로그인ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!
ต้องมีเวทมนตร์...
เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!
ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเอง
เขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!
แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที
“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”
เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยังชายหนุ่มมนุษย์ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น สาละวนกับการแก้ปมเชือกกางเกงบริเวณหน้าขาของตน
ออเดรย์เหลือบมองขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลฉายความไม่พอใจเด่นชัด หากแต่ใบหน้าดื้อรั้นนั่นกลับเก็บอารมณ์อย่างยิ่งยวด ก่อนที่เจ้าของริมฝีปากสีเชอร์รี่จะเปล่งเสียงออกมา
“ข้าก็แค่อยากจะเอาใจกัปตันเรือคนใหม่”
พูดไปแล้วก็ต้องเผลอขบกรามแน่น
ฮึ! กัปตันเรือคนใหม่อย่างนั้นหรือ? ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น เรือแบล็กคราเคนเป็นของข้าต่างหาก!
“แค่นั้นหรือ?”
เกรแฮมถามอย่างรู้ทัน การที่อีกฝ่ายยอมลดทิฐิมาเอาใจเขา มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้แน่ๆ
หากแต่ออเดรย์ไม่ตอบ กลับว่าเสียงขุ่น
“อย่าถามมากได้ไหม จะให้ข้าทำหรือไม่ทำ?”
ย่อมแน่ว่าเกรแฮมไม่ปฏิเสธ
“ทำสิ ทำเลยยอดรักของข้า”
ฟังแล้วก็ขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งแนวสันหลัง
ยอดรัก... ใช่ที่ไหนกันล่ะ!
แต่ออเดรย์ก็แสร้งเมิน ทำเสียว่าไม่ได้ยิน จัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ช่วงล่างของคนตรงหน้าออกจนหมดสิ้น พลันใช้ฝ่ามือกอบกุมไปยังท่อนเนื้อที่ชูชันขึ้นมา
แม้แต่ตรงส่วนนี้ก็ยังเย็นไม่ต่างจากซากศพ...
ความผิดแผกไปจากธรรมชาติทำให้เรียวคิ้วสวยของออเดรย์ย่นยู่
“มันอาจจะทำให้เจ้ารู้สึกประหลาดไปเสียหน่อย ถึงจะไม่อุ่นร้อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็ยังใช้การได้ดีอยู่”
เกรแฮมว่าออกมาอย่างรู้ทัน เรื่องนั้นออเดรย์รู้ดีอยู่แล้วล่ะน่า
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้าทำ ก็เงียบๆ ปากไปบ้างเถอะ”
เกรแฮมพยักหน้า เอนกายไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายได้ปรนเปรอตนเองได้สะดวก ขณะที่ออเดรย์รูดรั้งท่อนเนื้อนั่นแล้วก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด
เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน จะได้ตะล่อมง่ายๆ!
พลันริมฝีปากหยักก็เผยอออก ก่อนจะจรดจูบลงมายังส่วนปลายของยอดแผ่วเบา พออ้าปากได้ก็แลบลิ้นเลียไล้ไปตามรูปทรงของมัน เกรแฮมครางฮืมออกมาอย่างพึงใจกับสัมผัสนั้น มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของมนุษย์หนุ่มที่กำลังวนเวียนอยู่บริเวณหน้าขา ก่อนที่จะต้องกำเส้นผมสลวยนั่นไว้แน่นในกำมือเมื่อออเดรย์อ้าปากเข้าครอบครองมันอย่างเต็มรัก
“ออเดรย์...”
เสียงครางกระเส่าดังมาพร้อมกับเสียงหายใจกระหืดหอบ...
ทั้งที่ตายไปแล้วแท้ๆ แต่เกรแฮมกลับมีเสียงลมหายใจอย่างนี้ดังมาให้ได้ยินจนได้ มันก็สร้างความน่าประหลาดใจให้กับออเดรย์อยู่ไม่น้อย ทว่าเขาก็ไม่คิดที่จะหยุดภารกิจเบื้องหน้ามาถามหรอก ได้แต่ตั้งใจกระทำจนกว่ามันจะเสร็จสิ้น
ปากยังคงปรนเปรออีกฝ่ายไม่หยุด ทั้งดูดดุน ทั้งรูดรั้งโลมไล้ ไม่นานนักก็รู้สึกได้ถึงการกระตุกเกร็งจากคนตรงหน้า ออเดรย์ตั้งใจว่าจะถอนริมฝีปากออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะหลั่งสิ่งซึ่งไม่น่ามีรสชาติอภิรมย์ใส่ หากแต่เมื่อช้อนสายตามองและเห็นดวงหน้าคร้ามในยามนี้แล้ว ความรู้สึกหนึ่งก็แล่นวูบขึ้นมา
อยากเห็นว่าใบหน้าของเกรแฮมยามถูกรุกเร้าจนถึงที่สุดเป็นอย่างไร...
ดังนั้นจึงไม่ยอมถอนริมฝีปาก กระทำอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอีกฝ่ายกระตุกเกร็งขึ้นมาอย่างรุนแรง
ของเหลวบางอย่างอบอวลอยู่ในปาก ออเดรย์ตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่ออกมาจากร่างของคนตรงหน้ามันหาใช่ของมนุษย์ ทว่าก็ต้องหยุดพรึงเพริดเมื่อเกรแฮมว่าขึ้นอย่างรู้ทัน
“ไม่เป็นไรออเดรย์ ถึงข้าจะตายแล้ว แต่ก็หาใช่ว่าสิ่งที่ออกมาจากร่างกายของข้ามันจะเน่าเสียหน่อย กลืนลงไปเถอะ”
แค่นั้นก็ทำให้อีกฝ่ายทำตามโดยง่าย เมื่อถอนริมฝีปากออกมา เกรแฮมก็ดึงให้ขึ้นมานั่งบนตักของตน ก่อนจะยิ้มบางๆ ส่งให้ด้วยความพึงพอใจ
“ทำได้ดีมากยอดรัก”
เป็นอีกครั้งที่ถูกเรียกเช่นนั้น ออเดรย์ไม่ชอบสักเท่าไรที่ได้ยินตนเองถูกเรียกอย่างนี้ แต่ก็พอจะแสร้งทำเป็นเมินได้อยู่บ้างเมื่อนึกถึงแผนการที่ตนควรดำเนินต่อ
“ว่าแต่เจ้าอยากจะขออะไรข้าอย่างนั้นหรือ?”
แล้วก็เป็นเกรแฮมที่ถามขึ้นอย่างรู้ทัน ไม่มีทางหรอกที่ออเดรย์จะมายินยอมปรนเปรอความสุขให้เขาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องการผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่ต่อให้ตอนนี้เกรแฮมจะรู้ว่าเขาทำไปเพื่อหวังผลก็ช่าง ออเดรย์ไม่สนใจแล้ว วิธีไหนที่ได้มาซึ่งผลลัพธ์ เขายินยอมกระทำหมด
“ข้าอยากเข้าฝั่ง”
พอพูดออกไป เรียวคิ้วสวยของเกรแฮมก็ยกขึ้นสูง
“เข้าฝั่ง?”
“ลูกเรือของข้า...” แล้วก็หยุดไปครู่ “ลูกเรือของเจ้าอยากจะเที่ยวซ่อง”
หยุดเพราะต้องเปลี่ยนคำพูด ในตอนนี้เรือแบล็กคราเคนไม่ได้มีเขาเป็นกัปตันเสียหน่อย แต่เป็นเจ้าแวมไพร์ตนนี้ต่างหากที่ครอบครอบอยู่
“เที่ยวซ่องโสเภณีน่ะหรือ?”
