LOGINSpecial 6หลายปีต่อมาบรรยากาศยามเช้ายังคงวุ่นวายไม่ต่างไปจากทุกวัน…เนื้อเสียงเจื้อยแจ้วหลายเสียงดังต่อเนื่องไม่หยุดมากว่าชั่วโมงเข้าให้แล้ว กระทั่งฉันเดินลงมาถึงที่ชั้นล่างก็ทันได้เห็น ร่างสูงในชุดสูทเป๊ะปังตั้งแต่หัวจรดเท้า โน้มตัวลงช้อนร่างเล็กของเด็ก ๆ ขึ้นที่สองข้อแขน“วันนี้เฮียกลับไวจะพาไปดิ
จู่ ๆ เจ๊หยีที่วันนี้อยู่ในชุดอลังการยิ่งกว่าทุกวันก็ดึงเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาวางลงบนโต๊ะ ทุกสายตาหันมอง มีเพียงแค่เฮียครามที่ผุดยิ้มกว้างมองสบตาเมียตัวเองเจ๊พริกเป็นคนแรกที่คว้ากระดาษแผ่นที่ว่าขึ้นดู และเจ๊ก็เบิกตาโตจนเจ๊อ้ายที่นั่งอยู่ข้างกันต้องรีบขยับหัวชะโงกมองตาม และเจ๊ก็ตกอยู่ในสภาวะเดียวกันค
“หนูทำผัวหลงได้ขนาดนี้ น่าจะดีใจ…” สายตากระหายหิวยังคงหลุบลงมอง พร้อมกันบั้นท้ายหนาก็หดเกร็งทุกจังหวะที่มีการเบียดอัดความแข็งกร้าวเข้าไปจนสุดทาง เพราะรู้ว่าคงจะต้องให้เขาได้ปลดปล่อยสักหนึ่งรอบฉันก็ได้แต่ยืนแข้งขาสั่นใช้แขนสองข้างโอบรอบเหนือบ่ากว้าง ยอมพยักหน้าตามใจในที่สุด
Special 5 หลายเดือนต่อมา เรากำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่บ้านของฉันกับเฮียยักษ์… เพื่อนทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เนื่องในวันเกิดของหนูยิ้มหลานสาวคนโตของกลุ่มที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นปฐมวัยหลังจากเวลาผ่านไปหลายปีนับตั้งแต่ตอนนั้นที่หลานยังเป็นเพียงเด็กน้อยตัวอ้วนป้อ
“วันนี้น้องของเจ๊สวยมาก”“เจ๊ก็เหมือนกัน”“ขอให้ความรักยืนยาวยั่งยืนตลอดไปนะซอล”“ขอบคุณนะคะ”“ยักษ์เป็นคนดีจะต้องดูแลซอลได้ดีมากแน่ ๆ”แล้วอีกฝ่ายก็กลับเสียงสั่นเครือขึ้นมาทั้งอย่างนั้น แต่ก็ได้เห็นแค่เพียงแวบเดียว เจ๊พริกพยายามเอ่ยต่อด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ“เพื่อนเจ๊จะต้องทำให้ซอลมีความสุขมากแน่นอน
Special 4หลายปีต่อมางานแต่งงาน“ตื่นเต้นไหม?”“นิดหน่อยค่ะ”“ตอนเจ๊แต่งก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน”“ตอนนั้นดีใจมากเลยใช่ไหมคะ?”“เหมือนฝันอะไรแบบนั้น”“หนูก็เหมือนกัน…”“เจ๊พริก เฮียยักษ์โทรมาถามว่ากดเงินสดมาให้รึยังคะ?”การสนทนาแบบเป็นส่วนตัวระหว่างฉันกับคนที่นั่งอยู่ข้างกันเป็นอันต้องสิ้น
คู่สนทนาบิดยิ้มขบขัน เพราะมันเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมกำลังอยากคุยกับมันเรื่องอะไร…แต่ตอนที่มันผละจะเดินไปขึ้นรถผมก็คว้าไหล่ไว้อีกครั้ง พยายามอย่างหนักที่จะไม่เขินอาย… “แล้วน้อง… ถามถึงกูบ้างไหม?” “…” ทว่าคนฟังกลับเงียบเสียงลง รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าดูจะหม่นหมอ
"อย่าบอกนะไอ้เหี้ยยักษ์ว่ามึง…” “บ้านแป๊ะมึงดิ” ผมขยับตัวขึ้นนั่งตบหัวมันคืนทีหนึ่ง “ก็มึงจ้องกูซะหวานเยิ้มขนาดนั้น” “หรือกูคิดดี อันที่จริงมึงก็หุ่นดี๊ดี” “พอไอ้สัด! ขนลุก!”มันปัดป้องมือผมออกจากการพยายามจะลูบไล้กล้ามหน้าท้อง และอาจเพราะเราคุยกันด้วยร
“อือ เฮียก็ดี” ฉันหัวเราะเสียงแปร่ง ยิ้มทั้งน้ำตาเป็นยังไงได้รู้ซึ้งเอาก็วันนี้ “แล้วคืนนี้มันเกิดอะไร? หรือเป็นเพราะเรื่องจี้?”การตั้งข้อสันนิษฐานยังดำเนินต่อ ทำให้รู้ได้ว่าเจ๊พริกไม่ได้รับรู้แค่เรื่องระหว่างฉันกับเฮียยักษ์ เจ๊รู้ไปถึงเรื่องระหว่างเฮียกับพี่จี้ด้วย และหากคิดดี ๆ ก็ไม่น
“ไม่เอานะคะ หนูไม่ ว้าย!”ทันทีที่สั่นหัวปฏิเสธ…เฮียครามกับเฮียเจินที่มาหยุดยืนที่ด้านหลังเมื่อไรไม่อาจรู้ได้ ก็พากันหิ้วแขนหิ้วขาฉันคนละส่วน ก่อนจะนับหนึ่งไม่ถึงสาม และเหวี่ยงตัวฉันที่พยายามวี้ดว้ายร้องขอชีวิตลงสู่ผิวน้ำฝั่งที่ลึกกว่าด้านที่เฮียยักษ์ยืนตู้ม!ทันทีที่ร่างทั้งร่างจมลงสู่น้ำก็ได้ยิน






