Share

เจ็บปวด

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 20:49:35

สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน

“นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ”

อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า”

ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด

“เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย”

“รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ แต่ไม่ได้บอกตำแหน่งที่ชัดเจนเลย”

“บางที… ผ้ายันต์อาจจะบอกเราได้” อิจิเสนอ เขากุมมือของฮารุเบาๆ รอยสักผ้ายันต์บนฝ่ามือของเธอเรืองแสงตอบสนองต่อการสัมผัส

“ลองหลับตาแล้วเชื่อมโยงกับพลังของผ้ายันต์ดูสิฮารุ” อิจิแนะนำ “บางทีมันอาจจะเผยอะไรบางอย่างให้เธอเห็น”

ฮารุพยักหน้า เธอหลับตาลงและรวบรวมสมาธิ พลังแห่งชีวิตที่เพิ่งฟื้นตัวมาเล็กน้อยไหลเวียนเข้าสู่ผ้ายันต์ในฝ่ามือของเธอ ภาพบางอย่างเริ่มฉายเข้ามาในหัวของเธอ… ภาพของหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้เถาวัลย์ ภาพของลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านก้อนหินที่มีรอยจารึก และภาพของรูปปั้นสัตว์ในตำนานที่ดวงตาเปล่งประกาย

“ฉันเห็นบางอย่าง…” ฮารุพึมพำ “มันเป็นรอยจารึกบนก้อนหิน… แล้วก็มีรูปปั้นสัตว์… เหมือนเสือ… แต่มันมีปีก”

“เสือมีปีกงั้นหรือ?” อิจิขมวดคิ้ว “นั่นอาจจะเป็นสัตว์ในตำนานโบราณที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์”

“แล้วรอยจารึกนั่นล่ะ เธออ่านมันได้ไหม?” อิจิถาม

ฮารุพยายามเพ่งสมาธิไปที่ภาพนั้นอีกครั้ง “มันเป็นภาษาเก่าแก่มาก… แต่ฉันรู้สึกเหมือนอ่านออก… ‘เมื่อแสงแรกจับยอดหิน… เสียงคำรามจะปลุกรหัส…’”

“ยอดหิน… เสียงคำราม…” อิจิครุ่นคิด “ดูเหมือนว่าเราจะต้องไปที่เนินเขาใกล้ๆ เพื่อหารอยจารึกนั้น”

พวกเขาออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังป่าที่อยู่บริเวณเชิงเขาไฟ การฟื้นฟูบาดแผลของอิจิด้วยพลังของฮารุทำให้เขาเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นมาก แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็ดีกว่าเมื่อคืนมาก ฮารุเองก็รู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อยจากการได้เชื่อมโยงกับพลังของผ้ายันต์

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่ฮารุเห็นในนิมิต มันเป็นเนินเขาเล็กๆ ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดหินนั้นมีรอยจารึกที่สึกกร่อนไปตามกาลเวลา ปกคลุมไปด้วยมอสส์และเถาวัลย์หนาแน่น

“เจอแล้ว!” ฮารุพูดขึ้นด้วยความดีใจ เธอรีบเดินเข้าไปใกล้ก้อนหิน

อิจิพยายามมองหารูปปั้นเสือมีปีก แต่ก็ไม่พบสิ่งใด “แล้วเสือมีปีกนั่นล่ะฮารุ? มันอยู่ที่ไหน?”

ฮารุเดินวนรอบก้อนหิน เธอใช้มือปัดป่ายเถาวัลย์และมอสส์ออกอย่างระมัดระวัง และในที่สุดเธอก็พบกับสิ่งที่ตามหา… มันคือรูปปั้นเสือมีปีกขนาดเล็กที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เถาวัลย์หนาแน่น ดวงตาของมันทำจากอัญมณีสีแดงทับทิม แต่ไม่ได้เปล่งประกายใดๆ

“เจอแล้วอิจิ! นี่ไงเสือมีปีก!” ฮารุพูดขึ้น

“เมื่อแสงแรกจับยอดหิน… เสียงคำรามจะปลุกรหัส…” อิจิท่องบทจารึกที่ฮารุอ่านได้ “แสงแรก… ดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้น และแสงก็สาดส่องมาที่ยอดหินนี้แล้ว”

“แล้วเสียงคำรามล่ะ?” ฮารุถาม

ทันใดนั้นเอง! พื้นดินรอบๆ พวกเขาก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องที่มาจากยอดเขาไฟดังก้องไปทั่วป่า เสียงนั้นไม่ได้มาจากปีศาจ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของ ‘ผู้ตื่น’ ที่กำลังจะถูกปลดปล่อย!

“โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!”

เสียงคำรามนั้นรุนแรงจนทำให้รูปปั้นเสือมีปีกในมือของฮารุสั่นสะท้าน และทันใดนั้นเอง! ดวงตาของรูปปั้นเสือมีปีกก็พลันเปล่งประกายสีแดงก่ำเจิดจ้า! แสงนั้นพุ่งตรงไปยังรอยจารึกบนก้อนหินขนาดใหญ่ และรอยจารึกนั้นก็เริ่มเรืองแสงสีทองอร่าม

“รหัสกำลังจะปรากฏแล้ว!” อิจิพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

รอยจารึกบนก้อนหินค่อยๆ เผยให้เห็นตัวอักษรโบราณที่สลับซับซ้อน ตัวอักษรเหล่านั้นเคลื่อนไหวและเรียงตัวกันเป็นวลีที่ฮารุอ่านออกได้ทันที

“‘พลังแห่งชีวิต… ความบริสุทธิ์คือแก่นแท้… สังเคราะห์แสงแห่งจิตวิญญาณ… จงรวมเป็นหนึ่ง… กับผู้ปกป้องแห่งบรรพกาล…’” ฮารุอ่านออกเสียง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสน “มันหมายความว่ายังไงนะอิจิ?”

“พลังแห่งชีวิต… ก็คือพลังของเธอ” อิจิพึมพำ “ความบริสุทธิ์คือแก่นแท้… หมายถึงจิตใจของเธอ… แต่สังเคราะห์แสงแห่งจิตวิญญาณ… และรวมเป็นหนึ่งกับผู้ปกป้องแห่งบรรพกาล… นั่นหมายถึงอะไร?”

ขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิดหาความหมายของรหัสลับ ทันใดนั้นเอง! แผ่นดินก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกว่าเดิม เสียงคำรามจากยอดเขาไฟดังกึกก้องติดต่อกันไม่ขาดสาย และควันสีดำทะมึนก็พวยพุ่งขึ้นมาจากปากปล่องภูเขาไฟอย่างรุนแรง

“ไม่นะ! มันกำลังจะมาแล้ว!” อิจิพูดขึ้น

“ระวัง! ผู้บุกรุกแห่งแสงสว่าง!”

เสียงคำรามกึกก้องดังก้องไปทั่วป่า ไม่ใช่เสียงของ ‘ผู้ตื่น’ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของ เงาปีศาจ!

ทันใดนั้นเอง! เงาปีศาจขนาดยักษ์สามตัวก็พุ่งทะลุม่านหมอกออกมาจากป่าลึก พวกมันคือปีศาจตัวเดียวกับที่พวกเขาเคยเผชิญหน้าในวิหารกลางทะเลทราย พวกมันมีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ลำตัวเต็มไปด้วยเกล็ดหินสีดำสนิท ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง ออร่าสีดำมืดแผ่ออกมาจากร่างของพวกมันจนอากาศรอบข้างหนาวเย็นยะเยือก

“พวกมันตามเรามาถึงที่นี่ได้ยังไง?!” ฮารุอุทานด้วยความตกใจ

“พวกมันคงรู้สึกถึงพลังของผ้ายันต์… และคงรู้ว่าเรากำลังตามหารหัสลับ” อิจิตอบ เขาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ดาบของเขาเปล่งประกายสีเงินจางๆ

“ส่งผ้ายันต์แห่งความจริงมาให้ข้า! แล้วพวกเจ้าจะมีชีวิตรอด!” เงาปีศาจตัวหนึ่งคำราม มันพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วเหนือแสง

“ไม่มีทาง!” อิจิคำรามตอบ เขาพุ่งเข้าปะทะกับเงาปีศาจอย่างไม่ลังเล ดาบของเขาฟาดฟันเข้าใส่ร่างของปีศาจอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เสียงโลหะเสียดสีกันดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ อิจิใช้ความคล่องตัวและเทคนิคการใช้ดาบในการหลบหลีกและสวนกลับ แต่เงาปีศาจทั้งสามตัวก็แข็งแกร่งและรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้เพียงลำพัง

“เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย! เจ้าไม่สามารถต่อสู้กับเราได้ถึงสามตัวหรอก!” เงาปีศาจตัวหนึ่งคำราม มันใช้กรงเล็บแหลมคมฟาดเข้าใส่ดาบของอิจิจนเกิดประกายไฟ

ในขณะที่อิจิกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ฮารุก็พยายามทำความเข้าใจรหัสลับที่ซับซ้อนนั้น เธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าใจก่อนที่จะเผชิญหน้ากับ ‘ผู้ตื่น’

“พลังแห่งชีวิต… ความบริสุทธิ์คือแก่นแท้… สังเคราะห์แสงแห่งจิตวิญญาณ… จงรวมเป็นหนึ่ง… กับผู้ปกป้องแห่งบรรพกาล…” ฮารุพึมพำ เธอเพ่งมองไปที่รอยสักผ้ายันต์บนฝ่ามือของเธอ มันเปล่งประกายสีรุ้งจางๆ

ทันใดนั้นเอง! ภาพในหัวของฮารุก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ภาพของหินแกะสลักอีกต่อไป แต่มันคือภาพของตัวเธอเอง… ภาพที่เธอกำลังหลับตาลง รวบรวมพลังแห่งชีวิตทั้งหมดที่มี และเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่… ภาพของจิตวิญญาณแห่งป่า… วิญญาณของต้นไม้โบราณที่พวกเขาเพิ่งจากมา… และภาพของนักรบโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้ดิน

“ฉันเข้าใจแล้ว!” ฮารุร้องขึ้น “สังเคราะห์แสงแห่งจิตวิญญาณ… มันไม่ใช่แค่พลังของฉัน แต่มันคือการเชื่อมโยงพลังของฉันเข้ากับจิตวิญญาณของผู้ปกป้อง! ผู้ปกป้องแห่งบรรพกาล!”

เธอรีบลืมตาขึ้น “อิจิ! ฉันรู้แล้วว่าจะทำยังไงกับรหัสลับนี่!”

อิจิได้ยินเสียงของฮารุ แต่เขาก็ถูกเงาปีศาจโจมตีอย่างหนักจนไม่สามารถตอบสนองได้ บาดแผลของเขาเปิดออกอีกครั้ง เลือดไหลซึมออกมาจากกลางหลัง

“ฮารุ! เธอต้องรีบแล้ว!” อิจิตะโกนบอก เขาพยายามสร้างระยะห่างจากปีศาจ

ฮารุรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอวางมือลงบนก้อนหินที่มีรอยจารึก เธอกล่าวคำร่ายคาถาที่เธอรู้สึกว่าถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของเธอ

“ดวงจิตแห่งชีวิต พลังแห่งธรรมชาติ ผู้ปกป้องแห่งบรรพกาล… จงตอบรับเสียงเรียกของข้า… จงผนึกรวมเป็นหนึ่งกับข้า… เพื่อสร้างแสงสว่างที่จะขับไล่ความมืด!”

ทันใดนั้นเอง! แสงสีเขียวมรกตที่บริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากก้อนหินที่มีรอยจารึก แสงนั้นสว่างจ้ากว่าแสงใดๆ ที่เคยเห็นมา มันพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของฮารุ แสงนั้นไม่ได้หายไป แต่กลับผสานรวมเข้ากับแสงสีม่วงอ่อนๆ จากผ้ายันต์บนฝ่ามือของเธอ ทำให้ร่างของฮารุเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีรุ้งที่ผสมผสานกันระหว่างสีเขียวมรกตและสีม่วงอ่อน

“อ๊ากกกกกก! นี่มันพลังอะไรกัน?!” เงาปีศาจทั้งสามตัวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อแสงนั้นแผ่ออกไปกระทบตัวพวกมัน

ออร่าสีดำมืดที่เคยปกคลุมร่างของเงาปีศาจเริ่มสั่นไหวและจางหายไป แสงสีเขียวมรกตที่เปล่งประกายจากร่างของฮารุไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับทำให้พลังของปีศาจอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

“อิจิ! ตอนนี้แหละ!” ฮารุร้องบอก

อิจิไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจตัวที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วเต็มที่ ดาบของเขาเปล่งประกายสีเงินเจิดจ้าด้วยพลังที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูจากฮารุ

“ผนึกอสูร! ดาบสะบั้นเงา!” อิจิคำรามลั่น เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่ปลายดาบ พุ่งตรงไปยังกลางหน้าอกของเงาปีศาจ

ฉัวะ!

