LOGINMentari Chrysalis kena kutukan! Cewek berusia dua puluh lima tahun itu ketiban sial harus menjadi sekretaris dari seorang CEO super galak dan menyebalkan di perusahaan tempatnya bekerja. Sialnya lagi, dia mendadak tahu bahwa CEO-nya itu ternyata seorang duda beranak satu. Mentari sebal sekali dengan sifat dingin bosnya itu, sehingga setiap ada kesempatan, Mentari pasti akan mencari cara untuk melawannya. Senja Abimana, CEO tampan berusia tiga puluh lima tahun itu sangat senang apabila berhasil membuat sekretarisnya marah-marah dan sebagainya. Sifatnya memang dingin dan cuek, tapi jika sudah menyangkut Mentari, Senja merasa dirinya bisa menjadi manusia pada umumnya. Sifat Mentari yang ceria dan berani terhadapnya membuat Senja penasaran pada cewek cantik tersebut. Apalagi ketika Mentari tahu mengenai statusnya yang seorang duda beranak satu. Karena sering menghabiskan waktu bersama di kantor dan di luar kantor akibat anak Senja yang rupanya menyukai Mentari dan sangat menempel terhadapnya, perasaan baru itu pun hadir di hati Mentari. Sekretaris Senja yang tengil itu akhirnya membuat berbagai macam rencana untuk bisa menaklukan hati Senja, si CEO galak yang dulu dibencinya setengah mati. Dan rencana utamanya tentu saja agar Senja mau menikah dengannya! “Bos galak, bersiap-siaplah untuk jadi bucinnya saya!”
View Moreเสียงเครื่องยนต์หรูดับลงหน้าบ้านทรงโมเดิร์นสไตล์มินิมอลหลังใหญ่ในย่านใจกลางเมืองหลวง…
คีตะ โชติธาดา เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคาย นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ปี 3 สถาบันดัง ปลดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะ ขยี้ผมเล็กน้อยก่อนเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าเล็กน้อยตามประสาคนเรียนโหด
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทอม...เขาจะได้พักผ่อนยาว ๆ ตลอดสองเดือนช่วงปิดเทอมเสียที
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน กลับได้ยินเสียงหัวเราะของใครบางคน เสียงใส ๆ ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน… แต่ฟังแล้วทำให้คิ้วเขากระตุกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“คีตะ~ กลับมาแล้วเหรอลูก!”
คุณแม่อัญญาเอ่ยเรียก พลางเดินนำเด็กสาวในชุดเดรสสีชมพูที่ดูสดใส และ…หน้าตาคุ้น ๆ แต่อ่อนวัยกว่าเขาเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้
“นี่น้องเมษาไงจ๊ะ… ลูกของคุณดิลกกับปาริฉัตร เพื่อนสนิทพ่อแม่น่ะ”
คีตะปรายตามองเธออย่างสุภาพ — ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากนิด ๆ ตามมารยาท…แต่ดวงตาคมเข้มนั้นเฉยชาอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่เขาคิดว่า ‘น้องเมษา’ ก็เป็นแค่เด็กสาวน่ารักคนหนึ่ง—
เธอ…กลับมองว่า...เขาคือเจ้าชายในฝันมาตลอด 10 ปี!
‘พี่คีตะ!! ‘
เมษา ยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าแดงก่ำ ใจเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกจากอก เธอพยายามสงบนิ่ง พยายามเก็บอาการให้ดูเป็นสาวเรียบร้อยแบบที่อยากให้เขาชอบ
‘อย่าเผลอร้องกรี๊ด...อย่าเผลอวิ่งไปกอดพี่เขา...’
‘พี่เขา...ยังหล่อกระชากใจเหมือนเดิม ไม่สิ ๆ ๆ!!’
‘หล่อมากกว่าเดิม หล่อแบบวัวตายควายล้ม’
ภาพความทรงจำแวบกลับเข้ามา...
เมื่อสิบปีก่อน…เธออายุแค่ 11 ปี
เขาอายุ 14 แต่กลับหล่อจนทำให้เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เคยลืมได้เลย วันนี้เธออายุ 19 แล้ว และสอบติดมหา’ ลัยเดียวกับเขา—คณะสถาปัตย์!
