ANMELDENปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง
หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ “ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน” “ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีก ทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’ พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว่าไม่มีใครเห็น “ไม่เห็นนะน้อง ปกติพี่เตชไม่ค่อยเข้ามาที่ตึกบ่อยหรอกนะ” และหนึ่งในกลุ่มก็พูดขึ้น “อย่างนั้นหนูฝากของไว้ให้เขาได้ไหมคะ?” พวกเขามองหน้ากันอีกครั้ง เหมือนกำลังจะปรึกษากันว่าเอาอย่างไรดี และใครคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น “งั้นเดี๋ยวพี่ลองถามก่อนนะ ว่าพี่เตชเขาอยู่ที่ไหน” หนึ่งในนั้นที่มีช่องทางติดต่อเขารีบกดสมาร์ตโฟนส่งข้อความไปหาเตช เพราะจะรับของสุ่มสี่สุ่มห้าเอาไว้ไม่ได้ จริงอยู่ที่มักจะมีสาวๆ เอาของมาฝากให้คนในแก๊งนารีรำพึงอยู่เป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติวิสัย บางครั้งพวกเขาก็จะรับเอาไว้ให้ แต่ว่าของเหล่านั้นจะต้องได้รับการอนุญาตจากเตชแล้วเท่านั้น เป็นที่รู้กันว่า “แก๊งนารีรำพึง” มีอิทธิพลมากแค่ไหนในคณะ บางครั้งสิ่งของเหล่านั้นคนในแก๊งก็ไม่ได้รับเอาไปเองหรอก กลายเป็นมรดกตกทอดให้พวกเขาแทน เมื่อได้รับคำตอบจากเตช เขาก็เอ่ยถามปาเจรากลับมาอีกทีว่า... “น้องเอาอะไรมาฝากอะ พี่เตชให้ถาม” “เอาเสื้อชอปมาคืนค่ะ” พอได้คำตอบก็รีบส่งข้อความไปแจ้งกับเตช ทางปลายทางจึงรู้ได้ทันทีว่าคนที่เอาของมาให้ ก็คือหญิงสาวที่เขาเจอที่ตลาดวันก่อนเขายังจำแววตาดื้อรั้นท้าทายของเธอได้ และที่จำได้ดีที่สุดน่าจะเป็นสัมผัสอันนุ่มหยุ่นทั้งสองเต้าภูเขาไฟที่แนบอยู่ตรงลอนหน้าท้องซิกซ์แพ็กของเขา ถึงเธอจะใส่เสื้อตัวโคร่งเพื่ออำพรางอย่างไร เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอน่ะซ่อนรูป พอคิดไปถึงแล้วก็อยากเอื้อมมือไปขยำขยี้แรงๆ ด้วยความมันเขี้ยวชะมัด! “พี่เตชบอกว่าไม่ให้รับฝากอะ” “คะ?” ปาเจราได้แต่คิดว่าไอ้พี่เตช มันช่างกวนอวัยวะเบื้องล่างนัก จะมาไม้ไหนหรือเล่นสนุกอะไรกับเธอกันแน่? “พี่เตช บอกว่าเอาไปให้เขาที่ตึกพละนะ” เขาบอกตามข้อความที่เตชส่งมา “ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะหนูมีเรียน” ปาเจราเอ่ยเสียงห้วนขึ้นจมูกด้วยเพราะรู้สึกฉุนขาด ‘แม่งลีลาเยอะจังวะ’ “อย่างนั้นก็หลังเลิกเรียน พี่เตชบอกมาแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงราบเรียบโมโนโทน ในขณะที่คนตรงหน้ากำลังควันออกหู “หนูไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอกพี่ แล้วทำไมหนูถึงฝากของกับพวกพี่ไม่ได้เนี่ย” ปาเจรามุ่ยหน้า ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย “เพราะพี่เตชสั่งมาแบบนี้ ขอโทษทีนะ” “งั้นพวกหนูขอเบอร์ติดต่อเขาหน่อยได้ไหมคะ?” คราวนี้เป็นจรูญที่ถามขึ้นมาบ้าง เพราะเห็นว่าคุยกันมานานแล้วเหมือนจะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร นี่ก็ใกล้เวลาที่จะเข้าเรียนแล้วด้วย “พี่มีแต่ไลน์อะ” “ไลน์ก็ได้ค่ะ” ปาเจราโพล่งคำ วินาทีนี้อะไรก็ได้ ขอให้ติดต่อเขาได้เป็นพอ พอปาเจราได้ไลน์ของเตชมาแล้ว ก็รีบส่งข้อความไปหาเขาทันที JayP : สวัสดีค่ะ Tech: …. JayP : เรียนเสร็จไม่น่าจะเกินบ่ายสามนะคะ จะให้เอาเสื้อไปคืนที่ไหนคะ? Tech : ... “เป็นไงมึง” จรูญเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นเพื่อนหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่หน้าจอ “กูส่งข้อความไปบอกแล้ว มันอ่านแล้วแต่มันไม่ตอบ แม่ง กวนตีนฉิบหาย” ปาเจราสบถอย่างหัวเสีย ผู้ชายที่ชอบกวนประสาทแบบนี้ ผู้หญิงไปชอบลงได้อย่างไรกัน “ใจเย็นก่อน ฮึบไว้” จรูญทำท่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ให้เพื่อนทำตามเพื่อสงบสติอารมณ์ให้เย็นลง “พี่เขาอาจจะไม่ว่างตอบก็ได้เจ” จอมนรีเอ่ยเสียงอ่อยไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็เข้าข้างเตชสุดฤทธิ์ “ไม่ว่างตอบแต่ว่าว่างอ่านเนี่ยนะ!” ปาเจราน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “...” เพื่อนทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก็รีบดึงแขนเพื่อนออกมาจากตึกวิศวะ ประจวบเหมาะกับที่รถรางในมหาวิทยาลัยสำหรับรับส่งนิสิตแต่ละคณะผ่านมาพอดี พวกเธอจึงใช้บริการไปยังคณะประมงทันที เพื่อให้เข้าเรียนทันบ่ายโมงครึ่ง ช่างโชคดีที่ไม่ต้องเปลืองแรงเดิน ใช้เวลาเรียนประมานหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็แล้วเสร็จ วันนี้เธอมีเรียนแค่วิชาเดียวเท่านั้น แต่เพื่อนอีกสองคนยังมีเรียนวิชาเลือกเสรีกันต่อ ดังนั้นทั้งสามคนจึงต้องแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตนเอง“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







