Masukร่างกายเล็กๆ ของหนูถูกดันไปติดกับผนังห้องเมื่อพี่ขวดพาเข้ามาแล้วล็อกประตู มือหนาสัมผัสที่เรือนผมสีดำขลับ แล้วไล่ลงมาถึงลำคอขาวผ่องที่แสนบอบบาง ร่างสูงเอนใบหน้าเข้ามาจนปลายจมูกเราชิดกัน ส่งผลให้หัวใจของหนูเต้นแรงหนักหน่วง
ตึกตัก ตึกตัก
“เสียงหัวใจดังมาถึงตรงนี้เลยนะ เด็กดีของพี่” เขากระซิบกระซาบข้างใบหูน้ำเสียงหวานละมุน พร้อมกับกดจูบลงมาที่ข้างแก้มของหนูที่หน้าแดงซ่าน หัวใจเต้นแรงเมื่อถูกขยำหน้าอกด้วยฝ่ามือหนา
“ตะ... ตัวพี่ขวดร้อนจัง”
“พี่ไม่ค่อยสบาย ก็อยากจะถ่ายหวัดมาให้หนูอยู่นะ” เขาแลบลิ้นเลียติ่งหูของหนูเบาๆ จนขนลุกซู่ราวกับจงใจจะยั่ว จนหนูต้องเม้มริมฝีปากแน่นกลั้นเสียงร้องที่น่าอาย พร้อมกับร่างกายที่ถูกกดจนแทบจมไปกับผนังที่เย็นเฉียบ พี่ขวดรุกล้ำอิสรภาพขอองหนูด้วยริมฝีปาก
“อื้อออ” เราจูบกันอย่างดูดดื่มร้อนแรง แม้ว่าที่หลังประตูบานนั้นจะเป็นห้องของเจ้าขาก็ตาม แต่ปกติก็มีแม่นมคอยดูแลตลอดเวลาจนหนูแทบไม่ได้หยิบจับอะไรเลย แม้ว่าตอนอยู่ที่บ้านคุณลุงจะแทบไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่เคยที่จะชินสักที
ก็อยากกอดอยากอุ้มลูกนี่คะ แต่ดูเหมือนว่าตัวเองจะถูกอุ้มซะแทนแล้ว
หมับ
พี่ขวดยกตัวหนูขึ้นอุ้มลอยหวือด้วยมือข้างเดียว ร่างสูงปล่อยหนูลงบนเตียงก่อนที่จะตามมาคร่อมทับร่างกายอันบอบบาง แล้วประกบริมฝีปากจูบ ส่งเรียวลิ้นร้อนแทรกเข้ามาผ่านอุ้งปากที่เปียกชื้น
“อื้อ... พี่ขวดคะ” เราแลกลมหายใจให้กัน จนพี่ขวดผละออกมา เห็นใบหน้าของหนูที่ร้อนผะผ่าวจากพิษรักรัญจวนนี้
ร่างกายบอบบางที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย นอนหายใจหอบหน้าแดงซ่านแบบนี้ คงทำให้เขาคลั่งไม่น้อยเลย
“แม่งเอ้ย”
เขาสบถออกมา ก่อนที่จะปลดซิปกางเกงของตัวเองออก หนูก้มลงไปมองอย่างอายๆ ในจังหวะที่พี่ขวดทั้งปลดกางเกง ทั้งปลดกระดุมชุดออกจนร่างกายกำยำผงาดสู่สายตา แถมท่อนเนื้อเต่งของเขาก็ดูจะใหญ่ขึ้นอีก
หนูจำไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมันสองปีมาแล้ว แต่เท่าที่รู้ก็คือ... มันกำลังจะเข้ามาอยู่ในตัวหนูอีกครั้ง
“อะ พี่ขวด” หนูกระซิบเรียกชื่อเขาเสียงพร่าเมื่อร่างสูงถกกระโปรงหนูขึ้นแล้วรั้งซับในตัวจิ๋วลงไป หน้าอกที่บางเบาของหนูถูกขย้ำด้วยใบหน้าคมคาย เขาปลดกระดุมชุดนอนของหนูออกทีละเม็ดด้วย “อื้อ”
“ทำไมต้องครางแบบนี้ตลอดเลยวะ แม่ง” เขาสบถออกมา ไม่รู้ว่าเสียงครางหนูเป็นยังไง เพราะตอนนี้อยู่ในอารมณ์หวามไหวจนเกินจะอดกลั้นว้ รู้แค่ว่าพี่ขวดแข็งพองคับมือเล็กที่ถูกส่งไปลูบไล้ท่อนเนื้อของเขาเบาๆ