คีตะยืนกอดอก มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสงสัยเล็กน้อย
เธอดูสวยแบบใส ๆ ผิวขาวเนียนจัด ใบหน้าเรียวเล็กตาโต—ชุดเดรสสีชมพู ดูสวยใส สะอาดเรียบเนี้ยบ แต่ท่าทางดูกระตือรือร้นผิดปกติ
“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำถามอย่างตรงไปตรงมา เมษาเกือบทรุดลงไปกรี๊ดกับพื้น—ไม่ใช่เพราะเขาจำเธอไม่ได้ แต่เพราะเสียงของเขายังทำให้เธอใจเต้นเหมือนตอนเด็กไม่มีผิด
“ก็ตอนงานวันเกิดของหนูไงคะ...” เธอยิ้มหวานแบบที่ซ้อมมาหลายปี
“พี่คียังตัดเค้กวันเกิดให้หนูเลยด้วยค่ะ!”
“ฮะ?” คีตะเลิกคิ้ว
“ตอนนั้นเธอตัวเท่าไอติมแท่งเองมั้ง...”
‘พูดงี้ได้ไงคะพี่คี! เมษาโตแล้ว โตพร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้วด้วยซ้ำ!’
เธอกรีดร้องในใจ แต่อมยิ้มเอาไว้—เพราะนี่แหละ…คือการเริ่มต้นใหม่ของเธอ เมษาจะทำทุกอย่างให้พี่คีตะตกหลุมรัก
ผัวะ!!
“ไอ้ลูกบื้อเอ๊ย!!” เป็นแม่ของเขาที่ตบไหล่เขาอย่างแรงจนแทบไหล่หลุด พร้อมมองเขาคาดโทษ
“หนูเมษาอย่าไปถือสาคีตะเลยนะลูก” คุณอัญญาหันมากล่าวเสียงอ่อน ก่อนจะจับมือนุ่มของเมษาแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน
ภายในห้องนั่งเล่น คุณธนา—พ่อของคีตะ กำลังพูดคุยอยู่กับท่านทูตดิลกและคุณปาริฉัตร พ่อแม่ของเมษาอย่างเป็นกันเอง
“ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่ให้เมษาได้มาอยู่ด้วยนะครับ” ท่านทูตดิลกกล่าวด้วยความสุภาพ
“เพราะโดนคำสั่งให้ไปประจำอยู่ที่สถานทูตอังกฤษ ผมกับปาริฉัตรก็ห่วงลูกสาวคนเดียวมาก จะให้ไปอยู่คนเดียวก็ใช่ที่”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” คุณอัญญายิ้ม
“ฉันอยากมีลูกสาวมานานแล้ว หนูเมษาน่ารักจะตาย”
คีตะที่เดินตามเข้ามาในห้องขมวดคิ้ว
“แม่พูดอะไรเนี่ย?” เขาถาม พลางเคี้ยวคุกกี้ที่เพิ่งหยิบมาจากจานในครัว
คุณอัญญาหันมายิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ
“ตั้งแต่วันนี้ หนูเมษาจะมาอยู่กับเราน่ะสิ ห้องว่างข้าง ๆ ลูกยังไงล่ะ”
!!!
🌸 🌸 🌸
“โว้ยย~ ตื่นเต้นเกินไปแล้ว...” เมษาพึมพำขณะวางกล่องของใช้ลงบนเตียงใหม่ในห้องสีพาสเทลสะอาดตา
แม้จะยังไม่ได้จัดของเข้าที่เรียบร้อยดีนัก แต่เพียงแค่ได้ยืนอยู่ในห้องนี้—ข้างห้องของคีตะ เธอก็รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสังเวียนรักที่เตรียมตัวมาอย่างยาวนาน
ย้อนไปก่อนหน้าหนึ่งวัน
“ไม่ค่ะ หนูไม่ไปอังกฤษ” เมษายืนยันเสียงแข็ง
“หนูเพิ่งสอบติดสถาปัตย์ หนูอยากเรียนที่นี่ค่ะ แม่ขา~” เมษาหันไปอ้อนแม่ เพราะรู้ว่าพ่อของเธอไม่ยอมใจอ่อน
“ไม่ได้ ลูกอยู่คนเดียวไม่ได้!”
“แต่หนูโตแล้วนะคะพ่อ หนูดูแลตัวเองได้จริง ๆ”
เสียงเถียงกันไปมาระหว่างพ่อลูกดังก้องทั่วห้องนั่งเล่น ก่อนที่เมษาจะงัดไม้ตายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนลูกอ้อนเต็มพิกัด
“งั้น...ให้หนูไปอยู่กับลุงธนากับน้าอัญญาแทนได้มั้ยคะ~?”
“ว่าไงนะ?” ท่านทูตดิลกเลิกคิ้ว
“ก็คุณลุงคุณน้าเป็นเพื่อนสนิทพ่อแม่นี่นา หนูจะได้ไม่เหงาด้วยไง~”
เมษายิ้ม ส่งสายตาหวานใส พลางเอาหน้าถูไถต้นแขนพ่อของเธอ ในขณะที่คุณแม่ปาริฉัตรหรี่ตามองลูกสาวอย่างรู้ทัน
“ให้ลูกไปเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้อยู่คอนโดคนเดียวจริงไหม?”
“...ก็ได้” ท่านทูตรดิลกยอมอย่างเสียไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ” เมษายิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะกอดพ่อและหอมแก้มด้วยความรัก
เมษายิ้มออกมาอย่างสมใจ
“เมษา...จะจีบพี่คีตะให้สำเร็จให้ได้เลยคอยดู!” เธอพูดเสียงเบาในลำคอ ขณะค่อย ๆ แกะกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจัดเรียงลงในตู้
เสื้อผ้าในกระเป๋าล้วนเป็นชุดกระโปรงหวาน ๆ ที่เธอเตรียมไว้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ—เพราะถ้าอยากจะให้พี่คีมองแบบคนรัก…เมษาจะต้องเนียนให้สุดและน่ารักให้สุด
เธอเหลือบมองประตูที่กั้นห้องกับห้องข้าง ๆ แล้วหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง
‘จากวันนี้ไป...เราอยู่บ้านเดียวกันแล้วนะคะ พี่คี’
🌸
เช้านี้เมษาตื่นเร็วกว่าทุกวัน เพราะมันไม่ใช่เช้าธรรมดา—แต่มันคือเช้าที่เธอได้ตื่นในบ้านหลังเดียวกับ ‘พี่คีตะ’
“วันนี้ต้องสวย! ต้องสดใส! ต้องพร้อมจีบ!”
เธอพึมพำกับตัวเองหน้ากระจกขณะม้วนปลายผมให้เป็นลอนธรรมชาติ
ผิวเนียนใสที่โบกครีมบำรุงตั้งแต่เมื่อคืนดูเปล่งประกาย ชุดอยู่บ้านที่เธอเลือกเป็นเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น ดูน่ารักแต่ไม่โป๊จนแม่ดุ
ทุกอย่างถูกเซ็ตมาอย่างดี—แม้จะดูเหมือนลุคอยู่บ้านสบาย ๆ แต่แท้จริงแล้วคือลุคพิฆาตพี่คีตะที่ซุ่มซ้อมมาแล้วนับสิบรอบ
เมษาคว้าผ้าขนหนูพับใหม่ในตะกร้า กะว่าจะเอาไปช่วยคุณน้าอัญญาในครัว แต่ทันใดนั้น...
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น
เมษาชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้น—แล้วโลกทั้งใบก็หยุดหมุนไปชั่วขณะ
พี่คีตะ...
ยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำในสภาพเสื้อยืดตัวเดียวกับกางเกงวอร์มหลวม ๆ หยดน้ำเกาะตามใบหน้าคมคาย ร่วงลงช้า ๆ ตามแนวกราม และลำคอที่เปียกชื้น
เขากำลังล้างหน้า—เสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ
ช็อตนั้น...เมษาแทบหยุดหายใจ
ใบหน้าตื่นนอนของพี่คียังดูง่วงนิด ๆ แต่หล่อทะลุน้ำทะลุแสงยามเช้าอย่างกับหลุดออกมาจากโฆษณายาสระผม!
‘พี่คีตะ...ชนะน็อค!!’
แต่เธอไม่มีเวลาจะช็อกนาน เพราะบทของสาวหวานต้องเดินต่อ!
เธอรีบปรับท่าทาง ยืดหลังตรง สะบัดผมเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปยื่นผ้าขนหนูให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่สุดในชีวิต
“พี่คีตะคะ...ผ้าค่ะ”
คีตะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือรับไปแบบงง ๆ
“ขอบใจ” เขาพูดเรียบ ๆ แต่แววตาดูยังไม่ค่อยตื่นเต็มที่
เมษายิ้มหวาน พยายามรักษาสมดุลรอยยิ้มกับเลือดที่กำลังจะพุ่งออกจมูก
‘นิ่งไว้เมษา...นิ่งงงง!’
เธอค้อมหัวเบา ๆ แล้วรีบเดินหนีออกมาด้วยท่าทางสวยงามเหมือนคุณหนู แต่ทันทีที่พ้นระยะสายตาของเขา...
‘กรี๊ดดดดดด~!!!’
เสียงหวีดในใจดังกระหึ่ม
‘นี่มัน...เปิดฉากตอนเช้าอันตรายมาก! หัวใจจะวายตั้งแต่วันแรกแล้วววว ยัยเมษา!!!!’
🌸 🌸 🌸
Embun mengepalkan kedua tangannya di sisi tubuh. Dia memang tidak bisa berbuat banyak untuk saat ini, karena dirinya hanya membawa Caesar seorang. Sementara itu, anak buah Senja Abimana mungkin memenuhi setiap sudut dari kediaman Abimana ini. Embun melirik Caesar yang tak berkutik di tempatnya, di mana sebuah pisau mengancam akan menyayat nadi di lehernya detik ini juga. Matanya lantas kembali memusat pada Mentari yang berada dalam pelukan protektif dari Senja. Sial! Cewek ingusan itu benar-benar membuatnya darah tinggi. Dia sangat membenci Mentari Chrysalis. Embun harus segera melenyapkan Mentari, bagaimanapun caranya. Tapi, saat ini bukanlah waktu yang tepat. Dia akan memberikan sedikit kemenangan untuk cewek sialan itu dan Embun lah yang akan tertawa di akhir nantinya. “Oke.” Embun menatap tajam ke arah Senja. “Aku akan mengalah. Tapi, tolong suruh Devan keluar sekarang juga karena aku benar-benar harus bicara dengannya.”
Tadinya, Mentari memang hanya akan menunggu di kamar Angelica Abimana sampai semuanya selesai. Tapi, perasaannya entah kenapa semakin tidak enak. Cewek itu tidak bisa tenang. Pikirannya melantur ke mana-mana, takut jika sesuatu yang buruk terjadi pada Senja dan Awan. Dia juga sudah mengirimkan pesan singkat kepada kakak dan sahabatnya, Gerhana dan Samudra, bahwa keadaan mulai tidak terkendali. Gerhana berkata dia sangat setuju dengan Senja yang menyuruh Mentari untuk berdiam diri di kamar Angelica, dan dia juga akan menyuruh beberapa anak buah Senja yang ada bersamanya untuk memeriksa keadaan bos mereka tersebut. Namun, tetap saja Mentari tidak bisa tenang. “Jingga, kayaknya gue bakalan nyusul Senja, deh,” kata Mentari dengan nada tegas, setegas tatapan matanya saat ini. Mentari tersenyum ke arah Angelica yang barusan menatapnya dan melambaikan tangan ke arahnya. “Gue khawatir sama dia.” “Jangan!” tegas Jingga. “Tar, pak Senja jelas-jelas nggak mau
Ketika Awan membuka pintu depan rumah Senja, cowok itu langsung disambut dengan wajah datar dan tatapan dingin milik Embun Kurniawan. Di samping cewek itu, Awan melihat seorang cowok berjas hitam yang dia kenali sebagai Caesar, tangan kanan dari Embun. Awan memasang senyum terbaiknya. Meski begitu, dia juga memasang sikap waspada. Ruang makan cukup jauh dari pintu utama, sehingga kalau Embun berniat untuk menyerangnya dengan bantuan Caesar, maka yang perlu dilakukan oleh tangan kanan Embun itu hanyalah memukulnya hingga jatuh tak sadarkan diri, dan menculiknya. Urusan jika Embun akan menyekapnya, menyiksanya atau bahkan melenyapkannya, Awan tidak akan memikirkannya terlebih dahulu. “Halo.” Awan menyapa dengan nada ramah yang selalu dia berikan kepada orang lain, siapa pun itu. “Kok tiba-tiba datang ke sini? Mau ketemu Senja, ya? Sori, tapi Senja lagi ada jamuan makan malam sama rekan-rekan bisnisnya yang lain. Jadi, kayaknya dia nggak bisa nemuin lo dulu.”
“APA?!” Caesar hanya diam dan menunduk. Dia tidak mungkin balas menatap kedua manik Embun Kurniawan yang saat ini sedang marah besar. Caesar baru saja memberikan informasi bahwa Devan datang ke rumah Senja Abimana bersama atasannya, Surya Sanjaya, karena Senja mengadakan perjamuan makan malam. Menurut informasi juga, di sana Senja akan mengumumkan pertunangannya dengan Mentari Chrysalis. “Dia berani bertindak sendirian, tanpa perintah dari gue?!” desis Embun tidak terima. Cewek itu berteriak marah dan melempar vas yang berada di atas meja. Entah sudah berapa vas yang dia lemparkan di ruangan ini. Napasnya memburu karena amarah dan matanya mulai memerah karena amarah yang sama. “Dasar berengsek! Jadi, dia mau main-main sama gue, setelah gue berbaik hati menawarkan kerjasama untuk memisahkan Senja dan Mentari?” Embun menyisir rambutnya dengan menggunakan jemarinya dan mencoba untuk menenangkan diri. Tidak. Dia tidak bisa tenang. Cewek itu lantas menggigiti kuku j






Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
reviews