เข้าสู่ระบบผู้คนขวักไขว่ยืนเต็มหน้าช็อป ด้านหน้าเป็นโซนขายยาแต่ด้านหลังเป็นอาคารสำนักงานหลังเบ่อเริ่ม คะเนจากสายตาน่าจะมีพื้นที่มากกว่า 20 ไร่ ตัวอาคารสูงโด่ราวกับหำช้างที่จ้องจะแยงท้องฟ้าให้เป็นรูเพื่อขอฝน และแน่นอนว่าบริษัท AP คงไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป นอกเสียจากบริเวณช็อปขายยาที่เปิดไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าจากภายนอก
.
ผู้คนพวกนั้นไม่ใช่ชาวบ้าน ไม่ใช่ชาวเมือง แล้วก็ไม่ใช่ประชาชนปกติ มองปราดเดียวด้วยสัญชาตญาณพีก็ทราบทันทีว่าพวกเขาคือเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ที่แฝงตัวมาเพื่อเตรียมจะตะครุบกระเทยทุกคนที่เผลอเข้ามาซื้อยาคุม ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องรีบแจ้งสิ่งนี้ให้แพรวทราบ
.
“กูคงมาส่งมึงได้ไกลสุดแค่นี้ล่ะเพื่อน”
.
“…..”
หญิงสาวเงียบชักสีหน้างง แต่ก็ยังอุตส่าห์ก้าวขาลงจากมอเตอร์ไซต์
.
“มึงว่าไงนะพี?”
.
“กูบอกว่ากูเข้าไปกับมึงไม่ได้”
“พวกหมอมีเครื่องแสกนกูโดนรวบตัวแน่ มึงต้องจัดการที่เหลือเอาเองเข้าใจไหม? ทำได้ใช่ไหม?”
.
แพรวทอดสายตาผ่านหน้ากากกันแก๊สออกไปรอบ ๆ พลางพยักหน้าตอบรับ เนื่องจากเธอเองก็ดูออกเช่นกันว่านี่คือกับดัก ลำพังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และภาพถ่ายในโทรศัพท์เธอคงจะแฟนตาซีเกินไป กว่าจะตรวจสอบหรืออธิบายกันเสร็จพีอาจจะโดนทรมานจนร่างกายช้ำในตายไปซะก่อน แล้วแพรวเองก็ไม่อยากให้ใครมาลำบากเพราะเธออีกแล้ว เจ้าหล่อนจึงตอบรับถ้อยคำของพีอย่างว่าง่าย
.
“อือ..ไม่ต้องเป็นห่วง มึงไว้ใจกูเหอะ รีบไปซะที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับมึงจริง ๆ อย่าลืมเช็คสัญญาณโทรศัพท์ด้วยล่ะ อินเตอร์เน็ตก็สำคัญกูติดต่อไปห้ามหายห้ามขาดห้ามลาโอเค๊?”
.
พีทำสัญญาณมือว่าโอเค เขาหลุบหน้ากลับไปที่แฮนด์มอเตอร์ไซต์กดหน้าลงต่ำครุ่นคิด
.
“แต่มึงอาจจะได้เจอมิวท์อีกครั้งในนั้นนะ มึงโอเคอยู่ใช่ไหม? มึงยังโกรธเพื่อนอยู่รึเปล่า?”
.
“เฮ้อ~! ไม่รู้ว่ะกูก็ไม่ค่อยแน่ใจ~! กูเกือบลืมไปแล้วนะถ้ามึงไม่ทักขึ้นมา เสปิร์มของมึงในจิ๋มกูแม่งทำให้ทุกอย่างดร็อปไปหมดเลยพี”
.
“อีดอก! มึงนี่กวนตีนไม่เลิก!”
.
จากกันไปด้วยประโยคสั้น ๆ เพียงแค่นั้น มอเตอร์ไซต์ของพีเคลื่อนออกจากพื้นที่ด้วยความเร็วประหนึ่งเต่ากาลาปากอส มันช้าซะยิ่งกว่าช้า แถมบางจังหวะยังต้องใช้เท้าถีบกระเดือบ ๆ ไถไป เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของเจ้าหน้าที่จะได้หนีไปแบบเนียน ๆ
.
แพรวเดินข้ามถนน 8 เลนผ่านเกาะกลางถนนเหยียบย่างขึ้นบาทวิถี ตัดฝ่าฝูงชนทีมแพทย์ที่ปลอมตัวมาด้วยท่าทางที่สุดจะมั่นใจ เธอขยุ้มชายเสื้อด้านหลังให้เต่งตึงแน่นชัด หวังจะดึงชายผ้าให้รั้งจนเห็นหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เบิ่มอวบอูม เอาให้รู้ไปเลยว่าเป็นเพศหญิงแน่ ๆ ไม่ต้องมาตรวจไม่ต้องมาค้น
.
“ติ๊งต่อง!”
“AP Shop Pharmacy ค่ะสนใจรับยาอะไรดีคะ”
.
ประตูเลื่อนเปิดเองอัตโนมัติแถมยังทักอย่างกับเซเว่น แต่รู้อะไรไหมว่าแพรวไม่ได้ตกใจกับสิ่งนี้เลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในช็อปของบริษัท AP อย่าลืมว่ามิวท์คือเพื่อนสนิทของเธอ เพราะงั้นทุกตารางนิ้วของร้านยาแห่งนี้จึงผ่านมือแพรวมาหมดแล้ว โถงตรงกลางกว้างสุดลูกหูลูกตา ระรานตาเต็มไปด้วยชั้นยามหาศาลที่ไล่มาตั้งแต่ยาแผนโบราณยันยาแผนปัจจุบัน ถัดขึ้นไปเป็นสเตปทางขึ้น มีบันไดขึ้นสู่ชั้นสองแล้วก็เต็มไปด้วยชั้นยาจำนวนมากอีกเช่นกัน พวกมันเรียงรายเป็นตับ ๆ แบ่งเป็นชั้น ๆ แยกตามประเภทและกลุ่มอาการของโรค
.
นักศึกษาคณะเภสัชล้วนแต่รักที่นี่เป็นชีวิตจิตใจ ช็อปขายยาสาขาใหญ่ของ AP เป็นดั่งสนามเด็กเล่นให้นักศึกษาได้สอดส่ายสายตาและลงมือปฏิบัติ มียาทุกอย่างในโลกใบนี้อยู่ที่นี่ ถ้าเดินขึ้นทางลาดไปจะเจอกับบันไดขึ้นสู่ชั้นสามอีกชั้นหนึ่ง ที่นั่นก็อัดแน่นไปด้วยชั้นยาที่เรียงรายดั่งชั้นวางหนังสือตามห้องสมุดเช่นกัน
.
AP Pharmacy ไม่มีบรรณารักษ์คอยเดินตรวจตราและสั่งให้ลูกค้าเงียบเหมือนในห้องสมุด หากแต่แทนที่ด้วยพนักงานขายมากหน้าหลายตาทั้งหญิงและชาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเภสัชกรที่มากประสบการณ์ซะด้วย พวกเขารู้และจำแนกได้ว่ายาชนิดไหนวางไว้ตรงไหน อธิบายสรรพคุณได้ จ่ายยาได้ และมีใบประกอบโรคศิลปะครบตามกฎหมายกำหนด พวกเขามีกันเป็นร้อย ๆ ชีวิต กระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตลอดทั้ง 3 ชั้นของช็อปขายยาแห่งนี้ คำกล่าวที่ว่าไม่มีที่ไหนจะครบวงจรเท่า Pharmacy ของ AP อีกแล้ว จึงไม่ใช่สิ่งที่อวยเกินจริง
.
เว้นก็แต่หนนี้ที่แพรวสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่ผิดแปลกไป!
.
“เฮ้! นี่มันเสียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัตินี่ไม่ใช่คนจริง?!”
.
พูดเสร็จก็ถอดหน้ากากกันแก๊สออกแล้วขยี้ตาเพื่อมองหาว่าพนักงานที่เป็นคนจริง ๆ อยู่ไหน หล่อนถึงกับเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทั้งยังป้องปากตะโกนเรียกไปพร้อมกัน
.
“ฮัลโหล! มีใครอยู่ไหมคะหนูขอซื้อยาหน่อยค่า!”
“เฮ้! ยู้ฮู!”
.
ยังคงเงียบสนิทยิ่งเดินลึกเข้ามายิ่งดูวังเวง กลิ่นเวชภัณฑ์คละคลุ้งล้วนตอกย้ำว่าปกติมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
.
“แปลกจังแฮะชักจะยังไง ๆ แล้วเนี่ยะ หรือเขาปิดหนีโควิดกันหมด แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบขายอัตโนมัติแทน?”
“บ้า! เป็นไปไม่ได้! นี่ยานะจะต้องมีคนคอยแนะนำสิ ไม่ได้ ๆ ผิดหลักการเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
.
กระทั่งเดินขึ้นทางลาดชันและก้าวเท้าขึ้นสู่ชั้น 2 แพรวถึงเริ่มสังเกตเห็นพนักงานบางคน พวกเขายืนเกาะกลุ่มคุยกันอยู่ตามมุมต่าง ๆ บางคนก็แยกตัวออกไปยืนก้มหน้าอยู่คนเดียว ในขณะที่บางคนก็ปาดน้ำตาและซับด้วยกระดาษทิชชู่ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ หนีงานมาแอบเมาท์เจ้านายหรือไงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าแม้แต่ยูนิฟอร์มที่เคยเป็นเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านบัดนี้ก็ยังเปลี่ยนรูปร่างเป็นสีดำสนิท
.
ชุดเครื่องแบบถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งชุด มิหนำซ้ำบางคนยังมีการกลัดริบบิ้นไว้ที่ไหล่ราวกับกำลังไว้ทุกข์หรือไว้อาลัยให้แก่ใครสักคนอยู่ ก่อนที่ในที่สุดแพรวจะถึงบางอ้อ หลังจากที่เธอได้เดินไปถึงจุดที่เป็นชั้นลอยและสามารถมองเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ตรงกลางช็อปได้ เจ้าสิ่งนี้เคยเป็นจอยักษ์สำหรับฉายโฆษณาประชาสัมพันธ์ยาแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันหน้าที่ของมันกลับไม่ใกล้เคียงกับของเก่าเลย ไม่มีเบนด้า 500 ยาถ่ายพญาธิ ไม่มียาธาตุนำขาวตรากระต่ายบิน ไม่มีแอนตาซิลลดกรดในกระเพาะ ไม่มีโทนาฟ ไม่มีซีม่า ซาร่าแก้ปวดสักแผงก็ไม่มีให้เห็น จะมีก็แต่โพเดียมเกลี้ยง ๆ แล้วก็ใบหน้าเศร้า ๆ ของมิวท์ที่ยืนอ่านแถลงการณ์อยู่เคียงข้างกับคราบน้ำตา
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







