Masukเกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น
“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”
ออเดรย์พูดไม่ออก
ไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก
“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”
สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อย
โยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า
“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”
จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีก
ออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ของเกรแฮมนิ่ง มันก็ขวนให้มองดีอยู่หรอกเพราะแวมไพร์ตรงหน้ามีรูปโฉมที่งดงามไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้อีกฝ่ายสมสู่ด้วยเสียหน่อย!
เป็นผู้ชายด้วยกันก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังเป็นแวมไพร์อีก ใครมันจะไปนอนถ่างขาให้กัน!
สองขาถีบกระถดหนีไปจนติดหัวเตียงทันที เกรแฮมหัวเราะให้กับท่าทางนั้น ทั้งที่รู้ว่าหนีไม่ได้ก็ยังจะดิ้นหนีราวกับเป็นหนูตัวเล็กๆ ที่ติดจั่น
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะถนอมเจ้า”
เรื่องสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่เขากำลังจะถูกแวมไพร์ซึ่งเป็นเพศชายด้วยกันข่มเหงต่างหาก!
“หากเจ้าแตะต้องข้า ข้าสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าเลยว่าหากหลุดรอดไปเมื่อไร ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ได้ยินประโยคนั้น เกรแฮมก็เลิกคิ้วสูง
“ฆ่าข้าอย่างนั้นรึ?”
ไม่มีคำตอบจากคนตรงหน้า
“ก็เอาสิ หากคิดว่าจะฆ่าข้าอีกครั้งได้ก็สุดแล้วแต่ใจเจ้า”
ช่างไม่ได้เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ เลยแม้แต่น้อย ก็อย่างว่า เขาตายมาแล้วหนึ่งรอบจากการขายวิญญาณให้กับแม่มดตนนั้น มีชีวิตเป็นอมตะแล้ว เหตุใดจะต้องกลัวที่จะถูกฆ่ากันอีกล่ะ
ออเดรย์รู้ตัวเลยว่าการขู่นั้นไม่ได้ผล พลันก็คิดหาทางหนีทีไล่จนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะตะเบ็งเสียงออกมาอีกด้วยจู่ๆ ก็นึกถึงการปราบแวมไพร์จากตำนานที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานได้ขึ้นมา
“หากเจ้าคิดจะทำอะไรข้าแล้วล่ะก็ ข้าจะเอาลิ่มไม้ตอกที่หัวใจของเจ้า!”
พอเปลี่ยนคำพูด เกรแฮมจึงชะงัก
ลิ่มไม้ตอกที่หัวใจ... ถึงเขาจะเป็นแวมไพร์ที่มีชีวิตเป็นอมตะ แต่ก็ใช่ว่าจะดับสูญไม่ได้ ปืนผาหน้าไม้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ก็จริง แต่ลิ่มไม้นั้น...ทำเขาหายไปจากโลกนี้ตลอดกาลได้เลย โดยเฉพาะลิ่มไม้ที่ถูกมัดเป็นรูปกางเขน รับรองเลยว่าเขาไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลีแน่
“ตอนแรกข้าก็ว่าเจ้าน่าเอ็นดูดี แต่ตอนนี้ชักจะไม่เสียแล้วสิ”
ดวงตาสีแดงประกายวาวโรจน์ ทำเอาออเดรย์รู้สึกผิดที่โพล่งออกไปอย่างนั้น
ไม่ได้รู้สึกผิดกับเกรแฮมนะ รู้สึกผิดกับตัวเขาเองนี่ล่ะ!
“แล้วอย่ามาหาว่าข้าไม่ถนอมเจ้าก็แล้วกัน อดีตกัปตัน”
มือฉุดกระชากข้อเท้าของออเดรย์ให้เคลื่อนลงมานอนราบไปกับเตียง ก่อนที่จะกระชากเสื้อผ้าที่ยังคงปกปิดช่วงล่างบนกายเขาออกเป็นชิ้นๆ
ออเดรย์เห็นท่าไม่ดีแล้ว เรี่ยวแรงมีแค่ไหนก็ดีดดิ้นหนีสุดกำลัง หากแต่ก็ต้องนิ่งงันไปเมื่อร่างกายถูกฝ่ามือใหญ่ลากไล้ไปตามผิวเนื้อ
ฝ่ามือนั้น...เย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หากแต่ก็เหมือนกับถูกอาบไปด้วยมนตราจนทำให้เขาขยับกายไปไหนไม่ได้ ก่อนที่จะต้องแอ่นสะท้านเมื่อริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายจรดจูบลงมาบนตุ่มไตเม็ดเล็กบนแผงอก
ปลายลิ้นเย็นลากไล้ ตวัดกลืนกินอย่างกระหาย ความรู้สึกต่อต้านพร่างพรายไปทั่วร่างของออเดรย์ เขาพยายามที่จะดิ้นรนขัดขืน
ทว่า...มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายขนาดนั้น หากอีกฝ่ายที่รุกล้ำเขาอยู่เป็นมนุษย์ มันอาจจะง่ายดายกว่านี้ก็เป็นได้ แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นแวมไพร์แล้ว เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าแวมไพร์ตรงหน้ามีเวทมนตร์ใดที่สะกดให้เขาหลงระเริงไปกับรสสัมผัสหรือไม่
ยิ่งไร้ซึ่งการต่อต้านขัดขืน เกรแฮมก็ได้ใจ ตะโบมจูบลูบไล้เสียจนกายแกร่งนั่นสั่นสะท้าน หัวสมองของออเดรย์มึนงงไปชั่วครู่ ก่อนที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาที่ไม่สมควรเกิด
เขากำลังเกิดกำหนัด!
