ทายาทจักรพรรดิมังกร

ทายาทจักรพรรดิมังกร

last updateLast Updated : 2026-10-21
By:  โอสึเกะUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
8views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อพลังมังกรสีดำทองตื่นขึ้น พร้อมประกายเงินที่ไม่ควรปรากฏในร่างของเขา เฟิงอ้าวเทียน ทายาทแห่งจักรพรรดิมังกร จึงได้รู้ว่าชะตาของตนกำลังเชื่อมโยงกับหลินซีเหยา ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรเงินโบราณและผู้เกี่ยวข้องกับผนึกที่หลับใหลมานับพันปี การพบกันของทั้งสองนำพาพวกเขาเข้าสู่ความลับของมังกรทั้งเจ็ดสายเลือด ผนึกโบราณที่เริ่มสั่นคลอน และอดีตที่บรรพชนพยายามฝังกลบเอาไว้ ทว่าเมื่อพลังอันยิ่งใหญ่เริ่มตื่นขึ้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่เป็นความเชื่อที่ว่าผู้มีพลังเหนือใครย่อมมีสิทธิ์กำหนดชะตาของทุกชีวิต เฟิงอ้าวเทียนต้องเลือกระหว่างอำนาจที่อาจทำให้เขากลายเป็นผู้ปกครองสูงสุด กับเส้นทางที่ไม่จำเป็นต้องมีใครอยู่ใต้บัลลังก์ ส่วนหลินซีเหยาต้องค้นหาความหมายของสายเลือดมังกรเงิน โดยไม่ยอมให้หน้าที่หรืออดีตของบรรพชนพรากสิทธิ์ในการเลือกอนาคตไปจากนาง เมื่อชะตาของมังกรทั้งเจ็ดกำลังเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะยอมให้พลังกลืนกินทุกสิ่ง หรือพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ผู้แข็งแกร่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ครอบครองทุกอย่าง

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ทายาทแห่งบัลลังก์มังกร

เสียงระฆังมังกรดังกังวานไปทั่วเก้าสวรรค์ เกล็ดเมฆสีทองแหวกออกจากยอดเขา เผยให้เห็นพระราชวังหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเลเมฆ เสาหยกขนาดมหึมาสลักลวดลายมังกรพันรอบทอดยาวไปจนถึงประตูสวรรค์ ส่วนรูปสลักมังกรทั้งเก้าบนหลังคาตำหนักต่างเปล่งประกายราวกับมีชีวิต

ดินแดนแห่งนี้คือแดนมังกร หนึ่งในสามภพที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล

ที่นี่ มังกรเป็นผู้ปกครอง มีสายเลือดเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ และมีพลังบำเพ็ญเพียรเป็นหลักตัดสินความแข็งแกร่ง

เหนือราชวงศ์มังกรทั้งปวงคือจักรพรรดิมังกร ผู้ครองบัลลังก์มานับหมื่นปี และผู้ที่กำลังจะสืบทอดอำนาจของพระองค์ก็คือ เฟิงอ้าวเทียน องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เฟิง

ทว่าแม้จะมีชาติกำเนิดสูงส่งเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางของเขาจะราบรื่นไปตลอดกาล

ภายในแท่นฝึกมังกรทางทิศตะวันออก ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำขลิบทองยืนอยู่กลางลานหิน ดวงตาสีทองจับจ้องเสาหินตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เส้นผมดำยาวถูกรวบไว้ด้วยปิ่นทองรูปมังกร ท่วงท่าของเขาสง่างามสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่แววตากลับแฝงความดื้อรั้นที่ยากจะควบคุม

เฟิงอ้าวเทียนยกมือขวาขึ้น พลังสีดำทองค่อย ๆ ก่อตัวรอบฝ่ามือ ก่อนแผ่ขยายออกเป็นเกล็ดมังกรเรืองรอง

“เริ่มได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”

มู่ชาง แม่ทัพมังกรผู้รับหน้าที่ฝึกฝนพระองค์ ยืนอยู่ห่างออกไปหลายก้าว เขาสวมเกราะสีเงินเข้ม ใบหน้ามีรอยแผลพาดผ่านหางคิ้ว ดวงตาคมกริบจับตามองการเคลื่อนไหวของศิษย์เพียงคนเดียวอย่างไม่คลาดสายตา

เฟิงอ้าวเทียนไม่ตอบ เขาเพียงก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้วสะบัดมือ

พลังมังกรดำทองพุ่งออกจากฝ่ามือ กลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ตัดผ่านอากาศ กระแทกเข้ากับเสาหินทดสอบอย่างรุนแรง

ตูม!

เสาหินสั่นสะเทือน ลวดลายอาคมบนพื้นสว่างวาบ ฝุ่นหินกระจายไปทั่วบริเวณ แต่เสาหินกลับไม่มีรอยแตกร้าวแม้แต่น้อย

มู่ชางพยักหน้าเล็กน้อย

“พลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าครั้งก่อน แต่การควบคุมยังขาดความละเอียดพ่ะย่ะค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนลดมือลง

“ข้าเพิ่มพลังอีกสามส่วนแล้ว เหตุใดผลลัพธ์จึงแทบไม่ต่างจากเดิม”

“เพราะพระองค์กำลังพยายามเอาชนะเสาหินด้วยกำลัง มากกว่าจะควบคุมพลังให้ตรงจุดพ่ะย่ะค่ะ”

“เสาหินยังไม่แตก แปลว่าพลังของข้ายังไม่เพียงพอ”

“หากพระองค์คิดเช่นนั้น ต่อให้เพิ่มพลังอีกสิบส่วนก็อาจไม่ได้ผลตามต้องการ”

เฟิงอ้าวเทียนหันมองแม่ทัพผู้สูงวัยกว่า แววตาสีทองเย็นลงเล็กน้อย

“เจ้ากำลังบอกว่าข้าใช้พลังไม่เป็นหรือ”