“หะ... ให้หนูทำให้มั้ยคะ” หนูช้อนสายตาขึ้นถามเขาอย่างอายๆ เพราะพี่ขวดกำลังพองโตคับมือจนได้ที่ อีกอย่างหนูก็ยังไม่เปียกชื้นด้วย เลยจะทำให้เขาเปียกก่อน จะได้ใส่เข้าไปง่ายๆ
“ไม่เขินเหรอ” เขาถามเสียงแหบอย่างแปลกใจ แล้วหนูก็สั่นหน้า
“หนูอยากทำให้สามีของหนูค่ะ” ใบหน้าคมกร้าวขึ้นสีเลือดฝาดทันทีพอหนูโพล่งออกไปด้วยแรงอารมณ์แบบนั้น หนูรู้ว่าพี่ขวดพยายามเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นในสายตาหนูตลอดเวลา เพื่อให้หนูมั่นใจว่าเขาจะปกป้องหนูและลูกได้
หนูเองก็อยากตอบแทนความรักที่เขามีให้หนูกับเจ้าขาเหมือนกัน ตอนแรกอาจจะไม่แน่ใจ เเต่พี่ขวดก็ยังคงมีกลิ่นอายของพี่ขวดคนเดิม
พี่ขวดที่น่ารัก ขี้อาย แถมยังซิงคนนั้น
“อ่า...” เขาครางเสียงกระเส่าเมื่อหนูรูดแท่งร้อนของเขาด้วยสองมือเล็ก รูดขึ้นรูดลงอย่างไม่ประสานัก พร้อมกับแลบลิ้นอุ่นๆ เลียวนที่รอบปลายหัวของเขา พี่ขวดกระตุกอย่างรุนแรง “อึก”
หนูดูดปลายลิ้นวนอยู่ในอุ้งปากเมื่อครอบครองท่อนเนื้อของเขาที่ปลายหัวได้สำเร็จ แต่เพราะขนาดของพี่ขวดทั้งใหญ่ทั้งหนา จนทำให้หนูต้องหลับตาปี๋แล้วพยายามดูดไปให้ถึงสุดโคน
หมับ
ฝ่ามือแกร่งลูบเรือนผมของหนูอย่างอ่อนโยน พร้อมกับรวบผมยาวๆ ไปมัดด้านหลังให้เพื่อให้หนูได้ทำให้เขาอย่างสะดวก หนูพยายามช้อนสายตาขึ้นมอง ก็พบกับพี่ขวดเวอร์ชั่นร้อนแรง ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสักแดงซ่าน ใบหน้าของเขาก็เหมือนกัน
พี่ขวดกำลังก้มต่ำลงมามองหนูที่ทำให้เขาอย่างเสน่หา
“หนูเป็นเมียที่พี่ภูมิใจที่สุดเลยครับ” เขาออกปากชมตอนที่หนูเอียงคอเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย พี่ขวดคว้าปลายคางหนูขึ้นมาสบตา ร่างสูงจับหนูอ้าปาก พร้อมกับสอดปลายนิ้วเข้าไปในอุ้งปากเล็กๆ ของหนู ในขณะที่มือของหนูก็ทำหน้าที่รูดขึ้นรูดลงให้เขาอย่างดี
“อื้อออ” พี่ขวดดูดน้ำลายของหนูผ่านปลายนิ้วแกร่ง เขาจับหนูนอนลงแล้วกรีดปลายนิ้วไปที่กลางกายสาว “อ๊ะ”
“ถ้าเจ็บ ก็บอกนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า แล้วใช้ปลายนิ้วที่เปียกชื้นเขี่ยบริเวณปุ่มกระสันสีชมพูระเรื่อของหนู
น้ำหวานเปียกชุ่มปลายนิ้วแกร่ง หนูบิดเร้าร่างกายอ้อนแอ้นไปมา ในขณะที่เขาจะรูดกระดุมหนูจนหลุดออกจากกันหมดด้วยมือข้างเดียว แล้วโน้มใบหน้าลงมาดูดเลียปทุมถันสีชมพูอ่อน ในขณะที่ปลายนิ้วก็เขี่ยใจกลางกายไปด้วย
เป็นความรู้สึกมหัศจรรย์ที่หนูไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่บนเครื่องบิน บนรถตอนนั้นหนูก็ไม่ได้สติด้วย
แต่ครั้งนี้... พี่ขวดอบอุ่นจังเลย
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







