บททั้งหมดของ ทะลุมิติมาเป็น..มารดาอันดับหนึ่ง!: บทที่ 1 - บทที่ 10

57

บทนำ: เสียงกังวานแห่งดวงดาว และจุดเริ่มต้นของมารดา

บทนำ: เสียงกังวานแห่งดวงดาว และจุดเริ่มต้นของมารดาสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนขับเคลื่อนด้วยความถี่สำหรับ 'เหวินซิงอี้' หญิงสาวในยุคปัจจุบันผู้ใช้ทั้งชีวิตอุทิศให้กับการบำบัดผู้คนด้วยพลังงานบริสุทธิ์และศาสตร์แห่งคลื่นเสียง เธอเชื่อมั่นในสิ่งนี้เสมอ มือของเธอที่เคยส่งผ่านพลังงานอบอุ่นเพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจ เสียงฮัมกังวานในลำคอที่ตรงกับคลื่นความถี่ 528 เฮิรตซ์—คลื่นแห่งปาฏิหาริย์ที่สามารถซ่อมแซมได้แม้กระทั่งดีเอ็นเอที่แตกร้าว ทุกอย่างคือศิลปะแห่งการปรับสมดุลชีวิตทว่า... ในคืนที่ดวงดาวบนท้องฟ้าเกิดการเรียงตัวครั้งใหญ่ ลัคนาแห่งชะตาโคจรทับซ้อนในองศาที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็พรากลมหายใจของเธอไปไม่มีความเจ็บปวด มีเพียงความรู้สึกเบาหวิว จิตวิญญาณของเหวินซิงอี้หลุดลอยออกจากร่าง สัมผัสได้ถึง 'ปราณแห่งจักรวาล' ที่ไหลเวียนอย่างเชี่ยวกราก รอบกายของเธอคือห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยเส้นแสงแห่งดวงดาว เธอได้ยินเสียงกังวานต่ำๆ คล้ายเสียงของซิงกิ้งโบวล์ใบยักษ์ที่ถูกตีขานรับกันเป็นทอดๆ มันคือเสียงของมิติเวลาที่กำลังฉีกขาด... และดึงดูดดวงจิตของเธอให้ดิ่งวูบลงไปติ๋ง...เสียงหยดน้ำเย็นเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 1: ลืมตาตื่นในห้วงเหมันต์ กับความทรงจำสีเลือด

บทที่ 1: ลืมตาตื่นในห้วงเหมันต์ กับความทรงจำสีเลือดก่อนที่สติสัมปชัญญะจะถูกดูดกลืนเข้าสู่วังวนแห่งมิติเวลา ภาพสุดท้ายในความทรงจำของเหวินซิงอี้ยังคงแจ่มชัด สองมือของเธอทาบอยู่เหนือร่างของวิหคตัวน้อยที่ปีกหักและกำลังจะสิ้นใจบนโต๊ะไม้ในห้องบำบัดเธอหลับตาลง กำหนดจิตรวมศูนย์กลางพลังงานชีวิต หรือที่ศาสตร์โบราณเรียกว่า ‘เรกิ’ ให้ไหลเวียนจากจักรวาล ผ่านกระหม่อม ทะลุลงสู่ฝ่ามือทั้งสองข้าง แสงสีทองสว่างวาบในห้วงคำนึง พร้อมกับเสียงฮัมในลำคอที่กังวานในคลื่นความถี่ 528 เฮิรตซ์... คลื่นเสียงศักดิ์สิทธิ์แห่งการเยียวยาและซ่อมแซมบาดแผลลึกถึงระดับดีเอ็นเอเพียงไม่กี่อึดใจ ปีกที่บิดเบี้ยวของวิหคตัวนั้นก็ค่อยๆ ขยับ เปลือกตาที่ปิดสนิทปรือขึ้นพร้อมเสียงร้องเพลงที่สดใส ทว่าในวินาทีที่ปาฏิหาริย์ก่อเกิด ท้องฟ้าด้านนอกกลับแปรปรวน ดวงดาวนับพันร่วงหล่น แรงดึงดูดมหาศาลกระชากดวงจิตของเธอให้หลุดลอยออกจากร่างอย่างไม่อาจขัดขืน...จนกระทั่งความเย็นเยียบแทงทะลุถึงกระดูก ปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาในนรกขุมนี้"โอ๊ย..."เหวินซิงอี้ครางเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดแล่นจากขมับราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง พร้อมกับภาพความทรงจำของ ‘เจ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2: เสียงสะท้อนใต้ผืนหิมะ และเสบียงมื้อแรก

