ่ที่สุด และทำเรื่องบ้า ๆ ไม่สนผิดชอบชั่วดี
Mehr lesen

บทที่ 59 Revenant Protocol

ใต้พื้นโลกอันเงียบงัน ลึกลงไปเกินกว่าที่สัญญาณใดจะเข้าถึงได้ มีประตูโลหะบานใหญ่ที่ไร้ชื่อ ไร้เลข และไร้ตัวตนปรากฏอยู่ในเงามืดของอุโมงค์ร้าง เมื่อมันเปิดออกก็เผยให้เห็นห้องทดลองใต้ดินขนาดมหึมา เป็นเหมือนดั่งห้องลับของโลกที่ไม่ควรถูกค้นพบ แสงนีออนสีขาวอมฟ้าส่องสว่างลอดผ่านแผงกระจกใสหนา ผสมผสานกับเงาของเครื่องจักรกลซึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ราวกับมันสามารถหายใจเองได้ ผนังทุกด้านสะท้อนภาพมัวของโต๊ะเหล็ก ที่เต็มไปด้วยขวดแก้ว ปลอกฉีดยา และจอภาพชีพจรชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้ กลิ่นสารเคมีผสมกลิ่นสนิมลอยตลบอยู่ในอากาศ ขณะที่เสียงสัญญาณดัง “ติ๊ก...ติ๊ก...” ของเครื่องบันทึกชีพยังคงเดินอยู่ ราวกับย้ำเตือนว่า แม้ร่างนี้จะไร้จิตวิญญาณ แต่สิ่งที่อยู่ในหลอดทดลองเหล่านี้ สามารถทำให้พวกเขายังไม่ตาย นี่คือสถานที่ที่ลูเซียนเรียกว่า “จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่” แต่สำหรับใครบางคน มันอาจเป็น “จุดจบ” ของมนุษยธรรมก็เป็นได้ โครงการวิจัยที่ชื่อว่า “Revenant Protocol” คือชีวิตหลังความตาย ที่ลูเซียนจะปลุกชีพศพให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เด็กชายวัย 12 ขวบ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเหล็กสำหรับรอกา
Mehr lesen

บทที่ 59 Revenant Protocol 2

เขาเอ่ยเพียงสั้น ๆ สองสามีภรรยาถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นร่างของชายคนนั้น “นี่มันตัวอะไรกันวะเนี่ย?” ความหวาดหวั่นกัดกินใจของเจสันและเอริน่า เมื่อได้เห็นคนที่เพิ่งเข้ามาเนื้อตัวซีดขาวราวกับผี ดวงตาแดงก่ำประหนึ่งซากศพที่หลุดออกมาจากขุมนรก รอยแผลเหวอะหวะเต็มไปหมด เหมือนซอมบี้ที่อยู่ในภาพยนตร์ไม่มีผิด“เอ่อ...ปะ...ปะ...เป็นแบบนี้ ก็ไม่เป็นไรครับผมรับได้ผมยอมครับ แต่เขาจะยังจำพวกเราได้อยู่ใช่ไหมครับ”คนเป็นพ่อเอ่ยไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เขารู้สึกกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของลูเซียนดังขึ้น มันช่างน่าขนลุกเหลือเกิน ลูเซียนหันไปปรายตามองชายข้างกายเล็กน้อย“เอลเลียต...แกช่วยบอกพวกมันสิ ว่าแกจำเรื่องราวก่อนตายได้ไหม?”ลูเซียนเอ่ยพูดอย่างรำคาญ เขาขี้เกียจที่จะตอบคำถามของเจสัน คนนัยน์ตาสีเหลืองอำพันก้าวขามาหยุดอยู่ตรงหน้าของเอลเลียต ก่อนที่จะมองหน้าผู้ชายที่เขาเป็นคนปลุกชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง“จำได้ทุกอย่างไม่มีวันลืม”น้ำเสียงเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาไม่เคยลืมว่าก่อนตายเขาเจออะไรมาบ้าง คนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพนี้คือใคร “ฉันจะเอาคืนให้สาสม!!” ในหัว
Mehr lesen

