ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามีเพลงหนึ่งจากซีรีส์ที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนทั้งประเทศ และสำหรับวงการเพลงประกอบละครเกาหลี เพลงนั้นคือ 'I Will Go to You Like the First Snow' ของ Ailee
เพลงที่ผมคิดว่าโดดเด่นที่สุดจาก 'ก็อบลิน' ต้องเป็น 'I Will Go To You Like The First Snow' ของ Ailee — เพลงนี้พลังอารมณ์ทรงพลังจนเรียกน้ำตาจากคนดูได้หลายฉาก
เสียงของ Ailee ถูกจัดวางไว้บนเมโลดี้ที่เรียบง่ายแต่หนักแน่น มีการใช้เปียโนและสายไวโอลินที่ค่อยๆ พยุงความรู้สึก ทำให้ฉากอำลาหรือการพบกันท่ามกลางหิมะแรกของเรื่องมีน้ำหนักกว่าเดิม นอกจากเนื้อเพลงที่พูดถึงการกลับไปหาใครสักคนเหมือนหิมะแรก เพลงนี้ยังเข้าถึงคนฟังได้ง่าย เหตุผลหนึ่งที่มันติดหูเพราะท่อนฮุคที่จับใจและท่วงทำนองที่ไม่ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยความโหยหา
พอเพลงนี้ขึ้นในซีนนั้น มันช่วยขยายความหมายของภาพยนตร์ทีละชั้น ทำให้การตัดต่อและการแสดงของนักแสดงดูทรงพลังขึ้นกว่าเดิม เสียงร้องที่ระบายอารมณ์จนสุดขอบ ช่วยให้ฉากจบบางฉากยังคงตามหลอกหลอนเราไปนาน หลังจากฟังแล้วผมมักจะนั่งคิดถึงช็อตนั้นนาน ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าดนตรีทำหน้าที่ได้ดีมากจริง ๆ
เสียงหวานของ Ailee ใน 'I Will Go to You Like the First Snow' ยังคงตามหลอกหลอนฉันทุกครั้งที่คิดถึงฉากสุดท้ายของซีรีส์นี้
เพลงนี้มีพลังแบบที่ทำให้คนฟังหยุดหายใจได้ชั่วพริบตา เสียงร้องของนักร้องผสานกับเปียโนและไวโอลินอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ตั้งแต่ท่อนเปิดจนถึงท่อนฮุค ทุกอย่างถูกจัดวางให้จุดอารมณ์พุ่งตรงไปที่หัวใจ ฉันชอบฟังท่อนสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะมันไม่ใช่แค่ทำนองที่สวย แต่น้ำเสียงและการขึ้นจังหวะแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยขยายความเศร้าและความระลึกถึงของฉากนั้นได้อย่างแม่นยำ
บางครั้งเพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงประกอบแห่งฤดูหนาวสำหรับฉัน ทุกปีเมื่ออากาศเย็นหรือเห็นหิมะตก เสียงของเพลงนี้จะพาไปย้อนมุมมองของเรื่องราวความรักที่ข้ามกาลเวลา มันไม่ใช่แค่เพลงประกอบทั่วไป แต่เป็นฉากหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์ยังคงอยู่ในความทรงจำเป็นเวลานาน ๆ
เพลงหนึ่งที่ผมโยงกับนางเอกทันทีคือ 'I Will Go to You Like the First Snow' ของ Ailee.
ท่อนพรีคอรัสกับน้ำเสียงอันทรงพลังของ Ailee มันทำหน้าที่เหมือนสัญลักษณ์ของความเป็นชะตากรรมและความบริสุทธิ์ของตัวละครหญิงในเรื่อง—ฉากหิมะที่ตกลงมาพร้อมกับเสียงเพลงนั้นกลายเป็นภาพติดตา และทุกครั้งที่เพลงนี้ดังขึ้น ฉากที่เธอยืนเดียวดายหรือเผชิญชะตาปีที่หนักหน่วงก็จะยิ่งมีน้ำหนักขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ การเรียงคำในเนื้อเพลงยังสะท้อนความคิดถึงและการยอมรับโชคชะตา ซึ่งตรงกับบทบาทนางเอกที่ถูกมองว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและอนาคตของตัวเอกชาย
ในมุมมองส่วนตัว เพลงนี้ทำให้ผมร้องไห้ไม่ใช่เพราะความเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันจับความไม่แน่นอนของวัยและความใสซื่อของเธอไว้ได้อย่างครบถ้วน ฉากสุดท้ายที่เพลงนี้ดังขึ้นยังคงทำให้รู้สึกว่าเพลงกับตัวละครไม่ได้เป็นแค่ประกอบ แต่มันเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่สื่อสารแทนเธอได้เลย
เสียงเพลงจาก 'Goblin' ที่ติดหูที่สุดสำหรับฉันคงต้องยกให้ 'I Will Go to You Like the First Snow' ของ Ailee เพลงนี้มันมีพลังดึงอารมณ์ที่ทำให้ฉากเศร้าหนักขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ฉากที่ใช้เพลงนี้ในเรื่องไม่ใช่แค่แบ็กกราวนด์ธรรมดา แต่กลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างความรักและการพรากจาก เสียงสูงของ Ailee ผสมกับเนื้อหาที่พูดถึงการไปหาใครสักคนเหมือนกับหิมะแรก ทำให้หลายคนร้องไห้ตามได้ง่าย ๆ ในมุมของฉัน เพลงนี้ยังมีโทนดนตรีที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความกว้างขวาง ทั้งเครื่องสายและพลังเสียงที่ดันอารมณ์จนขึ้นไปสุด
หลังจากดูจบ มันเป็นเพลงที่ฉันมักเปิดซ้ำเวลาต้องการระบายความเศร้าหรือย้อนคิดถึงช่วงเวลาที่อบอุ่นปนเศร้า เพลงนี้ยังคงถูกหยิบมาใช้ในงานต่าง ๆ และมักโผล่ในเพลย์ลิสต์ของคนที่อยากได้บัลลาดที่จริงจัง ความเป็นสากลของเมโลดี้กับความบริสุทธิ์ของเสียงนักร้องทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ทางความรู้สึกของเรื่องไปเลย
เพลงที่ทำให้ห้องแชทแฟนๆเดือดที่สุดสำหรับฉันคือ 'I Will Go to You Like the First Snow' — มันเหมือนบทสรุปทางอารมณ์ที่ลงตัวในทุกฉากของ 'กอบลิน' และเสียงของนักร้องลากหัวใจคนดูไปด้วยทุกครั้ง
ฉันยังจำความรู้สึกแรกที่ได้ยินท่อนคอรัสสูง ๆ นั้น: มันไม่ใช่แค่เพลงประกอบ แต่เป็นเหมือนบทสนทนาที่ตัวละครไม่ได้พูดออกมา เสียงร้องมีทั้งความเปราะบางและความหนักแน่นในเวลาเดียวกัน ทำให้ฉากที่หิมะตกกลายเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆแชร์กันบนโซเชียลเป็นร้อย ๆ รูปอย่างไม่มีเบื่อ
ในมุมมองของคนที่ชอบฟังเพลงซึ้ง ๆ ฉันชอบวิธีที่เมโลดี้กับเนื้อร้องช่วยขับอารมณ์ให้ลึกขึ้นจนรู้สึกว่าเพลงกับภาพเป็นหนึ่งเดียว เพลงนี้เลยกลายเป็นเพลงที่หลายคนเอาไปเปิดตอนคิดถึงอดีตหรือคนที่จากไป — มันทั้งเศร้าและสวยในคราวเดียว