มู่ชางคุกเข่าข้างหนึ่งทันที

“กระหม่อมไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงต้องการให้องค์รัชทายาทเข้าใจว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องการการควบคุมที่เหมาะสม”

เฟิงอ้าวเทียนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปยังเสาหิน

“ลุกขึ้น ข้าไม่ได้เรียกเจ้ามาเพื่อฟังคำประจบ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เริ่มใหม่”

มู่ชางถอนหายใจเบา ๆ แต่ไม่กล้าคัดค้าน

การฝึกดำเนินต่อไปอีกหลายรอบ เฟิงอ้าวเทียนโจมตีเสาหินด้วยกระบวนท่าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่กรงเล็บมังกร การรวมปราณไว้ที่ปลายนิ้ว ไปจนถึงการสร้างเกราะพลังห่อหุ้มร่างกาย

ทุกกระบวนท่าล้วนทรงพลัง แต่ยังมีบางช่วงที่พลังไหลเวียนติดขัดอย่างเห็นได้ชัด

มู่ชางสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นมาหลายเดือนแล้ว

พลังมังกรดำทองของเฟิงอ้าวเทียนบริสุทธิ์และแข็งแกร่งตามสายเลือดจักรพรรดิ แต่ลึกลงไปในแก่นปราณกลับมีพลังอีกสายหนึ่งซ่อนอยู่ พลังนั้นเย็นเยียบราวหิมะพันปี และมักปรากฏขึ้นในช่วงที่เขาฝึกฝนจนถึงขีดจำกัด

ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ว่ามันมาจากไหน

แม้แต่จักรพรรดิมังกรเองก็ยังไม่เปิดเผยสิ่งที่ทรงทราบทั้งหมด

“พอแค่นี้ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

มู่ชางกล่าวเมื่อเห็นว่าเฟิงอ้าวเทียนกำลังจะเริ่มกระบวนท่าถัดไป

“ข้ายังไม่เสร็จ”

“พระองค์ฝึกต่อเนื่องมาสามชั่วยามแล้ว หากยังฝืนใช้ปราณ อาจส่งผลต่อแก่นพลังมังกรได้”

“ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้”

“แต่พลังที่พระองค์พยายามกดเอาไว้กำลังปั่นป่วนพ่ะย่ะค่ะ”

คำพูดนั้นทำให้เฟิงอ้าวเทียนชะงัก

ในจังหวะเดียวกัน ความเย็นวาบก็แล่นผ่านแขนขวา เกล็ดสีเงินบางเบาปรากฏขึ้นใต้ข้อมือ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

เขารีบดึงแขนเสื้อลงปิดบัง

มู่ชางเห็นความเคลื่อนไหวนั้น แต่ไม่ได้เอ่ยถามทันที

“องค์รัชทายาท พลังอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ตอบ

“กระหม่อมคิดว่าควรกราบทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ”

“ไม่จำเป็น”

“แต่หากพลังนั้น”

“ข้าบอกว่าไม่จำเป็น”

น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นเฉียบจนผู้ฟังต้องหยุดพูด

เฟิงอ้าวเทียนกำหมัดแน่น เขาไม่ชอบให้ใครมองตนราวกับเป็นสิ่งผิดปกติ ยิ่งไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นข้ออ้างของเหล่าผู้อาวุโสในการตั้งคำถามต่อสิทธิ์การสืบทอดบัลลังก์

เขาเป็นทายาทแห่งจักรพรรดิมังกร

ไม่ใช่ผู้ที่ต้องรอให้ผู้อื่นตัดสินว่าตนเหมาะสมหรือไม่

“การฝึกวันนี้จบแล้ว” เขากล่าว ก่อนเดินออกจากแท่นฝึกโดยไม่หันกลับมา

มู่ชางมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความกังวล

เขารู้ดีว่าองค์รัชทายาทไม่ยอมแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้อื่น แต่หากยังคงปิดบังความผิดปกติของพลังต่อไป สักวันหนึ่งเรื่องนี้อาจไม่อยู่ในขอบเขตที่พระองค์ควบคุมได้อีก

ตำหนักมังกรทองตั้งอยู่ใจกลางพระราชวัง เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิมังกรเฟิงเทียนหลง ผู้มีพระบารมีปกคลุมทั่วแดนมังกร

เมื่อเฟิงอ้าวเทียนเดินทางมาถึง บิดาของเขากำลังยืนอยู่หน้าแท่นบูชาบรรพชน รูปสลักมังกรทองขนาดมหึมาตั้งอยู่ด้านหลัง ม่านพลังสีทองแผ่คลุมทั่วตำหนักจนบรรยากาศหนักแน่นและน่าเกรงขาม

“กลับจากการฝึกแล้วหรือ”

เฟิงเทียนหลงถามโดยไม่หันมา

“พ่ะย่ะค่ะ”

“มู่ชางบอกว่าพลังของเจ้ายังไม่เสถียร”

เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“แม่ทัพมู่รายงานทุกเรื่องเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“หากเขาไม่รายงาน แล้วผู้ใดจะบอกข้าว่าองค์รัชทายาทกำลังฝืนร่างกายตนเอง”

ชายหนุ่มเงียบไป

เฟิงเทียนหลงหันกลับมา พระพักตร์ของจักรพรรดิยังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตาสีทองนั้นราวกับมองทะลุความคิดของผู้คนได้

“แสดงมือของเจ้ามา”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือขวาออกไป

จักรพรรดิมังกรจับข้อมือของบุตรชาย พลังสีทองไหลผ่านเส้นปราณอย่างแผ่วเบา เพียงไม่นานพระองค์ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกอยู่ลึกภายในแก่นพลัง

