Share

ทำยังไงต่อ

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 20:48:40

ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม

แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา

“อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้าของเธอ ทำให้เธอดูสง่างามและเปี่ยมด้วยความเข้าใจ

อิจิถอนหายใจ “ฉันไม่รู้สิฮารุ… มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในเงามืด”

“บางทีมันอาจจะเป็นแค่ความหวาดระแวงของนายก็ได้นะ” ฮารุกล่าว “โลกเราสงบสุขมานานแล้ว”

“แต่ความสงบสุขมันก็ไม่ได้อยู่ตลอดไปหรอกฮารุ” อิจิตอบ “ยิ่งเราสงบสุขนานเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลก”

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน จู่ๆ พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! ไม่ใช่การสั่นสะเทือนแบบแผ่นดินไหว แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปใต้พิภพกำลังเคลื่อนไหว เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นมาจากทั่วเมืองหลวง

“เกิดอะไรขึ้น?!” ฮารุอุทาน

อิจิรีบดึงดาบออกจากฝัก “นี่ไม่ใช่แผ่นดินไหว! มันเป็นพลังงานมืดมิด!”

ทันใดนั้น! ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม คล้ายกับการผสมผสานระหว่างสีดำและความมืด และแสงสีเขียวมรกตที่ดูคล้ายพลังงานบางอย่างก็เริ่มพุ่งลงมาจากท้องฟ้า สาดส่องไปยังจุดต่างๆ ทั่วเมืองหลวง แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับทำให้สิ่งต่างๆ บิดเบี้ยวผิดรูปไป ราวกับกำลังบิดเบือนมิติ

“มันกำลังทำอะไรกับเมืองนี้?!” ฮารุถามด้วยความตกใจ

“มันกำลังเปิดประตูมิติ! มิติที่ซ้อนทับ!” อิจิคำราม สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานของ ‘ผู้ตื่น’!”

จากนั้นไม่นาน ร่างของ ชายชราผู้หนึ่ง ที่สวมเสื้อคลุมสีดำมิดชิดก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือเมืองหลวง แสงสีเขียวมรกตที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าดูเหมือนจะควบคุมโดยชายชราผู้นี้ เขายกมือขึ้น และเมืองหลวงทั้งเมืองก็พลันบิดเบี้ยวไปราวกับถูกวาดใหม่ อาคารบ้านเรือนพับงอ ถนนคดเคี้ยว ผู้คนเดินกันสับสนราวกับอยู่ในฝันร้าย

“ในที่สุด… มิติที่ซ้อนทับก็ปรากฏขึ้น!” ชายชรากล่าว เสียงของเขาดังก้องไปทั่วเมืองหลวง แต่กลับฟังดูราบเรียบและไร้อารมณ์ “ถึงเวลาแล้ว… ที่ ‘ผู้ตื่น’ จะกลับมาอย่างสมบูรณ์… และสร้างโลกใบใหม่… โลกที่ปราศจากความจริง…”

“ใครคือแก? แกคือใครกันแน่?!” อิจิคำราม เขาพุ่งตัวขึ้นไปยังท้องฟ้า หมายจะโจมตีชายชราผู้นั้น

แต่ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้! ชายชราก็พลันดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว และร่างของอิจิก็พลันบิดเบี้ยวไปราวกับถูกแรงมหาศาลบีบอัด เขาถูกผลักกระเด็นลงมายังพื้นดินอย่างรุนแรง

“อิจิ!” ฮารุร้องลั่น เธอรีบวิ่งเข้าไปหาเขา

“ฉันไม่เป็นไร… แต่พลังของมันมหาศาลมาก…” อิจิพูดขึ้น เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

“อย่าคิดที่จะขัดขวางข้า… ผู้ไร้ซึ่งพลัง…” ชายชรากล่าว น้ำเสียงของเขาดูถูกเหยียดหยาม “ข้าคือ ‘ผู้บงการ’… ผู้ที่จะนำทาง ‘ผู้ตื่น’ กลับมาอย่างสมบูรณ์…”

