Masukหลังจากที่กลับมาจากห้างสรรพสินค้า ทั้งสามคนก็ต่างแยกย้ายกลับห้องใครห้องมัน โดยพอเธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งทำงานค้างจากเมื่อวาน
"ตรงนี้ทำยังไงนะ"
เฟื่องฟ้านั่งมองชีตงานด้วยสีหน้ายุ่ง เพราะเธอไม่สามารถทำตรงนี้ได้ จึงยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิท
(มีอะไร)
ซึ่งรอสายไม่นาน ปลายสายก็กดรับพร้อมกับพูดแทรกออกมา
"งานอาจารย์นารีรัตน์เมื่อวานเสร็จยัง"
(เรียบร้อยแล้วจ้า)
"งั้นฉันถาม..." หญิงสาวก็เอ่ยสอบถามเพื่อนไป โดยพอพูดเสร็จ มิชาก็อธิบายให้เธอฟังจนเธอเข้าใจ เฟื่องฟ้าจึงเอ่ยขอบคุณเพื่อนไปพร้อมกับกดตัดสาย แล้วมานั่งทำงานของตัวเองต่อ
"ทำอะไรครับคนดี"
ขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่อย่างตั้งใจนั้น ก็สะดุ้งตื่นตกใจอย่างแรง เพราะได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง หญิงสาวจึงรีบหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบว่าเป็นแผ่นดินที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ
"งานค้างที่ทำไม่เสร็จจากเมื่อวานค่ะ แล้วนี่อาบน้ำแล้วเหรอ"
เพราะขณะที่แผ่นดินเดินมาใกล้ ๆ เฟื่องฟ้าได้กลิ่นครีมอาบน้ำลอยแตะจมูก
"ครับ แล้วคนดีอาบยัง"
แผ่นดินเดินมาหยุดอยู่ด้านข้าง ดึงเธอลุกขึ้นแล้วขยับตัวเองลงไปนั่งแทนที่ พร้อมกับดึงเธอลงมานั่งตักเขา
"เรียบร้อยค่ะ"
"ใกล้เสร็จยัง"
"ใกล้แล้วค่ะ อีกนิดเดียว" เธอตอบแผ่นดิน แล้วหันกลับมาทำงานของตัวเองต่อ
"สวยไหม"
เฟื่องฟ้าที่กำลังนั่งทำงานของตัวเองอยู่นั้น ก็รีบหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แผ่นดินยื่นมาให้เธอดู ซึ่งรูปรูปนั้นคือรูปของกระเป๋าแบรนด์เนมแบรนด์ดังหลายใบเรียงรายกันอยู่
"สวยค่ะ"
"คนดีชอบใบไหนครับ" ชายหนุ่มเลื่อนรูปให้หญิงสาวดู ซึ่งเป็นรูปกระเป๋าที่เขากับดินแดนช่วยกันเซิร์ชหา
"ถามทำไม ดินจะซื้อให้ฟ้าเหรอคะ"
"ครับ ดินกับไอ้แดนช่วยเลือกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เลยอยากให้ฟ้าเลือกเองดีกว่า"
"ไม่เอาหรอก แพงขนาดนี้เสียดายเงิน" คนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่กำลังนั่งทำงานของตัวเองอยู่
"ไม่เห็นแพงเลย" แผ่นดินบ่นพึมพำ เพราะกระเป๋าแค่ราคาไม่กี่แสนเอง เขาสามารถจ่ายได้สบายอยู่แล้ว
"ไม่แพงอะไรล่ะ ใบเกือบห้าแสน"
"แค่นี้เอง เลือกมาเถอะครับ"
"ไม่เอา แค่ที่ดินกับแดนซื้อให้ก่อนหน้านี้ก็ยังใช้ไม่หมดทุกใบเลย" เฟื่องฟ้าก็ยังยืนยันว่าตัวเองจะไม่เอา แต่เขาเห็นว่ามันสวย และเหมาะกับแฟนสาวของเขามาก จึงตื๊อให้เธอเลือกทั้งที่เธอปฏิเสธ
"มันสวยนะ แถมเป็นคอลเลกชันใหม่ด้วย"
"ไม่เอาค่ะ ดินกันแดนเก็บเงินที่จะซื้อกระเป๋าให้ฟ้า เอาไว้ซื้อของกินให้ดีกว่าค่ะ"
"ตามใจ" แผ่นดินไม่เซ้าซี้อีกแล้ว เมื่อแฟนสาวยืนกรานปฏิเสธอย่างหนักแน่น
แอดดด...
