LOGINเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่าง
อะธีน่าลืมตาตื่นขึ้นก่อนใครในบ้าน บรรยากาศเงียบสงบ ผิดกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงหัวเราะเมื่อวาน เธอลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว อาบน้ำ แต่งตัวเรียบง่ายในสไตล์ที่คุ้นเคย ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋า วันนี้เธอมีนัดกับเพื่อน ๆ ตั้งแต่เช้า ทั้งเรื่อง งานกลุ่ม ที่ต้องวางแผนกันอย่างจริงจัง และอีกเรื่องหนึ่งที่ดูจะต่างออกไป— มินิคอนเสิร์ตของโซล ไอดอลชื่อดังที่ซัมเมอร์เป็นคนชวน อะธีน่าหยุดคิดเล็กน้อยขณะสวมรองเท้า เธอไม่ใช่แฟนคลับ แต่ก็ยอมรับว่าอยากรู้เหมือนกันว่า คนที่ทำให้เพื่อน ๆ ตื่นเต้นขนาดนั้น… ตัวจริงจะเป็นอย่างไร เสียงมอเตอร์ไซค์คู่ใจดังขึ้นในยามเช้า อะธีน่าขี่ออกจากบ้านด้วยหัวใจที่เบาและเปิดรับ วันนี้อาจเป็นเพียงวันธรรมดา หรืออาจเป็นวันที่นำพาเธอไปพบกับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้ ⸻ อะธีน่ามาถึงห้างย่านสยาม ก่อนจะเดินเข้าไปยังคาเฟ่ที่นัดหมายกันไว้ บรรยากาศภายในร้านอบอุ่น กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้ง เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เธอก็เห็น ริวกิ กับ ซัมเมอร์ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว “อะธีน่า แกจะไม่ไปจริงเหรอ นี่อาจเป็นการเปิดโลกใหม่ให้แกก็ได้เลยนะเว้ย” ซัมเมอร์เปิดบทสนทนาขึ้นก่อนใคร ดวงตาเป็นประกายอย่างคนตื่นเต้นสุด ๆ อะธีน่าวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ไปซะหน่อย แค่ยังไม่แน่ใจเฉย ๆ” ริวกิที่นั่งจิบชาอยู่เงยหน้าขึ้น “โห ไม่แน่ใจของแกนี่คือเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ไปแล้วนะ ฉันดูออก” พูดจบก็หัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน “ใช่ ๆ” ซัมเมอร์รีบเสริม “แกดูไม่ใช่สายติ่ง แต่แกเป็นสายลองของใหม่ต่างหาก เชื่อฉันเถอะ” อะธีน่าหัวเราะออกมาอย่างยอมแพ้ “ก็ได้ ๆ เดี๋ยวฟังรายละเอียดก่อนละกัน ว่ามันเป็นยังไง” ทั้งสามคนนั่งคุยกันต่อท่ามกลางเสียงเพลงเบา ๆ ในร้าน แก้วกาแฟถูกยกขึ้นมาจิบอย่างสบายใจ ⸻ ไม่นานนัก เพื่อนคนอื่น ๆ ก็ทยอยตามกันมา บรรยากาศในคาเฟ่เริ่มคึกคักขึ้นทันตา เพนนีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส ถัดมาคือลดาที่กำลังคุยโทรศัพท์ ก่อนจะรีบขอโทษแล้วนั่งลง เควินกับพอร์ชเข้ามาพร้อมกันในท่าทางสบาย ๆ ส่วนคชามาถึงเป็นคนสุดท้าย พร้อมประโยคติดปาก “รถติดว่ะ แต่ไม่พลาดแน่นอน” โต๊ะยาวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ซ้อนทับกัน คำสั่งเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นจนพนักงานต้องยิ้มอย่างเอ็นดู ซัมเมอร์ถือโอกาสเปิดประเด็นอีกครั้ง “โอเค ครบทีมแล้วนะ งั้นเข้าเรื่องเลย— มินิคอนเสิร์ตของโซล วันเสาร์นี้!” สายตาหลายคู่หันมาทางอะธีน่า เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างรู้ทัน “ดูเหมือนฉันจะถูกโหวตไปแล้วสินะ” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ ⸻ อะธีน่ารีบเปลี่ยนเรื่องก่อนบทสนทนาจะไหลไปไกล เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา เปิดไฟล์งานแล้ววางไว้กลางโต๊ะ “โอเค ๆ เรื่องคอนเสิร์ตพักก่อน เรามาคุยเรื่อง งานกลุ่ม กันดีกว่า” น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นโหมดตั้งใจทันที เควิน พอร์ช และเพนนีช่วยกันเสนอไอเดีย ลดาและซัมเมอร์จดโน้ต ริวกิกับคชาช่วยสรุปและจัดระบบ ส่วนอะธีน่าคอยเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย… กึก ซัมเมอร์วางแก้วกาแฟลง “โอเค งานกลุ่มเคลียร์แล้วใช่ไหม งั้นกลับมาเรื่องโซลต่อ!” อะธีน่าหลุดหัวเราะ “ซัมเมอร์ แกนี่ไม่ยอมจริง ๆ” “ก็เพราะฉันมั่นใจไงว่าแกต้องไปแน่” ซัมเมอร์ยิ้มกว้าง “ไปกับพวกเรา สนุกขึ้นเป็นสิบเท่า” ริวกิเสริมทันที “เอาจริงนะ ฉันว่ามันเข้าทางแกกว่าที่คิดอีกอ่ะ เท่ ๆ แบบแกเนี่ย” อะธีน่ามองหน้าเพื่อน ๆ ทีละคน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “ก็ได้… เดี๋ยวลองไปดู” เสียงเฮดังขึ้นรอบโต๊ะ ⸻ ซัมเมอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรายละเอียด “มินิคอนเสิร์ตของโซล จัดที่ Union Mall วันเสาร์นี้ บัตรราคาไม่แรง แต่ต้องโอนวันนี้เลย บัตรใกล้หมดแล้ว” “ราคาโอเคอยู่นะ” เพนนีว่า “เดินทางสะดวกด้วย” ลดาเสริม สายตาหลายคู่หันมาทางอะธีน่า เธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวโอนให้” “เยส! ครบทีม!” ซัมเมอร์ส่งเลขบัญชีลงในกลุ่มทันที เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินดังขึ้นทีละคน อะธีน่ามองหน้าจอมือถือ ก่อนจะกดโอนตามเพื่อน ๆ เธอไม่รู้ว่ามินิคอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกว่า การตัดสินใจในวันนี้ อาจมีค่ามากกว่าราคาบัตรเสียอีก ⸻ เมื่อทุกอย่างเงียบลง บรรยากาศบนโต๊ะค่อย ๆ ผ่อนคลายอีกครั้ง บางคนเอนหลัง บางคนยกแก้วขึ้นจิบ ราวกับเรื่องสำคัญได้ถูกตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว อะธีน่านั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองซัมเมอร์ที่ยังยิ้มไม่หุบ “ซัมเมอร์” เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงจริงจัง “เราขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” “ได้สิ ถามมาเลย” อะธีน่าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดตรง ๆ “ทำไมแกถึงติ่งโซลขนาดนี้ แค่เพราะเขาหล่อ หรือเพราะอย่างอื่น” โต๊ะเงียบลงเล็กน้อย แม้แต่ริวกิก็ยังเงยหน้าขึ้นมามอง ซัมเมอร์ค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างต่างจากก่อนหน้า “ถ้าแค่หล่อ ฉันคงเปลี่ยนเมนไปนานแล้ว” เธอพูดช้า ๆ “แต่โซลมันมากกว่านั้น” “มากกว่านั้นยังไงอะ” อะธีน่าถาม ซัมเมอร์สูดหายใจเบา ๆ “โซลเป็นลูกของนายกฯ แกก็รู้ใช่ไหม” เพนนีเผลออุทาน “เออ จริงสิ ฉันเคยได้ยินข่าวเหมือนกัน” “ใช่” ซัมเมอร์พยักหน้า “เขามีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว มีเส้นทางชีวิตที่คนอื่นออกแบบไว้ให้เสร็จสรรพ” คำว่า เส้นทางชีวิตที่ถูกออกแบบไว้ กระทบใจอะธีน่าโดยไม่ตั้งใจ “แต่โซลเลือกจะเป็นไอดอลเอง” ซัมเมอร์พูดต่อ ดวงตาเป็นประกาย “ไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ ไม่ใช่เพื่อการเมือง แต่เพราะเขารักมันจริง ๆ” “ตอนเดบิวต์ใหม่ ๆ ก็โดนด่าเยอะนะ” ริวกิเสริม “หาว่าเส้นใหญ่บ้างอะไรบ้าง” “ใช่” ซัมเมอร์พยักหน้า “แต่เขาไม่เคยเอาชื่อพ่อมาใช้ ซ้อมหนักกว่าใคร รับงานเหมือนคนธรรมดา จนคนยอมรับว่า… เขาอยู่ตรงนั้นเพราะความพยายามของตัวเอง” โต๊ะเงียบลงอีกครั้ง ในหัวอะธีน่ามีภาพบางอย่างซ้อนทับขึ้นมา บ้านหลังใหญ่ งานปาร์ตี้หรู และกรอบที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง “ฉันติ่งเขา” ซัมเมอร์พูดเสียงเบาลง “เพราะเขาเลือกเส้นทางของตัวเอง ทั้งที่มันยากและทั้งที่คนคาดหวังให้เขาเป็นอย่างอื่น” อะธีน่าก้มมองแก้วกาแฟ นิ้วมือขยับเล็กน้อย “ฟังดู…” เธอหยุดคำพูดไปครู่หนึ่ง “เหมือนคนที่ต้องสู้กับชีวิตที่คนอื่นกำหนดไว้” ซัมเมอร์ยิ้ม “ใช่เลย นั่นแหละเหตุผล” ริวกิหันมามองอะธีน่า สายตาเหมือนอ่านอะไรบางอย่างออก “ฉันว่าที่แกสนใจเรื่องนี้” เขาพูดเบา ๆ “ไม่ใช่เพราะโซลหรอก” อะธีน่าเงยหน้าขึ้น “แล้วเพราะอะไรล่ะ” ริวกิยักไหล่ “เพราะมันใกล้ตัวแกกว่าที่คิดไง” อะธีน่าไม่ตอบ แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย บางที มินิคอนเสิร์ตครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก แต่อาจเป็น กระจกบานหนึ่ง ที่สะท้อนคำถามบางอย่าง ซึ่งเธอเองก็ยังไม่กล้ามองตรง ๆ และเป็นครั้งแรก ที่ชื่อของ โซล ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของไอดอล แต่เป็นชื่อของใครบางคน ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธออย่างช้า ๆเกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล
อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ
ยามสาย ณ คฤหาสน์ของโซล แสงแดดส่องลงบนสนามหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบเกินกว่าจะคาดคิด ว่าที่นี่เพิ่งผ่านคืนอันตรายมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รถของบีมสตาร์ตเครื่องรออยู่แล้ว อะธีน่าหันไปพยักหน้าให้พี่ชาย ก่อนจะขยับก้าวตามไป “อะธีน่า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหยุดเท้า หันกลับมา โซลยืนอยู่
ค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ หลังอาบน้ำเสร็จ อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล
รถตู้สีดำค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณข้างถนนสายเดิมสถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเงียบสงบเหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นคนขับดับเครื่องยนต์การ์ดสี่คนลงจากรถก่อนเป็นอันดับแรกสายตาทุกคู่กวาดมองรอบบริเวณอย่างระมัดระวังโซลก้าวลงมาจากรถตามก่อนจะหันไปหาอะธีน่าที่นั่งอยู่ด้านใน“ล
ภายในคฤหาสน์พิทักษ์วงศ์บรรยากาศที่เคยสงบเรียบร้อยในทุกเช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนอลิซ—อดีตตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด—กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ นั่งอยู่ไม่ไกลทุกคนต่างมีสีหน้ากังว







