LOGIN"คอไปโดนอะไรมา ว่าจะถามตั้งแต่เห็นแล้วแต่ฉันลืม"
หลังจากที่เรียนคาบเช้าเสร็จหมดแล้ว เธอกับมิชาก็มานั่งทานข้าวด้วยกันที่โรงอาหารของคณะ เฟื่องฟ้าก็เอ่ยสอบถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ไป
"ใช่ที่ณภัทรพูดเมื่อเช้าไหม"
"อืม ก็เมื่อวานฉันหนีกลับห้องก่อน ไอ้บ้าภัทรมันเลยมาตามฉันที่ห้อง"
"โอเค ไม่ต้องเล่าต่อแล้ว ฉันพอจะจับใจความได้แล้ว"
"....."
"แต่มันทำแรงไปไหม ข้อมือแกช้ำไปหมดเลย อย่าบอกนะว่ามันมัดแขนแกด้วย"
"อืม" มิชาพยักหน้าตอบ
แล้วนั่งกินข้าวของตัวเองต่อ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอเงยหน้าขึ้น ก็สบตาเข้ากับแผ่นดินที่กำลังเดินมาหาเธอพอดี ซึ่งเธอเห็นแบบนั้นก็โบกมือทักทายเขา
"ก็ไหนบอกว่าไม่ว่างไง"
เพราะก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มของเธอนั้นโทรมาบอกว่าไม่ว่าง ให้เธอมากินข้าวกับเพื่อนเลย ก็เลยทำให้วันนี้เธอได้มากินข้าวกับมิชา
ทั้งที่ปกติส่วนมากเธอจะไปกินข้าวกับแผ่นดินหรือไม่ก็ดินแดน
"เคลียร์เสร็จแล้วก็เลยรีบมา แล้วนี่กินอะไร"
"ข้าวผัดกุ้งค่ะ"
"ไม่อร่อยเหรอครับ ทำไมเหลือเยอะจังเลย"
"อร่อยค่ะ แต่พอดีก่อนหน้านี้กินขนมไปแล้วก็เลยอิ่ม แล้วนี่ดินจะกินอะไรเดี๋ยวฟ้าไปซื้อให้"
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวดินกินข้าวที่เหลือของฟ้าก็ได้"
แผ่นดินไม่พูดเปล่า ไปหยิบจานข้าวของเธอไปนั่งกินอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งเธอเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะค่อนข้างชินกับการกระทำของแฟนหนุ่มแล้ว
"แล้วนี่แดนกลับห้องแล้วใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ"
"อิจฉาแดนจัง" เฟื่องฟ้าบ่นพึมพำ พิงศีรษะของตัวเองลงบนแขนหนาของแฟนหนุ่ม
"อาทิตย์หน้าฉันกับดินแล้วก็แดนจะไปเที่ยวกัน จะอยากไปด้วยไหมยัยมิ"
"ที่ไหน"
"ไป xxx น่ะ ไปสามวัน"
"อยากไปด้วยจัง แต่ก็คงไปด้วยไม่ได้"
"เดี๋ยวฉันช่วยพูดให้เอาไหม"
"ไม่เป็นไร ฉันเกรงใจ" มิชาตอบเธอ แล้วก็นั่งกินข้าวของตัวเองต่อ ส่วนเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกแต่กลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
ตริง! (เสียงข้อความแชต)
และในจังหวะที่กำลังเลื่อนดูโซเขียลมีเดียของตัวเองอยู่นั้น ก็มีข้อความของดินแดนเด้งเข้ามาพอดี หญิงสาวจึงรีบกดเข้าไปดู
