LOGIN“น้องหลับไปแล้ว”
นานประมาณสิบห้านาที พี่กิ๊กช้อนตัวอุ้มน้องมนต์ที่ปวกเปียกอ่อนละลายแนบอกของเจ๊แกออกมา น้องอยู่ในชุดของพี่กิ๊ก ส่วนตัวเธอใส่เสื้อกล้าม พี่กิ๊กในบางมุมก็ใจดี บางมุมก็น่ากลัวเอาเรื่อง เธอเซทำท่าจะล้มจนกูต้องไปรับตัวน้องมนต์มาอุ้มแทน “หนัก”
ก็นะ ร่างพี่กิ๊กก็ไม่ได้ถึกบึกบึนแบบทรงสาวห้าว ออกจะบางๆ ผอมๆ แห้งๆ
“เคยทำบ่อยเหรอพี่” กูหมายถึงเรื่องในห้องน้ำ พี่กิ๊กกอดอก
“ก็เด็กๆ ในผับเส็งนั่นแหละ ส่วนมากโดนยาปลุกแบบน้องคนนี้ วิธีนี้รวดเร็วสุดแล้ว” เจ๊แกพูดแล้วหรี่ตามองกูที่อุ้มตัวน้องมนต์ได้สบายๆ เหมือนแบกกระดาษ “ปกติจะไม่ให้เด็กๆ ผู้ชายมาเฝ้าหน้าห้องหรอกนะ แต่รอบนี้เห็นว่ามึงชอบน้อง”
“เชี่ย หมายความว่าไง” กูถึงกับเสียอาการเมื่อรู้ความหมาย
“กำไรเล็กๆ น้อยๆ” พี่กิ๊กยิ้มหวาน “เกือบแล้วเนอะ”
“พอ” กูรีบเบรกไว้ก่อนที่พี่กิ๊กจะทันได้ล้อเลียนอะไรต่อ วางน้องมนต์ลงกับเตียงนอน “แล้วเอาไงต่อพี่ ผมไม่รู้บ้านน้อง เสี่ยเสร็จกิจยังไม่รู้”
“เรื่องเสี่ยเดี๋ยวส่งคนไปดูแลให้ เส็งคงไม่ว่าหรอก” พี่กิ๊กจุดบุหรี่เย็นขึ้นดูดอย่างสบายอารมณ์ “ขับรถพี่ไปก็ได้ มึงขับเป็นใช่ไหม ยาริส”
“ได้” กูพูดแล้วนิ่ง “แปลว่าผมต้องไปเจอท่านนายกจังหวัดเหรอวะพี่?”
“อื้ม” และคำตอบแบบขอไปทีของพี่กิ๊กก็ทำกูไปต่อไม่ถูก
เอาจริงดิ
กูสับเบรก ตอนที่ขับมาจอดตรงหน้าพี่กิ๊กที่พยุงร่างปวกเปียกของน้องมนต์หน้าผับเล้าจน์
“ข้างหลัง” กูบอกสั้นๆ แต่อีพี่กิ๊กดันเปิดประตูหน้ามาแล้วยัดร่างน้องมนต์ที่หัวไหลตกลงไปบนเบาะจนกูต้องใช้มือหนาข้างนึงรองหัวเธอไม่ให้ตกโดนเบรคมือ “เดี๋ยวพี่ ผมบอกข้างหลัง”
“ข้างหน้าอ่ะง่ายดี” พี่กิ๊กพูดแล้วปิดประตูรถอัดหน้า ทิ้งให้กูคาไว้ที่ท่าเอาฝ่ามือรองหัวน้องอยู่งั้น
อีเวร
สุดท้ายก็ต้องจบที่กูต้องขับยาริสมือเดียว ส่วนอีกมือก็ต้องประคองหัวน้องไม่ให้เอนตก ตอนที่จอดติดไฟแดงเพราะช่วงดึกรถแม่งจะยิ่งกว่าติดเป็นขบวนรถไฟ กูก็เหล่มองไปทางร่างเล็กที่ยังหลับไม่รู้เรื่องคามือกู
ท่าทางจะเพลีย
เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดตามหน้าผากกับคอขาวๆ จนรู้สึกชื้นๆ ที่ฝ่ามือ
กูกลืนน้ำลายลงคอ
นึกภาพนั้นที่น้องมนต์ยั่วใจ พยายามจะปล้ำกูก็ใจสั่นขึ้นมา แม่งเป็นอีกมุมที่ไม่เคยเห็นจากน้องมนต์ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือตอนนี้ แล้วใครจะคิดล่ะวะว่าหลานนายกจังหวัดจะมาปล้ำคนทำงานกลางคืนอย่างกู
แต่ก็อย่างว่า
น้องมันโดนยา
“เค๊” กูครางออกมาเสียงสูง รู้สึกเซ็งในใจ แบบว่าแอบคาดหวังนิดนึง ว่าเธออาจจะทำเพราะพื้นเพสนใจกูอยู่หรืออะไรประมาณนั้น
นอกจากจะสันดานระยำ ยังมโนเก่งอีกนะไอ้ศักรินทร์ดาวร้าย
ยังไม่รู้เลยว่าพอไปส่งน้องที่บ้านของท่านจะโดนอะไรบ้างนี่ดิ เผลอๆ อาจจะโดนรุมกระทืบปางตายโดยไม่ถาม เพราะมาส่งหลานสาวในเวลาเกือบตีสี่
หน้าตากูมันก็โจรๆ อยู่ด้วย ไม่ต้องสืบ
เอาเป็นว่าช่างแม่งละกัน
“มาส่งหลานฉันตรงเวลาดีนะศักรินทร์”