บทที่ 60 สองจิตสองใจ

บ้านไม้หลังเล็กกลางป่าแอดิรอนแด็ก พื้นที่โดยรอบโอบล้อมด้วยธรรมชาติแสนเงียบสงบ และน่าอยู่ มีเสียงนกร้องแว่วเบา ๆ ให้ฟัง เสียงลมที่พัดโชยให้กิ่งไม้ที่สูงชะลูดเสียดสีกันดัง ราวกับเสียงเพลงบรรเลงในพงไพร แสงแดดยามสายยังคงอบอุ่น “เก็บของเถอะครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณออกไปจากที่นี่” โดมินิคเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พลางหันหน้าไปสบตามองฟินลีย์ ที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะไม้โอ๊คตัวยาวหน้าระเบียงบ้าน คนตัวเล็กหันไปสบตาโดมินิคทันที “อะไรนะ...เก็บของอีกแล้วเหรอ มีอะไรให้เก็บล่ะ ผมไม่มีอะไรติดตัวมาสักชิ้น” ฟินลีย์คิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาไม่มีอะไรต้องเก็บ เพราะตอนมาที่นี่แม้แต่กระเป๋าเสื้อผ้ายังลืมหยิบมาเลย “ไปไหนครับ?” ฟินลีย์เอ่ยถามด้วยความสงสัย แววตาใสซื่อจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นรอคำตอบ โดมินิคยิ้มให้ฟินลีย์เล็กน้อย “ไปที่ที่ปลอดภัยกว่าที่นี่” “แล้วที่นี่ไม่ปลอดภัยตรงไหนครับ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบเหยียบเย็นของโทเบียสเอ่ยแทรกขึ้นกลางวงสนทนา เมื่อเขาเข้ามาได้ยินพอดิบพอดี ว่าโดมินิคกำลังจะพาฟินลีย์ออกไปจากที่นี่ “ไม่ปลอดภัย เพราะมันไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรเลย” คนเป็นนายเอ่ยน้ำเสียงนิ่งเย็
Mehr lesen

บทที่ 60 สองจิตสองใจ 2

น้ำเสียงและท่วงท่าที่ดูนิ่งขรึม สุขุมของโทเบียส ทำเหมือนว่าสิ่งที่ฟินลีย์พูดคือเรื่องจริง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนน้องโกหกคำโตออกมา “เมื่อคืนนายยังไม่มีเสื้อผ้าจะใส่เลย วันนี้เสื้อผ้าอยู่ในรถฉันตั้งแต่เมื่อไร...ฟินลีย์ หึ ไอ้ตัวแสบ” คนตัวสูงยิ้มกรุ้มกริ่มเดินนำหน้าฟินลีย์ไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าไปเก็บของด้านใน โทเบียสก็ต้องหยุดชะงักทันที“กระเป๋าเสื้อผ้าคุณอยู่ที่รถผมแล้วครับ...ฟินลีย์”น้ำเสียงนุ่มหูเอ่ยขึ้น ใบหน้าย้อนแสงเห็นเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยน ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของโดมินิค คำพูดของโดมินิคทำให้ฟินลีย์ถึงกับนิ่งอึ้ง “ให้ตายสิ...โดมินิคจะจับได้ไหมว่าเราโกหก ต้องจับได้แน่เลย” คนตัวเล็กทำหน้าเจื่อน มือเรียวกำชายเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของโทเบียส ที่ถูกสวมใส่อยู่บนกายเขาเอาไว้แน่น“เหรอครับ...คุณโดมินิคไปเอามาจากไหนครับ ผมคิดว่าผมเก็บมาหมดแล้วเสียอีก”“ผมเอามาจากห้องนอนคุณครับ คุณลืมไว้บนเตียงครับ”“เอ่อ...เอ่อ...เหรอครับ สงสัยสมองผมคงจะเบลอ ๆ จริงสิ ผมลืมไว้จริง ๆ ด้วย”“อาจจะใช่ครับ แล้วเสื้อตัวนี่ก็ไม่น่าจะใช่ของคุณนะ หรือว่า...”โดมินิคเอ่ยพลางไล่สายตามองคนตัวเล็ก ที
Mehr lesen

บทที่ 61 จุดพักที่ไม่นิ่ง

ภายในรถเงียบจนน่าอึดอัด ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย สายตาของโทเบียสจ้องมองท้องถนน มันนิ่งจนคนที่นั่งข้าง ๆ รู้สึกแย่ไม่น้อยความเงียบเข้ามาปกคลุมภายในห้องโดยสาร มันเหมือนกำแพงสูงที่ถูกก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งนอนกอดก่ายกันไม่นาน“นี่คุณโกรธผมเรื่องอะไรเนี่ยโทเบียส”ฟินลีย์เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบก่อน พลางหันหน้าออกไปมองนอกกระจก ดวงตากลมร้อนผ่าวและแดงก่ำ แต่เขาพยายามทำเป็นไม่สนใจไยดี คนที่ทำหน้าที่ขับรถให้เขานั่ง แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมต้องบึ้งตึงใส่กันขนาดนี้แทนที่จะได้รับคำตอบ แต่ฟินลีย์กลับได้รับเพียงความเงียบงัน ในเมื่อเขาพยายามยิ้มให้แล้ว พยายามคุยก่อนแล้ว แต่โทเบียสกลับทำหน้านิ่งใส่ ฟินลีย์ก็ไม่จำเป็นที่จะง้อขอให้โทเบียสพูดกับเขา ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องร้องขอความเห็นใจจากอีกฝ่าย“ฉันก็แค่คนอื่น นายจะสนใจทำไม?”เกือบห้านาทีเห็นจะได้ โทเบียสถึงจะเอ่ยปากพูดออกมา “นี่คุณงอนผมเรื่องนี้เหรอเนี่ย...ให้ตายสิ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณเหมือนเด็กน้อยขนาดน
Mehr lesen

