Mag-log inอิสระในช่วงเวลาสั้น ๆ
เวลาล่วงเลยจนถึง 19:00 น. ทั้งสี่พี่น้องเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เรียบง่าย และเป็นกันเอง แตกต่างจากความหรูหราอลังการของงานปาร์ตี้ที่บ้านอย่างสิ้นเชิง แม็กซ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเปิด ไลฟ์สดผ่าน TikTok ทันที “โย่ว ๆ ทุกคน~ วันนี้อยู่กับครอบครัวนะครับ” เพียงไม่กี่วินาที ยอดผู้ชมก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว คอมเมนต์ไหลรัวจนแทบอ่านไม่ทัน อะธีน่านั่งจิบน้ำอยู่ข้าง ๆ พอรู้ตัวว่าเข้ากล้อง ก็รีบเอียงหน้าเลี่ยงทันที “อย่าถ่ายฉันนะพี่ เดี๋ยวแฟนคลับพี่แตกตื่นกันพอดี” แม็กซ์หัวเราะเบา ๆ “ไม่ทันแล้วน้อง ผู้ชมขอเห็น ‘น้องสาวสุดเท่’ กันใหญ่เลย” บีมเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “อย่าให้เกินขอบเขตล่ะ เดี๋ยวพ่อเห็นเข้า” แจสเปอร์พิงเก้าอี้อย่างสบาย ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ปล่อยเขาไปเถอะ วันนี้วันสบาย ๆ ของครอบครัว” เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางบทสนทนา ผสมกับคอมเมนต์จากแฟนคลับที่ยังคงหลั่งไหลไม่หยุด ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ ทั้งสี่พี่น้องเลือกใช้ อิสระเล็ก ๆ ที่มี เพื่ออยู่ด้วยกัน พูดคุย หัวเราะ และเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ⸻ ในไลฟ์สด หน้าจอไลฟ์ของแม็กซ์เต็มไปด้วยคอมเมนต์ “พี่บีมหล่อมากกก CEO ตัวจริง!” “แจสเปอร์คือพระเอกซีรีส์ชัด ๆ” “แม็กซ์วันนี้หล่อกว่าปกติหรือคิดไปเอง 😍” และแน่นอน… มีไม่น้อยที่พูดถึงอะธีน่า “น้องสาวแม็กซ์สไตล์ดีมาก เท่สุด ๆ” “ผู้หญิงอะไร ทั้งสวยทั้งคูล” “เสื้อขาวยีนส์น้ำเงินคือโดนใจมาก” ไม่นาน คอมเมนต์จากฝั่งผู้ชายก็เริ่มโผล่ขึ้นมา “ขอไอจีได้ไหมครับ” “น้องอะธีน่าโสดหรือเปล่า ขอจีบได้มั้ย 😳” “สวยแบบนี้ใจละลายเลยครับ” อะธีน่าเห็นแล้วถึงกับชะงัก ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเขิน ๆ แต่แม็กซ์ที่อ่านคอมเมนต์อยู่ กลับเลิกคิ้วขึ้นทันที “เฮ้ ๆ ใจเย็นกันหน่อยนะครับทุกคน” เขาพูดเข้ากล้องด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาจริงจัง “นั่นน้องสาวผมเองครับ หวงมากระดับสิบ ใครคิดจะจีบ… ต่อคิวพี่ชายก่อนนะครับ” แจสเปอร์หัวเราะ ก่อนจะตบไหล่แม็กซ์เบา ๆ อย่างแซว บีมส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ส่วนอะธีน่าก็ถอนหายใจ พร้อมยิ้มอย่างปลง ๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคอมเมนต์ที่ยิ่งคึกคัก บรรยากาศในไลฟ์สดเต็มไปด้วยความอบอุ่น และสายสัมพันธ์ของพี่น้องที่ใครเห็นก็อดอิจฉาไม่ได้ ⸻ เวลาผ่านไปจนถึง 20:00 น. ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ เลือนหายไป “กลับกันเถอะ เดี๋ยวโดนพ่อว่าเอา” บีมหันไปบอกน้อง ๆ น้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความเป็นห่วง แม็กซ์พยักหน้าทันที ก่อนหันกลับไปที่หน้าจอ “โอเคครับทุกคน ได้เวลากลับบ้านแล้ว ขอบคุณที่มาอยู่ด้วยกันนะครับ ไว้เจอกันไลฟ์หน้า บ๊ายบาย~” เขากดจบไลฟ์ ทิ้งไว้เพียงคอมเมนต์อำลาที่ยังคงไหลขึ้นไม่หยุด แจสเปอร์และอะธีน่าเตรียมหมวกกันน็อก หยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์อย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองสบตากันแล้วพยักหน้า เป็นสัญญาณพร้อมออกเดินทาง บีมขึ้นรถส่วนตัว โดยมีแม็กซ์นั่งไปด้วย ส่วนแจสเปอร์และอะธีน่าต่างขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจของตัวเอง ไม่นาน รถทั้งสามคันก็เคลื่อนตัวออกจากสนามกอล์ฟ มุ่งหน้ากลับบ้านไปพร้อมกัน แม้คืนนี้จะสั้น แต่ช่วงเวลาของอิสระ ความสนุก และความอบอุ่นระหว่างพี่น้อง ยังคงก้องอยู่ในใจของอะธีน่าไม่จางหาย ⸻ ในที่สุด ทั้งสี่พี่น้องก็มาถึงบ้าน พร้อมกันในเวลาที่กำหนด