“ครับ?” กูทำหน้าเหวอเมื่อทันทีที่ขับมาตาม GPS ตามที่เจ๊กิ๊กเจ้าแม่รอบจังหวัดติดตำแหน่งให้ไว้ รถยาริสเคลื่อนมาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่มีเนื้อที่โคตรกว้าง กูนั่งมองภาพตรงหน้าแบบเกินเอื้อม ก่อนที่จะเหลือบมองไปทางร่างเล็ก
ที่อยู่ที่น้องอยู่กับลุงนายกแม่งสมฐานะจริงๆ
ไฟที่หน้าต่างเปิดอยู่ เป็นสัญญาณว่าลุงเธออยู่ในนั้นแน่นอน กูกลืนน้ำลายลงคออีกที ก่อนที่จะไถลไปปลดเบลท์ที่ตัวน้องมนต์ แล้วเปิดประตูรถออกไป
รั้วบ้านอัตโนมัติเปิดออก มีชายหน้าดุเปิดรั้วออกมา
“มีธุระอะไรกับท่านครับ” เสียงพี่เขาโคตรเข้มเลย
“ผมมาส่งหลานสาวท่านครับ” พูดครับกลับพร้อมเลิกคิ้วแบบกวนส้นตีน แต่ไม่ใช่อะไร กูแค่ประหม่าจนออกท่าทาง เขาจ้องหน้ากู จ้องเขม็งจนมีคนเดินมาข้างหลังพี่เขา แล้วเอามือที่ดูมีอายุมาตบบ่าเบาะๆ
“พอเถอะอดิศร หนุ่มมันเป็นแขกของฉัน” กูแทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นว่าเป็นท่านนายกที่ออกมารับกูด้วยตัวเองในเวลาดึกสงัดป่านนี้ และหลักฐานขาอ้อมแขน หลานสาวเขาโดนกูพยุงอยู่
เวรตะไลแล้วไง
เตรียมรับแรงกระแทก
“มาส่งหลานฉันตรงเวลาดีนะศักรินทร์”
“ครับ?” กลับมาในเวลาปัจจุบัน ท่านพูดขึ้นมาเหมือนรู้อะไรสักอย่าง กูที่ยืนพยุงตัวน้องมนต์นิ่งอึ้งไป คนสูงอายุเลยผายมือไปในบ้านหลังโคตรใหญ่
“เข้ามาคุยในบ้านก่อน”
“...”
“ฉันต้องการจะคุยกับเธอ เรื่องหนูมนต์”
โคตรประหม่า
ห้องรับแขกโคตรใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ดูโบราณหน่อย แต่น่าจะเป็นแนวๆ มรดกตกทอดรุ่นสู่รุ่น โซฟาที่กูนั่งคงไม่ต่ำกว่าหลักแสน กูที่นั่งกระดิกขาจนวิตกจริตกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง
แบบว่าโคตรหรู รู้สึกรากหญ้าไปในทันทีเลยว่ะ
หลังจากเข้ามาในบ้านเพราะท่านออกคำสั่ง (ถึงจะดูไม่เหมือน) น้องมนต์ถูกพี่อดิไรนั่นอุ้มขึ้นไปนอนข้างบน ทิ้งกูให้อยู่กับลุงเธอสองคนที่ห้องรับแขก
กูนั่งกระดิกตีนจนท่านที่นั่งใส่ชุดสบายๆ พูด
“ไม่ต้องตื่นเต้น” กูหยุดกระดิกทันที “ฉันคงไม่ได้ไร้อารยธรรมขนาดที่จะทำร้ายคนที่ช่วยหลานสาวฉันได้ลงหรอกนะ”
“ครับ?” กูครางรับแบบงงๆ “ทำไมท่านรู้”
“ทางตำรวจโทรมาตอนตีสองกว่าๆ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นโดนจับกุมเพราะรังแกหลานสาวของฉัน โดยอ้างงานเลี้ยงสายรหัส” แล้วลุงของน้องมนต์ก็ตอบตรงเหมือนกัน ท่านจุดมาโบโลดูดต่อหน้าต่อตากู “แล้วพวกเธอก็ได้ช่วยเหลือไว้ ฉันรอเวลาจนเธอมาส่งจนเวลานี้... ตีสี่พอดี”
“ขอโทษเป็นอย่างสูงครับ” กูยกมือไหว้ท่านเพราะรู้สึกว่าส่วนนึงก็เป็นความผิดของกูด้วย
“ไม่ต้องพิธีขนาดนั้น” ท่านพ่นควันบุหรี่ราคาแพงแล้วฉีกยิ้ม “ฉันพอรู้เรื่องเธอมาบ้าง อืม... ไม่บ้างหรอก ค่อนข้างเยอะพอสมควร”
“...”
“เธอทำงานกลางคืนใช่ไหมศักรินทร์” กูพยักหน้ารับแบบแมนๆ ท่านหัวเราะในลำคอ “สนใจมาทำงานให้หนูมนต์ไหม?”
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







