Masukคอนโด K
"...ซื้อของมาทำไมเยอะแยะ จะชวนเพื่อนมากินข้าวที่ห้องเหรอ?" "เปล่าค่ะ ซื้อมาติดบ้านไว้เผื่ออยากทำทานเอง" "ปกติถ้าไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกก็ซื้อกิน อะไรทำให้เปลี่ยนใจ" ผมมองตามแผ่นหลังบางอย่างงุนงง เห็นของขวัญแยกผักและเนื้อสัตว์ออกจากกัน มีวิธีเก็บของแบบมีความรู้สุดๆ ไม่ต่างจากคนที่ศึกษาทุกอย่างมา "ต่อไปนี้ขวัญจะทำอาหารทานเองค่ะ จะฝึกทำขนมด้วยนะคะ พวกคุกกี้ เค้ก แต่ตอนนี้ขอหัดทำกับข้าวอย่างเดียวก่อน แฮ่ๆ" คนตัวเล็กหันมายิ้มอวดความสดใส พวงแก้มเนียนที่แดงระเรื่อสะดุดตาเป็นอย่างดี "ตอนอยู่ที่คอนโดพี่ฉลาม หนูไม่เห็นพี่องศาทานอะไรเลย กินกุ้งไปแค่ตัวเดียวเอง เดี๋ยวหนูทำอะไรให้ทานนะคะ" "ขอเลือกเมนูเองได้ไหมล่ะ" "ได้ค่ะ แต่ต้องอยู่ภายใต้ตัวเลือกที่หนูมีให้เท่านั้นนะคะ" "ทำไมล่ะ" "ก็หนูยังทำไม่เก่งนี่นา ยังต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองค่ะ ตัวเลือกของวันนี้มีข้าวผัด มีผัดกระเพราและมีผัดคะน้าค่ะพี่องศาอยากทานอะไรคะ" "พี่ขอมาม่าร้อนๆ ชามนึงก็พอ" "มาม่าเหรอ ได้ค่ะ นั่งรอแป๊บนะคะ" มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยืนพิงสะโพกกับขอบเคาน์เตอร์มองคนตัวเล็กเงียบๆ ความคิดแปลกใหม่ผุดเข้ามาในหัว ของขวัญไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร บางทีการที่ผมยอมช่วยเธอแบบเต็มที่ ผลตอบรับที่ได้มันก็อาจจะไม่ได้แย่ ของขวัญอาจจะเข้าใจและยอมรับความจริงได้ ถึงตอนนั้นมันก็อาจจะไม่มีอะไรที่เลวร้ายเลย "เสร็จแล้วค่ะ มาม่าชามโตหนูเติมลูกชิ้นให้ด้วยนะ" "ไม่กินด้วยกันเหรอ" "กินผัดมาม่าที่พี่ทำให้เยอะมากยังจุกอยู่เลยค่ะ พี่องศากินให้อร่อยนะคะ" ผมมองสิ่งที่อีกคนตั้งใจทำให้ ผักและลูกชิ้นถูกเติมลงไปในเมนูธรรมดาๆ ที่ควรมีแต่เส้นอย่างใส่ใจ แต่น้ำในชามที่เยอะเกินไปบ่งบอกว่าการทำอาหารไม่ใช่เรื่องที่ของขวัญถนัด "เมื่อคืนฝันว่าอะไรเหรอ เล่าได้ไหม" คนที่เดินไปล้างมือหมุนตัวกลับมามองเล็กน้อย คงเห็นว่าผมสนใจของขวัญจึงยอมเดินกลับมานั่งข้างๆ กัน "ฝันว่าไปโผล่อยู่ที่ชั้นใต้ดินค่ะ" "แล้วไปเจออะไรที่นั่น" "ไปเจอคุณยายแก่ๆ คนนึงค่ะ ตรงนั้นมันมืดมาก มีรอยเท้าของช้าง ระหว่างทางที่พยายามเดินออกมามีใครก็ไม่รู้เต็มไปหมด เขาพยายามจะดึงมือขวัญให้ไปกับเขา" "แล้วได้ไปหรือเปล่า" คนถูกถามรีบส่ายหน้า "ไม่ได้ไปค่ะ หนูเจอพี่ในฝันด้วยนะ หนูพยายาจะเดินตามพี่ แต่บางครั้งพี่ก็หายไป หนูเจอพระด้วย พระท่านเป็นคนนำทางออกมา" "ฝันแบบนี้ประจำเลยเหรอ ก่อนนอนไหว้พระสวดมนต์หรือเปล่า" "...