“ใช่ เป็นรางวัลที่ปล้นคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงนั่นได้”
ออเดรย์ว่า โดยปกติแล้วเขาก็จะตอบแทนลูกเรือของเขาเช่นนั้น เกรแฮมก็พอจะเข้าใจ มันเป็นวิถีของเหล่าโจรสลัดชายฉกรรจ์ จึงเอ่ยปากตอบรับ
“ถือว่าเจ้าเป็นคนปลดปล่อยข้าออกจากหีบนั่น ข้าจะยอมตามใจเจ้าก็แล้วกัน มีคำสั่งออกไปว่าเราจะเข้าฝั่งที่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุด เท่านี้พอใจไหม”
ออเดรย์เบิกตาโพลงด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบรับง่ายดายขนาดนี้
“เจ้าพูดจริง?”
“พูดอย่างกับว่าอยากให้ข้าเปลี่ยนใจ”
แน่นอนว่าไม่ ออเดรย์ส่ายหน้าพรืด
“แล้วจะถามซอกแซกเพื่อการใดเล่า”
“ข้าก็แค่จะถามให้แน่ใจเท่านั้นว่าไม่ได้หูฝาด”
“เจ้าไม่ได้หูฝาด...ออเดรย์ สำหรับเจ้าแล้ว มีสิ่งใดบ้างเล่าที่ข้าไม่ยินดีที่จะมอบให้”
คำพูดนั้นฟังดูแล้วก็ประหลาดไม่น้อย ออเดรย์สบตากับอีกฝ่าย ขณะที่เกรแฮมหยักยิ้ม ก่อนจะยกมือประคองที่ซีกหน้าข้างหนึ่งของเขา
“ไม่มีครั้งใดเลยที่ข้าจะไม่ยินดีมอบทุกสิ่งให้เจ้า ไม่เว้นแม้แต่ชีวิต...”
สิ้นเสียง พลันก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอก ความวูบไหวบางอย่างทำให้ออเดรย์ไม่กล้าที่จะสบตาของเกรแฮม จนต้องเป็นฝ่ายที่เบนสายตาหลบไปเอง
“เจ้าไม่มีแม้กระทั่งชีวิต จะมามอบให้ข้าได้อย่างไรกัน”
“นั่นสินะ” เกรแฮมหัวเราะเบาๆ
“แล้วคืนนี้อย่างไรต่อ?”
“หืม?”
“ข้าถามว่าคืนนี้เจ้าจะทำอย่างไรกับข้าต่อ”
เกรแฮมเข้าใจแล้ว ที่แท้ก็หมายจะถามว่าจะกอดหรือไม่กอดเขาล่ะสินะ
“ย่อมแน่ว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้นอนนิ่งๆ เป็นซากศพทั้งคืน”
เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาคงหนีไม่รอดจากการเป็นที่ระบายความกระหายรักของเกรแฮม แต่...ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ออเดรย์ถึงไม่มีท่าทีขัดขืนในคราวนี้ ออกจะยินดีด้วยซ้ำราวกับว่ามีอะไรบางอย่างมาดลจิตใจของเขาให้ยินยอม ยิ่งได้มองหน้าของเกรแฮมแล้ว ความอุ่นวาบประหลาดก็พร่างพรายขึ้นมาในอกจนทำให้ก้อนเนื้อซึ่งเต้นในอกข้างซ้ายเต้นแรงขึ้น
ลอร์ดเกรแฮม...
ตกลงแล้วที่ข้าเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเจ้าเป็นเพราะสิ่งใดกันแน่?
เป็นคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ แต่ออเดรย์ปรารถนาที่จะรู้ยิ่งนัก...
ตกลงแล้วเป็นเพราะเวทมนตร์ของแวมไพร์หรือเป็นเพราะใจเขาเองกันแน่ที่ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้?
แวมไพร์...มีเวทมนตร์จริงๆ หรือเปล่านะ...
แวมไพร์ไม่มีเวทมนตร์...
ออเดรย์ได้รับคำตอบแล้วหลังจากที่เทียวหาหนังสือเกี่ยวกับปีศาจที่อยู่ภายในห้องกัปตันเรือของเขา หลังจากที่ร่วมรักกับเกรแฮมไปแล้วทั้งคืน เขาก็หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ตื่นจากหลับใหลก็ค้นตู้และหีบทุกใบภายในห้องของตนเองกระทั่งเจอเข้ากับตำนานความเชื่อนี้
หากไม่มีเวทมนตร์ แล้วสิ่งใดกันเล่าที่ทำให้เขาหลงใหลเกรแฮมน่ะ?
หรืออาจจะเป็น...ลีลาท่าทางบนเตียง?
ไม่อยากจะคิดเช่นนั้นหรอก เพราะหากคิดอย่างนั้นก็เท่ากับว่าเขายอมรับว่าเกรแฮมลีลาเหลือร้ายไม่หยอก อะไรไม่ว่า มันทำให้เขาเสียหน้าเพราะคนอย่างเขาไม่ควรที่จะมาติดใจอะไรกับสิ่งที่บุรุษเพศด้วยกันมอบให้
แต่...ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นไปแล้ว หากไม่ใช่อย่างนั้น ออเดรย์คงไม่ส่งเสียงหวาน เชื้อเชิญให้อีกฝ่ายยลเรือนร่างของตนเองทั้งคืนหรอก
น่าเจ็บใจ... น่าเจ็บใจนัก!
“อ่านอะไรอยู่หรือยอดรัก?”
เสียงที่ดังมาจากคนบนเตียงเรียกให้ออเดรย์หันขวับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเกรแฮมที่แฝงกายอยู่ใต้เงามืดมิดในสภาพเปลือยเปล่า ออเดรย์ก็ย่นคิ้วยู่
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
“เรื่องของแวมไพร์...หรือว่าจะสนใจในตัวข้า?”
ไม่ต้องบอก สายตาก็มองเห็นปก หนังสือเล่มนั้นเป็นตำนานเล่าขานที่คฤหาสน์ของเขาในอดีตก็มี
“ข้าจะสนใจในตัวเจ้าหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ออเดรย์ว่าเสียงแข็งเมื่อถูกจับได้ ก่อนจะปิดหนังสือเต็มแรง เกรแฮมเห็นท่าทางกระด้างกระเดื่องนั้นแล้วก็ได้แต่หัวเราะ
“หากเจ้าอยากจะรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับข้านักล่ะก็ เหตุใดจึงไม่ถามข้าซึ่งเป็นแวมไพร์ด้วยตนเองเลยเล่า จะไปอ่านตำนานปรัมปราที่ไม่รู้ว่าจะจริงเท็จแค่ไหนกันทำไม”
“ก็บอกแล้วอย่างไรล่ะว่าข้าจะสนใจในตัวเจ้าหรือไม่ มันไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ออเดรย์ว่าเสียงแข็งไปอีก เกรแฮมเลยเลิกคิ้วสูง
“ตกลงแล้วเจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเหตุใดข้าถึงได้มาเป็นแวมไพร์”
คนฟังชะงักงัน
“น่าเสียดายนะ ข้าเองก็อยากจะเล่าเสียด้วย หากเจ้าไม่อยากฟังก็คงจะสุดแล้วแต่ใจ เห็นทีเจ้าคงไม่ได้รู้แล้วกระมังว่าเหตุใดถึงได้หลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับข้านัก”
คราวนี้ออเดรย์ถึงกับเบิกตาโต
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่รู้สึกว่าตนเองเป็นแบบนั้น ทว่าแม้แต่เกรแฮมเองก็ยังรู้
หรือว่าท่าทางของเขาที่แสดงออกมามันจะชัดเจนเกินไป!?
“เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เจ้าเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ล่ะนะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ออเดรย์สนใจขึ้นมาแล้ว เกรแฮมจึงตบลงบนยังฟูกข้างตัว
“มานั่งนี่สิ แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”
อดีตกัปตันหนุ่มยอมเดินไปนั่งอย่างเชื่องๆ เมื่อทรุดตัวลงนั่งแล้ว ก็ถูกท่อนแขนใหญ่ของอีกฝ่ายรวบเอวเข้ามากอดแน่นจนต้องล้มตัวลงนอน
“คิดๆ ดูแล้วนอนฟังจะดีกว่า”
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อยโยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีกออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ขอ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะเกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย







