LOGINออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น
“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”
คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!
แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า
“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”
ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะ
เกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย
“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย”
ปลายนิ้วเย็นเยียบเชยคางของออเดรย์ขึ้น ดวงตาสีแดงโลหิตที่จับจ้องไปยังใบหน้าของออเดรย์นั้นทำให้เขาไม่สามารถเอ่ยคำใดๆ ออกมาได้
ดั่งกับมีมนตร์สะกด...
ไม่ใช่พลังอำนาจของแวมไพร์แต่อย่างใด ทว่าเป็นใบหน้าของเกรแฮมต่างหากที่ชวนให้ตะลึงงันเมื่อได้เห็นชัดๆ
เกรแฮม...ไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนปีศาจร้าย แต่งดงามราวกับเทพบุตรมากกว่า
พลันความรู้สึกประหลาดก็แผ่ซ่าน ชั่ววูบหนึ่ง ออเดรย์รู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างประหลาดราวกับว่ารู้จักดี แต่เท่าที่จำได้ ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้มาก่อนแน่จนกระทั่งมาออกคำสั่งให้แบกหีบของเขาขึ้นมาบนเรือนั่นแหละ
“หมดธุระของเจ้าแล้ว ออกไปซะ”
เมื่อเอ่ยคำนี้ขึ้นมา จอห์นที่ยืนรอฟังจนใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอยู่ก็พลันโล่งใจขึ้นมาทันที
รอดแล้ว... รอดตายแล้ว!
ถ้าเกรแฮมถูกใจก็แสดงว่าภารกิจในขั้นแรกของเขาสำเร็จ ได้แต่ภาวนาขอให้ออเดรย์ไม่ขัดขืนอะไรมากนักจนเกรแฮมหัวเสีย
กัปตัน...ขอฝากความหวังในการรอดชีวิตของทุกคนบนเรือเอาไว้ที่ท่านด้วย
แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงเกรแฮม แต่หมายถึงเหยื่ออันโอชะต่างหาก ออเดรย์ได้ยินเสียงปิดประตูถึงได้สติคืนกลับมาในตอนนี้
“ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าสุดท้ายจะต้องเป็นเจ้า เอาตัวเองมาให้ข้าได้เชยชมแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”
ออเดรย์เบิกตาโพลง
หากข้ารู้ว่าสุดท้ายความซวยจะตกมาที่ข้า ป่านนี้ข้ากระโดดหนีลงทะเลไปนานแล้ว!
พลันก็พยายามดิ้นรนขัดขืน สายตามองหาทางหนีทีไล่ แต่ถึงจะดึงดันไปก็ไม่ช่วยอะไร เพราะนอกจากจะถูกมัดเอาไว้แล้ว ยังจะถูกแวมไพร์นั่นขยับเข้ามาเสียใกล้ สูดดมกลิ่นกายของเขาจากซอกคออีกต่างหาก
“อา...กลิ่นกายมนุษย์...”
ไม่ได้รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ จากเกรแฮมเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ทำให้ออเดรย์นิ่งงันราวกับปูนปั้นได้ ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ละเลียดดมกลิ่นจากซอกคอเขาอย่างเพลิดเพลินอีกครู่ใหญ่
กลิ่นของมนุษย์... เป็นกลิ่นที่เกรแฮมโหยหาเสียเหลือเกิน เขาแทบจำไม่ได้แล้วว่าความอบอุ่นของร่างกายมนุษย์เป็นอย่างไร แต่วันนี้ล่ะ... เขาจะซึมซับมันให้สมกับการรอคอยมากว่าหลายร้อยปี ต่อให้ผู้ชายตรงหน้าคนนี้จะไม่ได้เนื้อตัวสะอาดสะอ้านอย่างที่ควรจะเป็นสักเท่าไรก็เถอะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้สัมผัสรสเสน่หาที่เขาโปรดปรานเลยแม้แต่กระผีกเดียว
ริมฝีปากเย็นเฉียบแตะลงมาเบาๆ ที่ผิวเนื้อยังซอกคอ ออเดรย์คืนสติกลับมาในตอนนี้ ก่อนที่จะต้องพรึงเพริดหนักเมื่อเห็นว่าเชือกที่มัดตัวเขาอยู่ถูกกระชากออกด้วยมือข้างเดียวของเกรแฮมจนขาดสะบั้นเป็นเสี่ยง
เขาต่อกรกับแวมไพร์ตนนี้ไม่ได้แน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องหนี!
ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบข้างอย่างหลุกหลิก คิดไม่ตกว่าจะหนีให้พ้นจากห้องกัปตันเรือนี้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าสักวันจะต้องมาหวาดกลัวห้องที่ตัวเองใช้นอนมานมนานอย่างนี้
ทว่าไม่ทันที่จะคิดออกว่าจะหนีอย่างไร เขาก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อลำตัวท่อนบนอันเปล่าเปลือยของเขาถูกฝ่ามือเย็นๆ ลากลูบ
“ผิวเนื้อไม่ได้เรียบเนียนเอาเสียเลย”
ไม่ได้เรียบเนียนแล้วไปหนักศีรษะเจ้าหรือไรกันเล่า!
ออเดรย์ก่นด่าในใจ แต่ก็เป็นเช่นนั้น เนื้อตัวของออเดรย์ไม่ได้เรียบเนียน หากแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็นจากการถูกเฆี่ยนและทำร้าย กระนั้นเกรแฮมก็มองผ่านไปได้ด้วยเขาสนใจแต่เพียงตุ่มไตเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อนบนแผ่นอกของชายหนุ่มมากกว่า
“แต่ก็ทำให้ข้าอยากจะลิ้มลองนัก”
ลิ้มลองสิ่งใด ออเดรย์รู้ได้ มองตามสายตาของเกรแฮมที่ทอดมองมาบนร่างกายเขาแล้ว อดีตกัปตันหนุ่มก็หนาวสั่นขึ้นมาทั้งร่างอย่างไม่มีเหตุผล
ไม่ต้องมามองข้าอย่างนั้น!
เห็นท่าจะไม่ดีแล้วหากมัวแต่นั่งเฉยอยู่เช่นนี้ ออเดรย์รีบดันตัวลุกขึ้น ไหนๆ ก็ถูกปลดพันธนาการแล้ว เขาคงจะหนีได้ไม่ยาก ก่อนจะวิ่งไปยังประตู มือกระชากบานประตูไม้อย่างแรง
เคร้ง!
ฉิบ! ข้างนอกใส่แม่กุญแจ!
เป็นอย่างนั้นไม่ผิดแน่ พวกลูกเรือของเขาคงจะคาดเดากันมาแล้วว่าอดีตกัปตันคงจะต้องทำอย่างนั้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและไม่ให้ออเดรย์หลบหนีได้จึงตัดสินใจใส่แม่กุญแจลงกลอนอย่างแน่นหนา ถึงจะรู้สึกผิดกับออเดรย์อยู่ไม่น้อย แต่ก็อย่างว่า...เพื่อความปลอดภัย ท่องไว้ว่าเพื่อความปลอดภัย
“เจ้าหนีไปไหนไม่รอดหรอก เรือนี้เป็นของข้าแล้ว”
เห็นท่าทางดิ้นรนหนีของเหยื่ออย่างนั้น เกรแฮมก็ว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน ดวงตาของเขาแพรวพราวไปด้วยความหรรษา ขณะที่ออเดรย์หันมาเผชิญหน้าราวกับสุนัขจนตรอก
“ถ้าเจ้าแตะต้องกายข้าแม้แต่น้อย รับรองเลยว่าเจ้าได้ตายรอบสองแน่”
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเกรแฮมมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายจัดการแบกขึ้นพาดบ่า โยนลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยผ้าสีตุ่นๆ เป็นที่เรียบร้อยโยนอย่างเดียวไม่ว่า โถมร่างขึ้นมาทาบทับอีกด้วย มิหนำซ้ำยังว่าเสียงหวานกระเส่า“ทำตัวให้น่ารัก เหยื่อของข้า...”จากนั้นก็ซุกปลายจมูกลงบนซอกคอ มีเสียงสูดลมหายใจทั้งที่ไม่มีลมหายใจมาให้ได้ยิน ปลายลิ้นที่เย็นชืดราวกับน้ำแข็งถูกลากไล้ไปทั่วลำคอแกร่ง แสดงความกระหายออกมาอย่างไม่ปกปิดว่าต้องการอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งคำพูด ทั้งน้ำเสียง อีกทั้งยังการกระทำเพราะนอกจากที่เขาจะละเลียดชิมผิวกายของคนใต้ร่างด้วยปลายลิ้นแล้ว มือทั้งสองข้างก็ถอดชุดกรุยกรายบนร่างกายตัวเองออกอีกออเดรย์พรึงเพริดยิ่งเสียกว่าตอนได้เห็นอีกฝ่ายในหีบสมบัตินั่นครั้งแรก มองร่างไร้ซึ่งอาภรณ์ขอ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม่คิดที่จะตอบโต้ นอกจากจะเอ่ยกับผู้เป็นนายคนใหม่ตรงหน้า“นี่ขอรับท่านลอร์ด หนุ่มรูปงามที่ท่านต้องการ”ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่ากัปตันหรือลอร์ดดี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียกด้วยยศตำแหน่งที่สูงสุด ส่วนสรรพนามที่ใช้เรียกออเดรย์นั้น พูดไปแล้วก็กระดากปาก ออเดรย์เป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในเรือก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะน่าพิสมัยเสียหน่อย โดยเฉพาะนิสัยที่น่าชวนให้จับแขวนคออย่างนั้นน่ะเกรแฮมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาขาพาดโต๊ะพร้อมกับสวมหมวกกัปตันของออเดรย์ที่จอห์นเอามาให้เหลือบมอง เห็นร่างกายเปียกปอนของชายหนุ่มซึ่งเพิ่งจะถูกยึดเรือไปแล้วก็เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย“อดีตกัปตัน...” พูดเท่านั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าของออเดรย์แล้ว “พออาบน้ำอาบท่าแล้วก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย
กล่าวกันว่าสำหรับพวกโจรสลัดแล้ว พวกมันเชื่อว่าเรือคือบ้าน มหาสมุทรคือมาดร หากแต่ชายฝั่งคือขุมทรัพย์ จึงไม่แปลกหากเหล่าโจรสลัดผู้กระหายในสมบัติเงินตราจะออกล่าขุมทรัพย์ไปทั่วน่านน้ำของทะเลแคริบเบียน ทั้งปล้นชิง ทั้งไล่ฆ่า อาจหาญปล้นไม่เว้นแม้แต่กองเรือของทางรัฐ ทำเอาผืนทะเลอันกว้างใหญ่แปรสภาพเป็นดินแ
“ส่งเจ้าพวกไร้ประโยชน์ไป”หลังจากหารือกันแล้ว ออเดรย์ก็ออกคำสั่งเช่นนั้นด้วยเห็นตรงกันว่าในเมื่อเวลานี้ยังไม่มีโอกาสที่จะหนีได้ เพราะหนึ่ง...พวกเขายังอยู่กลางทะเล และสอง...มันเป็นเวลากลางคืน แวมไพร์ซึ่งมีชีวิตอยู่ภายใต้เงารัตติกาลย่อมตามไปกระชากวิญญาณออกจากร่างพวกเขาได้อย่างแน่นอนถ้าคิดจะหนีเอาชีวิ
Chapter 2: Pirates of Black Kraken shipหัวสมองของออเดรย์ยังประมวลผลอยู่ เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่รู้อย่างแน่นอนคือลูกเรือของเขาหลายคนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณและถูกโยนลงทะเลไปแล้ว แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ตอนนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นมือทั้งสองข้างจับข้อมือเย
Chapter 1: Treasureทิวาอันตรธาน ราตรีกาลมาเยือน เหล่าโจรสลัดที่แฝงกายซุ่มรอจังหวะในการเข้าโจมตีชายฝั่งของพอร์ตรอยัลเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งจากผู้เป็นกัปตัน ออเดรย์ยังคงนิ่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจับจ้องไปยังอาคารหลังหนึ่งเบื้องหน้ามันเป็นคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล...ท่านข้าหลวงที่ขูดรีดภาษีประ