น่าละอายที่มันเกิดกับบุรุษเพศ น่าละอายยิ่งกว่าที่คนที่ทำให้ความรู้สึกนี้บังเกิดไม่ใช่มนุษย์!
“ยะ...อย่า...”
เขาพยายามจะต้านทานด้วยการปราม ทว่าเกรแฮมเป็นนักรัก เมื่อขึ้นสู่สังเวียนแล้วก็ไม่มีวันที่จะถอยหลังลงมาง่ายๆ เขาละเลียดจูบพรมไปบนแอ่งชีพจรของอีกฝ่าย รับเอาทุกอณูความร้อนของร่างกายใต้ร่างที่เขาไม่มีมาโอบอุ้มไว้อย่างโหยหา ก่อนจะปิดปากออเดรย์ที่พยายามจะร้องปรามเขาอีกครั้งด้วยริมฝีปาก
“ข้า...ข้าจะฆ่าเจ้า...”
เมื่อจุมพิตถูกถอดถอน น้ำเสียงแหบห้าวก็ดังขึ้น หากแต่ไร้ซึ่งการสร้างความกลัวเกรงให้กับเกรแฮม มีเพียงรอยยิ้มหยันเท่านั้นที่พร่างพรายอยู่บนใบหน้าของเขา
“ฆ่าข้าด้วยรสรักของเจ้าเลย อดีตกัปตัน...”
สิ้นเสียงก็ประทับริมฝีปากจุมพิต ดูดกลืนราวกับว่าจะกระชากวิญญาณของออเดรย์ให้หลุดออกจากร่าง ออเดรย์พยายามแล้วที่จะปฏิเสธการรุกรานนั้น แต่เมื่อเผลอเผยอริมฝีปาก ปลายลิ้นของเกรแฮมก็แทรกเข้ามาตวัดตักตวงทุกสิ่งจากเขาไปเสียหมดสิ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะครางฮืมในลำคออย่างพอใจ
แม้ว่าโจรสลัดตรงหน้าจะดูสกปรกโสมม แต่เมื่อได้ชิมแล้ว กลับหวานล้ำจนไม่อาจยับยั้งใจได้...
รสจูบของออเดรย์ทำให้เกรแฮมสงสัยยิ่งนักว่าร่างกายส่วนอื่นจะมีรสชาติเช่นใด เมื่อถอนริมฝีปากออกมา เขาก็วนเวียนไล่พรมจูบไปทั่วซอกคอ กระถดถอยลงมายังแผ่นอก ลากไล้ปลายลิ้นกลืนกินทุกส่วนอ่อนไหวอีกครั้ง ก่อนที่จะทำให้ออเดรย์ต้องคลั่งเมื่อเรียวปากนุ่มแตะลงไปบนหน้าท้อง จากนั้นก็มาหยุดยังส่วนกลางของลำตัวอันเป็นจุดศูนย์รวมของความรู้สึกทั้งหมด
“รสชาติของเจ้าจะเป็นเช่นไรกันนะ”
น้ำเสียงหยอกเย้าดังเข้ามาในหู ออเดรย์ทอดสายตามองไปก็พบว่าแก่นกายกลางลำตัวของตนกำลังถูกฝ่ามือของเกรแฮมหยอกเย้าอยู่
เขาควรจะหยุดมัน!
แต่...จะยับยั้งอย่างไรกันเล่าในเมื่อพอถูกสัมผัสแล้ว สะโพกของเขากลับแอ่นรับอย่างเป็นจังหวะเช่นนั้น ร้ายไปกว่านั้นคือการที่เขาตอบสนองเป็นอย่างดีเมื่อถูกโพรงปากของแวมไพร์กลืนกินเข้าไปทีละนิดราวกับว่าหลงใหลในสิ่งที่เกรแฮมปรนเปรอให้ ยิ่งไปกว่านั้น ความคุ้นเคยบางอย่างก็ยิ่งแผ่ซ่าน
คุ้นเคย...
คุ้นเคยอะไรกัน เขาไม่เคยรู้จักเกรแฮมสักนิด ที่สำคัญ เขาไม่เคยร่วมรักกับบุรุษใดมาก่อน จะมาคุ้นเคยกับการสัมผัสของบุรุษตรงหน้าได้อย่างไร!
เสียงครางกระเส่าดังลอยขึ้นมาให้ได้ยิน ความคิดก่อนหน้านั้นมลายหาย ลมหายใจของออเดรย์ขาดห้วงเป็นระยะเมื่อเกรแฮมเร่งเร้ามากขึ้น
การกระทำของเกรแฮมเสมือนกับพายุที่ทำให้เรือของออเดรย์โคลงเคลงเสียแทบคว่ำ แม้ว่าจะพยายามบังคับให้เรือทรงตัวอยู่ได้เพียงใด แต่สุดท้ายแล้วก็มิอาจจะทัดทานต่อพายุแห่งกามารมณ์ได้ไหว จนสุดท้ายความอัดอั้นที่ถูกกักเก็บอยู่ภายในก็ปะทุออกมา
ร่างกายของอดีตกัปตันหนุ่มสั่นสะท้าน เกรแฮมพอใจกับรสชาติที่ได้รับอย่างถึงที่สุด เขากลืนกินทุกหยาดหยดอย่างไม่รังเกียจราวกับลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านั้น โจรสลัดผู้นี้ดูซกมกมากเพียงใด
“ข้าจะทำให้เจ้าสุขสมมากกว่านี้ ออเดรย์ แบลร์...”
ออเดรย์ไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะรู้ชื่อเต็มของเขาได้อย่างไร ดูท่าแล้วก็คงเป็นพวกลูกเรือทรยศของเขานั่นล่ะที่บอก เขารู้แต่เพียงว่าบัดนี้ขาทั้งสองข้างของเขาถูกจับขึ้นตั้งชัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะแหวกมันออก แล้วค่อยๆ โน้มใบหน้าลงต่ำไปทีละน้อย
ออเดรย์พรึงเพริดเมื่อความเย็นแตะลงมาเบาๆ ยังส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกาย
“จะ...เจ้า...”
มือทั้งสองรีบดันเอาศีรษะของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว แต่ก็ป่วยการเปล่าเพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว เกรแฮมยังชำแรกดุนดันเข้ามาจนร่างกายของออเดรย์อ่อนระทวยไปหมด
มีเวทมนตร์...
แวมไพร์ตนนี้จะต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!
ออเดรย์เชื่ออย่างนั้นไปแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น เหตุใดเขาถึงได้คล้อยตามไปจนเคลิบเคลิ้มได้ถึงเพียงนี้กันล่ะ
กว่าที่จะยอมถอดถอนปลายลิ้นออกมา ก็ทำเอามนุษย์หนุ่มถึงกับหายใจติดขัดไปหมด พลันจุมพิตแผ่วเบาก็ถูกประทับลงมายังริมฝีปากอีกครั้ง
“มอบร่างกายของเจ้าให้กับข้า แล้วข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”
จะยินดีหรือไม่ ในยามนี้ออเดรย์จะไปขัดขืนอะไรได้อีก แม้จะไม่พยักหน้ารับ แต่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่มองใบหน้าของอีกฝ่ายฉ่ำเยิ้มก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า 'ยินยอมให้กระทำตามใจทุกสิ่ง'
นิ้วเรียวของเกรแฮมค่อยๆ แทรกเข้ามาในกายของคนใต้ร่าง ในวูบแรกความอึดอัดนั้นทำให้ออเดรย์เบ้หน้า แต่เมื่อเกรแฮมเริ่มค่อยๆ ขยับเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน ความอึดอัดนั้นก็บังเกิดเป็นความหฤหรรษ์ในชั่วพริบตา กำหนัดที่ถูกขจัดไปแล้วในครั้งก่อนพร่างพรายขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนที่อ่อนนุ่มยังกลางลำตัวแข็งขืนชูชันอีกระลอก เมื่อเกรแฮมถอนนิ้วออก ออเดรย์ก็ทอดมองด้วยสายตาเชื้อเชิญ
“อยากจะหยุดหรือไม่กัปตัน...”
ถามออกมาทั้งที่รู้คำตอบดีว่าในตอนนี้ ออเดรย์ไม่สามารถหยุดได้อีกแล้ว ต่อให้ไม่อยากถูกสัมผัส ต่อให้ไม่อยากทำ แต่ความกำหนัดก็สะกดให้เขาต้องพยักหน้ารับ
“ไม่...อย่าหยุด...”
เพียงเท่านี้ เกรแฮมก็หยักยิ้มอย่างพึงใจ ค่อยๆ แทรกลำตัวเข้าไปสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับอีกฝ่าย ออเดรย์ผวาเฮือก ตวัดสองแขนโอบกอดร่างของคนตรงหน้าแน่น แรงกดที่ส่งผ่านปลายนิ้วลงมายังแผ่นหลังของเกรแฮมนั้นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายยังบริสุทธิ์
“ไม่เป็นไร ข้าบอกเจ้าแล้วว่าจะอ่อนโยน”
ก็บริสุทธิ์แค่ช่องทางนั้นน่ะนะ ใช่ว่าออเดรย์จะไม่เคยมีสัมพันธ์สวาทกับผู้อื่นเสียที่ไหน โสเภณีบนฝั่งก็ล้วนแล้วเคยชิมชม แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไรก็ตามที
“ผ่อนคลาย...”
น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นให้ได้ยินอีกครั้ง ออเดรย์เชื่อฟังอย่างว่าง่ายประหนึ่งว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่เกรแฮมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าทีละน้อย กระทั่งเห็นว่าความหวามไหวผุดพรายเข้ามาแทนที่ความหวาดหวั่นนั่นแล้ว แรงเคลื่อนไหวถึงได้ทวีมากขึ้นตามลำดับ
ออเดรย์ครางกระเส่า ใบหน้าคร้ามในยามนี้เต็มไปด้วยความกำหนัดที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มตา เส้นผมสีดำที่สยายอยู่บนหมอนกระจายไปทั่วจนยุ่งเหยิง หากแต่นั่นเป็นภาพที่ชวนให้มองสำหรับเกรแฮมอยู่ไม่น้อย
ยิ่งมอง...เขาก็ยิ่งนึกถึงใครบางคนจนอดใจไม่ได้ที่จะประทับจูบไปทั่วใบหน้านั้น ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู
“ออเดรย์...ยอดรักของข้า”
จากนั้นบทเพลงรักก็ดำเนินต่อไป...
เสียงกระเส่าดังออกมาจากห้องของกัปตันไม่หยุดหย่อน เหล่าลูกเรือพาต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อ คิดไม่ออกเลยว่าภายในนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง ขณะที่ออเดรย์ในยามนี้รู้แต่เพียงว่า...
...การมีสัมพันธ์สวาทกับบุรุษด้วยกันก็ไม่เห็นจะเลวร้ายตรงไหนเลย
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อยโยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีกออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ขอ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะเกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย
“ส่งเจ้าพวกไร้ประโยชน์ไป”หลังจากหารือกันแล้ว ออเดรย์ก็ออกคำสั่งเช่นนั้นด้วยเห็นตรงกันว่าในเมื่อเวลานี้ยังไม่มีโอกาสที่จะหนีได้ เพราะหนึ่ง...พวกเขายังอยู่กลางทะเล และสอง...มันเป็นเวลากลางคืน แวมไพร์ซึ่งมีชีวิตอยู่ภายใต้เงารัตติกาลย่อมตามไปกระชากวิญญาณออกจากร่างพวกเขาได้อย่างแน่นอนถ้าคิดจะหนีเอาชีวิ
Chapter 2: Pirates of Black Kraken shipหัวสมองของออเดรย์ยังประมวลผลอยู่ เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่รู้อย่างแน่นอนคือลูกเรือของเขาหลายคนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณและถูกโยนลงทะเลไปแล้ว แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ตอนนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นมือทั้งสองข้างจับข้อมือเย
การปล้นชายฝั่งของพอร์ตรอยัลและคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงในราตรีนี้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี ทรัพย์สมบัติมากมายที่ถูกปล้นชิงมา ออเดรย์สั่งให้แจกจ่ายแบ่งปันกันไปถ้วนหน้า เสียงสรรเสริญยกยอกัปตันเรือดังขึ้นก้องทั่วทั้งทะเลไม่หยุดหย่อน ขณะที่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะกำลังดำเนินไป ออเดรย์กลับไม่ได้พึงใจที่สร้างความเด
Chapter 1: Treasureทิวาอันตรธาน ราตรีกาลมาเยือน เหล่าโจรสลัดที่แฝงกายซุ่มรอจังหวะในการเข้าโจมตีชายฝั่งของพอร์ตรอยัลเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งจากผู้เป็นกัปตัน ออเดรย์ยังคงนิ่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจับจ้องไปยังอาคารหลังหนึ่งเบื้องหน้ามันเป็นคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล...ท่านข้าหลวงที่ขูดรีดภาษีประ







