จากมุมมองของคนชอบหนัง ฉันมักบอกว่าเวลาไม่มีภาคต่อแบบเป็นทางการ สิ่งที่ทำได้คือหาภาคที่มีอยู่แล้วมาดูซ้ำหรือเลือกดูงานใกล้เคียงกัน ในกรณีนี้ 'Hitman: Agent 47' (2015) กับเวอร์ชันก่อนหน้า 'Hitman' (2007) มักมีให้เช่า/ซื้อเป็นดิจิทัลบนแพลตฟอร์มอย่าง Apple TV (iTunes), Google Play Movies/Google TV และ Prime Video ในไทยช่วงที่วางจำหน่ายดิจิทัล หากอยากเก็บเป็นของขวัญสะสมก็มีดีวีดีหรือบลูเรย์ให้หาซื้อได้ด้วย
แนวทางปฏิบัติที่ฉันทำคือมองหาการเช่าหรือซื้อบน Apple TV, Google Play หรือ Prime Video ในไทย และถ้าอยากได้คุณภาพสูงเก็บไว้ก็ซื้อบลูเรย์ อีกทางเลือกหนึ่งคือเล่นซีรีส์เกม 'Hitman' ที่ให้มิติของตัวละครลึกกว่า ในท้ายที่สุดฉันคิดว่าการหาทางเลือกที่ดีแทนภาคสองจะยังพอเติมความอยากดูได้ในช่วงนี้
สำหรับคนที่ยังอยากดูภาพยนตร์ ฉันมักแนะนำให้มองหาการเช่าหรือซื้อแบบดิจิทัลบน Apple TV หรือ Google Play เพราะในไทยภาพยนตร์จากสตูดิโอฮอลลีวูดมักลงช่องขาย/เช่าก่อนจะโผล่ในบริการสตรีมมิ่งสมัครสมาชิก ยิ่งถ้าต้องการคุณภาพภาพและเสียงเต็มรูปแบบ การซื้อบลูเรย์ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว
อยากชวนให้เริ่มจากจุดที่เรื่องราวค่อยๆ ปะติดปะต่อกันจนทำให้โลกของโทลคีนชัดขึ้น นั่นคือ 'The Fellowship of the Ring' ในเวอร์ชันภาพยนตร์ของปี 2001 ฉากเปิดที่ชาวฮอบบิทในชายนั้นอบอุ่นและเรียบง่าย แต่พอเข้าสู่การประชุมของเอลรอนด์และการก่อตั้งพรรค เพื่อนร่วมทางแต่ละคนก็เริ่มมีน้ำหนักทั้งทางอารมณ์และความหมาย ฉันชอบวิธีที่หนังเว้นจังหวะให้เราเชื่อมกับตัวละครก่อนจะปล่อยให้การผจญภัยขยายตัวออกไป
การดูภาคแรกก่อนทำให้ฉากสำคัญในภาคต่อๆ มาอย่าง Weathertop หรือ Helm's Deep มีแรงกระแทกมากขึ้น เพราะคุณได้เห็นรากเหง้าของความสัมพันธ์และการตัดสินใจของตัวละคร อีกอย่างคือดนตรีและภาพที่หนังตั้งไว้จะทำให้ความยิ่งใหญ่ของ 'The Return of the King' ในตอนท้ายรู้สึกคุ้มค่า ฉันมองว่าถ้าอยากอินจริงๆ เริ่มจากภาคแรกแล้วค่อยไล่ต่อเป็นวิธีที่ให้ผลทางอารมณ์ดีที่สุด