บทที่ 2: เสียงสะท้อนใต้ผืนหิมะ และเสบียงมื้อแรกบานประตูไม้ผุพังถูกแง้มออก เสียงลมเหมันต์ที่พัดกระหน่ำอยู่เบื้องนอกดังราวกับเสียงโหยหวนของภูตผี เหวินซิงอี้กระชับเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นเข้าหากัน แม้มันจะไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นที่บาดลึกถึงกระดูกได้ แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนางหันกลับไปมองก้อนแป้งทั้งสามที่ขดตัวกอดกันอยู่มุมห้องอีกครั้ง แววตาของโยวเทียนซายังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่เชื่อใจ ทว่าความเหนื่อยล้าและความหิวโหยทำให้เด็กชายไม่อาจต้านทานสติที่พร่าเลือนได้นานนัก โยวอี้เฉินหลับตาลงแล้วโดยมีแขนเล็กๆ ของพี่ชายโอบไว้ ส่วนโยวจื่อหลิงนั้นนิ่งสนิท ลมหายใจแผ่วเบาจนน่าใจหาย‘ข้าต้องรีบแล้ว หากปล่อยไว้เช่นนี้ เด็กคนนั้นคงไม่พ้นคืนนี้แน่’หญิงสาวก้าวเท้าเปล่าที่สวมเพียงรองเท้าฟางเก่าๆ ออกสู่ลานหิมะเบื้องหน้ากระท่อม ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับความเย็นจัด ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาตามเส้นประสาท ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมอ่อนแอเกินไป ขาดสารอาหารอย่างหนัก และแทบไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนหยัดต้านลมพายุเหวินซิงอี้หลับตาลง นางรู้ดีว่าหากใช้กำลังกายเพียงอย่างเดียว นางคงล้มตายอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3: คลื่นเสียงชำระล้าง และรุ่งอรุณแห่งความหวัง

บทที่ 3: คลื่นเสียงชำระล้าง และรุ่งอรุณแห่งความหวังพายุหิมะเบื้องนอกยังคงโหมกระหน่ำราวกับสัตว์ร้ายที่เกรี้ยวกราด ทว่าภายในกระท่อมดินซอมซ่อกลับมีความอบอุ่นสายเล็กๆ ก่อตัวขึ้น แสงสีส้มทองจากเตาไฟสาดส่องกระทบใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อยทั้งสามที่บัดนี้คลายความตึงเครียดลงไปมากน้ำแกงมันเทศป่าหยดสุดท้ายถูกโยวอี้เฉินกวาดกลืนลงคออย่างแสนเสียดาย กระเพาะที่เคยบิดเกร็งด้วยความหิวโหยได้รับการเติมเต็ม แม้จะไม่ถึงกับอิ่มหนำ แต่ความอบอุ่นประหลาดที่แผ่ซ่านจากอาหารมื้อนั้นก็ทำให้ร่างกายที่เคยสั่นสะท้านสงบลงได้อย่างน่าประหลาดเหวินซิงอี้จัดการกลืนเศษมันเทศไหม้เกรียมคำสุดท้ายลงคออย่างยากลำบาก รสชาติขมปร่าติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่นางไม่ได้ใส่ใจ ร่างกายนี้ต้องการสารอาหารเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้เร็วที่สุด นางลุกขึ้นช้าๆ รวบรวมชามไม้และหม้อดินเผาไปวางไว้มุมห้อง ก่อนจะใช้หิมะที่เกาะอยู่ตามรอยแตกของกำแพงมาเช็ดทำความสะอาดอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความเงียบงัน เสียงหอบหายใจติดขัดก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ"แฮ่ก... อึก..."โยวจื่อหลิงที่เพิ่งจะเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดของพี่ชายคนรอง จู่ๆ ก็ดิ้นรน ใบหน้าเล็กๆ ที่เพิ่งจะมีสีเลือดฝ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4: รอยเท้ากลางเหมันต์ และปราณพฤกษาใต้หิมะลึก

