LOGINบทที่ 20 หักหลัง (2)
ตึก… ตึก… ตึก…
ขณะที่สอง
บทที่ 28 งานเลี้ยงที่จวนสกุลเจียว (2)“ตั้งแต่มีเมีย ก็ไม่ค่อยโผล่หัวมาให้เห็น เจ้าคงยุ่งยากอยู่กับการตามควบคุมพฤติกรรมของน้องหญิงสินะ”หมิงซางเฉวียนเอ่ยเสียงเบาขณะยกชาขึ้นดื่ม เมื่อวางจอกชาลงบนโต๊ะแล้ว ซางเฉวียนก็ปรายตามองไปหาฉินฟางเฟย พร้อมกับคลี่ยิ้มน้อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ยอมรับเลยว่า... เขารู้สึกดีวางใจจริง ๆ ที่ฉินฟางเฟยได้แต่งกับเจ้าเสิ่นโหว เพราะในสายตาของซางเฉวียน ตวนหนิงถือเป็นบุรุษที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ที่สำคัญเขาเป็นบุรุษที่ไม่รังแกสตรี ด้วยความที่ซางเฉวียนเห็นฟางเฟยมาตั้งแต่เล็ก ๆ และนางก็เปรียบเสมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งของเขา ดังนั้นการที่ซางเฉวียนจะรู้สึกวางใจก็ไม่แปลกแต่ทว่าจู่ ๆ น้ำเสียงเย็นเยียบของคนตรงหน้าก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาว่า“ฉินฟางเฟย เรียกนางว่าฉินฟางเฟย” น้ำเสียงของเสิ่นตวนหนิงไม่เพียงเย็นเย็บ แต่ยังแข็งกระด้างอีกต่างหาก ร้อนให้หมิงซางเฉวียนต้องเอี้ยวหน้าหันกลับมามองสหายของตน แล้วเอ่ยแย้งขึ้นมาว่า...“ตระกูลหมิงกับตระกูลฉินสนิทสนมกันม
บทที่ 28 งานเลี้ยงที่จวนสกุลเจียว (1)งานเลี้ยงของจวนสกุลเจียวถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนฟากซ้ายจัดไว้ให้เหล่าสตรี ส่วนฟากขวาจัดไว้ให้เหล่าบุรุษ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อกันท่าไม่ให้ฉินฟางเฟยได้มีโอกาสเข้าใกล้หมิงซางเฉวียน เพราะทุกวันนี้หมิงซางเฉวียนถือเป็นบุรุษเพียงคนเดียว ที่เจียวจื่ออิงกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือคนรักของนางตามหลักแล้วหัวข้อสนทนาของแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ ควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของวันเกิด แต่น่าแปลกนัก ที่บุรุษหลายคนเอาแต่เอ่ยถึงฉินฟางเฟยไม่ขาดปาก“เจ้าว่า… คุณหนูสามฉินดูแปลก ๆ หรือไม่” คุณชายลู่เอ่ยกับสหายคนสนิท“แปลกอย่างไร?” สหายคนดังกล่าวปรายตามองไปยังทิศทางที่ฉินฟางเฟยนั่งอยู่“โฉมหน้าของนางดูงดงามอ่อนหวาน ต่างไปจากเมื่อก่อน ซึ่งนางมักโบกหน้าขาว มักทาปากแดง และมักประโคมปิ่นเต็มหัว จนดูรุงรังไปหมด หนำซ้ำชุดที่นางสวมใส่ในวันนี้ก็ดูละมุนละไมสบายตา ผิดไปจากเดิมที่มักสวมใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด เห็นแล้วก็แสบตายิ่งนัก” คุณชายลู่เอ่ยอย่างมีเหตุมีผล&
บทที่ 27 ยอมรับโชคชะตา (2)สองชั่วยามต่อมา ณ จวนสกุลเจียวเสียงพูดคุยจอแจของคุณหนูคุณชายมากหน้าหลายตาดังมาจากซุ้มประตูทางเข้า แสดงให้เห็นว่า ผู้มาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูเจียวมีไม่น้อยเลยทีเดียวเจียวจื่ออิงสวมอยู่ในชุดฮั่นฝูเป้ยจึสีแดงสด ราวกับว่านี่คือวันมงคลสมรสของนาง มากกว่าจะเป็นวันฉลองวันคล้ายวันเกิดของนางเสียอีกยามนี้นางออกมายืนรอต้อนรับแขกอยู่ที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเห็นว่าสหายในแวดวงเดียวกันก้าวขาผ่านซุ้มประตูเข้ามา