บททั้งหมดของ ทายาทจักรพรรดิมังกร: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1 ทายาทแห่งบัลลังก์มังกร

เสียงระฆังมังกรดังกังวานไปทั่วเก้าสวรรค์ เกล็ดเมฆสีทองแหวกออกจากยอดเขา เผยให้เห็นพระราชวังหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเลเมฆ เสาหยกขนาดมหึมาสลักลวดลายมังกรพันรอบทอดยาวไปจนถึงประตูสวรรค์ ส่วนรูปสลักมังกรทั้งเก้าบนหลังคาตำหนักต่างเปล่งประกายราวกับมีชีวิต ดินแดนแห่งนี้คือแดนมังกร หนึ่งในสามภพที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ที่นี่ มังกรเป็นผู้ปกครอง มีสายเลือดเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ และมีพลังบำเพ็ญเพียรเป็นหลักตัดสินความแข็งแกร่ง เหนือราชวงศ์มังกรทั้งปวงคือจักรพรรดิมังกร ผู้ครองบัลลังก์มานับหมื่นปี และผู้ที่กำลังจะสืบทอดอำนาจของพระองค์ก็คือ เฟิงอ้าวเทียน องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เฟิง ทว่าแม้จะมีชาติกำเนิดสูงส่งเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางของเขาจะราบรื่นไปตลอดกาล ภายในแท่นฝึกมังกรทางทิศตะวันออก ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำขลิบทองยืนอยู่กลางลานหิน ดวงตาสีทองจับจ้องเสาหินตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เส้นผมดำยาวถูกรวบไว้ด้วยปิ่นทองรูปมังกร ท่วงท่าของเขาสง่างามสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่แววตากลับแฝงความดื้อรั้นที่ยากจะควบคุม เฟิงอ้าวเทียนยกมือขวาขึ้น พลังสีดำทองค่อย ๆ ก่อตัวรอบฝ่ามือ ก่อนแผ่ขยายออกเป็นเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 ผนึกมังกรโบราณ

เกล็ดสีเงินในฝ่ามือของเฟิงอ้าวเทียนยังคงเปล่งประกายจาง ๆ แม้เขาจะใช้ผ้าคลุมไว้แล้วก็ตาม ยิ่งเข้าใกล้หอศิลามังกร ความเย็นจากเกล็ดชิ้นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับมีบางสิ่งภายในหอกำลังเรียกหามัน มู่ชางเดินนำอยู่เบื้องหน้า ทหารมังกรที่เฝ้าทางเข้าต่างคุกเข่าลงเมื่อเห็นองค์รัชทายาทเสด็จมาถึง ทว่าภายในแววตาของแต่ละคนกลับมีความกังวลซ่อนอยู่ หอศิลามังกรเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลาจารึกและสมบัติโบราณของราชวงศ์เฟิง ว่ากันว่าศิลาบางแผ่นถูกจารึกไว้ตั้งแต่ยุคที่มังกรบรรพกาลยังครองสามภพ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ไม่อาจอ่านอักขระทั้งหมดได้ สถานที่แห่งนี้ถูกปิดผนึกมาหลายพันปี และไม่เคยมีเหตุการณ์ผิดปกติรุนแรงเช่นนี้มาก่อน “ฝ่าบาทประทับอยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ” ทหารเฝ้าประตูรายงาน เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า ก่อนก้าวผ่านประตูหินเข้าไป ทันทีที่เขาเข้าสู่โถงชั้นนอก พลังมังกรสายหนึ่งก็พุ่งเข้าปะทะร่างจนชายเสื้อสะบัดอย่างรุนแรง เขาหยุดฝีเท้าแล้วโคจรปราณป้องกันตนเอง กำแพงหินทั้งสองข้างสลักอักขระสีทองไว้เป็นแนวยาว บัดนี้อักขระบางส่วนกลับเปลี่ยนเป็นสีเงิน ราวกับมีพลังแปลกปลอมกำลังไหลผ่านเส้นลายบนผนัง “นี่คือสิ่งที่เกิด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 ผู้สืบสายเลือดมังกรเงิน

หลินซีเหยาหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินสีขาวซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างหน้าผาสองด้าน เบื้องล่างคือทะเลหมอกที่ปกคลุมหุบเขามังกรเงินมานับพันปี ส่วนเหนือศีรษะมีเกล็ดน้ำแข็งลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับม่านที่กั้นแยกดินแดนแห่งนี้ออกจากโลกภายนอก นางมองตราประทับรูปมังกรบนประตูหิน ก่อนยกมือแตะลงไปเบา ๆ ทันใดนั้น ลวดลายสีเงินก็สว่างขึ้น มังกรเงินตัวหนึ่งปรากฏขึ้นกลางม่านแสง เกล็ดของมันใสกระจ่างราวกับสร้างจากจันทรา ดวงตาสีเงินจับจ้องนางอย่างเงียบงัน “ผู้สืบสายเลือดมังกรเงิน จงบอกเหตุผลที่เจ้าต้องการออกจากหุบเขา” เสียงโบราณดังขึ้นโดยไม่ผ่านริมฝีปากของมัน แต่กลับสะท้อนอยู่ภายในจิตวิญญาณของนาง หลินซีเหยาไม่ถอยหนี “ผนึกมังกรโบราณกำลังสั่นคลอน ข้าต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” “เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า” “หากผนึกพังทลาย หุบเขาแห่งนี้ก็ไม่อาจอยู่อย่างสงบได้อีกต่อไป แล้วเหตุใดจึงไม่ใช่หน้าที่ของข้า?” มังกรเงินในม่านแสงเงียบไปครู่หนึ่ง “ผู้ที่อยู่นอกหุบเขาอาจต้องการใช้พลังของเจ้า พวกเขาอาจหลอกลวงเจ้า หรืออาจสังหารเจ้าเพื่อแย่งชิงสายเลือดมังกรเงินที่สูญหายไปจากโลก” “ข้ารู้ว่าข้างนอกอันตราย” นางลดมือ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 เงามังกรแดนเหนือ

หลินซีเหยาเดินทางออกจากหุบเขามังกรเงินได้ไม่ถึงครึ่งวัน ก็พบว่าพลังมังกรในโลกภายนอกแตกต่างจากที่นางเคยสัมผัสอย่างสิ้นเชิง ภายในหุบเขา พลังปราณบริสุทธิ์ไหลเวียนอย่างสงบ ราวกับสายน้ำใต้ผืนน้ำแข็ง แต่เมื่อออกมาสู่ดินแดนภายนอก พลังหลายสายกลับปะปนกันจนเกิดกระแสปั่นป่วน บางแห่งอบอุ่น บางแห่งเย็นเยียบ และบางแห่งแฝงกลิ่นอายอันตรายที่ทำให้นางต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว นางหยุดอยู่บนสันเขา มองลงไปยังป่าเบื้องล่าง ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมหุบเขา ใบไม้สีเขียวเข้มไหวตามแรงลม ขณะที่ไกลออกไปมีเทือกเขาสีดำทอดตัวขวางเส้นทางสู่ทิศใต้ เกล็ดเงินในแขนเสื้อของนางอุ่นขึ้นอีกครั้ง หลินซีเหยาหยิบมันออกมา แสงสีเงินบางเบาปรากฏตามขอบเกล็ด ก่อนจะชี้ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ “พลังดำทองอยู่ทางนั้นหรือ?” นางพึมพำกับตัวเอง นางไม่รู้ว่าพลังที่สัมผัสได้นั้นเป็นของมังกรตนใด แต่ความรู้สึกจากเกล็ดเงินบอกชัดเจนว่ามันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป หลินซีเหยาเก็บเกล็ดกลับเข้าที่ แล้วกระโดดลงจากสันเขาอย่างคล่องแคล่ว ร่างของนางเคลื่อนผ่านกิ่งไม้และโขดหินราวกับเงาสีเงิน นางตั้งใจจะหาที่พักก่อนค่ำ แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังเม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 อสูรมังกรใต้เงาจันทร์