ดินแดน : กินเค้กไหม
ดินแดน : รูปเค้กมากมายที่กำลังวางเรียงรายอยู่
เฟื่องฟ้า : นายไปร้านเค้กเหรอ
ดินแดน : ฉันก็ส่งรูปให้ดูไม่ใช่เหรอ ยังจะถามมากอีก
เฟื่องฟ้า : แล้วทำไมต้องดุด้วยเล่า
ดินแดน : รีบตอบมา อยากได้ไหม
เฟื่องฟ้า : อยากสิ เอามาสักสามก้อน
ดินแดน : เหมือนเดิมนะ
เฟื่องฟ้า : สติกเกอร์หมูทำท่าโอเค
โดยพอเธอส่งกลับไป ก็เห็นว่าดินแดนอ่านแล้วแต่เขาไม่ได้ตอบกลับอะไรมาอีก เธอจึงกดออก และเลื่อนดูโซเชียลมีเดียของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ
"เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เจอกันบนห้องเรียน"
พอนั่งเล่นโทรศัพท์ไปสักพัก มิชาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พูดขึ้นมา เธอจึงละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้ามองเพื่อน พร้อมกับพยักหน้า
โดยพอมิชาก็ลุกเดินออกไป หญิงสาวจึงเก็บโทรศัพท์ลงแล้วหันกลับมาจ้องมองแฟนหนุ่มที่กำลังนั่งมองเธออยู่
"วันนี้ดินเข้าเรียนกี่โมงนะ"
"อีกสิบนาทีก็เขาแล้วครับ"
"เข้าก่อนฟ้า เพราะฟ้าเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงเลย" เธอก็ซบศีรษะลงแขนของแฟนหนุ่มด้วยความออดอ้อนอีกครั้ง
"เป็นอะไรครับทำไมถึงอ้อน หรือว่าอยากได้อะไร"
"ไม่ได้อยากได้อะไรค่ะ ก็แค่อยากอ้อน" เธอยิ้มกว้างส่งให้แฟนหนุ่ม
"อยากจูบจังเลย"
แผ่นดินขยับมาพูดบริเวณข้างหูของเธอเบา ๆ โดยพอเธอได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมา เพราะเราไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นตอนนี้ได้ เนื่องจากที่ที่เรากำลังนั่งอยู่คือโรงอาหาร ที่มีคนกำลังเดินพลุกพล่านไปมาค่อนข้างเยอะ
"จูบตอนนี้ไม่ได้นะ"
"ดินก็รู้นั่นแหละว่ามันทำไม่ได้ กำลังพยายามห้ามใจตัวเองอยู่นี่ไง"
"ฮึ!" เฟื่องฟ้ายกยิ้มมุมปากอย่างคนมีความสุข "ไปเรียนได้แล้วค่ะ"
"ครับคนดี ไว้เจอกันนะ" แผ่นดินยื่นมือมาบีบแก้มของเธอเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกไปทางคณะของเขา
ครืด! ครืด!
ระหว่างที่เธอกำลังเดินขึ้นบันไดอยู่นั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังสั่นขึ้น หญิงสาวจึงรีบหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่ได้เมมเอาไว้ พอเธอเห็นแบบนั้นก็เลือกที่จะกดตัดสายไป และรีบเดินต่อ
ครืด! ครืด!
โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็ดังสั่นขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเฟื่องฟ้าก็หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์เดิมที่โทรเข้ามา โดยพอเธอเห็นแบบนั้นจึงเลือกที่จะกดรับสาย
(เฟื่องฟ้า นี่ใช่เบอร์แกไหม)
เสียงที่เปล่งออกมานั้น ทำให้เธอสั่นกลัวไปหมดเพราะมันเป็นเสียงของพ่อของเธอ ที่เราไม่ได้คุยกันร่วมสองปีแล้ว ในหัวของเธอได้แต่คิดว่าเขาเอาเบอร์ของเธอมาจากไหนกัน ทำไมถึงมีเบอร์ของเธอได้
(ไม่พูดแบบนี้ แสดงว่าฉันโทรมาถูกสินะ)
"มีอะไร พ่อโทรหาฟ้าทำไม"
(ยังจะถามอีกว่าโทรทำไม ทิ้งพ่อ ทิ้งแม่ ทิ้งน้องหนีไปสุขสบายคนเดียวเลยนะ กว่าจะได้เบอร์แกมาเนี่ย แสนยากเย็นขนาดไหนรู้ไหม)
"ก็พ่ออยากเลือกยัยผู้หญิงคนนั้นกับลูกเอง ยังจะมาโทษฟ้าอีก"
(อย่ามาเรียกเมียฉันแบบนี้ ยังไงเขาก็เป็นแม่เลี้ยงแก)
"โทรมามีอะไร" เธอเหนื่อยที่จะพูดแล้ว จึงถามถึงจุดประสงค์ของพ่อที่โทรมาโดยตรง
(ฉันไม่มีเงินใช้ โอนมาให้ใช้หน่อยสักห้าหมื่น ที่พร้อมเพย์เบอร์นี้เลย)
"ฟ้าไม่มีเงินหรอกนะพ่อ"
(จะไม่มีได้ยังไง ผัวแกรวยจะตาย)
"รวยแล้วยังไงมันเงินของพวกเขาไม่ใช่ของฉัน"
(เป็นผัวเมียกันมันก็กระเป๋าตังค์เดียวกันนั่นแหละ รีบโอนมาอย่าพูดมาก)
"ก็บอกว่าฉันไม่มี"
(แกจะให้เองดี ๆ หรือจะให้ฉันไปขอผัวแกเอง)
"พ่อ มันจะมากเกินไปแล้วนะ"
(คิดเอาเอง เพราะฉันรู้ที่อยู่ของแกหมดแล้ว ถ้าเย็นนี้ยังไม่โอนให้ฉัน ได้เห็นดีกันแน่)
โดนพอพ่อของเธอพูดเสร็จก็กดตัดสายไปเลย ซึ่งเธอเห็นแบบนั้นก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า พร้อมกับขยับมานั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่ไม่ไกล
"แล้วฉันจะไปหาเงินมาจากไหนเนี่ย"
เพราะถึงดินแดนกับแผ่นดินจะเลี้ยงเธออย่างสุขสบาย แต่เธอก็ไม่มีเงินเก็บเองเลย
ส่วนมากเธอจะใช้บัตรของพวกเขาในการซื้อของต่าง ๆ แล้วถ้าเธอกดเงินออกไปจำนวนเยอะ พวกเขาก็ต้องสงสัยได้ว่าเธอเอาไปทำอะไร หรือถ้าพวกเขาไม่ได้สงสัยเธอก็เกรงใจอยู่ดี
"ฟ้า แกมานั่งทำอะไรตรงนี้"
ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนทัก ซึ่งเธอก็เงยหน้ามอง ก็พบว่าเป็นมิชาที่กำลังยืนมองเธออยู่
"ฉันถามว่าทำไมมานั่งตรงนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า"
"มะ...ไม่ได้เป็นอะไร"
"ฉันว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ เป็นอะไร บอกฉันได้ไหมเผื่อฉันช่วยได้"
"มิชา"
"ว่า?"
"แกพอจะมีเงินให้ฉันยืมสักห้าหมื่นไหม ฉันขอยืมหน่อยสิ"
"มีสิ แต่แกจะเอาไปทำอะไร"
"....." เธอก็ไม่ได้ตอบเพื่อนไปเอาแต่นั่งนิ่ง
"ไม่สะดวกบอกก็ไม่เป็นไร โอนไปบัญชีเดิมใช่ไหม"
"อืม" หญิงสาวก็พยักหน้า ไม่นานก็มีข้อความเด้งเข้ามาในโทรศัพท์ ซึ่งเป็นข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าธนาคารของเธอ โดยเธอก็หยิบขึ้นมาเช็กดู ก็เห็นจำนวนเงินโชว์อยู่บนหน้าจอ