เมื่อก่อนหนูฝันบ่อย แต่ตอนนี้ไม่ค่อยฝัน ถ้าจะฝันก็ฝันตอนที่มีเรื่องให้คิดมาก" "แล้วชีวิตนี้มีอะไรให้คิดมาก ปัญหาครอบครัวก็ไม่มีไม่ใช่เหรอ พ่อแม่ยังสุขภาพแข็งแรง ฐานะทางการเงินก็ไม่เคยเกิดปัญหา ผลการเรียนก็ดีมาโดยตลอด แล้วเรื่องอะไรที่ยังคิดมาก" "หนูอธิบายไม่ถูกอ่ะ มันเป็นเอง" ผมมองคนที่ทำหน้าเศร้า ผมรู้ว่าเธอไม่ได้โกหก เธออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ "หนูไม่ได้อยากฝัน พอฝันแล้วรู้สึกเหนื่อยมากเลยนะ ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย" "เข้าใจแล้ว อย่าคิดมาก พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข พี่ว่าไม่นานหรอกเดี๋ยวอะไรๆ มันก็ดีขึ้นเอง" "หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ" ของขวัญยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอสดใสขึ้นกว่าเมื่อวานมาก ตากลมๆ คู่นั้นถูกซ่อนไว้ด้วยความสุขก่อนที่มันจะค่อยๆ เลือนหายเมื่อมองเห็นรอยบนแขนของผม "ระ รอยบนแขนพี่เต็มไปหมดเลย" "ใครล่ะเป็นคนทำ" "ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ็บเลยค่ะ" "รู้น่า ใครเจ็บกว่าก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่" คนถูกยอกย้อนกัดปากตัวเองก่อนจะก้มหน้างุดหลบซ่อนความเขินอาย "เสียใจหรือเปล่า" ผมถามต่อและมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่มองผมตอบ และคำตอบของของขวัญก็ยังเป็นการส่ายหน้า "ไม่ค่ะ" "พี่เป็นผู้ชายคนแรก" "เราเป็นแฟนกันนี่คะ เป็นคู่หมั้นที่เรียนจบก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว" "ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยมันทำให้เจอใครต่อใครเยอะแยะไปหมด พี่จะเรียนจบแล้ว ในขณะที่ขวัญยังต้องเรียนต่อ พอถึงตอนนั้นความรู้สึกของเรามันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้นะ" "ไม่มีวันหรอกค่ะ หนูว่าความรู้สึกของหนูไม่มีวันเปลี่ยนไป" "...อืม พี่ว่าความรู้สึกของพี่มันก็คงไม่มีวันเปลี่ยนไปเหมือนกัน" "ความรู้สึกของพี่ที่หมายถึง..." "วันหลังลดปริมาณน้ำลงอีกนะ เอาแค่ท้วมเส้นแล้วมันจะอร่อยพอดี" "อ๋อโอเคค่ะ ให้หนูเทน้ำออกให้ไหม" "ไม่เป็นไร วันหลังค่อยแก้มือใหม่ละกัน" "วันนี้ไปเจอเพื่อนๆ พี่องศาอีกรอบ พวกพี่ๆ น่ารักกันมากเลยนะคะ พี่จีน่าใจดีและสวยมาก พี่ๆ ไม่มีแฟนกันเลยเหรอ" ผมทบทวนคำว่าน่ารักของของขวัญก่อนจะนึกถึงใบหน้าเพื่อนแต่ละคนของตัวเอง "ที่จริงพวกมันห่างไกลจากคำว่าน่ารักมากเลยนะ อ้อนตีนเก่งกันมากกว่า" "หนูชอบเวลาที่พวกพี่ๆ แกล้งกันค่ะ มันดูอบอุ่นดี อ้อ...