พระพักตร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“มันปรากฏขึ้นอีกแล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ครั้งนี้รุนแรงเพียงใด”

“เพียงชั่วครู่ แล้วก็หายไป”

เฟิงเทียนหลงปล่อยมือ

“เจ้าพยายามกดมันเอาไว้ใช่หรือไม่”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ตอบทันที

“หากข้าไม่กดมัน พลังทั้งสองอาจปะทะกันจนทำให้ข้าสูญเสียการควบคุม”

“แล้วเจ้าคิดว่าการกดมันไว้ตลอดไปจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือ”

“อย่างน้อยก็ทำให้ข้ายังใช้พลังมังกรได้ตามปกติ”

เฟิงเทียนหลงทอดพระเนตรบุตรชายอยู่เนิ่นนาน

“อ้าวเทียน เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างในวันนี้ แต่ห้ามหลอกตัวเองว่าสิ่งที่ยังไม่เข้าใจไม่มีอยู่จริง”

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก

“ข้าไม่ต้องการให้สภามังกรใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการคัดค้านการสืบทอดตำแหน่งของข้า”

“เจ้ากลัวพวกเขาหรือ”

“ข้าไม่ได้กลัว”

“เช่นนั้นเจ้ากำลังพยายามพิสูจน์อะไร”

คำถามนั้นทำให้เฟิงอ้าวเทียนนิ่งงัน

เขาอยากตอบว่าต้องการพิสูจน์ว่าตนแข็งแกร่งพอ แต่ลึกลงไปกลับรู้ดีว่าคำตอบนั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด

ตั้งแต่จำความได้ ทุกคนต่างเรียกเขาว่าทายาทจักรพรรดิมังกร ทุกการกระทำถูกจับตามอง ทุกความผิดพลาดถูกนำไปเปรียบเทียบกับความคาดหวังของราชวงศ์

เขาไม่เคยมีโอกาสเป็นเพียงเฟิงอ้าวเทียนคนหนึ่ง

“ข้าจะพิสูจน์ว่าข้าสามารถรับผิดชอบบัลลังก์นี้ได้” เขาตอบในที่สุด

เฟิงเทียนหลงพยักหน้า

“ถ้าเช่นนั้นจงพิสูจน์ด้วยการตัดสินใจของเจ้า ไม่ใช่ด้วยการฝืนจนทำร้ายตนเอง”

ก่อนที่เฟิงอ้าวเทียนจะตอบ เสียงระฆังจากตำหนักสภามังกรก็ดังขึ้นสามครั้ง

สีหน้าของจักรพรรดิมังกรเคร่งขรึมลง

ระฆังสามครั้งหมายถึงการเรียกประชุมเร่งด่วนของเหล่าผู้อาวุโส

“ดูเหมือนพวกเขาจะรอไม่ไหวแล้ว” เฟิงเทียนหลงตรัส

เฟิงอ้าวเทียนยกมุมปากเล็กน้อย

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าครั้งนี้พวกเขาจะหาเหตุผลอะไรมาคัดค้านข้า”

“อย่าเพิ่งตัดสินพวกเขาก่อนฟังให้จบ”

“ข้าจะฟังพ่ะย่ะค่ะ แต่หากผู้ใดกล่าวหาข้าโดยไร้หลักฐาน ข้าก็จะไม่ยอมรับเช่นกัน”

จักรพรรดิมังกรทอดพระเนตรบุตรชาย ก่อนพยักหน้าอย่างพอพระทัยเล็กน้อย

“ดี อย่างน้อยเจ้าก็เริ่มรู้จักแยกแยะระหว่างการรับฟังกับการยอมจำนนแล้ว”

ภายในสภามังกร เหล่าผู้อาวุโสประจำราชวงศ์นั่งอยู่ตามลำดับอาวุโส แรงกดดันจากพลังมังกรของแต่ละตนทำให้อากาศภายในตำหนักหนักอึ้ง

เฉินกวง ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสภา ลุกขึ้นเมื่อจักรพรรดิมังกรเสด็จมาถึง

“ถวายบังคมฝ่าบาท”

ทุกคนคุกเข่าลงพร้อมกัน ก่อนจะหันไปทางเฟิงอ้าวเทียนซึ่งเดินตามพระบิดาเข้ามา

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท”

เฟิงอ้าวเทียนรับการคารวะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนยืนประจำตำแหน่งด้านขวาของบัลลังก์

เฉินกวงจึงเริ่มกล่าวถึงเหตุผลของการประชุม

“ฝ่าบาท พลังมังกรขององค์รัชทายาทมีความผิดปกติเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เหล่าผู้อาวุโสจึงเห็นสมควรให้ตรวจสอบแก่นพลังอย่างละเอียดก่อนที่พระองค์จะได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญของราชวงศ์”

เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกมาครึ่งก้าว

“การตรวจสอบย่อมทำได้ แต่ข้าต้องการทราบว่าพวกท่านใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสิน”

เฉินกวงมองเขาอย่างพินิจ

“องค์รัชทายาทหมายความว่าอย่างไร”

“หากเป็นการตรวจสอบเพื่อป้องกันอันตราย ข้าก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่หากพวกท่านกำลังใช้ความผิดปกติของพลังเป็นเหตุผลในการตั้งคำถามต่อสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์ ก็สมควรระบุให้ชัดเจน”

เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วตำหนัก

ผู้อาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้ว

“องค์รัชทายาทยังทรงพระเยาว์นัก ควรเรียนรู้ที่จะนอบน้อมต่อผู้อาวุโส”

“ข้านอบน้อมต่อผู้ที่สมควรได้รับความเคารพ” เฟิงอ้าวเทียนตอบ “แต่การเคารพไม่ได้หมายความว่าข้าต้องยอมรับทุกข้อกล่าวหาโดยไม่ถามถึงเหตุผล”

บรรยากาศภายในตำหนักตึงเครียดขึ้นทันที

เฉินกวงยกมือห้ามผู้อาวุโสผู้นั้น ก่อนหันไปทางจักรพรรดิมังกร

“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าควรมีการทดสอบองค์รัชทายาทสามประการ ได้แก่ การควบคุมพลังมังกร การตัดสินใจเมื่อเผชิญอันตราย และความสามารถในการรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชา”

เฟิงเทียนหลงยังไม่ตอบในทันที

พระองค์ทอดพระเนตรบุตรชาย ซึ่งยืนนิ่งโดยไม่หลบสายตาของเหล่าผู้อาวุโส

“อ้าวเทียน เจ้าคิดอย่างไร”

เฟิงอ้าวเทียนตอบอย่างไม่ลังเล

“ข้ายอมรับการทดสอบ แต่ต้องเป็นการทดสอบที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน และผลการทดสอบต้องถูกบันทึกตามความเป็นจริง ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือโทษแก่ข้า”

เฉินกวงพยักหน้า

“สภามังกรยอมรับเงื่อนไขนี้”

จักรพรรดิมังกรจึงมีพระบัญชาให้กำหนดรายละเอียดการทดสอบและแจ้งให้องค์รัชทายาททราบก่อนเริ่มพิธี

การประชุมสิ้นสุดลงโดยยังไม่มีข้อสรุปเรื่องความเหมาะสมในการสืบทอดบัลลังก์ แต่ทุกคนรู้ดีว่าจากนี้ไป เฟิงอ้าวเทียนจะต้องเผชิญบททดสอบที่ยากกว่าการฝึกในแท่นมังกรหลายเท่า

คืนนั้น เฟิงอ้าวเทียนกลับมายังตำหนักส่วนตัวเพียงลำพัง

เขาถอดปิ่นทองออก ปล่อยให้เส้นผมดำยาวทิ้งตัวลงบนแผ่นหลัง ก่อนนั่งขัดสมาธิบนแท่นหยกและโคจรปราณตามเคล็ดวิชาประจำราชวงศ์

พลังสีดำทองค่อย ๆ หมุนวนรอบกาย เกล็ดมังกรปรากฏขึ้นตามแนวแขนและลำคอ แสงสีทองส่องสว่างอยู่กลางหน้าผาก ก่อนจะแผ่กระจายไปทั่วห้อง

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งปราณไหลผ่านแก่นพลังส่วนลึก

ความเย็นเยียบสายหนึ่งพลันแทรกขึ้นมา

เฟิงอ้าวเทียนลืมตา

เกล็ดสีเงินปรากฏขึ้นบนหลังมืออีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เลือนหายไปทันที กลับมีลวดลายคล้ายอักขระโบราณเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวหนัง

เขารีบกดพลังดำทองลงเพื่อควบคุมความปั่นป่วน แต่ยิ่งกด พลังสีเงินกลับยิ่งสว่างขึ้น

ทันใดนั้น เงามังกรสีเงินก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

ร่างของมันใหญ่โตเกินกว่าจะอยู่ภายในตำหนักได้ทั้งหมด เกล็ดแต่ละชิ้นส่องประกายราวหยกน้ำแข็ง ดวงตาสีเงินจับจ้องมาที่เขาโดยตรง

เฟิงอ้าวเทียนลุกขึ้นทันที

“เจ้าเป็นใคร!”

เงามังกรไม่ตอบ เพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนส่งเสียงคำรามที่คล้ายดังมาจากห้วงกาลเวลาอันไกลโพ้น

วูม!

ตราประทับสีเงินปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของเฟิงอ้าวเทียน

ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นผ่านศีรษะ ภาพสถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นในห้วงความคิด

เทือกเขาน้ำแข็งทอดยาวสุดสายตา วิหารโบราณตั้งอยู่เหนือทะเลหมอก และมังกรสีเงินนับร้อยบินวนรอบยอดเขา

ท่ามกลางมังกรเหล่านั้น มีเงาร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่บนแท่นหิน นางมีเส้นผมยาวสีดำสนิท ดวงตาสุกสกาวดุจดวงดาว และเกล็ดสีเงินที่สะท้อนแสงอยู่บนลำคอ

แม้ภาพนั้นจะเลือนราง แต่ความรู้สึกประหลาดกลับเกิดขึ้นในใจของเขา ราวกับเคยพบหญิงสาวผู้นั้นมาก่อน ทั้งที่เขาไม่เคยเห็นนางในชีวิตจริง

ก่อนที่เฟิงอ้าวเทียนจะมองให้ชัด ภาพทั้งหมดก็แตกสลายเป็นละอองแสง

เงามังกรสีเงินค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงตราประทับเล็ก ๆ บนหลังมือของเขา

ชายหนุ่มยืนหอบหายใจอยู่กลางตำหนัก

พลังมังกรดำทองยังคงไหลเวียนอยู่ในร่าง แต่คราวนี้กลับไม่มีการต่อต้านจากพลังสีเงินอย่างที่เคยเกิดขึ้น

ทั้งสองสายหมุนวนเข้าหากันอย่างช้า ๆ ก่อนสงบนิ่งลงพร้อมกัน

เฟิงอ้าวเทียนจ้องตราประทับบนมือ

“มังกรสีเงิน...”