เสียงปีกขนาดใหญ่กระพือผ่านยอดไม้ในยามราตรี หลินซีเหยาลืมตาขึ้นทันที มือข้างหนึ่งคว้าเกล็ดเงินที่วางอยู่ข้างกาย ส่วนอีกข้างรวบรวมพลังปราณไว้เงียบ ๆ กองไฟตรงหน้ากะพริบวูบ เปลวเพลิงที่เคยเป็นสีส้มกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ก่อนดับลงอย่างไม่มีสาเหตุ รอบลำธารเงียบผิดปกติ แม้แต่แมลงกลางคืนก็หยุดส่งเสียง หลินซีเหยาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ดวงตาสีเงินกวาดมองแนวป่ารอบตัว นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ กลิ่นอายนั้นไม่เหมือนสัตว์อสูรทั่วไป แต่คล้ายพลังมังกรที่ถูกบิดเบือนจนสูญเสียความสงบตามธรรมชาติ “ออกมาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนอยู่” ไม่มีผู้ใดตอบ มีเพียงเสียงน้ำไหลผ่านก้อนหิน หลินซีเหยาขยับถอยไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ตนเองถูกล้อมจากทุกด้าน จากนั้นจึงปล่อยพลังมังกรเงินออกไปเป็นวงบาง ๆ พลังนั้นแผ่ผ่านพื้นดินและพุ่มไม้ ก่อนสะท้อนกลับมาพร้อมสัมผัสของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว นางหันขวับไปทางซ้าย เงาดำพุ่งออกจากพุ่มไม้ในทันที! หลินซีเหยาหลบกรงเล็บที่ตวัดลงมาได้อย่างหวุดหวิด พื้นดินบริเวณที่นางยืนอยู่เมื่อครู่แตกกระจายเป็นหลุมลึก ต้นไม้สองต้นถูก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 ทางรอดในถ้ำหินดำ

เสียงคำรามต่ำลึกสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำหินดำ เศษหินบนเพดานร่วงลงมาเป็นระยะ ขณะที่เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านปากทางเข้าซึ่งหลินซีเหยาเพิ่งเดินผ่านมา นางถอยหลังเพียงสองก้าว ก่อนหยุดยืนข้างเสาหินที่สลักรูปมังกรเงินเอาไว้ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่อสูรมังกรทั่วไป ร่างของมันสูงเกือบเท่าประตูถ้ำ เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วร่าง มีเขาโค้งสองข้างและดวงตาสีแดงคล้ำ แต่สิ่งที่ทำให้นางระวังตัวมากที่สุดกลับไม่ใช่รูปร่างอันน่าเกรงขาม หากเป็นเงาสีดำที่ไหลออกจากรอยแยกระหว่างเกล็ด ราวกับร่างของมันกำลังถูกบางสิ่งกัดกินจากภายใน หลินซีเหยากำกระบี่สั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นขึ้น นางยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และยิ่งไม่รู้ว่ามันเฝ้าถ้ำแห่งนี้มานานเพียงใด แต่จากแรงกดดันที่แผ่ออกมา หากปะทะกันตรง ๆ นางอาจเสียเปรียบอย่างมาก “ข้าไม่ได้มาหาเรื่องเจ้า” นางเอ่ยอย่างระมัดระวัง “หากทางนี้เป็นถิ่นของเจ้า ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” อสูรตรงหน้าไม่ตอบรับ มันก้มศีรษะลง ดวงตาสีแดงจับจ้องนาง ก่อนพุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน หลินซีเหยากระโดดหลบไปด้านข้าง กรงเล็บของมันกระแทกพื้นจนหินแตกกระจาย นางหมุนตัวอาศัยแรงส่งถอยไปอยู่หลังเสาหิน ทว่า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 ป้อมมังกรเหนือ