คมดาบของอิจิปักลึกเข้าไปในกลางหน้าอกของเงาปีศาจ แสงสีแดงก่ำจากร่างของมันพลันจางหายไปในชั่วพริบตา ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่จะสลายกลายเป็นละอองสีดำมืดปลิวหายไปในอากาศช้าๆ

เงาปีศาจอีกสองตัวที่เหลือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พวกมันไม่คิดว่ามนุษย์จะสามารถทำลายปีศาจในระดับของพวกมันได้

“เป็นไปไม่ได้! พวกแกมัน…” เงาปีศาจตัวหนึ่งคำรามด้วยความโกรธแค้น มันพุ่งเข้าใส่ฮารุด้วยความเร็วเต็มที่

แต่ฮารุไม่ยอมให้มันเข้าใกล้เธอได้ เธอใช้ฝ่ามือที่เปล่งประกายแสงสีรุ้งชี้ไปที่เงาปีศาจ

“ผนึกแห่งบรรพกาล! จงผูกมัดปีศาจ!” ฮารุร่ายคาถาอีกครั้ง

แสงสีเขียวมรกตและสีม่วงอ่อนจากร่างของฮารุพุ่งตรงไปยังเงาปีศาจ แสงนั้นกลายเป็นโซ่ตรวนพลังงานที่พันธนาการร่างของปีศาจไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม เงาปีศาจกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มสลายกลายเป็นละอองสีดำมืดปลิวหายไปในอากาศอย่างช้าๆ

เหลือเงาปีศาจเพียงตัวเดียว มันยืนนิ่งงันด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะพุ่งเข้าใส่พวกเขาอีกแล้ว มันรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึงที่แผ่ออกมาจากฮารุ

“ข้า… ข้าจะถอยทัพ… แต่พวกเจ้าจะไม่มีวันหยุด ‘ผู้ตื่น’ ได้หรอก!” เงาปีศาจคำราม มันพุ่งตัวเข้าไปในเงามืดของป่าและหายลับไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อปีศาจจากไป แสงสีรุ้งจากร่างของฮารุก็เลือนหายไป เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง หอบหายใจอย่างหนัก รอยสักผ้ายันต์บนฝ่ามือของเธอยังคงเรืองแสงจางๆ แต่ก็ไม่ได้สว่างจ้าเหมือนเมื่อครู่

“ฮารุ! เธอเป็นอะไรไหม?!” อิจิรีบเข้าไปหาเธอ เขาสัมผัสไปที่บาดแผลของเขา มันหายสนิทแล้ว!

“ฉัน… ฉันไม่เป็นไร…” ฮารุตอบเสียงแผ่ว “แต่ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก… เหมือนพลังทั้งหมดถูกใช้ไปอีกแล้ว”

อิจิพยักหน้า เขารู้ดีว่าฮารุใช้พลังไปมากแค่ไหนในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่พวกเขาก็ได้มาซึ่งรหัสลับแห่งบรรพกาลแล้ว และพลังของฮารุก็แข็งแกร่งขึ้นมาก

“เราทำได้แล้วฮารุ… เราได้รหัสลับมาแล้ว” อิจิพูดขึ้น “และพลังของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นมาก… เธอสามารถผนึกปีศาจได้แล้ว”

“แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเราจะต้องเสียสละอะไรไป…” ฮารุพึมพำ “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกว่าเราจะต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่าง”

“ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม… เราจะเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกัน” อิจิกล่าว เขากุมมือของฮารุแน่น

พวกเขาใช้เวลาพักฟื้นอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่ ก่อนที่จะออกเดินทางอีกครั้ง สู่ยอดเขาไฟที่ ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์

ท้องฟ้าเริ่มมืดลงอีกครั้ง ดวงจันทร์เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แต่ในคืนนี้… มันไม่ใช่ดวงจันทร์สีเงินนวลเหมือนเคย แต่เป็นดวงจันทร์ที่เปล่งแสงสีแดงฉาน… ดวงจันทร์สีเลือด!

“ไม่นะ… มันมาแล้ว!” อิจิพึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“เราต้องรีบแล้วอิจิ!” ฮารุกล่าว น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

พวกเขาเร่งฝีเท้าขึ้น มุ่งหน้าสู่ยอดเขาไฟที่เต็มไปด้วยพลังงานมืดมิดและเสียงคำรามที่ดังก้องกังวาน การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว… การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ป่าต้องสาป   ปรับ

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เจ็บปวด

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืน

  • 5/B ป่าต้องสาป   พลังถูกใช้

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้

  • 5/B ป่าต้องสาป   ทำยังไงต่อ

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้

  • 5/B ป่าต้องสาป   กระซิบ

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถ

  • 5/B ป่าต้องสาป   แก้สถานการณ์

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ก้าวต่อไป

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือยอดเขาไฟอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยาม ดวงจันทร์สีเลือด โคจรขึ้นมาเต็มดวง แสงสีโลหิตอาบไล้ทิวทัศน์รอบข้างให้ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องจากปากปล่องภูเขาไฟดังกึกก้องไม่หยุดหย่อน ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของอสูรร้ายที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี กลิ่น

  • 5/B ป่าต้องสาป   สายลม

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอ

  • 5/B ป่าต้องสาป   บาดเจ็บ

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เดือนมืด

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status