เขาพึมพำกับตนเอง

สายเลือดของราชวงศ์เฟิงสืบทอดพลังมังกรดำทองมาแต่โบราณ ไม่เคยมีบันทึกว่าองค์รัชทายาทผู้ใดจะมีพลังสีเงินปรากฏขึ้นพร้อมกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เงามังกรที่เขาเห็นเมื่อครู่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนภาพลวงตาจากการฝึกผิดพลาด แต่มันคล้ายกำลังส่งข้อความบางอย่างมาถึงเขา

ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันค้นหาคำตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“องค์รัชทายาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญต้องกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”

เป็นเสียงของมู่ชาง

เฟิงอ้าวเทียนปิดแขนเสื้อคลุมตราประทับ ก่อนเดินไปเปิดประตู

“เกิดอะไรขึ้น”

มู่ชางมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าปกติ

“เมื่อครู่ หอศิลามังกรทางทิศเหนือเกิดการสั่นสะเทือนพ่ะย่ะค่ะ ศิลาจารึกโบราณที่ปิดผนึกมานานหลายพันปีมีแสงสีเงินปรากฏขึ้น และผู้อาวุโสประจำหอตรวจพบว่าผนึกชั้นนอกเริ่มคลายตัว”

หัวใจของเฟิงอ้าวเทียนกระตุกวูบ

เขามองไปยังตราประทับใต้แขนเสื้อ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“มีผู้ใดเข้าไปในหอนั้นหรือไม่”

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ หอนั้นถูกปิดผนึกมานาน และมีเพียงจักรพรรดิมังกรกับผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่สามารถเปิดประตูได้”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง

เงามังกรสีเงินในตำหนักของเขาเพิ่งปรากฏขึ้น และในเวลาเดียวกัน ผนึกโบราณของราชวงศ์ก็เริ่มสั่นสะเทือน

เรื่องทั้งสองต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน

“ไปเตรียมตัว ข้าจะไปหอศิลามังกร”

มู่ชางรีบคุกเข่าลง

“องค์รัชทายาท ฝ่าบาทมีรับสั่งห้ามผู้ใดเข้าใกล้หอจนกว่าจะทราบสาเหตุพ่ะย่ะค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนหรี่ตาลง

“ถ้าเช่นนั้นจงไปกราบทูลเสด็จพ่อว่าข้าต้องการเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้”

เขาหันกลับไปมองภายในตำหนักอีกครั้ง

บนพื้นหยกซึ่งเงามังกรสีเงินปรากฏขึ้นเมื่อครู่ มีเกล็ดสีเงินเล็ก ๆ ตกอยู่หนึ่งชิ้น

เฟิงอ้าวเทียนก้มลงเก็บมันไว้ในฝ่ามือ

เกล็ดนั้นเย็นจัด แต่ภายในกลับมีพลังอบอุ่นสายหนึ่งซ่อนอยู่ ราวกับกำลังตอบสนองต่อเลือดมังกรในกายเขา

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า พลังที่ตนพยายามกดเอาไว้มาโดยตลอด อาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง

บางที มันอาจเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความลับของสายเลือดตนเอง

และหญิงสาวในภาพนิมิตคนนั้น อาจเป็นผู้เดียวที่รู้ว่าความลับดังกล่าวหมายถึงสิ่งใด

เฟิงอ้าวเทียนกำเกล็ดสีเงินไว้แน่น ก่อนก้าวออกจากตำหนัก

ค่ำคืนนี้ แดนมังกรยังคงสงบภายใต้แสงดารา แต่ใต้หอศิลามังกรที่ถูกผนึกมานับพันปี กลับมีบางสิ่งเริ่มตื่นขึ้นจากการหลับใหล