บทที่ 4: รอยเท้ากลางเหมันต์ และปราณพฤกษาใต้หิมะลึกแสงสีทองระเรื่อของยามเช้าอาบไล้ผืนหิมะขาวโพลนจนเกิดประกายระยิบระยับ ทว่าความงดงามนั้นกลับซุกซ่อนความหนาวเหน็บที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่อ่อนแอเหวินซิงอี้กระชับเสื้อสาบฝ้ายตัวเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนเข้าหากัน นางลุกขึ้นจากกองฟางอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงกรอบแกรบไปปลุกก้อนแป้งทั้งสามที่กำลังหลับสนิทเมื่อคืนนี้นางแอบตื่นขึ้นมาเติมฟืนสองครั้ง อุณหภูมิในกระท่อมจึงยังคงอุ่นพอให้เด็กๆ นอนหลับได้เต็มตื่น ใบหน้าของโยวจื่อหลิงมีสีชมพูระเรื่อประดับอยู่จางๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าพิษเย็นถูกสะกดเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ชั่วคราว ส่วนโยวเทียนซาและโยวอี้เฉินก็นอนกอดกันกลม คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลาของเด็กชายคนโตคลายออกจนดูสมวัยขึ้นมากนางเดินไปที่หน้าเตาไฟ หยิบมันเทศป่าที่เหลืออีกสามหัวฝังกลบไว้ใต้ขี้เถ้าอุ่นๆ เพื่อให้มันสุกระอุพอดีตอนที่เด็กๆ ตื่นขึ้นมา จากนั้นจึงคว้าตะกร้าไม้ไผ่สานใบเก่าที่ก้นทะลุไปซีกหนึ่ง และเสียมด้ามไม้ผุๆ ที่พิงอยู่มุมผนังขึ้นมาถือไว้ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะผลักบานประตูออกไปนั้นเอง เสียงเล็กๆ ที่แหบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5: กลิ่นหอมของสาลี่หิมะ และก้าวแรกสู่เมืองหลวงย่อม

บทที่ 5: กลิ่นหอมของสาลี่หิมะ และก้าวแรกสู่เมืองหลวงย่อมบานประตูไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเมื่อถูกผลักออก พร้อมกับร่างที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะของเหวินซิงอี้ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาภายในกระท่อมที่เคยหนาวเหน็บ บัดนี้มีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านจากเตาไฟดินปั้นที่ยังคงมีถ่านแดงระอุ โยวเทียนซานั่งกอดเข่าอยู่หน้าเตาไฟ มือข้างหนึ่งกำท่อนไม้แน่น ส่วนอีกมือโอบไหล่น้องชายที่กำลังสัปหงก ทันทีที่เห็นว่าผู้ที่เข้ามาคือมารดา ร่างกายที่เกร็งเขม็งของเด็กชายก็ผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว ทว่าแววตายังคงซ่อนความสับสนเอาไว้มิดชิดนางไม่ได้หนีไป... นางกลับมาจริงๆเหวินซิงอี้ปลดตะกร้าลงจากบ่า วางมันลงบนพื้นดินด้วยความระมัดระวัง นางไม่ได้สนใจสายตาจับผิดของลูกชายคนโต แต่เดินตรงไปที่เตาไฟ ใช้กิ่งไม้เขี่ยขี้เถ้าที่ยังร้อนระอุออก เผยให้เห็นมันเทศป่าสามหัวที่ถูกหมกไว้จนสุกได้ที่ เปลือกสีเข้มของมันแตกออกเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมหวานของคาร์โบไฮเดรตที่ถูกเผาไฟลอยอบอวลไปทั่วกระท่อมโยวอี้เฉินที่สัปหงกอยู่สะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นหอม ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ท้องที่เพิ่งสงบไปเมื่อคืนส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง"มากินสิ มันสุกพอดีแล้ว" เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6: การเจรจาแห่งคลื่นเสียง และเกวียนเสบียงพลิกชะตา