บทที่ 62 จุดพักที่ไม่นิ่ง 2

ฟินลีย์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโดมินิค เขายืนรอฟินลีย์อยู่หน้าประตูทางเข้านานแล้ว ที่นี่มีระบบป้องกันภัยแน่นหนา ตอนนี้ที่ที่ฟินลีย์ยืนอยู่เป็นเหมือนชั้นใต้ดิน โครงสร้างหลักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดพิเศษหนาเกือบหนึ่งเมตร ฟินลีย์เงยหน้าขึ้นไปมองบนเพดาน มันมีลางไฟเอลอีดีให้แสงสีขาวส่องสว่างไปทั่วบริเวณ“เป็นอะไรครับ...ทำไมหน้าแดงแบบนั้นครับฟินลีย์?”โดมินิคยิงคำถามจี้ใจดำฟินลีย์ ยิ่งทำให้เขารู้สึกอายเข้าไปใหญ่ เพราะตอนนี้โทเบียสเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเขาแล้ว คนตัวสูงเหลือบตามองมาทางฟินลีย์และโดมินิคเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินผ่านทั้งคู่ไป โดยไม่เอ่ยทักเจ้านายตัวเองแม้แต่คำเดียวโทเบียสยืนสแกนลายนิ้วมืออยู่หน้าประตู ไม่นานประตูเหล็กที่แน่นหนา ที่เปิดด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ก็ค่อย ๆ เปิดออก กายสูงรีบเดินเข้าไปด้านใน ไม่สนใจคนที่อยู่ด้านนอกเลยสักนิด ร่างกำยำย่างกว้างอย่างหนักแน่นในทุกท่วงท่า ฟินลีย์หันไปมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ หายลับเข้าไปด้านในที่นี่มีเพียงโทเบียส โดมินิค และเซบาสเตียนเท่านั้นที่รู้ ตอนแรกที่โทเบียสไม่พาฟินลีย์มาที่นี่ เพราะเขายังไม่เชื่อใจใ
Mehr lesen

บทที่ 63 รับความจริงไหวเหรอ

“แกเป็นอะไรของแกโทเบียส...ทำหน้าเหมือนโมโหใครมาสิบชาติเลย”เซบาสเตียนที่ยืนอยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของโทเบียส มันบอกบุญไม่รับตั้งแต่เขาเดินเข้ามาด้านในแล้ว มือหนาที่ถือแก้วกาแฟอยู่ค่อย ๆ วางมันลงบนโต๊ะ เซบาสเตียนเอียงคอมองคู่หูตัวเอง พลางยกคิ้วสองข้างขึ้นสูงอย่างกวน ๆ รอฟังคำตอบจากปากของโทเบียสคนตัวสูงเหลือบหางตาไปมองเซบาสเตียน สายตานิ่งเฉยเย็นชา ทำให้เซบาสเตียนรับรู้ได้ทันทีว่า ตอนนี้เขาไม่ควรยุ่งวุ่นวายกับโทเบียส โทเบียสไม่ตอบคำถามคู่หูตัวเอง แต่กลับเลือกที่จะสืบเท้าก้าวเดินออกไปจากตรงนั้น ไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียวมือข้างขวาดึงประตูห้องแล้วปิดมันลงอย่างแรง ราวกับว่าจะให้มันพังคามือ จนโดมินิคสังเกตได้ว่าโทเบียสต้องไม่พอใจเขากับฟินลีย์แน่ ๆ “สองคนนี้มีอะไรมากกว่าที่ฉันคิดหรือเปล่านะ หรือว่า...” โดมินิคพยายามไม่คิดอะไรมาก เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวฟินลีย์ถ้าโทเบียสและฟินลีย์จะมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันมันก็ไม่ผิด เขาแค่แอบชอบและดูแลอยู่ห่าง ๆ ไ
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
7891011
...
17
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status