ชะตาของทายาทจักรพรรดิมังกร กำลังจะเปลี่ยนไปนับจากวินาทีนี้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1 ทายาทแห่งบัลลังก์มังกร
เสียงระฆังมังกรดังกังวานไปทั่วเก้าสวรรค์ เกล็ดเมฆสีทองแหวกออกจากยอดเขา เผยให้เห็นพระราชวังหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเลเมฆ เสาหยกขนาดมหึมาสลักลวดลายมังกรพันรอบทอดยาวไปจนถึงประตูสวรรค์ ส่วนรูปสลักมังกรทั้งเก้าบนหลังคาตำหนักต่างเปล่งประกายราวกับมีชีวิต ดินแดนแห่งนี้คือแดนมังกร หนึ่งในสามภพที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ที่นี่ มังกรเป็นผู้ปกครอง มีสายเลือดเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ และมีพลังบำเพ็ญเพียรเป็นหลักตัดสินความแข็งแกร่ง เหนือราชวงศ์มังกรทั้งปวงคือจักรพรรดิมังกร ผู้ครองบัลลังก์มานับหมื่นปี และผู้ที่กำลังจะสืบทอดอำนาจของพระองค์ก็คือ เฟิงอ้าวเทียน องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เฟิง ทว่าแม้จะมีชาติกำเนิดสูงส่งเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางของเขาจะราบรื่นไปตลอดกาล ภายในแท่นฝึกมังกรทางทิศตะวันออก ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำขลิบทองยืนอยู่กลางลานหิน ดวงตาสีทองจับจ้องเสาหินตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เส้นผมดำยาวถูกรวบไว้ด้วยปิ่นทองรูปมังกร ท่วงท่าของเขาสง่างามสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่แววตากลับแฝงความดื้อรั้นที่ยากจะควบคุม เฟิงอ้าวเทียนยกมือขวาขึ้น พลังสีดำทองค่อย ๆ ก่อตัวรอบฝ่ามือ ก่อนแผ่ขยายออกเป็นเ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 2 ผนึกมังกรโบราณ
เกล็ดสีเงินในฝ่ามือของเฟิงอ้าวเทียนยังคงเปล่งประกายจาง ๆ แม้เขาจะใช้ผ้าคลุมไว้แล้วก็ตาม ยิ่งเข้าใกล้หอศิลามังกร ความเย็นจากเกล็ดชิ้นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับมีบางสิ่งภายในหอกำลังเรียกหามัน มู่ชางเดินนำอยู่เบื้องหน้า ทหารมังกรที่เฝ้าทางเข้าต่างคุกเข่าลงเมื่อเห็นองค์รัชทายาทเสด็จมาถึง ทว่าภายในแววตาของแต่ละคนกลับมีความกังวลซ่อนอยู่ หอศิลามังกรเป็นสถานที่เก็บรักษาศิลาจารึกและสมบัติโบราณของราชวงศ์เฟิง ว่ากันว่าศิลาบางแผ่นถูกจารึกไว้ตั้งแต่ยุคที่มังกรบรรพกาลยังครองสามภพ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ไม่อาจอ่านอักขระทั้งหมดได้ สถานที่แห่งนี้ถูกปิดผนึกมาหลายพันปี และไม่เคยมีเหตุการณ์ผิดปกติรุนแรงเช่นนี้มาก่อน “ฝ่าบาทประทับอยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ” ทหารเฝ้าประตูรายงาน เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า ก่อนก้าวผ่านประตูหินเข้าไป ทันทีที่เขาเข้าสู่โถงชั้นนอก พลังมังกรสายหนึ่งก็พุ่งเข้าปะทะร่างจนชายเสื้อสะบัดอย่างรุนแรง เขาหยุดฝีเท้าแล้วโคจรปราณป้องกันตนเอง กำแพงหินทั้งสองข้างสลักอักขระสีทองไว้เป็นแนวยาว บัดนี้อักขระบางส่วนกลับเปลี่ยนเป็นสีเงิน ราวกับมีพลังแปลกปลอมกำลังไหลผ่านเส้นลายบนผนัง “นี่คือสิ่งที่เกิด
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 3 ผู้สืบสายเลือดมังกรเงิน
หลินซีเหยาหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินสีขาวซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างหน้าผาสองด้าน เบื้องล่างคือทะเลหมอกที่ปกคลุมหุบเขามังกรเงินมานับพันปี ส่วนเหนือศีรษะมีเกล็ดน้ำแข็งลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับม่านที่กั้นแยกดินแดนแห่งนี้ออกจากโลกภายนอก นางมองตราประทับรูปมังกรบนประตูหิน ก่อนยกมือแตะลงไปเบา ๆ ทันใดนั้น ลวดลายสีเงินก็สว่างขึ้น มังกรเงินตัวหนึ่งปรากฏขึ้นกลางม่านแสง เกล็ดของมันใสกระจ่างราวกับสร้างจากจันทรา ดวงตาสีเงินจับจ้องนางอย่างเงียบงัน “ผู้สืบสายเลือดมังกรเงิน จงบอกเหตุผลที่เจ้าต้องการออกจากหุบเขา” เสียงโบราณดังขึ้นโดยไม่ผ่านริมฝีปากของมัน แต่กลับสะท้อนอยู่ภายในจิตวิญญาณของนาง หลินซีเหยาไม่ถอยหนี “ผนึกมังกรโบราณกำลังสั่นคลอน ข้าต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” “เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า” “หากผนึกพังทลาย หุบเขาแห่งนี้ก็ไม่อาจอยู่อย่างสงบได้อีกต่อไป แล้วเหตุใดจึงไม่ใช่หน้าที่ของข้า?” มังกรเงินในม่านแสงเงียบไปครู่หนึ่ง “ผู้ที่อยู่นอกหุบเขาอาจต้องการใช้พลังของเจ้า พวกเขาอาจหลอกลวงเจ้า หรืออาจสังหารเจ้าเพื่อแย่งชิงสายเลือดมังกรเงินที่สูญหายไปจากโลก” “ข้ารู้ว่าข้างนอกอันตราย” นางลดมือ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 4 เงามังกรแดนเหนือ
หลินซีเหยาเดินทางออกจากหุบเขามังกรเงินได้ไม่ถึงครึ่งวัน ก็พบว่าพลังมังกรในโลกภายนอกแตกต่างจากที่นางเคยสัมผัสอย่างสิ้นเชิง ภายในหุบเขา พลังปราณบริสุทธิ์ไหลเวียนอย่างสงบ ราวกับสายน้ำใต้ผืนน้ำแข็ง แต่เมื่อออกมาสู่ดินแดนภายนอก พลังหลายสายกลับปะปนกันจนเกิดกระแสปั่นป่วน บางแห่งอบอุ่น บางแห่งเย็นเยียบ และบางแห่งแฝงกลิ่นอายอันตรายที่ทำให้นางต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว นางหยุดอยู่บนสันเขา มองลงไปยังป่าเบื้องล่าง ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมหุบเขา ใบไม้สีเขียวเข้มไหวตามแรงลม ขณะที่ไกลออกไปมีเทือกเขาสีดำทอดตัวขวางเส้นทางสู่ทิศใต้ เกล็ดเงินในแขนเสื้อของนางอุ่นขึ้นอีกครั้ง หลินซีเหยาหยิบมันออกมา แสงสีเงินบางเบาปรากฏตามขอบเกล็ด ก่อนจะชี้ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ “พลังดำทองอยู่ทางนั้นหรือ?” นางพึมพำกับตัวเอง นางไม่รู้ว่าพลังที่สัมผัสได้นั้นเป็นของมังกรตนใด แต่ความรู้สึกจากเกล็ดเงินบอกชัดเจนว่ามันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป หลินซีเหยาเก็บเกล็ดกลับเข้าที่ แล้วกระโดดลงจากสันเขาอย่างคล่องแคล่ว ร่างของนางเคลื่อนผ่านกิ่งไม้และโขดหินราวกับเงาสีเงิน นางตั้งใจจะหาที่พักก่อนค่ำ แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังเม
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 5 อสูรมังกรใต้เงาจันทร์
เสียงปีกขนาดใหญ่กระพือผ่านยอดไม้ในยามราตรี หลินซีเหยาลืมตาขึ้นทันที มือข้างหนึ่งคว้าเกล็ดเงินที่วางอยู่ข้างกาย ส่วนอีกข้างรวบรวมพลังปราณไว้เงียบ ๆ กองไฟตรงหน้ากะพริบวูบ เปลวเพลิงที่เคยเป็นสีส้มกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ก่อนดับลงอย่างไม่มีสาเหตุ รอบลำธารเงียบผิดปกติ แม้แต่แมลงกลางคืนก็หยุดส่งเสียง หลินซีเหยาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ดวงตาสีเงินกวาดมองแนวป่ารอบตัว นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ กลิ่นอายนั้นไม่เหมือนสัตว์อสูรทั่วไป แต่คล้ายพลังมังกรที่ถูกบิดเบือนจนสูญเสียความสงบตามธรรมชาติ “ออกมาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนอยู่” ไม่มีผู้ใดตอบ มีเพียงเสียงน้ำไหลผ่านก้อนหิน หลินซีเหยาขยับถอยไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ตนเองถูกล้อมจากทุกด้าน จากนั้นจึงปล่อยพลังมังกรเงินออกไปเป็นวงบาง ๆ พลังนั้นแผ่ผ่านพื้นดินและพุ่มไม้ ก่อนสะท้อนกลับมาพร้อมสัมผัสของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว นางหันขวับไปทางซ้าย เงาดำพุ่งออกจากพุ่มไม้ในทันที! หลินซีเหยาหลบกรงเล็บที่ตวัดลงมาได้อย่างหวุดหวิด พื้นดินบริเวณที่นางยืนอยู่เมื่อครู่แตกกระจายเป็นหลุมลึก ต้นไม้สองต้นถูก
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 6 ทางรอดในถ้ำหินดำ
เสียงคำรามต่ำลึกสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำหินดำ เศษหินบนเพดานร่วงลงมาเป็นระยะ ขณะที่เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านปากทางเข้าซึ่งหลินซีเหยาเพิ่งเดินผ่านมา นางถอยหลังเพียงสองก้าว ก่อนหยุดยืนข้างเสาหินที่สลักรูปมังกรเงินเอาไว้ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่อสูรมังกรทั่วไป ร่างของมันสูงเกือบเท่าประตูถ้ำ เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วร่าง มีเขาโค้งสองข้างและดวงตาสีแดงคล้ำ แต่สิ่งที่ทำให้นางระวังตัวมากที่สุดกลับไม่ใช่รูปร่างอันน่าเกรงขาม หากเป็นเงาสีดำที่ไหลออกจากรอยแยกระหว่างเกล็ด ราวกับร่างของมันกำลังถูกบางสิ่งกัดกินจากภายใน หลินซีเหยากำกระบี่สั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นขึ้น นางยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และยิ่งไม่รู้ว่ามันเฝ้าถ้ำแห่งนี้มานานเพียงใด แต่จากแรงกดดันที่แผ่ออกมา หากปะทะกันตรง ๆ นางอาจเสียเปรียบอย่างมาก “ข้าไม่ได้มาหาเรื่องเจ้า” นางเอ่ยอย่างระมัดระวัง “หากทางนี้เป็นถิ่นของเจ้า ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” อสูรตรงหน้าไม่ตอบรับ มันก้มศีรษะลง ดวงตาสีแดงจับจ้องนาง ก่อนพุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน หลินซีเหยากระโดดหลบไปด้านข้าง กรงเล็บของมันกระแทกพื้นจนหินแตกกระจาย นางหมุนตัวอาศัยแรงส่งถอยไปอยู่หลังเสาหิน ทว่า
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 7 ป้อมมังกรเหนือ
รุ่งอรุณเหนือดินแดนมังกรปกคลุมยอดเขาด้วยหมอกสีขาว เมื่อประตูตำหนักมังกรหลวงเปิดออก เฟิงอ้าวเทียนก็ปรากฏตัวในชุดเดินทางสีดำปักลายมังกรทอง เสื้อคลุมยาวสะบัดตามแรงลม ข้างเอวมีหยกคุ้มภัยที่เฟิงเทียนหลงประทานให้ติดตัวไว้ มู่ชางยืนรออยู่หน้าบันไดหิน พร้อมมังกรเกล็ดเทาสองตัวที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทาง “องค์ชาย ทรงเตรียมพร้อมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” “หากข้ายังไม่พร้อม ท่านก็คงไม่ยอมให้ข้าออกเดินทางอยู่ดี” “อย่างน้อยท่านก็ทรงทราบดี” เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนก้าวขึ้นไปบนหลังมังกรตัวแรก มู่ชางตามขึ้นไปบนอีกตัว จากนั้นมังกรทั้งสองจึงกางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เบื้องล่างคือพระราชวังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลเมฆ ยอดหอสูงตระหง่านค่อย ๆ เล็กลงเมื่อพวกเขามุ่งหน้าไปทางเหนือ เฟิงอ้าวเทียนทอดสายตามองเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไป เขาเคยเดินทางไปยังดินแดนหลายแห่งในเขตมังกร แต่ป้อมมังกรเหนือเป็นสถานที่ที่เขาไม่เคยไปด้วยตนเองมาก่อน ที่นั่นตั้งอยู่ตรงแนวเขตระหว่างดินแดนมังกรกับเทือกเขารกร้าง ซึ่งเต็มไปด้วยอสูรและซากโบราณสถานจากยุคบรรพกาล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ป้อมแห่งนั้นทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้อสูรจากเทือกเขารกร้