บทที่ 6: การเจรจาแห่งคลื่นเสียง และเกวียนเสบียงพลิกชะตาความเงียบสงัดครอบคลุมหอโอสถร้อยพฤกษา มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของเด็กรับใช้ และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเถ้าแก่หูที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทเห็ดหลินจือหิมะ... สมุนไพรวิญญาณธาตุเย็นที่หาได้ยากยิ่ง ยิ่งเติบโตในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บอย่างเทือกเขาอวิ๋นซาน พลังปราณที่ควบแน่นอยู่ภายในก็ยิ่งบริสุทธิ์และทรงพลัง ทว่าสิ่งที่ทำให้เถ้าแก่หูตื่นตะลึงที่สุด ไม่ใช่การปรากฏตัวของสมุนไพรล้ำค่า แต่มันคือ 'สภาพ' ของเห็ดดอกนี้ต่างหากรากฝอยนับสิบเส้นที่บอบบางราวกับเส้นไหม ไม่มีรอยฉีกขาดหรือบอบช้ำแม้แต่น้อย!การจะขุดเห็ดหลินจือหิมะให้ได้รากที่สมบูรณ์เช่นนี้ ต่อให้เป็นพรานป่าหรือผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญที่สุดก็ยังพลาดพลั้งได้ง่ายๆ แต่สตรีในชุดขอทานผู้นี้กลับทำได้ ราวกับนางใช้มนตร์วิเศษช้อนมันขึ้นมาจากผืนดินโดยตรงเถ้าแก่หูลอบสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับความตื่นเต้นที่ฉายชัดบนใบหน้า เขาเป็นพ่อค้า ย่อมรู้ดีว่าการแสดงความปรารถนาออกไปมากเท่าใด ย่อมหมายถึงการสูญเสียอำนาจต่อรองมากเท่านั้น ชายชรากระแอมไอเบาๆ ก่อนจะปั้นหน้าขรึม"แม่นาง... เห็ดหลินจือหิมะดอกนี้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7: มื้ออาหารแห่งความหวัง และเข็มเงินชำระปราณ

บทที่ 7: มื้ออาหารแห่งความหวัง และเข็มเงินชำระปราณหยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่ร่วงหล่นลงมากระทบหลังมือของเหวินซิงอี้ ราวกับหยาดฝนที่ชโลมลงบนผืนดินอันแห้งแล้งมาเนิ่นนานโยวเทียนซารีบยกแขนเสื้อที่ขาดวิ่นขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างลวกๆ เขาพยายามเบือนหน้าหนี ซ่อนความอ่อนแอที่เผลอแสดงออกมาให้มารดาเห็น ทว่าเสียงสะอื้นที่หลุดรอดออกมาจากลำคอกลับทรยศความเข้มแข็งที่เด็กชายวัยแปดขวบพยายามสร้างเป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปีเหวินซิงอี้ไม่ได้เอ่ยปลอบโยนด้วยถ้อยคำหวานหู นางรู้ดีว่าสำหรับเด็กที่บอบช้ำ การกระทำย่อมมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดนับพันคำ นางเพียงแค่กระชับผ้าห่มนุ่มฟูให้คลุมร่างของเขาจนมิดชิด ลูบเรือนผมที่แห้งกรังของเขาเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะผละตัวลุกขึ้นไปจัดการกับเสบียงกองโต"อี้เฉิน มาช่วยแม่ก่อไฟทีสิ"เหวินซิงอี้ร้องเรียกเด็กชายคนรองที่กำลังเบิกตากว้างมองกระสอบข้าวสารราวกับเห็นภูเขาเงินภูเขาทอง โยวอี้เฉินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบวิ่งเตาะแตะเข้ามารับหน้าที่หน้าเตาไฟด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวเริ่มจัดการวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว นางนำกระดูกหมูชิ้นโตที่ติดเนื้อไปล้างด้วยหิมะละลายจนสะอาดสะอ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8: หมั่นโถวแป้งขาวบริสุทธิ์ และผู้มาเยือนยามวิกาล 

บทที่ 8: หมั่นโถวแป้งขาวบริสุทธิ์ และผู้มาเยือนยามวิกาล แสงอรุณรุ่งสีทองทอทาบผ่านรอยแยกของหลังคาฟาง สาดส่องลงมากระทบผืนดินเหนียวในกระท่อมที่เคยเยียบเย็น ทว่าเช้าวันนี้ บรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงความอบอุ่นจากเตาไฟที่ได้รับการเติมฟืนตลอดทั้งคืน ผสานกับไออุ่นจากผ้าห่มยัดนุ่นผืนหนา ทำให้ก้อนแป้งทั้งสามหลับสนิทจนถึงยามสาย โยวจื่อหลิงนอนคุดคู้ซุกใบหน้าจิ้มลิ้มลงกับอก ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวอมม่วงบัดนี้มีเลือดฝาดสีระเรื่อประดับอยู่บนพวงแก้ม บ่งบอกว่าพิษเย็นร้ายกาจที่กัดกินร่างของนางได้ถูกคลื่นเสียง 741 เฮิรตซ์และปราณเรกิชำระล้างออกไปจนหมดสิ้นชั่วคราวเหวินซิงอี้ตื่นขึ้นมาก่อนฟ้าสาง ร่างกายของนางปวดร้าวไปทุกสัดส่วนจากการสูญเสียพลังงานเมื่อคืน แต่นางรู้ดีว่าไม่อาจเกียจคร้านได้ ฤดูหนาวยังอีกยาวไกล และกระท่อมหลังนี้ก็ผุพังเกินกว่าจะต้านทานพายุหิมะระลอกหน้านางจัดการตักน้ำสะอาดผสมกับน้ำร้อน ล้างหน้าบ้วนปาก ก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารเช้ามือเรียวบางที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ได้กรีดปากถุงแป้งสาลีเนื้อละเอียดที่ซื้อมาเมื่อวาน ตักแป้งสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกออกมาผสมกับ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9: พรสวรรค์ที่หลับใหล และโอสถต้านเหมันต์

บทที่ 9: พรสวรรค์ที่หลับใหล และโอสถต้านเหมันต์รอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของเหวินซิงอี้ ผสานกับแววตาเด็ดเดี่ยวของโยวเทียนซา กลายเป็นภาพประทับอันงดงามท่ามกลางกระท่อมซอมซ่อการปะทะคารมกับชาวบ้านหน้าเลือดเมื่อครู่ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในบ้านหม่นหมองลง กลับกัน มันกลับเป็นตัวจุดชนวนความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยแตกร้าวให้ผสานเข้าหากันอีกครั้ง โยวเทียนซาก้มหน้าก้มตาใช้ท่อนไม้ตักโคลนเหนียวที่ผสมฟางแห้ง ป้ายลงบนรอยแยกของผนังดินอย่างขะมักเขม้น แม้เรี่ยวแรงของเด็กแปดขวบจะมีไม่มาก แต่ทุกจังหวะการลงน้ำหนักกลับแม่นยำและหนักแน่น แววตาของเขาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าราวกับกำลังสร้างป้อมปราการ ไม่ใช่แค่ซ่อมกำแพงบ้านเหวินซิงอี้ลอบสังเกตบุตรชายคนโตอย่างเงียบๆ พลางนึกถึงเนื้อหาในอริจินัลสตอรี่... 'โยวเทียนซา เกิดมาพร้อมสัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ เขามีความเฉียบขาด สมาธิที่เป็นเลิศ และความสามารถในการประเมินโครงสร้าง' สิ่งเหล่านี้กำลังฉายแววออกมาให้เห็นตั้งแต่บัดนี้"พี่ใหญ่ ป้ายตรงมุมนั้นให้หนาหน่อยสิขอรับ ลมมันชอบพัดลอดเข้ามาตรงร่องนั้น"เสียงใสแจ๋วของโยวอี้เฉินดังขึ้น เด็กชายวัยหกขวบไม่ได้ลงมือเปื้อนโคลนด้วย แต่เขา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-17
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status