Masukกูนั่งกระดิกตีนจนท่านที่นั่งใส่ชุดสบายๆ พูด
“ไม่ต้องตื่นเต้น” กูหยุดกระดิกทันที “ฉันคงไม่ได้ไร้อารยธรรมขนาดที่จะทำร้ายคนที่ช่วยหลานสาวฉันได้ลงหรอกนะ”
“ครับ?” กูครางรับแบบงงๆ “ทำไมท่านรู้”
“ทางตำรวจโทรมาตอนตีสองกว่าๆ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นโดนจับกุมเพราะรังแกหลานสาวของฉัน โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงสายรหัส” แล้วลุงของน้องมนต์ก็ตอบตรงเหมือนกัน ท่านจุดมาโบโลดูดต่อหน้าต่อตากู “แล้วพวกเธอก็ได้ช่วยเหลือไว้ ฉันรอเวลาจนเธอมาส่งจนเวลานี้... ตีสี่พอดี”
“ขอโทษเป็นอย่างสูงครับ” กูยกมือไหว้ท่านเพราะรู้สึกว่าส่วนนึงก็เป็นความผิดของกูด้วย
“ไม่ต้องพิธีขนาดนั้น” ท่านพ่นควันบุหรี่ราคาแพงแล้วฉีกยิ้ม “ฉันพอรู้เรื่องเธอมาบ้าง อ้อ... ไม่บ้างหรอก ค่อนข้างเยอะพอสมควร”
“...”
“เธอทำงานกลางคืนใช่ไหมศักรินทร์” กูพยักหน้ารับแบบแมนๆ ท่านหัวเราะในลำคอ “สนใจมาทำงานให้หนูมนต์ไหม?”
[พาร์ท : ตะขวด]
หนูลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าเพราะแสงแดดที่สว่างจ้าจนแสบตา
“... อึก” ทันทีที่ผุดลุกขึ้นมา หนูก็ต้องกุมขมับ เพราะว่าปวดหัวตุบๆ แล้วก็รู้สึกอ่อนเพลียแบบแปลกๆ ด้วย ภายในสมองปะติดปะต่อเรื่องเมื่อคืนเป็นฉากๆ ในขณะที่เงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ห้องอย่างตื่นกลัวจนเห็นได้ชัด
ทะ... ที่นี่มัน
“อะ...!” หนูตกใจจนรีบตะครุบผ้าห่มที่คลุมตัวไว้อยู่เพราะได้ยินเสียงคนขยับตัวที่ปลายเท้า พอหรี่ตาลงมองไปตรงหน้าอีกหน่อย หนูก็ร้องว้ายออกมาเสียงดังลั่นเมื่อเห็นทรงผมสกินเฮดสีทองสว่างของพี่ขวด
ใช่เลยค่ะ พี่ขวดจริงๆ
เขาเด้งตัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงของหนู ทำให้พอรู้ว่าเขาแค่หลับตาเฉยๆ ตาของเราประสานกัน หนูหน้าแดงปรี๊ดขึ้นมาจนถึงลำคอทันที เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนโดนใครทำอะไรสักอย่างจนเผลอทำอะไรแปลกๆ และน่าเกลียดลงไปกับเขา ในความทรงจำของหนู
เรา... จูบกันด้วยนะ
“พะ... พี่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงคะ” หนูถามเสียงสั่นตอนที่ร่างสูงใหญ่หยัดตัวลุกขึ้นแบบลุกลน เขาหรี่ตาลงมองหน้าอกของหนูแบบไม่ได้ตั้งใจ พอหนูก้มลงมองตาม ก็เห็นว่าชุดของหนูมันไม่เรียบร้อยนัก “พะ พี่!”
“ขอโทษ!” พี่ขวดตะโกนลั่นออกมา ในขณะที่หนูจะรีบเอาผ้าห่มคลุมโปงทันที “ไม่ได้ตั้งใจมอง ก็เรา...”
“...”
“ก็เมื่อคืนเรามัน...”
“... หนูไม่รู้นะ” เสียงหนูแผ่วไปด้วยความเขินอาย หน้าแดงจัดจนร้อนไปหมด หนูรู้สึกเหมือนเป็นไข้เลยนะตอนนี้ “หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ละ... แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจด้วย”
อาจดูแปลกที่เราพูดคุยกันเหมือนพี่น้อง เหมือนคนที่สนิทกัน แต่หนูก็อายอยู่ดี หนูไม่เคยจูบกับใคร แต่หนูกำลังเสียจูบแรกให้พี่ขวดโดยไม่ได้ตั้งใจ
พี่ขวด... ที่เป็นอดีตคนที่เคยรังแกหนูจนต้องติดคุกด้วยเนี่ยนะคะ
“หนูโดนยาปลุกเซ็กซ์” หนูชะงักไป ค่อยๆ โผล่หน้าออกไปเหลือบมองเขาที่ยืนลูบศีรษะตัวเองแรงๆ เหมือนประหม่ามากที่ปลายเตียง “ครั้งแรกของหนูด้วยใช่ไหมวะ ผมก็แค่มาช่วย แล้วมันก็...”
“...”
“แค่จูบกัน” หนูเม้มริมฝีปากแน่น หน้าร้อนจนหนักกว่าเดิมพอได้ยินคำพูดตอกย้ำของเขาว่าที่หนูจำได้มันไม่ผิดจริงๆ ด้วย “จูบกันเฉยๆ”
“ขะ... ขอบคุณนะคะ” หนูเอ่ยเสียงสั่น ค่อยๆ ขยับตัวออกจากผ้าห่ม แต่ก็คว้าหมอนมากอดไว้แล้วปิดบังหน้าอกของตัวเอง “พี่คงมาส่งหนูที่นี่ใช่ไหมคะ... แล้วคุณลุงของหนูล่ะ คุณลุงว่าอะไรไหมที่หนูไปที่แบบนั้น”
“มันไม่ใช่ความผิดของน้องทั้งหมดครับ” เขาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น หนูเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ขวดที่แววตาเริ่มดุกร้าวขึ้น “ไอ้พวกเด็กนั่นมันก็แค่อยากแบล็คเมล์เฟรชชี่ใหม่”
“...”
“เอาเป็นว่า ผมจัดการเอง”
หนูชะงักไป สีหน้าพี่ขวดมีแววจริงจังจนน่ากลัว แม้ว่าคำพูดที่เขาพูดกับหนูจะดูสุภาพมากจนดูเหมือนไม่ใช่พี่ขวดคนเดิม และถึงหนูจะยังไม่ชิน แต่หนูก็รู้สึกดีที่เขาทำดีกับหนูเหมือนกัน
การที่คนที่ไม่ดีกับเรากลับตัวกลับใจและดีกับเรามากขนาดนี้ มันก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ หนูจะรู้สึกดีก็คงไม่แปลกใช่ไหม
รู้สึกดีก็จริง แต่เมื่อคืนมัน...
“พี่ขวดคะ” หนูเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นใจกอดหมอนแน่นจนแทบล้นออกมาจากอ้อมแขนเพราะความนุ่มนิ่มแล้วหลับตาปี๋ อยากจะพูดออกมามากๆ “คือหนู...”
“?”
“คือเมื่อคืนหนู...”
แกรก
“ตื่นแล้วเหรอหนูมนต์” ทั้งหนูทั้งพี่ขวดแทบจะผงะไปพร้อมๆ กันเมื่อหนูยังพูดขอโทษในเรื่องเมื่อคืนกับเขาไม่ทันจบ คุณลุงก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับพี่อดิสรหน้าดุที่เป็นการ์ดประจำตัวท่าน หนูยิ้มแห้งๆ ตอนที่คุณลุงเดินเข้ามาลูบผมเบาๆ “โอเคขึ้นบ้างไหม”
“ค่ะคุณลุง” หนูตอบ แล้วหลับตาให้คุณลุงลูบผมให้เหมือนเด็กๆ
“แปลกใจใช่ไหมล่ะที่เห็นว่าศักรินทร์ที่เคยรังแกหนูจนโดนจับมายืนเฝ้าหนูอยู่ตรงนี้ โดยที่ลุงไม่ว่าอะไรสักคำ” แต่ประโยคต่อมาที่ราวกับรู้ทันหนูไปหมดทุกอย่างของคุณลุงโดยที่ไม่ได้ถามหนูด้วยซ้ำ ก็ทำให้หนูลืมตามองคุณลุงตาโต แล้วก็เห็นว่าคุณลุงกำลังคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ตกใจใช่ไหม”
“คะ... คุณลุงรู้เหรอคะ”
“คุณลุงรู้ทุกเรื่องนั่นล่ะ” ท่านตอบล้อเลียนหนู หนูเลยทำหน้าตื่นออกมาหนักกว่าเดิม “จริงๆ ก็ต้องสืบเรื่องของหลานสาวทุกเรื่องอยู่แล้ว ประกอบกับคำให้การของศักรินทร์ด้วย”
คราวนี้ทั้งหนูและพี่ขวดเผลอมองหน้ากัน แล้วหนูก็รีบหลบสายตาไปก่อนเพราะแววตาของเขาที่มองมาที่หนูมัน...
“ละ... แล้ว แล้วทำไมถึง” หนูตั้งท่าจะถามว่าแล้วทำไมพี่ขวดถึงต้องอยู่รอจนถึงตอนเช้าด้วย แต่คุณลุงก็ขัดขึ้นเหมือนรู้ความคิดในใจหนู
“ศักรินทร์สมัครใจจะมาทำงานให้หนูมนต์ตั้งแต่วันนี้” หนูสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองคุณลุงทันทีจากที่ตอนแรกก้มหน้างุดจนแทบจรดหมอนที่กอดแนบอก “ทำงานแบบอดิสร คือเป็นการ์ดเฝ้าหนูมนต์ หลังจากที่ลุงเห็นจากการที่หนูมนต์โดนรังแกแล้วเขาพากลับมาได้ตรงเวลา หนุ่มคนนี้เป็นคนทำงานที่ใช้งานได้ดีทีเดียว”
“...!” ดะ เดี๋ยวก่อนนะคะ
“หนูมนต์คงจะไม่ขัดคุณลุงหรอกใช่ไหม?” ประโยคนั้นท่านตีหน้าเศร้าจนใจหนูอ่อนยวบ หนูเลิ่กลั่กมองไปทางพี่อดิสรให้เขาช่วย แต่ดูเหมือนว่าทั้งคุณลุงและพี่อดิสรจะไม่รู้ว่าที่หนูโดนรุ่นพี่รังแกอย่างที่ว่าคือการโดนวางยาแบบที่พี่ขวดบอก พี่อดิสรส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงว่าอย่าขัดใจท่านเลย
คราวนี้หนูเลยมองไปทางพี่ขวดบ้าง แล้วก็เห็นว่าเขากระแอมไอเสียงดังเหมือนเขินๆ ไป
ทะ ทำไม
ทำไมคุณลุงต้องให้คนที่หนูเพิ่งทำเรื่องน่าอายลงไปกับเขา มาเป็นการ์ดดูแลหนูด้วยล่ะคะ ฮือ
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