"ขอบคุณมากนะมิ เดี๋ยวฉันจะรีบหามาคืน"
"ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบก็ได้ ฉันไม่ได้รีบใช้อะไรหรอก"
"ถึงแบบนั้นก็เถอะฉันก็เกรงใจอยู่ดี แต่ขอเวลาหน่อย" เธอบอกเพื่อนไปพร้อมกับลุกขึ้นยืน
"ไปกัน เมื่อกี้ฉันเห็นอาจารย์เดินมาแล้ว"
"อืม" เธอพยักหน้าแล้วก็เดินมากับมิชาที่ห้องเรียนที่อยู่ไม่ไกล
หลังจากเสร็จสมในรอบแรกแล้ว แสนรักก็พลันทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจด้วยความวาบหวิวในอก ดวงตาของเธอปรือปรอยคล้ายคนจะหลับ แต่กะพริบตาได้สองสามครั้ง ก็มองเห็นใบหน้าของพอร์ชที่เคลื่อนขึ้นมาอยู่ระดับสายตาพอดี“พี่พอร์ช…” เสียงของเธอขาดห้วงเบา ๆ“เป็นอะไรไป แค่นี้ก็หอบแทบแย่แล้วหรือไง?” พอร์ชถามยิ้ม ๆคนถูกถามหน้าแดงก่ำ ต้องรีบเบือนหน้าหนี มือเล็กพลันขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ในระหว่างนั้นเอง คนแขนเจ็บก็ถือโอกาสโน้มหน้าลงมาใช้ลิ้นสัมผัสที่ยอดอกสีสวยของเธอ ทำเอาแสนรักเสียววูบวาบไปทั้งเนื้อทั้งตัว“อ๊ะ พี่พอร์ช อื้ออ อย่าเล่นทีเผลอสิคะ อ๊า…”“เล่นทีเผลออะไร มันจ่อหน้าอยู่ขนาดนี้ พี่นึกว่าหนูอนุญาตแล้วนะ”พอร์ชไม่พูดเปล่า ยังใช้ปลายลิ้นร้อนละเลงวนรอบลานนม ก่อนจะขบเม้มแล้วดูดดุนเบา ๆ จนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบฟังดูหยาบโลน แต่ก็เร้าอารมณ์ไม่น้อย“ปะ…เปล่าสักหน่อย หนะ…หนูแค่ อื้อออ~”คนตั้งท่าจะเถียงสุดท้ายก็เถียงไม่ออก ยิ่งแอบก้มหน้ามองหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่วนเวียนอยู่กับเต้าอวบของตัวเองไม่ห่าง ก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่“แค่อะไรคะ?”พอร์ชแกล้งกระซิบถาม แล้วดูดยอดอกของเธอแรงขึ้นเล็กน้อยแสนรักทั้งเส
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว พอร์ชก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างบาง พร้อมกับรั้งอีกคนเข้ามาโอบกอดเอาไว้“เดี๋ยวจะทำให้ดูว่าแขนหักก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย”เมื่อพูดจบ ริมฝีปากหยักพลันโน้มลงประกบปากจูบแสนรักแทบจะทันที ทำเอาคนที่ต้องรีบเงยหน้ารับจูบตกใจเล็กน้อย แต่จะฟาดสักที หรือว่าจะผลักออกก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวคนร่างสูงจะเจ็บแล้วพลอยทำให้เธอเป็นห่วงไปด้วยสุดท้ายก็ได้แต่เผยอปากให้อีกฝ่ายสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก พร้อมทั้งจูบตอบเบา ๆ ด้วยการใช้ลิ้นเล็กเกาะเกี่ยวลิ้นหนาไว้แล้วดูดดุนเบา ๆวงแขนเรียวบางค่อย ๆ ยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของร่างสูงพลางบดปากเข้าหาริมฝีปากหยักด้วยความรักและความต้องการที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆพอร์ชแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอยอมรับสัมผัสของเขาแล้ว มือหนาข้างที่ยังดีอยู่จึงค่อย ๆ เอื้อมไปลูบไล้เอวบางแผ่วเบา จากนั้นจึงสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบางของร่างเล็ก ก่อนจะลากปลายนิ้วขึ้นไปตามแผ่นหลังเนียนช้า ๆด้วยรสจูบที่แสนหวาน และชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทำให้แสนรักไม่ทันได้สนใจการกระทำอื่น ๆ ของชายหนุ่ม กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...“พรุ่งนี้พี่จะไปถอดเฝือกตอนไหนคะ” พอพี่พอร์ชขับรถมาจอดบริเวณหน้าตึกเรียนเธอ แสนรักก็หันไปถามเขา“คงจะช่วงบ่าย ถามทำไม จะไปกับพี่เหรอ”“อยากให้หนูไปด้วยไหมล่ะ” เธอถาม เพราะถ้าให้เธอไปด้วย จะได้เลื่อนนัดกับโอบอุ้ม เพราะเมื่อวานเพื่อนสาวชวนเธอไปกินไอศกรีม“ก็ต้องอยากให้ไปสิ ไปกับพี่นะ”“ได้ค่ะ แต่หนูเลิกบ่ายสองเลยนะคะ”“พี่รอได้”“โอเค งั้นหนูไปเรียนก่อน ตอนเย็นเจอกัน” แสนรักพูด พร้อมกับกำลังจะลงจากรถ แต่กลับโดนดึงไว้เสียก่อน “มีอะไรคะ”“หนูลืมอะไรหรือเปล่า”พอได้ยินแฟนหนุ่มพูดออกมาแบบนั้น แสนรักก็ยิ้มออกมา แล้วขยับไปจูบลงบริเวณแก้มของเขา“ช่วงนี้ลืมบ่อยนะ เดี๋ยวถ้าลืมอีก คงต้องไปติวกันบนเตียงเพื่อทวนความจำซะแล้ว”“คนหื่น”“พี่ยอมรับว่าตัวเองหื่น ก็เมียพี่สวยขนาดนี้ ใครจะทนไหว”“เมียเมออะไร ใครเมียพี่”“ก็หนูไงครับ อยากเอาจัง ไม่ได้เอามาเกือบสองอาทิตย์แล้ว พี่ใจจะขาดแล้วเนี่ย”“พูดไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะ เฝือกก็ยังไม่ได้ถอยเลย”“แค่เฝือกเอง พี่เอาหนูได้สบาย”“หยุดหื่นคะ หนูไปแล้ว” แสนรักบอกไปยังแฟนหนุ่ม แล้วรีบเดินเข้ามาในคณะตัวเอง ที่ตอนนี้เพื่อนสนิทเธออย่างโอบอุ้มกำ
นันทกานต์ที่กำลังยืนเก็บของเข้าบ้านอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก“จะตกอะไรนักหนานะ” หญิงสาวกลางวัยบ่นพึมพำ และในจังหวะที่กำลังจะปิดบ้าน เธอก็เห็นเข้ากับแฟนของลูกสาวที่เดินเข้ามาในรั้วบ้านเธอด้วยใบหน้าซีดเซียว“พี่พอร์ชลูก ทำไมเดินตากฝนมาแบบนี้”“แสนรักละครับแม่ ผมอยากคุยกับน้อง”“น้องอยู่บนห้องลูก แล้วนี่ทำไมใส่เฝือกที่แขน แถมหน้าก็ซีดแบบนี้ด้วย ไปทำอะไรมา”“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับมะ...พรึบ!!”นันทกานต์คุยกับแฟนลูกสาว แต่ในจังหวะที่เขากำลังเดินมานั่งก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรง จนหญิงกลางวัยตกใจเป็นอย่างมาก ตะโกนเรียกลูกสาวที่อยู่บนบ้าน“แสนรักลูก ลงมาหาแม่หน่อย”“.....”“แสนรัก”“คะแม่ มีอะไรเหรอ” แสนรักที่นั่งทำงานอยู่ พอได้ยินเสียงแม่ตัวเองเรียกก็รีบวิ่งลงมายังชั้นล่างของบ้านตัวเองทันที โดยพอมาถึงข้างล่างแล้ว กลับพบเข้ากับพี่พอร์ชที่นอนอยู่บนพื้น และแม่ของเธอที่พยายามพยุงเขาลุกขึ้น“อะไรเนี่ย ทำไมเขามาอยู่ที่นี่”“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดี ๆ เขาก็เดินตากฝนมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู”“เดินมาเหรอคะ” แสนรักถามย้ำ พร้อมกับมองไปที่หน้าบ้านก็ไม่พบรถของเขา หรือของใครเลย อย่าบอกว่าเดิน
“ดิฉันทำแผลให้เรียบร้อยนะคะ หลังจากนี้ก็พยายามอย่าใช้แรงฝั่งที่เจ็บมาก เดี๋ยวจะอาการหนักกว่าเดิม”“แล้วต้องอยู่นี่ถึงวันไหนครับ”“อยากให้ดูสักวันสองวันเพื่อดูอาการค่ะ หลังจากนั้นค่อยกลับ”“ครับ” เขาตอบพยาบาลที่ทำแผลให้พร้อมกับมองหาแฟนสาวตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอมาโรงพยาบาลกับเขา แต่หลังจากหมอเข้ามาเช็กอาการ ตอนนี้เธอก็ไม่อยู่แล้ว“มองหาน้องเหรอเรา”“ครับม้า แล้วนี่น้องไปไหน” เขาตอบแม่ตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พัชโทรไปหาพ่อว่าเขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทั้งสองท่านรีบมาหาเขาที่โรงพยาบาล“กลับไปแล้ว”“กลับไปแล้ว ได้ยังไง แต่ผมเจ็บอยู่นะ น้องไม่เป็นห่วงผมเลยเหรอ”“น้องเป็นห่วงลูกมาก แต่น้องมีเรียน ซึ่งมันเป็นวิชาสำคัญ”“แล้วน้องกลับยังไง อย่าบอกว่าม้าให้น้องกลับแท็กซี่” “ไม่ค่ะ ม้าให้ลุงพลไปส่งหนูแสนรักกับพัช”พอเขาได้ยินคำตอบของแม่แล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอก พร้อมกับขยับลงมานอน“พัชเล่าว่าทะเลาะกับน้องเหรอ”“ครับ เรื่องนี้ผมผิดเอง”“.....”“แต่ผมพยายามอธิบายกับน้องแล้ว แต่น้องไม่ฟังเลย เอาแต่หนี”“เล่าให้ม้าฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไร”พอร์ชพยักหน้า พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใ
วันต่อมา...พอร์ชขับรถมาที่บ้านแฟนสาวแต่เช้าเพื่อมารับอีกฝ่ายไปเรียนด้วยกัน เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้าไปในบ้านก็พบกับแม่ของแสนรักที่นั่งจัดจานอยู่ ซึ่งเขาเห็นแบบนั้นก็มือขึ้นไหวด้วยความนอบน้อม“แสนรักตื่นหรือยังครับแม่”“น้องตื่นแล้วลูก และไปเรียนแล้วด้วย”“อ้าว ทำไมน้องไปเข้าจัง” เพราะเขาอุตส่าห์ออกมาแต่เช้า แต่อีกฝ่ายกลับไปเรียนเข้ากว่าที่เขาคิด“เห็นบอกว่าจะไปซื้อของนะ”“อ๋อ แล้วอาการน้องเป็นยังไงบ้างครับแม่”“ดีขึ้นมากแล้ว ดีจนจะหายเป็นปกติแล้วแหละ”“ครับ งั้นผมขอตัวไปเรียนก่อนนะ” พอร์ชยกมือไหว้แม่ของแฟนสาวเพื่อเอ่ยลา พร้อมกับเดินออกมาจากบ้านเพื่อจะกลับเข้ามาในรถของตัวเอง แต่จังหวะที่เดินผ่านรั่วบ้านนั้น หางตาของชายหนุ่มดันบังเอิญมองไปยังถังขยะที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งเขาจะไม่อะไรเลย ถ้าไม่มีกล่องสีชมพูขนาดใหญ่วางอยู่ เขาจำได้ดีว่ามันเป็นของแสนรัก พอร์ชเห็นแบบนั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ข้างถังขยะ แล้วเปิดดูของในกล่อง ซึ่งของด้านในมันเป็นของที่เขาซื้อให้เด็กสาว มีทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และยังมีพวกรูปถ่ายต่าง ๆ ที่เราถ่ายด้วยกัน โดยอีกฝ่ายไปล้างเก็บเ