พี่จีน่ามีแฟนไหมคะ" "ไม่นะ" "แต่ก็คงมีคนมาจีบเยอะมากแน่ๆ น่ารักขนาดนั้น หนูชอบความสดใสของพี่จีมาก บางครั้งก็อยากใช้ชีวิตแบบนั้น หนูยกให้พี่จีเป็นไอดอลเลย" "การใช้ชีวิตแบบจีน่ามันต้องมีคนดูแล การมีเพื่อนผู้ชายไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรหรอก แต่ต้องดูและมั่นใจก่อนว่าเพื่อนพวกนั้นมันดีจริงๆ พวกพี่ไม่ได้ดีอะไรกันมากหรอก แต่ก็ไม่เคยทำให้จีน่าเสียหาย และไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำอะไรไม่ดีกับมันด้วย" "ดูก็รู้แล้วค่ะ ถ้าวันไหนหนูว่าง หนูไปเจอเพื่อนๆ ของพี่อีกได้ไหมคะ" "นึกยังไงถึงชอบความอ้อนตีนของพวกมัน" "แล้วใครบอกล่ะคะว่าหนูชอบพวกพี่ๆ มากกว่าคนที่อยู่ตรงหน้า" "จะบอกว่าชอบพี่มากกว่า?" "แล้วถ้าหนูตอบว่าเป็นแบบนั้นล่ะคะ" "กล้าบ้าบิ่นนักก็จะโดนแบบนี้ไง" "อื้ออ! พี่องศา" ของขวัญหลับตาปี๋เมื่อโดนผมใช้ด้ามตะเกียบตีบนจมูกเชิดรั้น ถึงอย่างนั้นสองแก้มก็เปื้อนรอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะเล็กๆ ดังเล็ดลอดออดมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อน จุดจบของคนชอบแกล้ง เห็นทีจะโดนผมแกล้งคืนบนเตียง!นอนคุยกันมันง่ายกว่าการนั่งคุยจริงไหม เพิ่งได้คำตอบวันนี้เลย ค่ำคืนที่ผ่านมาบอกเลยว่าเขาเสพสมจนเต็มคราบ เธอจัดหนักให้ก็ไม่หายอยาก ปล่อยให้เธอพักแป๊บเดียวเขาก็ลุกจัดต่อ ทำทุกอย่างจนอิ่มเต็มคราบ มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปภายในพริบตา จากที่ยังตึงๆ ใส่กันลิเดียร์คุยกับเขาเยอะขึ้น มีถามความเห็น มีหันมาคุยเหมือนคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมาง ถือว่าวิธีนอนคุยได้ผลทีเดียว“เธอ…” “ว่า” “เราใช้ตังค์เธอจ่ายก่อนนะ ชาร์จแบตมือถือเดี๋ยวเราโอนคืน” ลิเดียร์หันมาบอกตอนที่เธอชวนเขาเข้าร้านเสื้อผ้า ชุดที่เขาเลือกให้เธอใส่ชั่วคราวมันก็คงไม่ถูกใจเธอแหละ“อ่า เลือกเลย เธออยากได้ตัวไหนเดี๋ยวเราจ่ายเอง” “ซื้อให้เลยเหรอ?”“อ่า” “จะพากลับวันไหน” เป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเร่งรัด เหมือนเธอต้องการรู้มากกว่าว่าจำเป็นต้องมีชุดสำรองประมาณกี่ชุด เราจะอยู่ด้วยกันกี่วัน “ชอบตัวไหนก็หยิบเลย ซื้อเลย” “งั้นเราเอาตัวที่ชอบนะ”“ครับ” ลีโอกดใบหน้ารับ จากนั้นก็ปล่อยให้ลิเดียร์เลือกเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง ส่วนเขาเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟาสำหรับนั่งรอ แต่เวลาของความเป็นส่วนตัวคือสั้นมาก แทนที่จะได้นั่งรอแบบสงบสุข กลับมีผู้หญ
ในความมืดที่แม้จะเห็นไม่ชัดว่าในสายตาของอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกแบบไหน ทว่าร่างกายกลับโหยหากันและกันชัดเจนมากกว่าสิ่งอื่นใดลีโอถอดอาภรณ์ที่อีกคนสวมใส่ ยิ้มอย่างชอบใจเมื่อลิเดียร์ไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแบบที่เขาไม่ชอบ เขาทำเธอ เธอก็ทำเขา มือของเขาจับอกนุ่มพร้อมกับบีบอย่างมันเขี้ยว ไข่ของเขาเองก็โดนคว้าหมับ ลำรักถูกเธอบีบเช่นกัน“ซี้ด~ เธอ~ ร้ายว่ะ” “อย่างเธอต้องเจอแบบนี้แหละ” ลิเดียร์เชิดใบหน้าขึ้น