LOGINทิวาอันตรธาน ราตรีกาลมาเยือน เหล่าโจรสลัดที่แฝงกายซุ่มรอจังหวะในการเข้าโจมตีชายฝั่งของพอร์ตรอยัลเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งจากผู้เป็นกัปตัน ออเดรย์ยังคงนิ่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจับจ้องไปยังอาคารหลังหนึ่งเบื้องหน้า
มันเป็นคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล...
ท่านข้าหลวงที่ขูดรีดภาษีประชาชน คนซึ่งเป็นชนวนเหตุแห่งความอัปยศในชีวิตของเขา
คืนนี้เขาจะเข้าปล้นที่นี่!
รอจังหวะจนกระทั่งเห็นว่าพวกทหารยามที่ประจำการอยู่ละแวกนั้นเริ่มง่วงเหงาหาวนอน พลันกัปตันหนุ่มก็โบกมือให้สัญญาณ เหล่าโจรสลัดค่อยๆ หย่อนตัวจากเรือเล็กลงไปในน้ำ เดินย่ำเข้าชายฝั่งก่อนที่ทุกสิ่งจะกลายเป็นหายนะเมื่อพวกมันเริ่มปล้นฆ่าอย่างเลือดเย็น
“โจรสลัด! โจรสลัดบุกปล้น!”
เสียงของทหารยามนายหนึ่งตะโกนก้อง ก่อนที่จะถูกปลิดชีพราวกับใบไม้แห้งถูกเด็ดขั้วร่วงหล่น กองโจรสลัดของออเดรย์พุ่งทะยานไปข้างหน้า ปล้นฆ่าไม่ละเว้น มือข้างหนึ่งสังหารเหล่าทหารของรัฐ มืออีกข้างเผาสิ่งก่อสร้างละแวกนั้นจนวอดวาย เหล่าทหารข้าหลวงรีบขอกำลังเสริมไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูแล้วคงจะไม่ทันการ เพราะการที่โจรสลัดแบล็กคราเคนบุกปล้นนั้น... ไม่ได้ยกพลมาแค่เรือลำเดียว แต่มาเป็นกองเรือ
อย่างที่บอก กัปตันออเดรย์ แบลร์ เป็นโจรสลัดที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายประจำน่านน้ำนี้ มีหรือที่เขาจะปล้นชิงเรืออื่นมาเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าชัยชนะที่ได้ครอบครองอยู่เหนือโจรสลัดอื่น เขาก็ไม่มีทางที่จะไม่ใช้งานจากอำนาจที่ได้ครอบครองนั้น
พลพรรคโจรสลัดของเขาที่ยกกันขึ้นฝั่งมาปล้นในวันนี้...มาเป็นกองเรือ
ออเดรย์ก้าวขึ้นชายฝั่งของพอร์ตรอยัลด้วยความกระหยิ่มใจ ฝ่าเท้าที่เหยียบย้ำบนไปบนผืนแผ่นดินเกิดนั้นทำให้การกลับมาของเขาในวันนี้สำราญใจเป็นอย่างยิ่ง
“ไปที่คฤหาสน์ข้าหลวง ปล้นมาให้หมด เอากลับขึ้นเรือเท่าที่จะมากได้”
เสียงทุ้มร้องบอก พลันกะลาสีก็ร้องสั่งการกัน ปล่อยให้กัปตันเดินตามไปยังคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จำทำให้พวกข้าหลวงสิ้นเนื้อประดาตัวกันในวันนี้!
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงยังที่หมาย บรรดาโจรสลัดที่ขับไล่พร้อมร้องขู่เหล่าสาวใช้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปจากคฤหาสน์รีบร้อนกวาดทรัพย์สินลงในหีบและกระสอบเท่าที่จะหาได้ในละแวกนั้น ออเดรย์ไม่สนใจนักหรอกว่าของพวกนั้นจะมีมูลค่าเท่าไร เพราะต่อให้เอาไป ขึ้นเรือไปกลางทะเลเมื่อไร เขาก็จะสั่งให้ลูกน้องเอาแจกจ่ายกัน ส่วนที่เหลือเกินความจำเป็นก็ให้ทิ้งลงทะเลอยู่ดี เขาก็แค่อยากจะสั่งสอนให้เจ้าพวกหมูสกปรกพวกนี้ได้รู้ซึ้งว่าสินทรัพย์ที่มาจากการขูดรีดประชาชนไม่ใช่ทรัพย์ที่พวกมันพึงจะมี
ออเดรย์เดินไปหยุดอยู่กลางห้องโถง ความวุ่นวายยังก่อตัวขึ้นไม่หยุด เสียงเอะอะมะเทิ่งดังตามมา แต่เขาก็หาได้ใส่ใจนอกจากจะมองไปยังภาพเขียนขนาดใหญ่ที่ถูกแขวนอยู่กลางบ้าน
เขาจำได้ดีว่าภาพนั้น... เป็นภาพของ...
เอ๊ะ ไม่ใช่ของข้าหลวงชราคนที่เคยขูดรีดครอบครัวเขานี่?
เรียวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันโดยพลัน เขาจำได้ดีว่าข้าหลวงคนนั้น ในยามนี้มีศีรษะล้านโล่ง ต้องสวมวิกผมลอนสีขาวปกปิด รูปร่างอ้วนท้วมแลดูเหมือนหมูตะกละ ไม่ใช่บุรุษที่มีรูปโฉมงดงามดั่งในรูป ต่อให้ยังหนุ่มแน่น เขาก็มั่นใจว่าคนที่อยู่ในรูปนั้นคือคนละคนกันกับลอร์ดละโมบผู้นั้น
ออเดรย์ยืนมองรูปอย่างพินิจ บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์เยี่ยงชนชั้นสูง ผมยาวสลวยหยักศกเป็นลอนนั้นมีสีบลอนด์สว่างราวกับเส้นไหม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลใสสกาวนั้นเป็นสีเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน แต่สิ่งใดก็ไม่ดึงดูดใจได้เท่ากับเครื่องหน้าสมมาตรประดุจดั่งรูปปั้นเทวทูตที่พบเห็นได้ตามโบสถ์
ผู้ชายคนนี้มีรูปโฉมงดงามมากจริงๆ...
“กัปตันขอรับ! พวกข้าไปเจอหีบนี้ที่ห้องใต้ดินมา ให้เอาขึ้นเรือไปด้วยไหม!?”
เสียงของลูกเรือคนหนึ่งที่ร้องถาม เรียกความสนใจของออเดรย์ให้ละสายตาจากรูปวาดนั้นไปมอง ก่อนที่หีบนั้นจะถูกวางลงบนพื้นไม้ดังปัง พลันรองกัปตันอย่างจอห์นก็ว่าเสียงเขียว
“ไอ้พวกสมองหมู! หีบใหญ่ขนาดนั้นจะเอาขึ้นเรือไปได้อย่างไรเล่า!”
แล้วก็เงื้อมือทำท่าจะทุบเจ้าคนที่ร้องถามจนกะลาสีพวกนั้นต้องพากันหดศีรษะหลบเป็นพัลวัน ทว่าก่อนที่จะได้ถูกทุบ เสียงของออเดรย์ก็ดังขึ้นมาก่อน
“หีบอะไร”
ประหนึ่งเสียงสวรรค์ ความสนใจของจอห์นถูกดึงกลับมาที่กัปตันเรือแล้ว
“ไม่รู้ขอรับ พวกข้าเห็นมันถูกเก็บไว้ในห้องใต้ดินอย่างมิดชิดก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นหีบสมบัติ ถึงได้แบกขึ้นมาด้วย”
“ลองเปิดดูซิ”
ออเดรย์ว่า เท่านั้นกะลาสีก็คว้าขวานมา ทำท่าจะสับลงไปบนแม่กุญแจที่ล็อกฝาหีบอยู่
ไม่สิ... ไม่ใช่แค่จะต้องสับเพียงแม่กุญแจให้ขาด ยังมีโซ่เส้นโตที่พันธนาการทั้งหีบราวกับว่าเกรงผู้ใดจะเปิดมันได้ง่ายๆ อีกด้วย
หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำการใด เพียงแค่เงื้อขวานเท่านั้น เสียงดังตูมก็ทำให้โจรสลัดที่สาละวนกับการขนสมบัติในคฤหาสน์นี้ต้องชะงักงัน หยุดเคลื่อนไหวกันไปทั้งบาง
“เสียงปืนใหญ่”
จอห์นครางออกมา เท่านั้นก็เป็นอันรู้กันแล้วว่ารัฐบาลอังกฤษส่งกองเรือทหารเข้ามาให้การช่วยเรือประชาชนที่พอร์ตรอยัลแล้ว
“กัปตัน ต้องรีบกลับขึ้นเรือแล้ว”
จากนั้นก็ร้องบอกให้กัปตันหนุ่มรับทราบ ออเดรย์ไม่ปฏิเสธ ออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“กลับขึ้นเรือ!”
เท่านี้บรรดาโจรสลัดก็พากันเฮโลขนข้าวของอย่างรวดเร็ว เหล่ากะลาสีที่พากันแบกหีบมารีบร้องถามสวนขึ้น
“แล้วหีบนี่...”
“เอาขึ้นไปด้วย”
“หา?” เป็นเสียงของจอห์นที่ดังออกมาให้ได้ยิน “หีบมันใหญ่เกินกว่าจะเอาขึ้นเรือนะกัปตัน ใหญ่ขนาดนี้เสียเวลาขนด้วย ข้าว่าทิ้งมันไว้ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวจะหนีไม่ทันการ”
พวกกะลาสีที่ขนหีบนั้นมาพากันพยักหน้าเห็นด้วย ต่อให้พวกมันจะเป็นคนขนหีบนี้ขึ้นมาจากห้องใต้ดิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะขนไปที่เรือในขณะที่พวกทหารดาหน้าเข้ามาเตรียมจับพวกมันไปจองจำเพื่อรอการแขวนคอหรอก
ทว่าออเดรย์กลับไม่คิดเช่นนั้น หีบใบใหญ่นั่นถูกพันธนาการเป็นอย่างดี แสดงว่าจะต้องมีความสำคัญต่อข้าหลวงตระกูลนี้ และในเมื่อมันมีความสำคัญ ดังนั้นเขาจะเอาไป
“ขนไป”
“แต่ว่ามัน...”
“ข้าบอกให้ขนไป”
เพียงประโยคสั้นๆ ที่ย้ำขึ้นมาอีกครั้งก็ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะปฏิเสธแล้ว จอห์นถอนหายใจ เป็นเช่นนี้ก็คงจะต้องปล่อยเลยตามเลย
“ขนไปที่เรือ ไปเร็ว!”
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อยโยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีกออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ขอ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะเกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย







