ใน 'The Night Circus' ความผูกพันระหว่างสองตัวละครหลักมีทั้งแรงดึงดูดและความคาดหวังทางเวทมนตร์ ซึ่งแตกต่างจากโซลเมทในนิยายรักปกติ เพราะมันถูกวางไว้ท่ามกลางการแข่งขันและพันธะสัญญาที่ซับซ้อน ฉันชอบตรงที่เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าแม้ความเป็นโซลเมทจะมาจากแรงเหนือจริง แต่การรักษาความสัมพันธ์ก็ยังต้องการความเข้าใจและการเลือกทำในแต่ละวัน นั่นคือสิ่งที่ทำให้แนวคิดนี้ยังคงมีพลังในนิยายสมัยใหม่
เพราะ One night stand ครั้งนั้น...
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้า ต้องมาหลงเสน่ห์เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ!!
"ไหนคุณบอกว่าเรื่องระหว่างเราเป็นแค่ one night stand ไงคะ"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากให้มันจบลงแค่นั้นล่ะ"
"คะ?"
"มาอยู่กับผม รับรองว่า คุณจะได้ทุกอย่างที่อยากได้"
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย"
"เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก..."
"นี่คุณ!"
"บอกว่าให้เรียกพี่ภามไง หรือถ้าไม่ถนัดเรียกที่รัก ก็ได้ แต่ถ้ายาวไปเรียกผัว เฉยๆก็ได้เหมือนกัน"
โซลเมทกับโซลอีกลเป็นสองแนวที่ต่างกันชัดเจนในแง่ของเนื้อหาและสไตล์การเล่าเรื่อง แนวโซลเมทมักเน้นความมืดมน ปรัชญา และการสำรวจจิตใจมนุษย์ผ่านเรื่องเหนือธรรมชาติหรือไซ-Fi เช่นใน 'Blame!' ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหม่นหมองและการเดินทางอันโดดเดี่ยว
ส่วนโซลอีกลจะให้ความรู้สึกอบอุ่นและเน้นพัฒนาการตัวละครผ่านปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เหมือนใน 'March Comes in Like a Lion' ที่ใช้หมากรุกเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ต่างกันสุดขั้วทั้งน้ำเสียงและจุดมุ่งหมายของการเล่าเรื่อง