เปิดทางให้ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมจากกายสาวในขณะที่ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขาสวยถูกดันให้แยกออกจากกัน ซึ่งทันทีที่ความใหญ่โตเกินมาตรฐานซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเส้นเลือดโปดโปนสอดกระแทกเข้ากับช่องทางคับแคบ ลิเดียร์ตวัดขาขึ้นโอบรัดเอวสอบทันที “อ๊าส์~ ระ แรงๆ” ได้เลยตามที่ขอ หนุ่มหล่อสะบัดเอวสอบ ถาโถมแรงกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่มีอะไรกันแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อง่ายๆ กลับกันได้แล้วก็อยากได้อีก อยากจับเธอกินซ้ำๆ ชอบเวลาที่ร่องสีชมพูขมิบตอดรัดช่วงล่างของเขาจนแน่น ชอบเสียงครางหวานๆ ที่ดังประสานออกมาเวลาที่เขากำลังหิวโหยร
“แล้วถ้าไม่ได้ทำงานนี่ยังจะมีเงินไปซีเอฟอยู่ไหมไอ้ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ เนี่ย” คนถามมองตาแข็งพร้อมกับขบกรามจนแน่น ทำคนที่อมยิ้มมองอยู่ถึงกับรู้เลยว่าเขามีอาการ “หืม? พูดเหมือนหึงเลย” ลิเดียร์ยกยิ้มที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวลูบแก้มสากเบาๆ จนเขาคว้าหมับที่ข้อมือเธอ “กวนตีนว่ะ” “ตรงไหน แบบนี้เขาเรียกคุยกันตรงๆ มากกว่าไหม” “ตรงไป~” “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ หรือผู้ชายชอบเชื่อเฉพาะมารยาหญิง พอพูดความจริงไม่ค่อยอยากฟัง” “แล้วที่เธอพูดเนี่ยคืออะไร ความจริงหรือมารยาหญิง?”“ความจริงสิ นี่มันปีที่เท่าไหร่แล้ว หญิงชายเท่าเทียมนะ ผู้ชายสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน คนเราอ่ะ แค่มองว่าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ” ลีโอฟังความคิด สัมผัสถึงทัศนคติของคนบนหน้าตักเงียบๆ เท่าที่รู้จักกัน ลิเดียร์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้อยากเรียกร้องเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนเคยพยายาม เธอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใคร ตรงไหนทำให้สบายใจเธอก็คงเลือกอยู่ตรงนั้นเหมือนเขาเลย ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นความสบายใจของเขาเหมือนกัน อยู่ใกล้และอยากอยู่ด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือจะเป็นเพร
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แปลกถิ่นเงียบมากจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ในตอนที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำลิเดียร์แทบวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นว่าอีกคนมองเธอตั้งแต่ตอนที่ก้าวขาออกมาก้าวแรก ทั้งที่พยายามละเลยท่าทีแปลกๆ แต่เวลาที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองมันก็อดรู้สึกไม่ได้อยู่ดี “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะรออะไร”“ก็ลองรอดู”“เพื่อ?”“เผื่อมีคนใจดีอยากถูหลังให้ไง” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ คนเจ้าเล่ห์ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลย“เพิ่งทำเล็บมาใหม่อ่ะ คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ใช้แปรงขัดห้องน้ำถูแทนได้ไหมล่ะ” ให้ตายสิวะ กะล่อกูหลังฉีกเลยสินะ“โหดจัง ถ้าทำแบบนั้นหนังหลุดเลยนะ”“ก็ช่วยไม่ได้ เธอเรียกร้องเอง” “ใจร้ายเหมือนกันนะคนสวยๆ เนี่ย” “ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน ร้ายไม่เบา” ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก อยากจะเดินเข้าไปคลอเคลียให้หายอยาก ติดที่เธอยืนกอดอกมองหน้า ท่าทางแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าตั้งการ์ดที่จะต่อต้านแน่ๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนเสน่ห์แรงนั่นแหละ หนุ่มๆ สนใจเยอะ ตัวเลือกก็เยอะเช่นกัน จะเมินจะเชิดใส่ใครก็คงได้ทั้งนั้น ระดับเธอ ลีโอเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาหายเข
“ไม่กลัวผีเหรอ?” เสียงถามส่งผลให้คนที่กำลังจะเดินหนีออกไปรับลมด้านนอกถึงกับหยุดฝีเท้า ชะงักพร้อมกับหมุนตัวกลับทันที“ที่นี่มี?”“อ่า” ได้ผลนะ ลิเดียร์เริ่มออกอาการกลัวขึ้นมาทันที“อยู่ในที่ต่างถิ่นใครเขาให้พูดเรื่องนี้กัน”“รู้ ที่พูดก็เพราะตรงนี้มันเป็นเธอไง กลัวเธอเจอ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนอีก” “บ้าที่สุดเลย” คนตัวเล็กเดินลิ่วเข้ามาฟาดกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง สีหน้าถึงจะยังโกรธมาก แต่ก็แสดงออกว่าเธอต้องการเขาที่ตอนนี้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน “ถ้ากลัว เราก็ต้องอยู่แบบสงบสุขไหม” “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอ” “ขอโทษได้ไหมล่ะ” คำพูดของลีโอส่งผลให้คนฟังชะงัก หัวใจดวงน้อยพานเต้นไม่เป็นส่ำ ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบมาก ได้ยินเสียงพูดคุยของกันและกันอย่างชัดเจน “ขอโทษที่ทำให้เธอไม่โอเคนะ” “ตอนนี้มันหลายเรื่องเลยนะ” “ขอโทษรวดเดียวเลยได้ไหมล่ะ ดีกันได้ไหม” “ตลกนะ คนระดับเธอมาพูดคำนี้” เจ้าของเสียงพูดหลุดเสียงในลำคอเบาๆ เธอไม่กล้าเชื่อเขาหรอก ก็อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก คนอย่างเขาไม่ได้อดอยากขนาดนั้นแน่ๆ จะเอาที่ไหนเมื่อไหร่ก็คงได้ “สุดท้ายแล้วคนเร
“…เราจะคุยกับเพื่อนก่อน เธอ!” ลิเดียร์พยายามต่อต้านเมื่ออีกคนดึงมือเธอและพาไปคนละทางกับที่เพื่อนของเขาพาเพื่อนเธอไป“ลีโอ หยุดก่อน อย่าทำแบบนี้นะ” “เพื่อนเราไม่ทำอะไรเพื่อนเธอแน่ๆ วางใจเถอะ มันจะปลอดภัย” “แล้วเธอจะพาเราไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมให้คุยกับเพื่อน ถ้าจะให้อยู่ก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอแล้วจะพาไปไหน” “พอดีว่าเปลี่ยนใจแล้ว”“อะไรนะ เธอจะทำอะไรก็ต้องบอกกันดิ เธอจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มันไม่ได้นะ” “ขึ้นรถ”“ลีโอ!” “ถ้าเธอขึ้นรถเราจะโทรไปบอกเพื่อนเราให้ปล่อยเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้เลย” “ทำไมต้องเอามาต่อรองกันแบบนี้”“ก็เธอดื้อเองไหมเดียร์ ถ้าเธอยอมฟังกันดีๆ มันจะเป็นแบบนี้เหรอ” ในเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตามที่ของ่ายๆ มือใหญ่จึงกระชากประตูรถให้เปิด จากนั้นก็ดันตัวของลิเดียร์เข้าไปในรถแทนขณะที่เดินอ้อมไปยังฝั่งของคนขับ มือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า สตาร์ทรถ จากนั้นก็กดโทรออกหาฉลามทันที (อ่า ว่า?) “ปล่อยมัน บอกมันว่าเพื่อนของมันอยู่กับกู”(ได้ๆ สรุปเด็กมึง อยู่กับมึงนะ) “เออ บอกไอ้ติณห์ดูแลร้านคนเดียวไปก่อนสักวันสองวัน ทุกอย่างลงตัวเดี๋ยวกลับมา” (เดี๋ยวนะ วันสองวัน?) “กูต้องการเวลาเคลียร์
หลายวันต่อมามหาวิทยาลัย"...วันนี้แลดูสวยผิดหูผิดตานะ ส่องกระจกแล้วตอบมาว่าคิดเหมือนกันปะ" มีนทักทายประโยคแรกแล้วจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างมีความหมาย สายตากรุ้มกริ่มกระตุ้นรอยยิ้มสดใสได้เป็นอย่างดี"อะไรยังไง ฉันก็เหมือนเดิมไหม" "ก็วันนี้แต่งหน้าสวย ผมก็เป๊ะมาก เหมือนคนที่ดูแลตัวเองแบบสุดๆ อ่ะ" "ก็
-ของขวัญ-[องศา : กินแล้วครับ] ข้อความที่เด้งกลับหลังจากที่ฉันส่งไปเกือบสองชั่วโมงให้ความรู้สึกเรียบเฉย ว่างเปล่า อยู่ดีๆ มันก็ไม่มีความตื่นเต้นแบบที่ควรจะเป็นฉันมองข้อความนั้นที่มันโชว์บนหน้าจอแม้ไม่ต้องเปิดอ่าน เพราะมันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ มองเฉยๆ จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ดับลงอีกครั้งตากลมจึงมอ
"พะ พี่องศา" ตากลมสวยสั่นระริกเมื่อร่างกายถูกร่างสูงกว่าโน้มลงมาทาบทับ แผ่นหลังบางแนบชิดกับเตียงกว้างเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนกดเข่าแทรกเข้ามากลางหว่างขาส่งผลให้เรียวขาขาวแยกออกจากกันทันที"เดี๋ยวพี่ดูดพิษไข้ให้" ริมฝีปากผ่าวร้อนบดเบียดเข้าหากันแน่น พวงแก้มเนียนแดงระเรื่อ ความน้อยอกน้อยใจหายเป็นปล
-ของขวัญ-มหาวิทยาลัย"...พี่จี" ฉันโบกไม้โบกมือให้รุ่นพี่สาวที่ยืนเหม่ออยู่นาน ตอนแรกลังเลว่าจะรอให้พี่จีเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนค่อยทัก ทว่ารุ่นพี่สาวกลับไม่ยอมก้าวขาออกมาจากตรงนั้นสักที สีหน้าเหมือนคนกำลังเก็บบางสิ่งบางอย่างมาคิดอยู่ในหัว เหมือนคนมีเรื่องให้ไม่สบายใจ"น้องขวัญ" พี่จีน่าสะบัดหัวแร







