مشاركة

บทที่ 4 /2

last update تاريخ النشر: 2026-07-08 16:50:43


“นุ่มจัง …” ปภาวีพึมพำอีกครั้ง ดวงตาเหมือนจะปิดแต่ก็ยังฝืนลืมไว้ “เธอใช้น้ำหอมอะไร ทำไมตัวหอมแบบนี้”

เสียงนั้นเบาราวกระซิบ ทว่าอุ่นร้อนอย่างลมหายใจแนบผิว ชนากานต์ถึงกับตัวเกร็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นฉับพลันเหมือนมีใครมาจุดไฟไว้ตรงแก้ม เธอกะพริบตาถี่ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้หันกลับไปสบตาคนในอ้อมแขน

แต่ใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นแรงเสียจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก ร้อนจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น หวังให้ความเจ็บเล็ก ๆ นั้นช่วยกลบเกลื่อนอาการโงนเงนของหัวใจ

“คุณหนูคะ! อยู่นิ่ง ๆ ก่อนสินะคะ ขืนดื้อแบบนี้เดี๋ยวก็ได้กลิ้งตกบันไดกันพอดี!”

“อ๊ะ โทษที” เสียงคนเมาอู้อี้เหมือนจะยอม แต่พอเดินไปอีกสองขั้น ก็ซบหน้าลงบนไหล่อีกฝ่ายเสียเฉย

“เอ่อ ... คุณหนู!”เธอชะงักฝีเท้าทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นอีกระลอก เธอยืนตัวเกร็งกลางบันได หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกได้ถึงเสียงของมันสะท้อนในอก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนสุด แล้วส่ายหน้าแรง ๆ ให้กับตัวเองเบา ๆ ราวกับจะเตือนสติ

จากนั้นเธอค่อย ๆ พยุงร่างคนเมาขึ้นบันไดทีละขั้น ด้วยจังหวะที่ระมัดระวังมากขึ้นกว่าก่อนหน้า จนในที่สุดก็พาขึ้นมาถึงชั้นสองโดยไม่สะดุดหรือกลิ้งตกบันไดไปซะก่อน

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง เธอก็รีบพาอีกฝ่ายพ้นจากกรอบประตูเข้ามายังห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจและแสงไฟนวลอบอุ่น แล้วพยุงให้นั่งลงบนเตียง ก่อนจะประคองร่างนั้นเอนตัวลงกับผ้านวมสีอ่อนอย่างทะนุถนอมที่สุด

ทว่ายังไม่ทันจะผละออกดี มือเรียวของปภาวีก็คว้ามือของเธอไว้แน่น ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า...

“อย่าเพิ่งไป ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว ...”

ประโยคดังกล่าวทำให้เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ เสียงนั้นทั้งเว้าวอนและอ่อนอ่อนโยนจนเธอเผลอหวั่นไหวไปครู่หนึ่ง แต่ก็เพียงไม่นานก่อนที่เธอจะคิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็แล่นย้อนกลับมา เธอหลับตาแน่นนึกถึงคำเตือนของผู้เป็นป้าที่เคยกล่าวไว้

ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ห้ามเข้าใกล้ ห้ามพูด ห้ามคุยกับคุณหนูเด็ดขาด เข้าใจไหม!

เธอค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วระบายออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงแกะปลายนิ้วเรียวที่กุมไว้ออกช้า ๆ ทุกการสัมผัสล้วนเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

ทว่าเมื่อเธอแกะมือที่พันธนาการเสร็จสรรพเรียบร้อยและกำลังจะเดินกลับออกไป มือเรียวของคนเมาก็คว้าข้อมือไว้อีกครั้ง และครั้งนี้คนหน้าคมก็ออกแรงกระชากจนเธอเสียการทรงตัวตกลงไปเกยบนตัวเขา แต่ที่ตกใจมากไปกว่านั้นก็คือริมฝีปากของเธอทั้งสองนั้นประกบเข้าหากันพอดิบพอดี

ทั้งร่างร้อนวูบวาบอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่ปลายลิ้นค่อย ๆ ดันแทรกเข้ามาในจังหวะที่เธอเผลอเผยอริมฝีปาก ลิ้นร้อนนั้นดูดดึงริมฝีปากบางด้วยความตั้งใจ แต่สำหรับคนด้านบนอย่างชนากานต์มันคือความเผลอไผลไปกับคนที่มีประสบการณ์

“อื้อ ...!”

เสียงครางนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างลืมตัว เพียงแค่เจอคำพูดอ่อนหวานหนึ่งประโยค เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา

เธอก็อ่อนยวบจนไม่อาจต่อต้านอะไรได้เลย

แต่ในขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น จู่ ๆ คำถามมากมายพวยพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกอ่อนวูบถูกแทนที่ด้วยสับสนที่ตีวนในอก เหมือนกระจกบานหนึ่งถูกทุบจนแตกร้าวกลางใจ เสี้ยวหนึ่งสะท้อนภาพหญิงสาวผู้เปราะบางอ้อนวอนให้เธออยู่เคียงข้าง

แต่อีกเสี้ยวกลับตะโกนเตือน ว่าเธอคนนี้เคยผลักไส ทำร้าย และเหยียบย่ำความรู้สึกกันจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

ทว่าขณะที่เธอกำลังสับสนกับความกระทำของตัวเองอยู่นั้น มือเรียวของคนเมาก็เลื่อนลงมานวดเฟ้นสะโพกสวยสร้างความวาบหวามให้เกิดขึ้นในกายจนคนที่เผลอไปดึงสติกลับมาพร้อมออกแรงทุบตีคนเมาให้ปล่อยตัวเธอเองเป็นอิสระ

“ปะ ... ปล่อยพรีนนะคะคุณหนู”

“ปล่อยอารายยย ม่ายปล่อยยยย”

“มะ ... ไม่นะคะคุณหนู อื้อ!” น้ำเสียงเบาบางร้องห้ามออกมาพร้อมกำปั้นน้อยทุบตีคนใต้ร่างที่ยังคงดื้อดึงไม่ยอมปล่อย

ยิ่งขัดขืนแรงกอดรัดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ซ้ำคนด้านล่างยังพลิกกายขึ้นมาทาบทับร่างของเธอเอาไว้ใต้อานัส ใบหน้าคมเปลี่ยนตำแหน่งลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนด้วยไฟปรารถนาที่กำลังปะทุขึ้น

“ยะ ... อย่า ฮึก! ปล่อยพรีน”

รอยกุหลาบถูกตีตราจองเอาไว้บนต้นคอขาว เสียงร้องห้ามที่กำลังดังขึ้นอยู่นั้น มันไม่มีผลให้คยเมามายมีสติยับยั้งขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เพราะยิ่งร่างบางของคนเบื้องล่างร้องห้ามมากเท่าไหร่ ปภาวีก็ยิ่งได้ใจสร้างความวาบหวานให้เกิดขึ้นด้วยประสบการณ์ที่ตัวเองมีมากขึ้นเท่านั้น

“สวย สวยที่สุด”

ขณะที่ปภาวีกำลังเคลิบเคลิ้มกับสรีระงดงามของชนากานต์อยู่นั้น มือเรียวก็พลันปลดเปลื้องพันธนาการที่ร่างบางใช้ปกปิดเรือนร่างหลุดออกไปทีละชิ้น จนกระทั่งเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกันด้วยไฟเสน่หา

“อ๊ะ! ... คุณหนู”เสียงหวานเอ่ยเรียกคนที่กำลังครอบครองทับทิมสีหวานด้วยเสียงกระเส่า เธอนึกสมเพชตัวเองที่ยอมให้คนใจร้ายตัวเองลุกล้ำร่างกายที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อนแบบนี้

เขาคือคนแรกที่ได้เชยชม

และเขาก็คือคนที่กำลังจะพรากสิ่งที่เธอหวงแหนที่สุดในชีวิตไป

แต่ในขณะที่ชนากานต์กำลังจมดิ่งอยู่กับห้วงอารมณ์ที่หนักอึ้งอยู่นั้น มือเรียวของคนด้านบนก็ค่อย ๆ เลื่อนไล้จากอกอุ่นขนาดคัพซีผ่านส่วนโค้งเว้ามาถึงเอวคอดกิ่ว ก่อนจะไล่ระดับลงมาจนถึงบั้นท้ายแล้วหยุดนวดคลึงเบา ๆ สร้างความสยิวซ่านไปทั่วร่าง ร่างบางเผลอยกตัวขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว เมื่อแรงปรารถนาที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยไฟปรารถนาที่เกิดขึ้น

แล้วในขณะที่มือซุกซนกำลังทำหน้าที่อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง จมูกสวยก็สูดดมกลิ่นหอมบนเรือนร่างไม่ให้น้อยหน้ากัน ปากบางขบเม้มตีตราไปทุกจุดที่เคลื่อนผ่านจนทำให้ตอนนี้เรือนร่างเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงแทบไม่มีพื้นที่ว่าง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะมาหยุดตรงกึ่งกลางระหว่างกาย

ใบหน้าคมก้มลงกดจูบบริเวณเนินนูนของกุหลาบงามพร้อมสูดดมกลิ่นหอมของกุหลาบแรกแย้มอย่างที่เธอเองไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีหญิงสาวมากหน้าหลายตามานอนอยู่ใต้ล่างเธอแล้วก็ตาม

คนนี้ช่างแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

“ฮึก ๆ ปล่อยพรีนเถอะนะคะคุณหนู ... อย่าทำแบบนี้”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ชนากานต์พยายามขอร้องอ้อนวอนให้คนด้านบนเห็นใจและยอมปล่อยเธอไป ทว่าอีกฝ่ายก็ทำเหมือนกับว่าเสียงของเธอเป็นเพียงอากาศที่ไร้ความหมาย ไม่มีความเห็นใจ มีแค่เพียงไฟราคะที่อีกฝ่ายจุดมันให้รุกโชนก็แค่นั้น

ยิ่งร้องห้ามเขายิ่งสร้างความเสียวซ่านให้เธอนั้นรู้สึกทรมานและร้อนรุ่ม ลิ้นร้ายตวัดขึ้นลงหยอกล้อเกสรจนเธอร่างกายเธอกระสับกระส่าย มือข้างหนึ่งกดจิกดึงทึงหมอนอย่างหาที่พึ่ง ส่วนอีกข้างนั้นเผลอจิกผมนุ่มสวยของร่างสูงไว้แน่นด้วยความเสียวซ่าน

ปภาวีเงยหน้าขึ้นมองคนใต้อานัดแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนใช้นิ้วเรียวกรีดกรายไปตามกลีบกุหลาบช้า ๆ

จนในที่สุด ...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 107 จบบริบูรณ์

    “คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 106

    หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 105

    ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 104

    มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 103

    ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่102

    ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 4

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปร

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 3

    “พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้”“ปะ เปล่าค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งท

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 2

    “ว่าอะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้า

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 1

    “วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status