ระหว่างที่กำลังคุยเล่นกับแผ่นดินอยู่นั้น ประตูห้องของเธอที่ปิดอยู่ก็ถูกดันเปิดเข้ามา เธอจึงละสายตาจากแผ่นดิน พร้อมกับมองดินแดนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้าง
"แต่งตัวไปไหน" เฟื่องฟ้าเอ่ยสอบถามดินแดนด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังสวมใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กสีดำ พร้อมกับเซตผมด้วยเจลอีกด้วย
"ไอ้สงครามชวนไปดื่ม"
"ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง"
"ก็กำลังมาบอกนี่ไง"
"....."
"ขอไปแป๊บเดียว จะกลับก่อนเที่ยงคืน" ดินแดนขยับมาจุ๊บลงริมฝีปากอวบอิ่มคนหน้าบึ้ง
เฟื่องฟ้าที่นั่งมองอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เลือกที่จะลุกขึ้นแล้วเดินออกมานอกห้องนอนของตัวเองแทน
"หน้าแบบนั้นคืองอนใช่ไหม" ดินแดนหันมาจ้องมองแฝดของตัวเอง ซึ่งแผ่นดินก็พยักหน้า
"แล้วกูต้องทำยังไง"
"ไม่รู้" แผ่นดินตอบกลับ แล้วลุกขึ้นเดินตามแฟนสาวออกมาข้างนอก ก็เห็นว่าเธอกำลังรินน้ำใส่แก้วเพื่อจะดื่ม
"มันไปเที่ยวแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวมันก็กลับแล้ว" แผ่นดินใช้มือลูบบริเวณหัวไหล่มนของแฟนสาวเบา ๆ ขณะที่เธอกำลังดื่มน้ำอยู่
"คนดีครับ"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา อยากไปก็ไป" เฟื่องฟ้าหยิบก้อนเค้กที่ซื้อติดมือมาเมื่อช่วงค่ำขึ้นมาแกะกิน และในตอนนั้นเองดินแดนก็เดินออกมาจากห้องนอนของเธอพอดี ซึ่งพอสายตาของเราสบตากัน เธอก็รีบก้มหน้าทำเป็นไม่สนใจ
"ฟ้า~ แค่นี้เอง ทำไมต้องงอนด้วยวะ"
"งอนอะไร ฉันไม่ได้งอนสักหน่อย"
"ก็ที่เธอทำอยู่แบบนี้เขาเรียกว่างอน"
"....." หญิงสาวก็นิ่งไม่พูดอะไรตอบกลับ เอาแต่ยืนกินเค้กของตัวเองต่อ
"ฉันไม่ไปแล้ว หายงอนเถอะ"
"ก็บอกว่าไม่ได้งอน"
"ไม่ได้งอนอะไร หน้าบึ้งขนาดนี้" ดินแดนเดินมากอดเข้าที่เอวของหญิงสาว ซึ่งเธอมีท่าทีขัดขืนแต่เขาก็ไม่สนใจกอดเธออยู่แบบนั้น ส่วนแฝดของเขาก็เดินไปนั่งลงที่โซฟาพร้อมกับเปิดโทรทัศน์ดู
"ไอ้ดินเอากระเป๋าให้เธอดูยัง"
"ดูแล้ว" เฟื่องฟ้าตอบทั้งที่กินเค้กอย่างเอร็ดอร่อย
"เป็นไงชอบไหม"
"ก็ชอบ แต่ฉันบอกดินไปแล้วว่าไม่เอา"
"อ้าว ทำไมถึงไม่เอา"
"แค่ที่มีอยู่ก็พอแล้ว ซื้อมาก็ไม่มีที่เก็บ"
"ถ้าไม่มีที่เก็บก็ซื้อที่เก็บใหม่สิ"
"ไม่อยากได้จริง ๆ เปลืองเงินเปล่า ๆ แถมฉันก็ไม่ค่อยชอบใช้ด้วย"
"ตามใจ แต่ถ้าอยากได้อะไรก็รีบบอกเลย ฉันกับไอ้ดินพร้อมที่จะซื้อให้"
"ขอบคุณนะ" เฟื่องฟ้าขยับหันหน้ามาจ้องมองคนที่กำลังกอดเธออยู่ พร้อมกับจูบไปบริเวณแก้มของชายหนุ่มเบา ๆ โดยพอจูบเสร็จ ก็มีคราบครีมติดแก้มของเขาไปด้วย
"งื้อออ... หน้านายเปื้อน" หญิงสาวรีบใช้มือเช็ดคราบครีมออกจากใบหน้าให้กับชายหนุ่ม
"อร่อยไหม"
"อร่อย ครีมร้านนี้ดีมากเลย"
"อะไรก็กินเยอะ ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเลิกเร็วจะไปซื้อเอามาแช่ในตู้เย็นไว้ให้"
"ไม่เป็นไร ที่เหลืออยู่ในตู้ก็มีอยู่"
"ตอนเช้าเดี๋ยวเธอก็กินหมดแล้ว"
"ฉันไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นนะ" ศีรษะทุยเล็กซบลงบนอกของดินแดน ชายหนุ่มใช้มือลูบไปมาด้วยความเอ็นดู
"อิ่มยัง"
"อิ่มแล้ว"
"งั้นก็ไปดูโทรทัศน์รอกับไอ้ดิน เดี๋ยวฉันขอไปเปลี่ยนชุดก่อน"
"จะไปดื่มก็ไปเถอะ ฉันไม่ได้งอนจริง ๆ"
"ไม่ไปแล้ว นอนกอดเมียอยู่ที่ห้องดีกว่า"
"ตามใจ" เฟื่องฟ้าตอบ หยิบกล่องเค้กที่ตัวเองกินเสร็จทิ้งลงถังขยะ พร้อมกับเดินมาหาแผ่นดินที่กำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่
"ดูสารคดีอีกแล้ว" พอมานอนลงด้านข้างแผ่นดินแล้ว เธอก็บ่นพึมพำ เพราะชายหนุ่มนั้นดูแต่สารคดีสัตว์โลกอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเธอไม่ชอบเลย
"มันได้ความรู้นะ"
"....."
"คนดีอยากดูอะไรก็เปิดสิ" แผ่นดินยื่นรีโมตมาให้ แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้า
"ไม่เอา ไม่อยากดูอะไรทั้งนั้น แค่อยากมานอนกอดดินเฉย ๆ"
โดยพอเธอพูดเสร็จ ดินแดนที่นอนอยู่ด้านข้างก็ดึงเธอขึ้นมานอนบนตัวของเขา พร้อมกับใช้มือลูบวนบริเวณก้นงอนของเธอไปมา
"ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลย เย็นนี้อยากกินอะไรครับ"
"อะไรก็ได้ แต่ตอนนี้อิ่มอยู่เพราะเพิ่งกินเค้กไปตั้งครึ่งปอนด์"
"กินเยอะจัง"
"ก็มันอร่อย ฟ้าชอบกินเค้กที่มีครีมเยอะ ๆ"
"ดีแล้ว ดินชอบที่ฟ้ากินอะไรก็อร่อย" เขาชอบเวลาที่เธอกินอะไรก็อร่อย มันเหมือนกับว่าเธอกำลังมีความสุขอยู่
"....."
"งั้นเย็นนี้เรากินข้าวผัดหมูกัน"
"ขอกุนเชียงทอดเพิ่มได้ไหม"
"ได้สิครับ"
"....."
"งั้นนอนรอนะ เดี๋ยวดินไปทำให้"
"เดี๋ยวค่อยทำ ขอนอนกอดแบบนี้ก่อน" เพราะหลังจากที่แผ่นดินกำลังดันเธอลงนอนบนเตียง เฟื่องฟ้าก็กลับต่อต้าน พร้อมกับกอดเขาแน่นกว่าเดิม
"โอเคครับ" แผ่นดินก็ใช้มือลูบวนก้นงอนของแฟนสาวเบา ๆ แล้วนอนดูสารคดีของตัวเองไปด้วย
หลังจากเสร็จสมในรอบแรกแล้ว แสนรักก็พลันทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจด้วยความวาบหวิวในอก ดวงตาของเธอปรือปรอยคล้ายคนจะหลับ แต่กะพริบตาได้สองสามครั้ง ก็มองเห็นใบหน้าของพอร์ชที่เคลื่อนขึ้นมาอยู่ระดับสายตาพอดี“พี่พอร์ช…” เสียงของเธอขาดห้วงเบา ๆ“เป็นอะไรไป แค่นี้ก็หอบแทบแย่แล้วหรือไง?” พอร์ชถามยิ้ม ๆคนถูกถามหน้าแดงก่ำ ต้องรีบเบือนหน้าหนี มือเล็กพลันขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ในระหว่างนั้นเอง คนแขนเจ็บก็ถือโอกาสโน้มหน้าลงมาใช้ลิ้นสัมผัสที่ยอดอกสีสวยของเธอ ทำเอาแสนรักเสียววูบวาบไปทั้งเนื้อทั้งตัว“อ๊ะ พี่พอร์ช อื้ออ อย่าเล่นทีเผลอสิคะ อ๊า…”“เล่นทีเผลออะไร มันจ่อหน้าอยู่ขนาดนี้ พี่นึกว่าหนูอนุญาตแล้วนะ”พอร์ชไม่พูดเปล่า ยังใช้ปลายลิ้นร้อนละเลงวนรอบลานนม ก่อนจะขบเม้มแล้วดูดดุนเบา ๆ จนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบฟังดูหยาบโลน แต่ก็เร้าอารมณ์ไม่น้อย“ปะ…เปล่าสักหน่อย หนะ…หนูแค่ อื้อออ~”คนตั้งท่าจะเถียงสุดท้ายก็เถียงไม่ออก ยิ่งแอบก้มหน้ามองหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่วนเวียนอยู่กับเต้าอวบของตัวเองไม่ห่าง ก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่“แค่อะไรคะ?”พอร์ชแกล้งกระซิบถาม แล้วดูดยอดอกของเธอแรงขึ้นเล็กน้อยแสนรักทั้งเส
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว พอร์ชก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างบาง พร้อมกับรั้งอีกคนเข้ามาโอบกอดเอาไว้“เดี๋ยวจะทำให้ดูว่าแขนหักก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย”เมื่อพูดจบ ริมฝีปากหยักพลันโน้มลงประกบปากจูบแสนรักแทบจะทันที ทำเอาคนที่ต้องรีบเงยหน้ารับจูบตกใจเล็กน้อย แต่จะฟาดสักที หรือว่าจะผลักออกก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวคนร่างสูงจะเจ็บแล้วพลอยทำให้เธอเป็นห่วงไปด้วยสุดท้ายก็ได้แต่เผยอปากให้อีกฝ่ายสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก พร้อมทั้งจูบตอบเบา ๆ ด้วยการใช้ลิ้นเล็กเกาะเกี่ยวลิ้นหนาไว้แล้วดูดดุนเบา ๆวงแขนเรียวบางค่อย ๆ ยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของร่างสูงพลางบดปากเข้าหาริมฝีปากหยักด้วยความรักและความต้องการที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆพอร์ชแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอยอมรับสัมผัสของเขาแล้ว มือหนาข้างที่ยังดีอยู่จึงค่อย ๆ เอื้อมไปลูบไล้เอวบางแผ่วเบา จากนั้นจึงสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบางของร่างเล็ก ก่อนจะลากปลายนิ้วขึ้นไปตามแผ่นหลังเนียนช้า ๆด้วยรสจูบที่แสนหวาน และชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทำให้แสนรักไม่ทันได้สนใจการกระทำอื่น ๆ ของชายหนุ่ม กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...“พรุ่งนี้พี่จะไปถอดเฝือกตอนไหนคะ” พอพี่พอร์ชขับรถมาจอดบริเวณหน้าตึกเรียนเธอ แสนรักก็หันไปถามเขา“คงจะช่วงบ่าย ถามทำไม จะไปกับพี่เหรอ”“อยากให้หนูไปด้วยไหมล่ะ” เธอถาม เพราะถ้าให้เธอไปด้วย จะได้เลื่อนนัดกับโอบอุ้ม เพราะเมื่อวานเพื่อนสาวชวนเธอไปกินไอศกรีม“ก็ต้องอยากให้ไปสิ ไปกับพี่นะ”“ได้ค่ะ แต่หนูเลิกบ่ายสองเลยนะคะ”“พี่รอได้”“โอเค งั้นหนูไปเรียนก่อน ตอนเย็นเจอกัน” แสนรักพูด พร้อมกับกำลังจะลงจากรถ แต่กลับโดนดึงไว้เสียก่อน “มีอะไรคะ”“หนูลืมอะไรหรือเปล่า”พอได้ยินแฟนหนุ่มพูดออกมาแบบนั้น แสนรักก็ยิ้มออกมา แล้วขยับไปจูบลงบริเวณแก้มของเขา“ช่วงนี้ลืมบ่อยนะ เดี๋ยวถ้าลืมอีก คงต้องไปติวกันบนเตียงเพื่อทวนความจำซะแล้ว”“คนหื่น”“พี่ยอมรับว่าตัวเองหื่น ก็เมียพี่สวยขนาดนี้ ใครจะทนไหว”“เมียเมออะไร ใครเมียพี่”“ก็หนูไงครับ อยากเอาจัง ไม่ได้เอามาเกือบสองอาทิตย์แล้ว พี่ใจจะขาดแล้วเนี่ย”“พูดไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะ เฝือกก็ยังไม่ได้ถอยเลย”“แค่เฝือกเอง พี่เอาหนูได้สบาย”“หยุดหื่นคะ หนูไปแล้ว” แสนรักบอกไปยังแฟนหนุ่ม แล้วรีบเดินเข้ามาในคณะตัวเอง ที่ตอนนี้เพื่อนสนิทเธออย่างโอบอุ้มกำ
นันทกานต์ที่กำลังยืนเก็บของเข้าบ้านอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก“จะตกอะไรนักหนานะ” หญิงสาวกลางวัยบ่นพึมพำ และในจังหวะที่กำลังจะปิดบ้าน เธอก็เห็นเข้ากับแฟนของลูกสาวที่เดินเข้ามาในรั้วบ้านเธอด้วยใบหน้าซีดเซียว“พี่พอร์ชลูก ทำไมเดินตากฝนมาแบบนี้”“แสนรักละครับแม่ ผมอยากคุยกับน้อง”“น้องอยู่บนห้องลูก แล้วนี่ทำไมใส่เฝือกที่แขน แถมหน้าก็ซีดแบบนี้ด้วย ไปทำอะไรมา”“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับมะ...พรึบ!!”นันทกานต์คุยกับแฟนลูกสาว แต่ในจังหวะที่เขากำลังเดินมานั่งก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรง จนหญิงกลางวัยตกใจเป็นอย่างมาก ตะโกนเรียกลูกสาวที่อยู่บนบ้าน“แสนรักลูก ลงมาหาแม่หน่อย”“.....”“แสนรัก”“คะแม่ มีอะไรเหรอ” แสนรักที่นั่งทำงานอยู่ พอได้ยินเสียงแม่ตัวเองเรียกก็รีบวิ่งลงมายังชั้นล่างของบ้านตัวเองทันที โดยพอมาถึงข้างล่างแล้ว กลับพบเข้ากับพี่พอร์ชที่นอนอยู่บนพื้น และแม่ของเธอที่พยายามพยุงเขาลุกขึ้น“อะไรเนี่ย ทำไมเขามาอยู่ที่นี่”“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดี ๆ เขาก็เดินตากฝนมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู”“เดินมาเหรอคะ” แสนรักถามย้ำ พร้อมกับมองไปที่หน้าบ้านก็ไม่พบรถของเขา หรือของใครเลย อย่าบอกว่าเดิน
“ดิฉันทำแผลให้เรียบร้อยนะคะ หลังจากนี้ก็พยายามอย่าใช้แรงฝั่งที่เจ็บมาก เดี๋ยวจะอาการหนักกว่าเดิม”“แล้วต้องอยู่นี่ถึงวันไหนครับ”“อยากให้ดูสักวันสองวันเพื่อดูอาการค่ะ หลังจากนั้นค่อยกลับ”“ครับ” เขาตอบพยาบาลที่ทำแผลให้พร้อมกับมองหาแฟนสาวตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอมาโรงพยาบาลกับเขา แต่หลังจากหมอเข้ามาเช็กอาการ ตอนนี้เธอก็ไม่อยู่แล้ว“มองหาน้องเหรอเรา”“ครับม้า แล้วนี่น้องไปไหน” เขาตอบแม่ตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พัชโทรไปหาพ่อว่าเขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทั้งสองท่านรีบมาหาเขาที่โรงพยาบาล“กลับไปแล้ว”“กลับไปแล้ว ได้ยังไง แต่ผมเจ็บอยู่นะ น้องไม่เป็นห่วงผมเลยเหรอ”“น้องเป็นห่วงลูกมาก แต่น้องมีเรียน ซึ่งมันเป็นวิชาสำคัญ”“แล้วน้องกลับยังไง อย่าบอกว่าม้าให้น้องกลับแท็กซี่” “ไม่ค่ะ ม้าให้ลุงพลไปส่งหนูแสนรักกับพัช”พอเขาได้ยินคำตอบของแม่แล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอก พร้อมกับขยับลงมานอน“พัชเล่าว่าทะเลาะกับน้องเหรอ”“ครับ เรื่องนี้ผมผิดเอง”“.....”“แต่ผมพยายามอธิบายกับน้องแล้ว แต่น้องไม่ฟังเลย เอาแต่หนี”“เล่าให้ม้าฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไร”พอร์ชพยักหน้า พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใ
วันต่อมา...พอร์ชขับรถมาที่บ้านแฟนสาวแต่เช้าเพื่อมารับอีกฝ่ายไปเรียนด้วยกัน เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้าไปในบ้านก็พบกับแม่ของแสนรักที่นั่งจัดจานอยู่ ซึ่งเขาเห็นแบบนั้นก็มือขึ้นไหวด้วยความนอบน้อม“แสนรักตื่นหรือยังครับแม่”“น้องตื่นแล้วลูก และไปเรียนแล้วด้วย”“อ้าว ทำไมน้องไปเข้าจัง” เพราะเขาอุตส่าห์ออกมาแต่เช้า แต่อีกฝ่ายกลับไปเรียนเข้ากว่าที่เขาคิด“เห็นบอกว่าจะไปซื้อของนะ”“อ๋อ แล้วอาการน้องเป็นยังไงบ้างครับแม่”“ดีขึ้นมากแล้ว ดีจนจะหายเป็นปกติแล้วแหละ”“ครับ งั้นผมขอตัวไปเรียนก่อนนะ” พอร์ชยกมือไหว้แม่ของแฟนสาวเพื่อเอ่ยลา พร้อมกับเดินออกมาจากบ้านเพื่อจะกลับเข้ามาในรถของตัวเอง แต่จังหวะที่เดินผ่านรั่วบ้านนั้น หางตาของชายหนุ่มดันบังเอิญมองไปยังถังขยะที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งเขาจะไม่อะไรเลย ถ้าไม่มีกล่องสีชมพูขนาดใหญ่วางอยู่ เขาจำได้ดีว่ามันเป็นของแสนรัก พอร์ชเห็นแบบนั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ข้างถังขยะ แล้วเปิดดูของในกล่อง ซึ่งของด้านในมันเป็นของที่เขาซื้อให้เด็กสาว มีทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และยังมีพวกรูปถ่ายต่าง ๆ ที่เราถ่ายด้วยกัน โดยอีกฝ่ายไปล้างเก็บเ