“ผู้บงการ!” อิจิพึมพำ

“ตอนนี้… เจ้าจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของ ‘ผู้ตื่น’!” ผู้บงการคำราม เขายกมือขึ้น และแสงสีม่วงดำขนาดมหึมาก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดินใจกลางเมืองหลวง! แสงนั้นพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า และก่อตัวเป็นร่างของ ‘ผู้ตื่น’ ที่สมบูรณ์แบบกว่าครั้งก่อนๆ มันไม่ได้มีเพียงร่างที่ใหญ่โต แต่ดวงตาของมันเปล่งประกายสีม่วงดำที่ทรงอำนาจจนแทบหยุดหายใจ ออร่าแห่งความมืดมิดที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นหนักอึ้งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เคย

“ในที่สุด… ข้าก็กลับมาอย่างสมบูรณ์!” ‘ผู้ตื่น’ คำราม เสียงของมันดังก้องไปทั่วโลก ราวกับกำลังประกาศชัยชนะ

ผู้คนในเมืองหลวงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พวกเขาวิ่งหนีอย่างสับสนอลหม่าน แต่ทว่ามิติที่บิดเบี้ยวรอบตัวก็ทำให้พวกเขาหลงทางและติดอยู่ในความสับสน

“เราต้องหยุดมันให้ได้อิจิ!” ฮารุกล่าว น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้สึกหวาดกลัวถึงขีดสุด

“แต่เราจะทำยังไง? มันแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก และเราก็ไม่มีผ้ายันต์แห่งความจริงอยู่กับตัวแล้ว” อิจิพูดขึ้น เขาพยายามหาทางต่อสู้

“ฮ่าๆๆๆ! ไม่มีทางที่พวกเจ้าจะหยุดข้าได้!” ‘ผู้ตื่น’ คำราม มันยกมือขึ้น และเมืองหลวงทั้งเมืองก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะพังทลายลง

เส้นทางสู่ความหวังที่ซ่อนเร้น

ขณะที่ ‘ผู้ตื่น’ กำลังสร้างความวุ่นวาย ผู้บงการ ก็หันมาจ้องมองอิจิและฮารุด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

“พวกเจ้าคือผู้ขัดขวาง… ผู้ที่ควรจะถูกลืมเลือนไปพร้อมกับความจริง…” ผู้บงการกล่าว “ข้าขอเชื้อเชิญพวกเจ้า… สู่โลกแห่งความมืดมิดอันนิรันดร์…”

เขายกมือขึ้น และพลังงานสีเขียวมรกตก็พุ่งเข้าพันธนาการร่างของอิจิและฮารุไว้แน่น ราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น พวกเขาถูกดึงขึ้นไปในอากาศอย่างช้าๆ

“อิจิ!” ฮารุร้องลั่น

“เจ้าจะพาเราไปที่ไหน?!” อิจิคำราม

“ไปยังที่ที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่แท้จริง… ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกที่เจ้าเห็น…” ผู้บงการตอบ “ยินดีต้อนรับสู่… ‘โลกแห่งความบิดเบือน’…”

ทันใดนั้น! พื้นที่รอบตัวของอิจิและฮารุก็พลันบิดเบี้ยวไปอย่างรุนแรง ภาพของเมืองหลวงหายไปในชั่วพริบตา และพวกเขาก็ถูกดึงเข้าไปในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยแสงสีม่วงเข้มและภาพบิดเบี้ยวราวกับภาพลวงตา

เมื่อภาพต่างๆ หยุดนิ่ง อิจิและฮารุก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลาง โลกที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่โลกที่พวกเขาเคยรู้จักอีกต่อไป ท้องฟ้าเป็นสีม่วงเข้ม พื้นดินเป็นสีเทาหม่น อาคารบ้านเรือนที่เคยเป็นของเมืองหลวง บัดนี้กลับถูกสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบที่บิดเบี้ยวและไร้ทิศทาง ผู้คนเดินกันไปมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาว่างเปล่า ไร้แวว และพวกเขากำลังพูดคุยกันด้วยภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ

“นี่มัน… โลกอะไรกัน?” ฮารุพึมพำ

“โลกแห่งความบิดเบือน… ที่ผู้บงการพูดถึง” อิจิตอบ เขาพยายามขยับตัว แต่โซ่ตรวนพลังงานก็ยังคงพันธนาการเขาไว้อย่างแน่นหนา

“ที่นี่… คือโลกที่ ‘ผู้ตื่น’ สร้างขึ้น… โลกที่ความจริงถูกบิดเบือน… และความมืดมิดครอบงำ…” เสียงของผู้บงการดังก้องขึ้นมาจากเบื้องบน “และพวกเจ้า… จะเป็นส่วนหนึ่งของมัน… ตลอดไป!”

อิจิพยายามใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อสลายโซ่ตรวนพลังงาน แต่ก็ไม่เป็นผล พลังของ ผู้บงการ นั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้เพียงลำพัง

“ไร้ประโยชน์!” ผู้บงการหัวเราะเยาะเย้ย “ข้าคือผู้ควบคุมมิติ… เจ้าไม่มีทางหลุดพ้นจากพันธนาการของข้าได้หรอก!”

ทันใดนั้น! แสงสีเงินจางๆ ก็พลันเรืองรองขึ้นจากกลางหน้าอกของฮารุ แสงนั้นส่องสว่างออกมาจาก ผ้ายันต์แห่งความจริง ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง แสงนั้นไม่ได้หายไป แต่มันกลับเชื่อมโยงกับจิตใจของฮารุ!

“อะไรกัน?!” ฮารุอุทาน

“เจ้ายังคงผูกพันกับมันงั้นรึ?!” ผู้บงการคำรามด้วยความประหลาดใจ “เป็นไปไม่ได้! พลังแห่งความจริงได้หายไปจากเจ้าแล้ว!”

“ผ้ายันต์แห่งความจริง… ไม่เคยหายไปจากฉันเลย!” ฮารุกล่าว น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แสงสีเงินจากผ้ายันต์ที่เชื่อมโยงกับเธอเริ่มส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนโซ่ตรวนพลังงานที่พันธนาการเธออยู่เริ่มสั่นคลอน

“จงเชื่อมโยงกับความทรงจำที่แท้จริง… ฮารุ… ความจริงคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด…” เสียงกระซิบของจิตวิญญาณแห่งต้นไม้โบราณดังก้องในหัวของฮารุ

ฮารุหลับตาลง เธอรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เธอจินตนาการถึงความทรงจำที่บริสุทธิ์ของโลกใบนี้… ความทรงจำแห่งแสงสว่าง… ความทรงจำแห่งความรัก… และความทรงจำแห่งความจริงที่ไม่มีวันถูกบิดเบือน

แสงสีเงินจากผ้ายันต์แห่งความจริงพุ่งทะลุโซ่ตรวนพลังงานที่พันธนาการฮารุไว้ แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่มันกลับแทรกซึมเข้าไปในโซ่ตรวน ทำให้โซ่ตรวนนั้นแตกสลายไปในชั่วพริบตา

“เป็นไปไม่ได้! เจ้า… เจ้าปลดปล่อยตัวเองได้อย่างไร?!” ผู้บงการคำรามด้วยความตกใจ

“ผ้ายันต์แห่งความจริง… ไม่ใช่แค่แผ่นผ้า… แต่มันคือสัญลักษณ์ของความจริงที่อยู่ในจิตใจของฉัน!” ฮารุกล่าว เธอหันมามองอิจิที่ยังคงถูกพันธนาการอยู่ “อิจิ! เชื่อมโยงกับฉัน!”

