เสียงเครื่องยนต์ผสานกับเบสหนักๆ แล้วจังหวะเพลงพุ่งขึ้นมา—นั่นแหละคือความรู้สึกหลักของเพลงประกอบประเภทนักซิ่งที่ทำให้เลือดสูบฉีดได้ทันที ในโลกของอนิเมะและเกมแข่งรถ ผมมักจะคิดถึงพลังของจังหวะที่ตรงกับรอบเครื่องและโค้งถนน: เพลงที่เด่นไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่จับอารมณ์ความเร็วและความตึงเครียดได้ก็พอ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคงหนีไม่
พ้นเสียง Eurobeat ที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของ 'Initial D'—แทร็กอย่าง Deja Vu (Dave Rodgers), Running in the 90s (Max Coveri) และ Gas Gas Gas (Manuel) ทำหน้าที่เหมือนหัวใจเต้นเร็วยามขึ้นเขาแบบ Touge เพลงพวกนี้เลือกใช้เมโลดี้เรียบง่ายแต่ติดหู คู่กับ BPM สูงที่ทำให้รู้สึกว่าความเร็วถูกขับออกมาทางลำโพง ไม่ว่าจะขับจริงหรือฟังตอนกำลังอุ่นเครื่องก่อนแข่ง เพลงพวกนี้ช่วยปลุกอารมณ์และให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบยุค 90s ที่ยังใช้ได้ดีทุกวันนี้
ผมยังประทับใจกับซาวด์แทร็กจากเกมแข่งรถยุคเก่าๆ ที่สร้างบรรยากาศได้ต่างไป เช่น เพลงจาก 'OutRun' ที่มีทำนองซินธ์หวานๆ อย่าง 'Magical Sound Shower' หรือเพลงธีมของ 'F-Zero' อย่าง 'Mute City' และ 'Big Blue' ซึ่งโทนของเพลงพวกนี้จะเน้นความเป็นอิเล็กทรอนิกส์แบบฟิวเจอริสต์ ทำให้การแข่งดูเหมือนการเดินทางข้ามพิกเซลและแสงนีออน ในมุมของเกม 3D สมัยใหม่ เพลงจากซีรีส์อย่าง 'Ridge Racer' และ 'Gran Turismo' ก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดบรรยากาศสนามแข่ง ทั้ง EDM, techno หรือ rock ที่ผสมผสานกับเสียงเครื่องยนต์ได้อย่างลงตัว ทำให้การเล่นรู้สึกเหมือนเป็นหนังแข่งรถขนาดย่อม ๆ
ถ้าชอบโทนที่เข้มและมีมิติแบบภาพยนตร์ แนะนำให้ลองฟังเพลงประกอบจากหนังแข่งรถอย่าง 'Redline' ที่แม้จะไม่ใช่ซีรีส์ปกติ แต่ซาวด์แทร็กเต็มไปด้วยพลังจากแจ๊ส ฮาร์ดร็อก และอิเล็กโทร บทเพลงในหนังเรื่องนี้ทำหน้าที่ผลักดันฉากแข่งให้ดุดันและ
บ้าคลั่งอย่างน่าจดจำ อีกทางหนึ่ง เพลงสายชิล-ไนท์ไดรฟ์ เช่นเพลงจากหนัง 'Drive' อย่าง 'Nightcall' ของ Kavinsky หรือซาวด์สเคปของ Cliff Martinez ให้ความรู้สึกเมามายแบบขับรถกลางคืน เหมาะกับการฟังตอนขับจริงหรือจินตนาการถึงการพุ่งผ่านไฟถนนในเมืองใหญ่ ส่วนเพลงจากเกมแข่งสมัยใหม่อย่างซีรีส์ 'Need for Speed' มักจะรวบรวมแทร็กหลากหลายแนวตั้งแต่ฮิปฮอปไปจนถึงร็อก ทำให้เพลย์ลิสต์ดูมีมิติและเข้ากับสไตล์การขับของคนเล่น
สรุปแบบชอบส่วนตัว ผมนิยมผสมผสาน: ถ้าต้องการกระตุ้นอะดรีนาลีนแบบสุดๆ เลือก Eurobeat จาก 'Initial D' แต่ถาอยากฟังขณะขับจริงๆ ในเมืองเลือกแนวซินธ์/ไนท์ไดรฟ์จาก 'OutRun' หรือเพลงจาก 'Drive' ส่วนถ้าอยากได้ความดุดันแบบหนังแข่งรถจริงๆ 'Redline' คือคำตอบ สำหรับผม เพลงประกอบที่ดีไม่ใช่แค่ติดหู แต่ต้องทำให้ภาพถนน สีไฟ และเสียงเครื่องยนต์ออกมาชัดเจนในหัว และเมื่อเพลงนั้นทำให้ใจเต้นรัวได้ แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว