Die Auserwählte Braut des Alphas

Die Auserwählte Braut des Alphas

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-27
Oleh:  VivianTamat
Bahasa: Deutsch
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
99Bab
4.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

„Sag mir, was du mir erlauben würdest, Nina.“ Er schlang seine Hand um ihren Hals und umfasste ihn in einem lockeren, aber besitzergreifenden Griff. Nina vergaß für einen Moment, wie man atmet, während ihr Körper unerwartet auf ihn reagierte. „Würdest du mich dich hier berühren lassen?“ Er bewegte seine Hand langsam von ihrem Hals weg und zog sie an ihrem Körper entlang nach unten, spürte die Einbuchtung ihrer Taille und die Kurve ihrer Hüften. Dann ging er wieder nach oben, bis er zu der Wölbung ihrer Brüste kam. „Hier, Nina. Würdest du?“ Er strich langsam über die Wölbung ihrer Brüste, seine Hand berührte sie fast nicht, aber sie konnte die Bewegung spüren, und sie war überrascht von der Vorfreude, die sich in ihr aufbaute. „Antworte mir, Babygirl.“ Er ließ seine Handfläche nur ein wenig über sie streichen. „Ja...“ ***** Nachdem sie von ihrem Gefährten abgewiesen und dann von den Menschen, die sie ihre Eltern nannte, gezwungen worden war, hatte Nina keine andere Wahl, als den berüchtigten Alpha des Night Howler-Rudels zu heiraten, um die Schulden ihres Vaters zu begleichen. Sie hatte über diesen Mann, Alpha Ezra, nur schreckliche Dinge gehört! Aber was passiert, wenn er sich als der Traum entpuppt, den sie sich nie zu träumen gewagt hatte?

Lihat lebih banyak

Bab 1

Kapitel 1

ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหลินจือซูยอมเอาชื่อเสียงของตนเข้าแลกและทนทุกข์ทรมานเพื่อ มู่หรงจิ่งมาถึงสามปี ไม่มีใครเชื่อว่านางจะยอมกลืนก้อนความคับแค้นนี้ลงคอ และปล่อยให้สาวใช้ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งปีนเกลียวขึ้นมาเหยียบย่ำบนหัวนางได้

ดังนั้น ในวันที่มู่หรงจิ่งพาแม่สื่อมาปรากฏตัวที่หน้าประตูเรือนของหลินจือซู ผู้คนมากมายจึงพากันแห่แหนมามุงดูเรื่องสนุก

ทุกคนล้วนรอชมว่านางจะอาละวาดแผลงฤทธิ์ต่อหน้าธารกำนัลอย่างไร

แม้แต่มู่หรงจิ่งเองก็ใบหน้าเคร่งขรึมลง เขาขยับกายบังเสาเยว่ไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณ: “หลินจือซู ข้ารู้ว่าเจ้าดูแลข้ามาตลอดสามปี แต่บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ความรักก็ส่วนความรัก ข้าไม่อาจฝืนใจครองคู่กับเจ้าเพียงเพราะเรื่องนี้ได้ ขอเจ้าอย่าได้นำเรื่องนี้มาพาลหาเรื่องเสาเยว่เลย”

ทว่าหลินจือซูกลับมีสีหน้าราบเรียบ นางหยิบรายการสินเดิมเจ้าสาวส่งให้เขา “ซื่อจื่อคิดมากไปแล้ว นี่คือสินเดิมที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้เสาเยว่ นางเติบโตอยู่ข้างกายข้ามาตั้งแต่เด็ก ความผูกพันของเราเปรียบดั่งพี่น้อง”

“ของเหล่านี้ถือเสียว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากข้า ขอเพียงวันหน้าซื่อจื่อปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจก็พอ”

มู่หรงจิ่งก้มมองบัญชีสินเดิมอันหนาเตอะนั้น แววตาฉายความประหลาดใจพาดผ่านวูบหนึ่ง

ขณะที่ฝูงชนเบื้องหลังกลับแตกฮือ พากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่

“หลินจือซูเปลี่ยนลูกไม้แล้วหรือไร? กาลก่อนคุณหนูจวนซื่อหลางเพียงแค่สนทนากับซื่อจื่อมากไปสองสามประโยค นางก็ถึงขั้นกระชากปิ่นปักผมของอีกฝ่ายทิ้งกลางวง ไม่ไว้หน้าผู้ใดเลยสักนิด”

“นั่นสิ เทศกาลโคมไฟปีก่อน มีคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มอบโคมไฟให้ซื่อจื่อ นางก็กวาดโคมไฟทั้งหมดโยนทิ้งลงทะเลสาบเสียดื้อ ๆ วันนี้กลับใจกว้าง ยอมเตรียมสินเดิมให้สาวใช้ที่เขาจะตบแต่งเนี่ยนะ?”

เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วเข้าหู ทว่าสีหน้าของหลินจือซูกลับไม่เปลี่ยนแปรแม้แต่น้อย นางเพียงเอ่ยเรียกเสียงเรียบ: “แม่นมซ่ง”

แม่นมซ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างรับคำแล้วก้าวออกมา พร้อมประคองกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรกล่องหนึ่งออกมา

หลินจือซูยื่นมือไปเปิดฝากล่อง

ภายในนั้นมีหนังสือหมั้นหมายเดินลายทองม้วนหนึ่งวางนิ่งอยู่

นางช้อนตามองมู่หรงจิ่ง น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน: “นี่คือหนังสือสัญญาหมั้นหมายที่ท่านปู่ของพวกเราทำไว้ให้ในอดีต วันนี้ข้าจะขอเผามันเสียต่อหน้าทุกท่าน”

“นับแต่นี้ไป สัญญาหมั้นหมายถือเป็นโมฆะ บุรุษจะแต่งงาน สตรีจะออกเรือน ล้วนไม่มีอันใดข้องเกี่ยวกันอีก”

นางรับแท่งจุดไฟจากมือแม่นมซ่ง จ่อเปลวเพลิงเข้าที่มุมหนึ่งของหนังสือสัญญา

เปลวไฟสีแดงเพิ่งจะเลียไล้ขอบกระดาษ

“คุณหนู อย่านะเจ้าคะ!”

เสาเยว่พุ่งตัวเข้ามาอย่างแรง ใช้มือเปล่าตะปบเปลวไฟจนมอดดับ

ฝ่ามือของนางถูกลวกจนแดงเถือก สั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความเจ็บปวด ทว่ากลับคุกเข่าลงตรงหน้าหลินจือซูอย่างแน่วแน่: “คุณหนู บ่าวไม่เคยบังอาจมักใหญ่ใฝ่สูงคิดเกินเลยกับซื่อจื่อเลยเจ้าค่ะ ขอเพียงได้คอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายคุณหนูกับซื่อจื่อทุกเมื่อเชื่อวัน บ่าวก็พึงพอใจแล้ว”

กล่าวจบนางก็หมอบกายลงโขกศีรษะ ครั้งแล้วครั้งเล่า

เพียงชั่วพริบตา หน้าผากก็มีเลือดสดซึมออกมา ดูแล้วชวนให้ตื่นตระหนกตกใจยิ่งนัก

ฝูงชนรอบด้านต่างส่งเสียงฮือฮา

สีหน้าของมู่หรงจิ่งแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาสาวเท้าก้าวยาวเข้าไปประคอง

เสาเยว่ขึ้นมา พอก้มมองเห็นตุ่มน้ำพองแดงช้ำเต็มฝ่ามือของนาง ความปวดร้าวเสียใจในแววตาก็แทบจะทะลักล้นออกมา เขาตะโกนสั่งการทันที “ใครก็ได้! รีบไปเอายามาเร็วเข้า!”

จากนั้นเขาก็หันขวับมามองหลินจือซู ความสงสารเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นโทสะจนสิ้น: “คนที่ต้องการแต่งเสาเยว่เป็นภรรยาคือข้า คนที่ต้องการถอนหมั้นก็คือข้า หากเจ้าโกรธเคืองก็จงมาระบายที่ข้าเถิด ไยต้องเอาหนังสือหมั้นหมายมาแสร้งเล่นละครตบตาผู้คนด้วย!”

หลินจือซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย: “ซื่อจื่อกล่าวได้ถูกต้อง เป็นข้าเองที่คิดอ่านไม่รอบคอบ”

นางเอี้ยวตัวไปรับกระดาษสัญญาอีกฉบับจากมือแม่นมซ่ง: “นี่คือสัญญาขายตัวของเสาเยว่ วันนี้ข้าขอมอบให้ท่านไปพร้อมกันเสียเลย นับแต่นี้นางและข้าถือว่าขาดจากกัน ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก”

มู่หรงจิ่งถึงกับชะงักงัน

เขามองดูคิ้วตาที่หลุบต่ำอย่างว่านอนสอนง่ายของหลินจือซู แววตาฉายความตกตะลึงวูบหนึ่ง

เขาคาดการณ์เอาไว้ว่านางจะต้องร้องไห้ฟูมฟาย อาละวาดบ้านแตก จะต้องเอาบุญคุณสามปีมาบีบบังคับเขา และใช้หนังสือหมั้นหมายมาข่มขู่ให้เขายอมจำนน

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า... นางจะสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้

ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดข้องอันยากจะอธิบายลอยวนขึ้นมา

เขาพลั้งปากโพล่งออกไป: “ยามนี้ชื่อเสียงของเจ้าป่นปี้ไปหมดแล้ว หากยังมาถอนหมั้นอีก ภายภาคหน้าในเมืองหลวงแห่งนี้จะมีตระกูลสูงศักดิ์ใดกล้าส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้าอีกเล่า?”

“อย่างไรเสียเจ้าก็ดูแลข้ามาถึงสามปี ข้ามิใช่คนเนรคุณ แม้ข้าจะแต่งเสาเยว่เป็นภรรยา ทว่าก็จะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจเด็ดขาด”

“เจ้าวางใจเถิด รอให้อีกหนึ่งเดือนเสาเยว่แต่งเข้าจวนแล้ว ข้าจะมาเยือนถึงหน้าประตูเพื่อนำสินสอดมาสู่ขอเจ้า ยกย่องให้เจ้าอยู่ในตำแหน่งภรรยาเอกร่วมอย่างสมเกียรติ”

สิ้นคำ โดยไม่รอฟังคำตอบรับจากหลินจือซู เขาก็ประคองพาเสาเยว่ก้าวขึ้นรถม้าอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพาแม่สื่อเร่งรีบจากไป

ฝูงชนที่มามุงดูเหตุการณ์ค่อย ๆ ทยอยสลายตัวไป

หลินจือซูหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในลานเรือน

ทันทีที่ก้าวพ้นบานประตูห้อง ความเยือกเย็นที่นางฝืนปั้นแต่งมาตลอดก็พังทลายลงในพริบตา เรี่ยวแรงทั่วทั้งร่างราวกับถูกสูบออกไปจนสิ้น

แม่นมซ่งรีบถลาเข้ามาพยุงนางให้นั่งลง ขอบตาแดงก่ำ: “คุณหนู ท่านจะยอมลดตัวไปเป็นภรรยาเอกร่วมของซื่อจื่อจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

หลินจือซูส่ายหน้าช้า ๆ: “เรื่องการแต่งงานของข้า ข้าเตรียมการอย่างอื่นไว้แล้ว”

แม่นมซ่งกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น: “ตอนที่ซื่อจื่อนอนไม่ได้สติอยู่นานถึงสามปี เป็นท่านที่ไม่ยอมทอดทิ้ง คอยเฝ้าปรนนิบัติอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา คนภายนอกพากันด่าทอว่าท่านไม่รักนวลสงวนตัว หัวเราะเยาะว่าท่านใฝ่สูงเกินศักดิ์ ท่านต้องทนรับความอยุติธรรมมามากเพียงใด... ทว่ายามนี้กลับยอมปล่อยมือไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ มิเท่ากับเป็นการปล่อยให้นังบ่าวชั้นต่ำนั่นได้ดีไปเปล่า ๆ หรือเจ้าคะ!”

หลินจือซูมิได้เอื้อนเอ่ยตอบคำ ริมฝีปากเพียงกระตุกยิ้มบางเบาจนแทบมองไม่เห็น

ภาพเหตุการณ์สารพัดในชาติภพก่อนหวนหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ

ในชาติก่อน นางอาศัยความผูกพันที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ใช้บุญคุณตลอดสามปีนั้นมาบีบบังคับให้เขายอมทำตามสัญญาสมรส

ทว่าหลังแต่งงานนางถึงได้ตระหนักว่า คนที่สลักลึกอยู่ในใจของมู่หรงจิ่งมาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็คือเสาเยว่สาวใช้ของนางเอง

การที่เขาเคยแวะเวียนมาที่เรือนของนางทุกเมื่อเชื่อวันโดยอ้างว่ามาเยี่ยมเยียน แท้จริงแล้วก็เพียงเพื่อจะได้ลอบมองเสาเยว่ให้ชื่นใจก็เท่านั้น

ต่อมานางถึงได้รู้ความจริงจากปากของพวกบ่าวไพร่ว่า เมื่อครั้งยังเด็กมู่หรงจิ่งเคยพลัดตกน้ำ และได้รับการช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่ง

ส่วนเสาเยว่นั้นมีหยกพกที่เขาทำหล่นหายไปในตอนที่ตกน้ำอยู่ในมือ เขาจึงเข้าใจผิดคิดไปว่านางคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้

ทั้ง ๆ ที่ในปีนั้น ชัดเจนว่าเป็นนางเองที่ยอมเสี่ยงชีวิตกระโดดลงไปในน้ำ อุตส่าห์ช่วยมู่หรงจิ่งขึ้นมาอย่างไม่คิดชีวิต จนพอกลับไปก็ต้องล้มหมอนนอนเสื่อด้วยพิษไข้สูงยาวนานนับครึ่งเดือน แทบจะเอาชีวิตไม่รอด

ในชาติก่อนเมื่อได้รับรู้ความจริง นางหึงหวงจนแทบคลุ้มคลั่ง

ด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด นางจึงใช้อำนาจเขียนหนังสือสัญญาเพียงฉบับเดียว จับเสาเยว่ยกให้ตบแต่งกับคนเลี้ยงม้าสันดานหยาบช้าในจวน

เสาเยว่ต้องทนถูกคนเลี้ยงม้าทุบตีทรมานอยู่ทุกวี่วัน สุดท้ายเมื่อทนรับสภาพไม่ไหว จึงตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

และนั่นก็ทำให้มู่หรงจิ่งเคียดแค้นชิงชังนางเข้ากระดูกดำนับแต่นั้นมา

นางคลอดบุตรให้เขาถึงสามคน ทว่าเขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง เด็กเพิ่งตกถึงพื้นก็ถูกอุ้มเอาไปยกให้คนอื่นเสียแล้ว

ซ้ำยังกักขังนางเอาไว้แต่ในเรือนลึก ไม่ยอมให้ผู้ใดมาเยี่ยมเยียน

นางต้องกอดเก็บความเคียดแค้นชิงชังเอาไว้เต็มอก ทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างโดดเดี่ยวจนตรอมใจตายในที่สุด

เมื่อได้หวนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครา ได้เห็นท่าทีของมู่หรงจิ่งที่คอยปกป้องเสาเยว่

อยู่เบื้องหลังเช่นนั้น จู่ ๆ นางก็หมดสิ้นซึ่งความรู้สึกอยากจะแย่งชิงสิ่งใดอีก

เมื่อดึงสติกลับมาได้ หลินจือซูก็หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นส่งให้แม่นมซ่ง

“ส่งจดหมายนี่ไปให้ท่านอาของข้า ฝากบอกท่านด้วยว่า... การแต่งงานกับตระกูลเสิ่นแห่งเจียงหนาน ข้ายินดีตกลง”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
99 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status