LOGINการปล้นชายฝั่งของพอร์ตรอยัลและคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงในราตรีนี้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี ทรัพย์สมบัติมากมายที่ถูกปล้นชิงมา ออเดรย์สั่งให้แจกจ่ายแบ่งปันกันไปถ้วนหน้า เสียงสรรเสริญยกยอกัปตันเรือดังขึ้นก้องทั่วทั้งทะเลไม่หยุดหย่อน ขณะที่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะกำลังดำเนินไป ออเดรย์กลับไม่ได้พึงใจที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่เคยกระทำกับตนจนเป็นเหตุให้ต้องมีชีวิตเช่นนี้สักเท่าไรนัก
ในหัวของเขาเอาแต่คิดวุ่นเรื่องหีบนั้นไม่หยุด...
หีบนั่น...มีอะไรกันนะ
“จอห์น”
คิดแล้วก็ออกปากเรียก จอห์นที่กำลังดื่มร่ำสุรากับพลพรรคจนเมามายไปส่วนหนึ่งแล้วหันมามองพลางส่งเสียงอ้อแอ้
“ขอรับกัปตัน”
“ให้กะลาสีไปขนหีบนั่นมาที่นี่ที ข้าจะเปิดมัน”
“ได้ขอรับ”
จอห์นไม่ปฏิเสธใดๆ เขาเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าในนั้นมันมีอะไร ก่อนที่จะร้องตะโกนบอกดังไปทั่วทั้งเรือ ไม่นานหีบก็ถูกลากมาที่กลางดาดฟ้าเรือ ออเดรย์ก้าวมาหยุดตรงหน้า สำรวจหีบนั้นอยู่อีกครู่หนึ่ง
หีบนั่น...น่าจะเป็นหีบที่มีความสำคัญจริงๆ นั่นแหละ เพราะนอกจากจะมีทั้งแม่กุญแจและโซ่พันธนาการอยู่แล้ว ที่ฝาของหีบยังมีการสลักตราประทับประจำตระกูลของลอร์ดผู้นั้นไว้อีกด้วย แต่อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่ากับความยาวของหีบที่แทบจะเท่าตัวของคน
ไม่แทบจะเท่า...มันเท่าเลยล่ะ ออกจะยาวกว่าด้วยซ้ำ ผู้ชายตัวใหญ่ๆ ลงไปนอนในนั้นได้สบายๆ
“ให้เปิดเลยไหมขอรับ”
ออเดรย์โบกมือเล็กน้อย พลันเสียงขวานที่ถูกฟันลงมาบนโซ่นั้นก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งลำเรือ นานทีเดียวกว่าที่โซ่เส้นหนาจะขาดสะบั้นจากกัน ออเดรย์ยื่นมือออกไปตรงหน้า เป็นสัญญาณว่าให้กะลาสีเรือที่ทำหน้าที่หั่นโซ่นั้นส่งขวานมา
ทันทีที่ข้ามขวานอยู่ในมือ เขาก็ฟันมันลงไปบนแม่กุญแจ
เคร้ง!
เสียงแม่กุญแจที่หักจากกันร่วงหล่นลงบนพื้น เป็นสัญญาณว่าหีบนั้นพ้นจากพันธนาการแล้ว ทุกชีวิตบนเรือตื่นเต้นที่จะได้เห็นทรัพย์สมบัติภายในหีบนั้นจนเบนความสนใจไปที่กัปตันเรือกันหมด ขณะที่ออเดรย์ทิ้งขวานลงบนพื้น โน้มตัวลงพลางเอื้อมมือไปเปิดฝาหีบออก
ฝาหีบถูกแง้มทีละนิดท่ามกลางความลุ้นระทึกของเหล่ากะลาสี
สมบัติ...ข้างในจะต้องมีสมบัติอยู่เป็นแน่
ทว่าเมื่อฝาหีบถูกเปิดออก สิ่งที่พวกเขาเห็นหาใช่สมบัติตระการตา หากแต่เป็นร่างของชายคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ด้านใน ดวงตาของออเดรย์จับจ้องไปยังผู้ชายคนนั้นที่หลับตาพริ้มอยู่ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสยังมือของร่างแน่นิ่งนั้นซึ่งประสานอยู่บนหน้าอก
เย็นเฉียบ...
พลันก็เลื่อนไปอังที่ปลายจมูก
ไร้ซึ่งลมหายใจ...
นี่มันศพนี่นา!
ปัง!
ออเดรย์ปิดฝาหีบลงทันที ความลุ้นระทึกก่อนหน้าอันตรธานหายไปหมด เหลือเพียงสีหน้าซีดเซียวระคนสนเท่ห์ของเหล่าลูกเรือ
“อย่าบอกนะว่าเป็นโลงศพ?”
จอห์นเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบขึ้น ขณะที่หัวคิ้วของออเดรย์ขมวดมุ่น
“ไอ้บัดซบตัวไหนมันบอกให้ขนหีบสัปปะรังเคนี่ขึ้นมา!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้น พลันปลายนิ้วของบรรดากะลาสีที่ได้รับคำสั่งให้ขนหีบใบนั้นก็ชี้ไปทางกัปตันเรืออย่างรวดเร็ว
บัดซบ! เขาเป็นคนสั่งเอง!
“เอาไปโยนทิ้งลงทะเล อย่าให้ข้าได้เห็นมันอีก!”
จากนั้นก็หงุดหงิดเสียจนแทบทนไม่ไหว
ลอร์ดนรกนั่น... ตั้งใจจะแกล้งเขาล่ะสินะถึงได้ทำกับดักล่อลวงไว้อย่างนี้ หากไม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง ก็คงไม่เอาศพมาใส่หีบเอาไว้หรอก มีใครที่ไหนบรรจุศพลงในหีบสมบัติกันบ้าง!
กะลาสีรีบร้อนทำตามคำสั่งด้วยกลัวว่าจะทำให้ออเดรย์หัวเสียจนออกคำสั่งลงโทษพวกตน หีบถูกยกขึ้นวางพาดกับกราบเรือ ขณะที่กำลังจะถูกทิ้งลงไปในทะเล พลันออเดรย์ก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้
ศพของผู้ชายที่อยู่ในหีบนั่น...หน้าตาเหมือนภาพวาดบนผนังห้องโถงของคฤหาสน์หลังนั้นเลยนี่นา
“ประเดี๋ยวก่อน...”
หันขวับกลับมาจะบอกให้พวกกะลาสีอย่าเพิ่งทิ้ง แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เสียงดังตูมจากของชิ้นใหญ่ที่หล่นลงกระแทกผิวน้ำดังมาให้ได้ยิน
น่าเสียดาย...ผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นคนสำคัญของตระกูลลอร์ดก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกเก็บรักษาในหีบ มิหนำซ้ำยังพันธนาการเสียแน่นหนา
รู้อย่างนี้น่าจะเอาไว้เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับเจ้าข้าหลวงผู้นั้น แต่ช่างมันเถิด ทิ้งไปแล้วก็ทิ้งไป ยังดีกว่าปล่อยให้ศพนั่นมาส่งกลิ่นเน่าเหม็นบนเรือของเขา
ออเดรย์ไม่สนใจสิ่งใดอีก ปล่อยให้บรรดาลูกเรือร้องรำทำเพลงไปตามประสา ราตรีนี้เขาเหนื่อยมากแล้ว ตั้งใจว่าจะกลับเข้าไปในห้องกัปตันเพื่อพักผ่อน ทว่าเมื่อก้าวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว คบไฟบนเรือก็ถูกสายลมพัดดับวูบ หากมันเป็นลมทะเลธรรมดา เขาอาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ แต่เมื่อครู่นั้นเป็นลมที่พัดมาวูบหนึ่งแล้วก็ผ่านไป เมื่อหันไปมองก็พบว่าคบไฟที่ถูกจุดไว้ในแต่ละแห่งบนดาดฟ้าเรือค่อยๆ ดับวูบไปทีละอัน เท่านั้นมือของทุกชีวิตก็คว้าเอาอาวุธมากระชับในมือทันที
และก็คิดถูกแล้วที่ทำเช่นนั้น ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัด มีเสียงของบางสิ่งบินผ่านตัดอากาศดังฉวัดเฉวียน ครั้นหันไปมองก็เห็นว่ามีเงาของอะไรบางอย่างวูบไหวผ่านหน้าจากนั้นก็หายไปด้วยความรวดเร็ว
นั่นมัน...
“นั่นอะไร...”
ใครบางคนเอ่ยถามเสียงแผ่ว แต่ไร้ซึ่งคำตอบ ออเดรย์กระชับดาบในมือตนเองมั่น ก่อนที่จะต้องแทบหยุดหายใจเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของลูกเรือคนหนึ่งดังโหยหวนออกมา
“อ๊าก!”
“ช่วยด้วย! ไม่! อ๊าก!”
ตามมาด้วยเสียงของใครต่อใครอีกหลายคนที่ดังมาไม่หยุดหย่อน ระคนกับเสียงของบางสิ่งถูกโยนลงน้ำซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นเสียงที่เกิดจากร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่นี้ ลูกเรือพากันขวัญหนีดีฝ่อด้วยไม่เห็นว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเผชิญอยู่กับอะไร ออเดรย์รีบร้องสั่งการทันควัน
“จุดคบเพลิง! จุดคบเพลิงเร็วเข้า!”
พอจะได้สติขึ้นมากันบ้างแล้ว ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเร่งรีบ คบเพลิงอันหนึ่งถูกส่งมาให้กับออเดรย์ เมื่อเขารับไปถือและหันกลับมาทางเดิม เขาก็ต้องตกใจจนทำคบเพลิงร่วงหล่นไปบนพื้นเรือเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในระยะประชิด
แสงไฟจากคบเพลิงที่กลิ้งไปบนพื้นสว่างพอที่จะทำให้เห็นใบหน้าของคนที่มายืนอยู่ตรงนั้น
รูปหน้าสมมาตรปานรูปปั้นเทพบุตร...
เส้นผมสีบลอนด์หยักศกยาวสลายจนถึงกลางหลัง...
อาภรณ์ของชนชั้นสูงที่สวมใส่...
คนผู้นั้น...ศพเมื่อกี้นี่นา!?
ออเดรย์พรึงเพริด รีบกระถดถอยห่างทันที แต่ไม่ทันการเมื่ออีกฝ่ายเอื้อมมือไปคว้าเอาลำคอของเขาไว้อย่างรวดเร็วจนหนีไปไหนไม่ได้ ฝ่ามือเย็นเยียบทำให้ความหวาดกลัวแล่นพล่านขึ้นสู่สมองของออเดรย์ แต่อะไรก็ไม่ทำให้เขาหวั่นใจได้มากเท่ากับคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา
“ขอบน้ำใจที่ปลดปล่อยข้า...กัปตัน”
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อยโยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีกออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ขอ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะเกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย



![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