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 8 รอยแยกแห่งหุบเขาเหมันต์
ลมหนาวจากเทือกเขารกร้างพัดผ่านกำแพงป้อมมังกรเหนือ จนธงสีดำทองบนยอดหอคอยสะบัดดังพรึ่บพรั่บ ทหารมังกรที่ประจำอยู่บนเชิงเทินต่างหันมองท้องฟ้า เมื่อเห็นมังกรเกล็ดเทาสองตัวบินฝ่าหมอกเข้ามาใกล้ เสียงแตรต้อนรับดังขึ้นสามครั้ง เฟิงอ้าวเทียนกระโดดลงจากหลังมังกรอย่างคล่องแคล่ว ก่อนเงยหน้ามองป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง กำแพงหินสีดำทอดยาวไปตามแนวเขา อักขระคุ้มภัยสีทองสลักอยู่เป็นระยะ ส่วนด้านนอกกำแพงมีหอธนูและแท่นศิลาสำหรับตรวจจับพลังอสูรตั้งเรียงราย ที่นี่แตกต่างจากพระราชวังมังกรหลวงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสวนงดงามหรือสะพานหยกทอดข้ามสระน้ำ มีเพียงลมหนาว กลิ่นหินชื้น และเสียงฝีเท้าทหารที่เดินลาดตระเวนอยู่ไม่ขาดสาย แม่ทัพประจำป้อมเดินออกมาต้อนรับ เขาสวมเกราะสีเข้ม มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วข้างหนึ่ง เมื่อเห็นเฟิงอ้าวเทียนก็ประสานมือคำนับ “ถวายคำนับองค์ชาย กระหม่อมแม่ทัพหลัวเจิ้ง ผู้ดูแลป้อมมังกรเหนือพ่ะย่ะค่ะ” “ท่านแม่ทัพไม่ต้องมากพิธี ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้สถานการณ์ตามแนวเขต ขอเพียงท่านบอกสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจริงก็พอ” หลัวเจิ้งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจกับคำตรัสนั้น ก่อนพยัก
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 9 เงื่อนงำใต้ผาน้ำแข็ง
เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่บนเชิงเทินของป้อมมังกรเหนือ ก่อนดวงอาทิตย์จะพ้นแนวเทือกเขาเสียอีก เบื้องหน้าคือหุบเขาเหมันต์ซึ่งถูกหมอกสีขาวปกคลุมตลอดทั้งปี ยอดผาหินสูงชันเรียงรายราวกำแพงธรรมชาติ ส่วนธารน้ำแข็งที่ทอดผ่านหุบเขาสะท้อนแสงสีเงินจาง ๆหากมองจากระยะไกล ที่นี่ก็ไม่ต่างจากหุบเขาทั่วไปในดินแดนเหนือแต่หลังจากได้เห็นอสูรมังกรเขาน้ำแข็งคลุ้มคลั่งเมื่อวาน เฟิงอ้าวเทียนก็ไม่อาจมองสถานที่แห่งนี้ด้วยสายตาเดิมได้อีก“องค์ชาย เตรียมออกเดินทางได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”มู่ชางเดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้ม ในมือมีแผ่นหยกแผนที่ซึ่งบันทึกเส้นทางรอบหุบเขาเอาไว้เฟิงอ้าวเทียนรับมาแล้วกวาดตามอง“วันนี้เราจะไปถึงหน้าผาด้านตะวันออกหรือไม่”“หากไม่มีเหตุขัดข้อง เราจะไปถึงจุดที่หน่วยลาดตระเวนพบรอยสลักได้ก่อนเที่ยง แต่ข้าขอย้ำอีกครั้งว่า เราจะไม่เข้าไปในเขตหมอกสีดำ”“ข้าจำได้”มู่ชางเลิกคิ้วเล็กน้อย“เมื่อคืนท่านก็ตรัสเช่นนี้”“แล้วข้าก็ยังไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของท่านมิใช่หรือ”“เพราะเมื่อคืนท่านยังไม่ได้ออกจากป้อมต่างหากพ่ะย่ะค่ะ”เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินไปยังลานด้านล่างวันนี้พวกเขาไม่ได้ใช้มังกรเกล็ด
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
บทที่ 10 ผู้มาเยือนจากหุบเขา
หมอกเหนือหุบเขาเหมันต์ยังไม่ทันสลาย เฟิงอ้าวเทียนก็ออกจากห้องพักพร้อมกระบี่ประจำกาย เขาตั้งใจจะไปยังลานฝึกของป้อมมังกรเหนือก่อนเริ่มการสำรวจในวันนี้ เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เขาตระหนักว่า การมีพลังมากเพียงใดก็ไม่สำคัญเท่ากับการควบคุมมันได้ในยามจำเป็น มู่ชางมาถึงลานฝึกในเวลาไม่นานนัก “วันนี้ท่านตั้งใจจะฝึกสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ” “การควบคุมพลังมังกรโดยไม่ให้พลังสีเงินแทรกเข้ามา” มู่ชางพยักหน้า ก่อนโยนหินสีดำขนาดเท่ากำปั้นให้เขา “เช่นนั้นจงใช้พลังสีดำทองห่อหุ้มหินก้อนนี้ โดยห้ามทำให้ผิวหินแตกร้าว” เฟิงอ้าวเทียนรับหินไว้ในมือแล้วหลับตาลง เขาค่อย ๆ รวบรวมปราณมังกรจากจุดตันเถียน ส่งพลังผ่านแขนไปยังฝ่ามือ ประกายสีดำทองปรากฏขึ้นรอบหินในทันที ในช่วงแรก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อเขาพยายามเพิ่มความหนาแน่นของพลังให้สม่ำเสมอ ประกายสีเงินบางเบากลับแทรกขึ้นมาจากกลางฝ่ามือ หินในมือสั่นสะเทือน เฟิงอ้าวเทียนรีบคลายพลังออก ก่อนที่มันจะแตกเป็นเสี่ยง มู่ชางมองหินก้อนนั้นแล้วกล่าวว่า “ท่านพยายามกดพลังสีเงินมากเกินไป” “หากไม่กดมันไว้ พลังทั้งสองสายก็จะปะทะกัน” “แล้วท่านเคยลองปล่อยให้มันอ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status