เจียวจื่ออิงผู้เป็นแม่งานก็มิวายรีบปรี่ตัวเข้าไปต้อนรับอย่างเป็นกันเอง“อ้าว คุณหนูเมิ่งมาด้วยตัวเองเชียวหรือ” เมิ่งอวี่คือบุตรสาวคนโตของจวนเสนาบดีเจ้ากรมพิธีการ แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เป็นสหายสนิทกัน แต่ก็นับว่าอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงนับถือกันในฐานะสหาย“จวนสกุลเจียวจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูเจียวทั้งที หนำซ้ำในเทียบเชิญยังเขียนชื่อของข้าไว้ชัดเจน ข้าเมิ่งอวี่จะส่งผู้อื่นมาแทนข้าได้อย่างไร”เมิ่งอวี่พูดจามีจริตจะกร้าน
บทที่ 27 ยอมรับโชคชะตา (1)“ฮะเฮือกกกก”เป็นอีกครั้งที่เจียหลีสะดุ้งตื่น แต่ทว่าครั้งนี้เจียหลีไม่ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาในสถานที่แปลก ๆ เหมือนกับก่อนหน้านี้“เป็นอะไรไป ฝันร้ายใช่หรือไม่?”ทันทีที่เจียหลีลืมตาตื่นก็พบผู้เป็นสามีนั่งกุมมือเล็กของนางอย่างใกล้ชิด แววตาของเขาดูห่วงใยนางอย่างเหลือแสน หนำซ้ำเขายังใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆ คอยซับเหงื่อตามกรอบหน้าและเนินหน้าผากให้นางอย่างใส่ใจ“จะบอกว่าฝันร้ายก็ไม่ใช่ แต่จะบอกว่าเป็นฝันดีก็ไม่เชิง… งั้นจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ”เจียหลีขมวดคิ้วครุ่นคิดจนเกิดรอยย่นกลางหน้าผาก เห็นนางชักสีหน้าอย่างนั้น ตวนหนิงก็แตะปลายนิ้วมือคลึงลงบนหว่างคิ้วของผู้เป็นภรรยา แล้วเอ่ยว่า...“ช่างเถอะ แค่เจ้าไม่เป็นอะไรข้าก็เบาใจแล้ว รู้หรือไม่... ก่อนหน้านี้เจ้านอนดิ้นพลิกตัวไปมา ออกอาการกระสับกระส่ายแปลก ๆ เห็นท่าไม่ดีข้าจึงพยายามเรียกให้เจ้าตื่น ทั้งเขย่าตัวเจ้าอยู่หลายครั้ง แต่น้องหญิงก็ไม่รู้สึกตัวเสียที รู้หรือไม่ ว่าเจ้าทำให้ข้าใจเสีย&
บทที่ 26 ความจริง (2)ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจียหลีก็เติบโตภายในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และใช้แซ่ไป๋ตามแซ่ของประธานมูลนิธิรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พออายุได้สิบห้าปี เจียหลีก็ออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก และทำงานหาเงินเลี้ยงชีพของตัวเอง ช่วงที่เจียหลีออกมาใช้ชีวิต ก็มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง มาคอยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนและค่าดำรงชีพให้เจียหลีอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของเจียหลีไม่ได้ลำบากเท่าที่ควรแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รับเจียหลีไปเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรม แต่ทว่าในใจของเจียหลีผู้หญิงคนนั้นก็เปรียบเสมือนเป็นแม่บุญธรรมของเจียหลีอยู่ดีต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เจียหลีได้ร่ำเรียน ได้มีการศึกษา ได้มีชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากมีแล้วเจียหลีก็เพิ่งมารู้ว่า แท้จริงแล้ว ผู้หญิงที่คอยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนและค่าดำรงชีพให้เจียหลีมาตลอดหลายปี คือร่างจำแลงของเทพชีหลิง แล้วเจียหลีก็เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ ว่านักเขียนนิยายที่เจียหลีคอยติดตามผลงานของเขามาโดยตลอดคือเทพชีหลิงเช่นเดียวกันแน่นอนว่า! ทั้งหมดนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนนอกจากน
บทที่ 26 ความจริง (1)ยามโฉ่วฮะเฮือกกกกกกกกไป๋เจียหลีสะดุ้งตัวตื่นกะทันหัน เพราะฝันว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำ เวลานี้เจียหลีหายใจแรงระคนหอบเหนื่อย ราวกับเพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งได้สำเร็จ โชคดีเหลือเกินที่เป็นเพียงแค่ความฝัน ถ้าเป็นความจริงแล้วล่ะก็ เจียหลีคงจมน้ำตายไปแล้วแน่ ๆ‘แต่เดี๋ยวก่อนนะ! เหตุใดไม่ใช่เรือนนอนในจวนโหว ที่นี่คือที่ไหน!? หรือนี่จะเป็นฝันซ้อนฝัน’เมื่อตั้งสติได้เจียหลีก็กวาดสายตามองไปโดยรอบ พบว่ารอบตัวไม่ใช่ห้องนอนของจวนโหว แต่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งที่ขาวโพลนไปด้วยแสงสว่างจ้า เจียหลีพยายามหยิกเนื้อแขนของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่ มันคือฝันซ้อนฝัน หรือคือมิติอีกมิติกันแน่“อะโอ้ยยย เจ็บ ๆ ๆ”ทันทีที่หยิกเนื้อแขน เจียหลีก็รู้สึกเจ็บจี๊ดจนต้องร้องโอดโอยออกมา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบตัวอีกครั้ง ก็พบว่ายังนั่งอยู่ที่เดิม นี่มันแน่แท้แล้วว่า เจียหลีไม่ได้กำลังฝัน! หรือหากนี่เป็นฝันก็คงไม่ใช่ความฝันธรรมดาทั่วไปเจียหลีตัดสินใจลุกขึ้นยืน แล้วเด
บทนำ ข้ามิยินยอม“ใครหน้าไหนกล้าแต่งกับนาง! ให้ข้ามศพข้าไปก่อน!” น้ำเสียงเข้มเหี้ยมดังสะท้านเข้ามาพร้อมกับลูกธนูหัวเงิน ทันทีที่ปลายแหลมของมันเฉียดปิ่นเกล้าผมของฝ่ายเจ้าบ่าว แสงสีเงินจากหัวธนูก็สว่างวาบสะท้อนเข้าตาฝ่ายเจ้าสาวเช่นเดียวกัน ยามนี้แขกในงานล้วนตื่นตระหนกตกใจไปตาม ๆ กันขนาดชายปริศนาผู้
แนะนำตัวละคร1.กู้เจิ้งหยวน (พระเอก) อายุ 29 ย่าง 30 ปี มียศในตำแหน่งโหว เขาเชี่ยวชาญด้านลอบสังหาร กระทั่งได้ฉายาว่า ‘มือสังหารอันดับหนึ่งของต้าเหลียง’ ครั้งหนึ่งเขาเคยวางแผนลอบสังหารกลุ่มกองโจรเถื่อน ที่เป็นปัญหาเรื้อรังในเมืองเสียนอู่มานาน ทำให้ปัญหาปากท้องของประชาชนในเมืองนั้นได้รับการแก้ไข ประ
**เซ็ทนิยายจีนโบราณที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ มี 2 เรื่องค่ะ**ประกอบด้วย1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก 2.เรื่อง : เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ----------------------------------------------------------1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนักคำโปรยคนที่นาง
บทที่ 4 เกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น (3)“เจิ้งหยวน… ข้าเกลียดท่าน…”เนื่องจากตัวยาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว สติสัมปชัญญะของจิ่นเหอจึงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่หลงลืมว่าตนเองเกลียดชังบุรุษหน้าหนานามกู้เจิ้งหยวนเพียงใด แต่ขณะเดียวกันนี้ในหัวของนาง...ก็เริ่มมีแต่เรื่อง 'อย่างว่า' ฉาย