เมื่อก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ เสียงดนตรีเบาลง แขกบางส่วนเริ่มทยอยลากลับ บรรยากาศของงานปาร์ตี้หรูหรากำลังเข้าสู่ช่วงท้าย เพชร ผู้เป็นพ่อ หันมาเห็นลูก ๆ พอดี เขากวักมือเรียกด้วยท่าทีสุภาพแต่จริงจัง “มากันแล้วเหรอ มานี่หน่อย มาช่วยพ่อทักทายแขกก่อน แล้วค่อยขึ้นไปพัก” ทั้งสี่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามพ่อไป บีมเริ่มต้นพูดคุยอย่างเป็นทางการ แม็กซ์ยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร แจสเปอร์พูดคุยอย่างสุภาพแต่เป็นกันเอง ส่วนอะธีน่ายืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางเรียบง่าย แต่มั่นใจในตัวเอง แม้จะเป็นช่วงท้ายของงาน แต่สายตาของแขกหลายคนก็ยังจับจ้องมายังลูก ๆ ทั้งสี่ ต่างชื่นชมในความสามารถ บุคลิก และความสง่างามที่แตกต่างกันไป หลังจากทักทายแขกเรียบร้อย เพชรพยักหน้าให้ลูก ๆ เป็นสัญญาณว่าเสร็จสิ้นหน้าที่แล้ว คืนนี้อาจเป็นคืนของสังคมชั้นสูง แต่สำหรับพวกเขา มันยังคงเป็นเพียงอีกหนึ่งวันของครอบครัว ⸻ อะธีน่ากลับขึ้นมาที่ห้องของตัวเอง จัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว อาบน้ำ แปรงฟัน ทาครีม ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ อย่างหมดแรง ตรู้ด ๆ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอ่าน เป็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนในมหาวิทยาลัย มี ริวกิ, ซัมเมอร์, เพนนี, ลดา, เควิน, พอร์ช และคชา ข้อความล่าสุดเด้งขึ้นมา ซัมเมอร์: “ทุกคน ๆ เสาร์นี้มีมินิคอนเสิร์ตของ โซล นะ! ใครว่างไปด้วยกันมั้ย 🖤✨” อะธีน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ชื่อ โซล เธอเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเป็นแฟนคลับ เธอเลื่อนอ่านข้อความต่อ ริวกิกรี๊ดกร๊าด เพนนีกับลดาคุยกันเรื่องบัตร ส่วนฝั่งผู้ชายในกลุ่มก็ตอบรับอย่างคึกคัก อะธีน่ามองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ในใจเธอเริ่มชั่งน้ำหนัก ระหว่างการใช้คืนวันหยุดไปกับความสบายของตัวเอง หรือการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ที่อาจนำพาใครบางคน… หรืออะไรบางอย่าง เข้ามาเปลี่ยนชีวิต เธอพิมพ์ข้อความค้างไว้ แต่ยังไม่กดส่ง ค่ำคืนนี้ยังอีกยาว และการตัดสินใจของเธอ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทใหม่ก็เป็นได้เกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล
อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ
ยามสาย ณ คฤหาสน์ของโซล แสงแดดส่องลงบนสนามหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบเกินกว่าจะคาดคิด ว่าที่นี่เพิ่งผ่านคืนอันตรายมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รถของบีมสตาร์ตเครื่องรออยู่แล้ว อะธีน่าหันไปพยักหน้าให้พี่ชาย ก่อนจะขยับก้าวตามไป “อะธีน่า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหยุดเท้า หันกลับมา โซลยืนอยู่
ค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ หลังอาบน้ำเสร็จ อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล
รถตู้สีดำค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณข้างถนนสายเดิมสถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเงียบสงบเหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นคนขับดับเครื่องยนต์การ์ดสี่คนลงจากรถก่อนเป็นอันดับแรกสายตาทุกคู่กวาดมองรอบบริเวณอย่างระมัดระวังโซลก้าวลงมาจากรถตามก่อนจะหันไปหาอะธีน่าที่นั่งอยู่ด้านใน“ล
ภายในคฤหาสน์พิทักษ์วงศ์บรรยากาศที่เคยสงบเรียบร้อยในทุกเช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนอลิซ—อดีตตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด—กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ นั่งอยู่ไม่ไกลทุกคนต่างมีสีหน้ากังว