อิจิพยักหน้า เขารวบรวมสมาธิ และเชื่อมโยงจิตใจของเขากับฮารุ ทันใดนั้น! แสงสีเงินจากฮารุก็พลันพุ่งตรงเข้าพันธนาการอิจิ และโซ่ตรวนพลังงานที่พันธนาการเขาก็พลันแตกสลายไปเช่นกัน

“อ๊ากกกกกก!” ผู้บงการกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อพลังของมันถูกทำลาย

“แกจะไม่มีทางทำลายความจริงได้หรอก!” อิจิคำราม เขาชักดาบขึ้นพร้อมรบ

“เจ้ามนุษย์! เจ้าไม่สามารถต่อสู้กับข้าได้หรอก!” ผู้บงการคำราม มันยกมือขึ้น และพลังงานมืดมิดจำนวนมากก็พุ่งเข้าใส่พวกเขา

แต่ฮารุไม่ยอมให้มันเข้าใกล้เธอได้ เธอใช้ผ้ายันต์แห่งความจริงในมือของเธอชี้ไปที่ผู้บงการ และแสงสีเงินบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของมัน แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับทำให้ร่างของผู้บงการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

“เป็นไปไม่ได้! นี่มัน… พลังแห่งความจริงที่สมบูรณ์!” ผู้บงการคำราม ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “เจ้า… เจ้าได้ผสานรวมกับผ้ายันต์แห่งความจริงแล้วงั้นรึ?!”

“ผ้ายันต์แห่งความจริง… ไม่ใช่แค่พลัง… แต่มันคือสัญลักษณ์ของทุกสิ่งที่ฉันเชื่อ!” ฮารุกล่าว “และความจริงจะไม่มีวันถูกบิดเบือน!”

แสงสีเงินจากฮารุพุ่งเข้าสู่ร่างของผู้บงการอย่างรุนแรง และร่างของผู้บงการก็เริ่มสลายกลายเป็นละอองสีดำมืดปลิวหายไปในอากาศช้าๆ

“อ๊ากกกกกก! ข้า… ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้! ‘ผู้ตื่น’ จะกลับมา! และโลกใบนี้… จะตกอยู่ในความมืดมิด!” ผู้บงการกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะหายไปอย่างสมบูรณ์

เมื่อผู้บงการหายไป โลกแห่งความบิดเบี้ยวที่พวกเขาอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีม่วงเข้มบนท้องฟ้าเริ่มจางหายไป อาคารบ้านเรือนที่บิดเบี้ยวเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม และผู้คนที่เคยเดินอย่างไร้ชีวิตชีวาก็เริ่มกลับมามีสติ

“เราต้องรีบออกไปจากที่นี่!” อิจิพูดขึ้น “โลกนี้กำลังจะกลับคืนสู่สภาพเดิม!”

ฮารุพยักหน้า เธอวางมือลงบนพื้น และใช้พลังแห่งความจริงที่เพิ่งได้รับมาเชื่อมโยงกับโลกแห่งความบิดเบี้ยว เธอรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ใต้พิภพ พลังงานที่กำลังปรับสมดุลและนำความจริงกลับคืนมา

“ฉันรู้แล้วว่าจะไปทางไหน!” ฮารุกล่าว เธอจูงมืออิจิ และพวกเขาก็วิ่งฝ่ามิติที่กำลังบิดเบี้ยวกลับคืนสู่โลกเดิม

บทสรุปแห่งการเริ่มต้นครั้งใหม่

เมื่อภาพต่างๆ หยุดนิ่ง อิจิและฮารุก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเมืองหลวงที่กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ผู้คนมองหน้ากันด้วยความสับสน แต่ในดวงตาของพวกเขาก็มีความทรงจำที่กำลังหวนคืนมาอย่างรวดเร็ว

ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงกลับมาเป็นสีฟ้าสดใส ดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาอบอุ่นผิว และความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง

“เราทำสำเร็จแล้วอิจิ…” ฮารุพึมพำ “เราหยุดมันได้อีกครั้ง”

“ใช่… แต่ฉันรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเราหรอกฮารุ” อิจิกล่าว เขามองไปยังทิศที่ ‘ผู้ตื่น’ เพิ่งปรากฏตัวขึ้นและถูก ‘ผู้บงการ’ พาตัวไป

“นายหมายความว่ายังไง?” ฮารุถาม

“ผ้ายันต์แห่งความจริงที่อยู่ในตัวเธอตอนนี้… มันไม่ใช่แค่ผ้ายันต์แห่งความจริงแล้วฮารุ… แต่มันคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่สมบูรณ์” อิจิกล่าว “และฉันรู้สึกได้ว่า ‘ผู้ตื่น’ ไม่ได้ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์… มันแค่ถูกพาตัวไปที่ไหนสักแห่ง… เพื่อรอเวลาที่จะกลับมาอีกครั้ง”

ฮารุหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่อยู่ในตัวเธอ… พลังแห่งความจริงที่บริสุทธิ์และไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังแห่งชีวิตที่เธอเคยมีมาก่อนมากนัก

“แล้วเราจะต้องทำยังไงต่อไป?” ฮารุถาม

“เราจะต้องเตรียมพร้อมฮารุ… เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่แท้จริง” อิจิกล่าว “และคราวนี้… เราจะไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้อีก”

ผู้คนในเมืองหลวงเริ่มฟื้นตัวจากอาการสับสน พวกเขามองอิจิและฮารุด้วยความรู้สึกขอบคุณและชื่นชมอีกครั้ง เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่ว

อิจิและฮารุมองหน้ากัน พวกเขายิ้มให้กัน พวกเขารู้ว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงไม่แน่นอน และอาจจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายอีกมากมาย แต่พวกเขาก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว พวกเขาได้เรียนรู้ว่าพลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่พลังวิเศษ หรืออาวุธที่แข็งแกร่ง แต่อยู่ที่จิตใจที่เข้มแข็ง ความมุ่งมั่น และความผูกพันอันบริสุทธิ์ระหว่างกัน

และที่สำคัญที่สุด… พวกเขาได้เรียนรู้ว่า ความจริง คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องปกป้องเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ผ้ายันต์แห่งความจริงที่สถิตอยู่ในตัวฮารุเปล่งประกายแสงสีรุ้งอ่อนๆ เป็นสัญญาณแห่งความหวัง… สัญญาณว่าโลกใบนี้ยังมีผู้พิทักษ์… และสัญญาณว่าตำนานแห่งผู้กล้าหาญทั้งสองจะยังคงถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน… ตราบเท่าที่ความจริงยังคงอยู่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ป่าต้องสาป   ปรับ

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เจ็บปวด

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืน

  • 5/B ป่าต้องสาป   พลังถูกใช้

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้

  • 5/B ป่าต้องสาป   ทำยังไงต่อ

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้

  • 5/B ป่าต้องสาป   กระซิบ

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถ

  • 5/B ป่าต้องสาป   แก้สถานการณ์

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ผู้พิทักษ์ป่า?

    ยิ่งลึกเข้าไปในป่าเท่าไหร่ พืชพรรณก็ยิ่งดูแปลกตามากขึ้นเท่านั้น บางต้นมีใบสีดำสนิท บางต้นมีดอกสีแดงเข้มเหมือนเลือดหยด กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวจางๆ ลอยมาตามลม ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ รากไม้บิดเกลียวพันกันยุ่งเหยิงราวกับงูยักษ์ที่กำลังต่อสู้กันเอง เสียงกรอบแกรบจากใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นเสียงเดียวที่บ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ก้าวต่อไป

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือยอดเขาไฟอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยาม ดวงจันทร์สีเลือด โคจรขึ้นมาเต็มดวง แสงสีโลหิตอาบไล้ทิวทัศน์รอบข้างให้ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องจากปากปล่องภูเขาไฟดังกึกก้องไม่หยุดหย่อน ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของอสูรร้ายที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี กลิ่น

  • 5/B ป่าต้องสาป   สายลม

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ป่าต้องสาปที่เงียบสงัด

    มายู และโอกิยืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งที่ดูคล้ายประตูมิติที่เรืองแสงสีม่วงหม่น แสงนั้นสั่นระริกราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตโบราณ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวระดมอยู่ในอก ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากช่องว่างบิดเบี้ยวตรงหน้า ราวกับกำลังเชิญชวนให้ก้าวเข้าสู่ห้วงแห่งความลึกล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status