รุ่งอรุณเหนือดินแดนมังกรปกคลุมยอดเขาด้วยหมอกสีขาว เมื่อประตูตำหนักมังกรหลวงเปิดออก เฟิงอ้าวเทียนก็ปรากฏตัวในชุดเดินทางสีดำปักลายมังกรทอง เสื้อคลุมยาวสะบัดตามแรงลม ข้างเอวมีหยกคุ้มภัยที่เฟิงเทียนหลงประทานให้ติดตัวไว้ มู่ชางยืนรออยู่หน้าบันไดหิน พร้อมมังกรเกล็ดเทาสองตัวที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทาง “องค์ชาย ทรงเตรียมพร้อมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” “หากข้ายังไม่พร้อม ท่านก็คงไม่ยอมให้ข้าออกเดินทางอยู่ดี” “อย่างน้อยท่านก็ทรงทราบดี” เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนก้าวขึ้นไปบนหลังมังกรตัวแรก มู่ชางตามขึ้นไปบนอีกตัว จากนั้นมังกรทั้งสองจึงกางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เบื้องล่างคือพระราชวังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลเมฆ ยอดหอสูงตระหง่านค่อย ๆ เล็กลงเมื่อพวกเขามุ่งหน้าไปทางเหนือ เฟิงอ้าวเทียนทอดสายตามองเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไป เขาเคยเดินทางไปยังดินแดนหลายแห่งในเขตมังกร แต่ป้อมมังกรเหนือเป็นสถานที่ที่เขาไม่เคยไปด้วยตนเองมาก่อน ที่นั่นตั้งอยู่ตรงแนวเขตระหว่างดินแดนมังกรกับเทือกเขารกร้าง ซึ่งเต็มไปด้วยอสูรและซากโบราณสถานจากยุคบรรพกาล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ป้อมแห่งนั้นทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้อสูรจากเทือกเขารกร้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 รอยแยกแห่งหุบเขาเหมันต์

ลมหนาวจากเทือกเขารกร้างพัดผ่านกำแพงป้อมมังกรเหนือ จนธงสีดำทองบนยอดหอคอยสะบัดดังพรึ่บพรั่บ ทหารมังกรที่ประจำอยู่บนเชิงเทินต่างหันมองท้องฟ้า เมื่อเห็นมังกรเกล็ดเทาสองตัวบินฝ่าหมอกเข้ามาใกล้ เสียงแตรต้อนรับดังขึ้นสามครั้ง เฟิงอ้าวเทียนกระโดดลงจากหลังมังกรอย่างคล่องแคล่ว ก่อนเงยหน้ามองป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง กำแพงหินสีดำทอดยาวไปตามแนวเขา อักขระคุ้มภัยสีทองสลักอยู่เป็นระยะ ส่วนด้านนอกกำแพงมีหอธนูและแท่นศิลาสำหรับตรวจจับพลังอสูรตั้งเรียงราย ที่นี่แตกต่างจากพระราชวังมังกรหลวงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสวนงดงามหรือสะพานหยกทอดข้ามสระน้ำ มีเพียงลมหนาว กลิ่นหินชื้น และเสียงฝีเท้าทหารที่เดินลาดตระเวนอยู่ไม่ขาดสาย แม่ทัพประจำป้อมเดินออกมาต้อนรับ เขาสวมเกราะสีเข้ม มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วข้างหนึ่ง เมื่อเห็นเฟิงอ้าวเทียนก็ประสานมือคำนับ “ถวายคำนับองค์ชาย กระหม่อมแม่ทัพหลัวเจิ้ง ผู้ดูแลป้อมมังกรเหนือพ่ะย่ะค่ะ” “ท่านแม่ทัพไม่ต้องมากพิธี ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้สถานการณ์ตามแนวเขต ขอเพียงท่านบอกสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจริงก็พอ” หลัวเจิ้งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจกับคำตรัสนั้น ก่อนพยัก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 เงื่อนงำใต้ผาน้ำแข็ง

เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่บนเชิงเทินของป้อมมังกรเหนือ ก่อนดวงอาทิตย์จะพ้นแนวเทือกเขาเสียอีก เบื้องหน้าคือหุบเขาเหมันต์ซึ่งถูกหมอกสีขาวปกคลุมตลอดทั้งปี ยอดผาหินสูงชันเรียงรายราวกำแพงธรรมชาติ ส่วนธารน้ำแข็งที่ทอดผ่านหุบเขาสะท้อนแสงสีเงินจาง ๆหากมองจากระยะไกล ที่นี่ก็ไม่ต่างจากหุบเขาทั่วไปในดินแดนเหนือแต่หลังจากได้เห็นอสูรมังกรเขาน้ำแข็งคลุ้มคลั่งเมื่อวาน เฟิงอ้าวเทียนก็ไม่อาจมองสถานที่แห่งนี้ด้วยสายตาเดิมได้อีก“องค์ชาย เตรียมออกเดินทางได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”มู่ชางเดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้ม ในมือมีแผ่นหยกแผนที่ซึ่งบันทึกเส้นทางรอบหุบเขาเอาไว้เฟิงอ้าวเทียนรับมาแล้วกวาดตามอง“วันนี้เราจะไปถึงหน้าผาด้านตะวันออกหรือไม่”“หากไม่มีเหตุขัดข้อง เราจะไปถึงจุดที่หน่วยลาดตระเวนพบรอยสลักได้ก่อนเที่ยง แต่ข้าขอย้ำอีกครั้งว่า เราจะไม่เข้าไปในเขตหมอกสีดำ”“ข้าจำได้”มู่ชางเลิกคิ้วเล็กน้อย“เมื่อคืนท่านก็ตรัสเช่นนี้”“แล้วข้าก็ยังไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของท่านมิใช่หรือ”“เพราะเมื่อคืนท่านยังไม่ได้ออกจากป้อมต่างหากพ่ะย่ะค่ะ”เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินไปยังลานด้านล่างวันนี้พวกเขาไม่ได้ใช้มังกรเกล็ด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 ผู้มาเยือนจากหุบเขา

หมอกเหนือหุบเขาเหมันต์ยังไม่ทันสลาย เฟิงอ้าวเทียนก็ออกจากห้องพักพร้อมกระบี่ประจำกาย เขาตั้งใจจะไปยังลานฝึกของป้อมมังกรเหนือก่อนเริ่มการสำรวจในวันนี้ เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เขาตระหนักว่า การมีพลังมากเพียงใดก็ไม่สำคัญเท่ากับการควบคุมมันได้ในยามจำเป็น มู่ชางมาถึงลานฝึกในเวลาไม่นานนัก “วันนี้ท่านตั้งใจจะฝึกสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ” “การควบคุมพลังมังกรโดยไม่ให้พลังสีเงินแทรกเข้ามา” มู่ชางพยักหน้า ก่อนโยนหินสีดำขนาดเท่ากำปั้นให้เขา “เช่นนั้นจงใช้พลังสีดำทองห่อหุ้มหินก้อนนี้ โดยห้ามทำให้ผิวหินแตกร้าว” เฟิงอ้าวเทียนรับหินไว้ในมือแล้วหลับตาลง เขาค่อย ๆ รวบรวมปราณมังกรจากจุดตันเถียน ส่งพลังผ่านแขนไปยังฝ่ามือ ประกายสีดำทองปรากฏขึ้นรอบหินในทันที ในช่วงแรก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อเขาพยายามเพิ่มความหนาแน่นของพลังให้สม่ำเสมอ ประกายสีเงินบางเบากลับแทรกขึ้นมาจากกลางฝ่ามือ หินในมือสั่นสะเทือน เฟิงอ้าวเทียนรีบคลายพลังออก ก่อนที่มันจะแตกเป็นเสี่ยง มู่ชางมองหินก้อนนั้นแล้วกล่าวว่า “ท่านพยายามกดพลังสีเงินมากเกินไป” “หากไม่กดมันไว้ พลังทั้งสองสายก็จะปะทะกัน” “แล้วท่านเคยลองปล่อยให้มันอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-20
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status