ANMELDEN-องศา-
แกร๊ก~ "...ขอเข้าไปได้ไหมคะ" เสียงสดใสเอ่ยถามจนผมต้องละสายตาจากทิวทัศน์ด้านหน้าไปหาเสียงเรียก ใบหน้าสดใสของของขวัญยังเปื้อนรอยยิ้ม ตากลมๆ มองผมกับไอ้ติณห์ที่ออกมาสูบบุหรี่พร้อมกันสลับกันไปมา เลยเป็นไอ้ติณห์ที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมพูดอะไร "กูว่ากูควรเข้าไปด้านในแล้วแหละ ตามสบายนะ" ผมปรายตามองเพื่อนตัวเองที่รีบดับบุหรี่แล้วหยัดตัวลุกจนเต็มความสูงก่อนจะก้าวขายาวๆ กลับเข้าไปในห้องตามเดิม "มีอะไร ทำไมไม่อยู่ด้านใน" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่" "เรื่อง?" ผมมองหน้าของขวัญเล็กน้อยตามด้วยการเบือนหน้าหนี พ่นควันขาวคลุ้งออกจากปาก ก่อนที่มันจะกระจายตัวอยู่ในอากาศ ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ถ้าคนไม่ชอบก็คงต้องส่ายหน้าหนีออกมารัวๆ "พี่โกรธไหมคะที่หนูมาที่นี่" "จีน่าบังคับมาไม่ใช่เหรอ ที่หลังถ้าไม่อยากมาก็ปฏิเสธมันไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ" "หนูแค่อยากรู้ว่าถ้าหนูมาพี่จะรู้สึกยังไง" ริมฝีปากเอิบอิ่มปล่อยความในใจให้พรั่งพรูออกมาจนผมต้องหันหน้ากลับมามอง "...ตอนเช้ายังเห็นเหนื่อยๆ เหมือนจะไม่สบาย ดีขึ้นแล้ว?" ผมไม่แน่ใจว่าผมถามอะไรผิดไปหรือเปล่า ทันทีที่ผมปล่อยผ่านเรื่องไร้สาระที่เธอเก็บมาคิด ความอยากรู้ที่คิดว่าตัวเองจะโดนดุหรือเปล่าที่โผล่มาที่นี่โดยที่ไม่ยอมบอกผมก่อน ของขวัญยิ้มกว้าง ไม่เข้าใจว่าคำพูดประโยคไหนทำให้เธอยิ้มและดีใจขนาดนี้ "ดีขึ้นแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็คงกลับไปเรียนได้แล้ว ขวัญไปซื้อของเข้าบ้านเลยบังเอิญเจอพี่จีน่า พี่จีน่าบอกว่าพี่องศาอยู่ที่นี่หนูก็เลยยอมมาด้วย" "แล้วชอบกินเหรอส้มตำอ่ะ?" "ก็กินได้นะคะ ถ้าเผ็ดมากก็กินได้นิดหน่อย" "จีน่าชอบความเผ็ดระดับล้าน ถ้าไม่อยากปากพองก็ไม่ต้องไปชิมฝีมือมัน" ผมดับบุหรี่ทั้งที่ยังสูบไม่หมดมวนด้วยซ้ำก่อนจะมองสบตากับคนตัวเล็กที่มองมาที่ผมแบบงงๆ "จะให้กลับเหรอคะ" "อยู่ก่อนก็ได้เดี๋ยวพี่ไปส่ง" "แล้ว..." "กลับเข้าไปด้านในสิเดี๋ยวพี่หาอะไรให้กิน" ของขวัญเงยหน้ามองผมจนรู้สึกปวดคอแทนไปหมด จึงต้องคว้ามือเล็กมาจับแล้วพากลับเข้าไปด้านในตามเดิม "น้องขวัญมานี่เร็ว มานั่งข้างๆ พี่จีเลย" "พี่จีน่าเรียก ละ แล้วหนูควรทำยังไงคะ" "องศา! จะปล่อยมือน้องได้หรือยัง ปล่อยให้น้องมากินข้าวก่อนจะหวงอะไรนักหนา" "ฝากก่อน เดี๋ยวกูมา" ผมดันตัวของขวัญส่งให้จีน่า จากนั้นก็พาตัวเองเข้าไปในห้องครัว ปล่อยผ่านเสียงวุ่นวายของไอ้พวกนั้นที่ดังตามหลังมา "น้องขวัญชอบแบบไหนคะ ชอบแบบใส่ปลาร้าหรือไม่ใส่ปลาร้า" "แบบไหนก็ได้ค่ะ" "น่ารักนะเนี่ย น้องไม่เรื่องมากเหมือนไอ้พวกนี้เลย" "เออพวกกูไม่ได้น่ารักเหมือนน้องมึงเองก็ไม่ได้น่ารักเท่าน้องเหมือนกันนั่นแหละจี" "ชิ! ไอ้พวกนี้นี่ ฉันควรใส่พริกและบีบน้ำมะนาวลงไปในส้มตำเยอะๆ มันถึงจะสาสมกับความแสบซ่าของพวกแก" "พูดเยอะ น่ารำคาญ" เซย์ปาเบาะรองนั่งมาที่พื้นก่อนจะหย่อนตัวลงนั่ง จากนั้นก็ยื่นกระป๋องน้ำอัดลมออกมาตรงหน้า แต่ระยะห่างของกระป๋องดันอยู่กึ่งกลางระหว่างจีน่าและของขวัญ สร้างความสงสัยว่าเจ้าตัวต้องการให้ใคร "ของใคร" ครั้งนี้เสียงของจีน่าแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นได้จังหวะพอดิบพอดี ทำให้คนอื่นๆ หันมามองเป็นตาเดียว ดวงตาคมกริบของหนุ่มหล่อที่เหมือนจะพูดน้อยมากกว่าทุกคนในกลุ่มเหลือบมองใบหน้าสวยของจีน่าเล็กน้อยไม่นานก็เปลี่ยนทิศทางการมอง "พี่ให้ น้องคงไม่ชอบทานเผ็ดเท่าไหร่" "อ๋อ ขอบคุณค่ะพี่เซย์" ของขวัญรับกระป๋องเครื่องดื่มมาถือเอาไว้แบบงงๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังยิ้มให้พวกพี่ๆ อย่างนึกขอบคุณจริงๆ "เออนี่ เห็นน้องขวัญบอกว่าเมื่อคืนฝันร้าย ฝันว่าอะไรอ่ะ เล่าให้พวกพี่ฟังบ้างสิ" ลีโอถามขึ้นบ้าง ในมือถือส้อมก่อนจะตักส้มตำมาใส่ชามของตัวเอง "พวกพี่...เชื่อเรื่องผีไหมคะ" "ผี?" "ใช่ค่ะ พี่ว่าในโลกนี้มีผีไหม" "พี่ว่ามีนะ" ฉลามพยักหน้าหงึกหงัก ท่าทางจริงจังส่งผลให้ของขวัญทิ้งสายตาจดจ้องที่ใบหน้าหล่อเหลา อยากรู้ว่าผีที่ฉลามเจอมามันเป็นยังไง มันน่ากลัวแบบที่เธอเจอไหม! "ผีเสื้อไง ปีกงี๊โคตรสวยเลย" "ไอ้เหี้ยหลาม แกล้งน้องสัส" ติณห์ฟาดฝ่ามือลงบนหัวของคนขี้แกล้งจนเต็มแรง "น่ากลัวนะ ฝ่ามือไอ้เหี้ยติณห์หนักแบบโคตรน่ากลัวเลย" ความขี้แกล้งของหนุ่มๆ แก๊งนี้พลอยทำให้ของขวัญลืมเรื่องผีสางไปชั่วขณะ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว "หอมว่ะ มึงทำอะไรวะ แบ่งกูบ้าง" "กูด้วยองศา กลิ่นนี้กูว่าผัดมาม่า" ฉลามและลีโอมองไปที่ผู้มาใหม่ที่เพิ่งจะก้าวขาออกมาจากห้องครัว สิ่งที่ได้รับไม่ใช่การตอบตกลงที่จะแบ่งของในมือให้ แต่เป็นสายตาพิฆาตที่ถูกส่งต่อแทน "มึงขี้หวงว่ะองศา" "เรื่องของกู" ผัดมาม่าจานโตวางตรงหน้าของขวัญ ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากรุ่นพี่หนุ่มที่เป็นคู่หมั้น หรือกลิ่นหอมเครื่องเทศของผัดมาม่ากันแน่ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรง "กินเยอะๆ" "ขอบคุณค่ะ พี่องศากินด้วยกันไหมคะ" "ไม่ต้องถาม แถวนี้มีเปรตหลายตัวที่รอขอส่วนบุญอยู่ตลอดเวลา" "หมาหัวเน่า" ลีโอพูดขึ้นมาลอยๆ ขณะมองเพื่อนตัวเองกับสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ "มึงหมายถึงตัวมึง?" "ทั้งมึงและกูเนี่ยแหละ แม่ง! เน่าพอกัน มันไม่สนใจเราเลย" เซย์ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมระอา นี่คือเหตุผลที่ทำให้คนในกลุ่มนี้ไม่กล้ามีแฟนหรือเปล่าวะ ใครมีแฟนคนนั้นจะถูกเล่นงานจากคนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการแซวหรือต้อนจนจนมุมให้เสียอาการ วิธีไหนเล่นได้ก่อนเหมือนว่าทุกคนก็พร้อมจะทำ! "ขอบคุณพี่ๆ มากนะคะสำหรับวันนี้ สนุกมากเลยค่ะ วันหลังหนูซื้อขนมมาฝากนะ" "เปลี่ยนได้ปะล่ะ" "พี่ฉลามอยากเปลี่ยนจากขนมเป็นอะไรดีคะ" "เปลี่ยนจากขนมเป็นเบียร์" "อ๋อ..." "ตอบมันไปว่าไปหาซื้อแดกเอง" มือเรียวถูกคว้าไปจับก่อนจะพาออกมาจากตรงนั้นพร้อมกัน ไหวไหล่ละเลยเสียงโวยวายของกลุ่มเพื่อนที่ดังตามหลังมา "ชอบเล่นกันแรงๆ แบบนี้เหรอคะ" "แค่ตัดความรำคาญ!"ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร







