ログインFan Meeting
"สวัสดีครับทุกคน"!!!!! แสง สี เสียงโชว์สุดตระการตาตากว่า 2 ชั่วโมง จากทีมนักแสดง สร้างความประทับใจให้เหล่าแฟนคลับมากมายจนกระแสการพูดถึงงานในวันนี้ติดอันดับโลก หลายคนพกพาความสุขกลับบ้านอย่างไม่นึกเสียดายเงินที่จ่ายไป บางคนถึงขั้นร้องไห้เสียน้ำตาที่ได้มาเจอกับศิลปินที่เขารัก แม้แต่ Benefit ที่เตรียมไว้ให้แฟนคลับก็ถูกจัดขึ้นอย่างดี ทั้งพูดคุย ถ่ายภาพ มอบลายเซ็น หากจะพูดได้ว่างานวันนี้เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่นึกเสียดายกับการตัดสินใจมา จนกระทั่งงานในวันที่ 2 จบลง ทางผู้จัดจึงต้องแจ้งข่าวด่วนให้กับเหล่าแฟนคลับได้ทราบ "เนื่องจาก hall ที่จัดการแสดงเกิดทรุดตัวอันเนื่องมาจากปัญหาโครงสร้าง ทางทีมผู้จัดจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ในการจัดงาน ซึ่งอยู่ไกลออกไปในเขตชานเมืองและต้องขอเลื่อนกำหนดการจัดงานแสดงออกไปอีกสองวันเพื่อทำการเตรียมสถานที่ใหม่อีกครั้ง หากผู้ใดมีความประสงค์จะขอเงินคืนสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ขอ Refund ผ่านทาง e-mail ของบริษัทได้โดยตรง ทางเราจะคืนเงินให้เต็มจำนวน แต่หากแฟนคลับท่านใดยังอยากมาเจอกัน ก็ขอให้อดใจรอสักหน่อย รับรองความสนุกไม่ลดลงแน่นอน" เพราะแรงสนับสนุนบวกกับการพูดถึงงานที่จัดขึ้นตลอดสองวันที่ผ่านมาทำให้มีเพียงส่วนน้อยที่ติดขัดเรื่องเวลาและสถานที่จำใจต้องนำบัตรออกมาขายต่อด้วยความเสียดายแต่ทุกคนต่างไม่กล่าวโทษผู้จัดงานเพราะรู้ว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ "มึง! กูถูกโกงเงิน" "อะไรของมึง" "แม่งมีคนบอกจะปล่อยบัตร 6500 มันขาย 15,000แล้ว ให้กูโอนค่าบัตรครึ่งหนึ่งที่เหลือจ่ายวันงานกูเห็นว่าเป็น account คุ้นหน้าคุ้นตากันเลยโอนไป พอกูโอนมันก็บล็อกกูไปเลย" แต่ในความโชคดี ก็มักจะมีความโชคร้ายเมื่อมิจฉาชีพแฝงตัวมาในรูปแบบแฟนคลับและกำลังสร้างความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและจิตใจของคนอื่นอยู่ไม่น้อย "โห! มึงเงินตั้งหลายพัน ละมึงเอาไง" "ไม่รู้ว่ะ แต่กูก็อยากไปบัตร 6500 นะเกรซ" "กูรู้ ก็ถ้ามีคนปล่อยเดี๋ยวกูช่วยดูให้แต่คงต้องรอบคอบหน่อยจะได้ไม่โดนโกง" "เออ แต่โกรธมากเลยนะ เอาความตั้งใจของคนอื่นมาหากินแม่งเลว งานการไม่มีทำหรือไงวะถึงมาโกงคนอื่นแบบนี้ เมื่อไหร่คนพวกนี้มันจะฉิบหายกันไปให้หมดสักที ที่น่าโกรธที่สุดคือแม่งเป็นแฟนคลับเหมือนกันเนี่ยแหละ" "เออมึงใจเย็น ๆ ลองหาทางติดต่อหรืออายัดอะไรดูอาจจะได้เงินคืน" "เออ เดี๋ยวลองดู แต่อย่าให้กูเจอตัวจริงของมันนะมึง จับตบล้างน้ำแม่ง" หลังจากที่อิงจันทร์วางสายจากเพื่อนสนิท เธอก็เฝ้ามองหน้าจอช่องแชตที่ถูกบล็อกจากมิจฉาชีพยิ่งสร้างความขุ่นเคืองไม่น้อย ก่อนที่จู่ ๆ หน้าจอจะเด้ง website ปริศนาขึ้นมา ในตอนแรกอิงจันทร์เองก็ไม่ได้สนใจ มองว่าเป็น ไวรัสจากwebsiteขายของที่เคยเจอบ่อย ๆ ข้อความจาก web เถื่อนยังคงกะพริบอยู่อย่างต่อเนื่อง อิงจันทร์ตั้งใจจะกดปิดแต่กลับพลาดกดโดน link เข้าสู่หน้าหลักของ website นั่น ไม่นานก็ปรากฏภาพของสินค้าชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตจากประเทศมหาอำนาจแผ่นดินใหญ่ ภาพของคนโกงผุดขึ้นในหัว ถ้าเงินไม่ได้คืนแล้วมีโอกาสแก้แค้นคนนิสัยเสียพวกนั้นก็คงดี จิตใจด้านดำมืดเริ่มครอบงำ อิงจันทร์กดไล่ดูสรรพคุณของยาทีละชนิด จนไปสะดุดกับยาตัวหนึ่ง อาการหลังได้รับยาคือหน้ามืดและกระหายน้ำอย่างรุนแรงจนถึงขึ้นหมดสติ อย่าจะออกฤทธิ์ภายใน 1 - 2 ชั่วโมงแล้วแต่บุคคล และยาจะหมดฤทธิ์หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงโดยที่ไม่ทิ้งสารตกค้างให้ตรวจสอบได้ อิงจันทร์ลังเลอยู่ไม่นานก่อนจะตัดสินใจกดซื้อแม้เธอจะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้มันหรือเปล่า แต่เธอก็หวังว่าคนพวกนั้นควรได้รับบทเรียนบ้าง วันงาน... ถึงแม้จะเกิดปัญหาของการจัดงานก่อนหน้านี้แต่จำนวนผู้มาร่วมงานก็ไม่ได้ลดลงเลย บางคนมาไม่ได้แต่ก็เลือกที่จะขายต่อบัตรให้กับแฟนคลับคนอื่น ๆ มากกว่าจะเงินคืน ส่วนคนที่มาได้ ก็จัดการวางแผนการเดินทางที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับตัวเอง สถานที่จัดงานเป็นเครือเดียวกันกับครั้งก่อน แต่เป็น hall การแสดงที่แยกออกมาตั้งอยู่ชานเมือง และกำลังอยู่ในช่วงขยายพื้นที่ รอบ ๆ บริเวณในวันนี้จึงมีเพียงแฟนคลับที่มางานและเหล่าเจ้าหน้าที่ของงานเพียงเท่านั้น "ขอบใจมึงมากนะเกรซหาบัตรมาให้กูจนได้" "เออ! แล้วคนที่โกงมึงไปละ คืบหน้าไหม" "กูคุยกับคนอื่น ๆ ก็มีคนโดนเหมือนกูนะ เขาบอกมันก็แฟนคลับเหมือนกันนี่แหละเพราะมีคนเคยเจอนางตามงาน กูเจอมันนะ จะตบให้น่วมคามือกูเลย" "มันโกงไปขนาดนั้นมันคงไม่กล้ามาหรอกมึง" "ก็ไม่แน่หรอก งานนี้คนเยอะ มันอาจจะคิดว่ามันมาคนก็คงไม่ทันได้เจอมัน" เกรซ กับ อิงจันทร์ เป็นเพื่อนสนิท ที่บังเอิญมาชื่นชอบศิลปินกลุ่มเดียวกันถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะอาศัยอยู่ต่างประเทศ แต่เพราะวันนี้ถือเป็นวันสำคัญทั้งคู่จึงตัดสินใจหาซื้อบัตรเพื่อมาเจอศิลปินที่รักของเขาเป็นครั้งแรก "อิงจันทร์!!!!" "คะ..." "นี่พี่เนสไงที่คุยกันในเอ็กซ์บ่อย ๆ ได้เจอตัวจริงกันแล้ว" "อ่าว พี่เนสเหรอคะ ดีใจจังเลยได้เจอกันสักที" แฟนคลับมากหน้าหลายตา เริ่มทยอยเข้ามาในพื้นที่เพื่อรอเวลาลงทะเบียนเข้างาน หลายคนเคยเจอกันตามงานต่าง ๆ และก็มีอีกหลายคนที่เดินทางมาไกลเพื่องานนี้โดยเฉพาะ แต่สังคมแฟนคลับมักจะมีความสัมพันธ์ผ่านหน้าจอที่ดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดูแนบแน่นไม่น้อยไปกว่าการได้เจอหน้ากัน บางคนเคยคุยกันแค่ในช่องแชตมานานหลายปี จนวันนี้ได้มาเจอกัน ก็ดูสนิทสนมไม่ต่างจากเพื่อนคนหนึ่ง "เออ ได้ข่าวว่าโดนโกงค่าบัตร" "ใช่ค่ะ โกรธมาก ทำแบบนี้ได้ไง แฟนคลับเหมือนกันแท้ ๆ" "เห็นว่านางมางานนี้นะมีคนเจอ แต่นางน่าจะรู้ว่าคนหมายหัวเลยเดินหลบไปไหนไม่รู้" "จริงเหรอคะ อิงไม่เคยเจอนางไม่รู้เลยว่านางคนไหน" "แป๊บนะ มีคนถ่ายรูปนางไว้" อิงจันทร์ยืนรอดูรูปมิจฉาชีพในคราบแฟนคลับอย่างใจจดใจจ่อ ในใจยังคงโกรธเคืองไม่หาย เธอไม่ได้เสียดายเงิน เพราะสำหรับเธอมันคือเรื่องเล็กน้อย แต่เพราะเธอมองว่าในเมื่อเป็นแฟนคลับเหมือนกันก็น่าจะเข้าอกเข้าใจกัน แต่กลับใช้ความเชื่อใจทำร้ายกันได้ลง รูปถ่ายผู้หญิงผมยาวสวมเสื้อสีดำกางเกงขายาว ใบหน้าดูดี จนไม่คิดไม่ถึงว่าจะมาทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นได้ "หน้าตาก็ดีไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย" "ใช่..นี่เขาก็ลงขันกันนะคนที่โดนอะ ว่าถ้าเจอจะตามไปจัดการ" "ดีค่ะ ถ้าเจอพี่เนสบอกอิงด้วยนะคะ" "ได้เลย" "อ่ออันนี้เกรซค่ะพี่เนสเป็นเพื่อนสนิทอิงที่อังกฤษค่ะ" "อ่อ...สวัสดีค่ะ" "สวัสดีค่ะพี่เนส เกรซตามกดไลก์ภาพถ่ายฝีมือพี่เนสบ่อย ๆ ชอบมากเลยค่ะ" "ขอบคุณมากนะคะ" ทั้งสามคนพากันไปนั่งในร้านกาแฟเพื่อรอเวลาเปิดลงทะเบียน "เดี๋ยวอิงขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" "โอเค รออยู่ในนี้นะ ข้างนอกร้อนไม่ไหว" อิงจันทร์เดินออกจากร้านกาแฟมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำซึ่งเปิดอยู่เพียงจุดเดียวคือบริเวณด้านข้างhall ที่จะเปิดการแสดง ระหว่างที่เธอกำลังยืนล้างมืออยู่เธอสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินสวนเข้ามา เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็จำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนในภาพที่ถูกถ่ายเอาไว้ และเป็นคนเดียวกันกับที่โกงเงินค่าบัตรของเธอไป ในตอนนั้นเธอแทบอยากจะวิ่งเข้าไปจัดการให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอกลับหยุดคิดถึงสิ่งที่เธอตั้งใจเตรียมมา แก้วเครื่องดื่มของโจรในคราบแฟนคลับถูกวางทิ้งไว้ที่อ่างล้างมือ โดยมีเพื่อนอีกคนยืนรออยู่ด้านนอก อิงจันทร์ล้วงขวดแก้วใบใสที่บรรจุน้ำอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะขยับตัวเข้าไปยืนบังแก้วน้ำเอาไว้ แล้วเทน้ำแปลกปลอมนั้นลงไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตัวการเดินออกมาพอดี "ขอโทษนะคะ น้ำของเราหรือเปล่า" "อ๋อ ใช่มั้งค่ะ ขอโทษทีค่ะ พอดีจะเช็ดมือไม่ทันสังเกต" อิงจันทร์รีบเดินออกมาทันที มือข้างขวากำขวดยาปริศนาเอาไว้จนแน่นพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "โกงคนอื่นดีนัก งั้นก็ไปนอนโรงพยาบาลแทนได้เข้าไปดูงานมีตก็แล้วกัน" "ขณะนี้ได้เวลาเปิดลงทะเบียนแล้ว ขอเชิญแฟนคลับผู้ร่วมงานทุกคน มาลงทะเบียน ณ จุดลงทะเบียนด้านหน้าเพื่อเตรียมเข้างานได้เลยค่ะ" เสียงประกาศจากผู้จัดงานดังขึ้น เหล่าแฟนคลับต่างทยอยเก็บของเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเวลาที่รอคอย "สวัสดีครับ!!" อาร์ตี้ ฟาร์ม วายุ สิงหา นาที 5 นักแสดงชื่อดังจากซีรีส์วายปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมกับเพลงประกอบซีรีส์ที่โด่งดังไม่แพ้กับเนื้อหา เสียงกรี๊ดจากแฟนคลับกว่า 1700 ที่นั่ง ดังกระหึ่มไปทั่วทั้ง hall แสง สี เสียง ตระการตาคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย บทเพลงมากมายถูกขับร้องบนเวทีการแสดง สลับสับเปลี่ยนกันไป สร้างความประทับใจให้แฟนคลับ งานทุกอย่างราบรื่นจนกระทั่งเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงาน ก่อนที่จะปล่อยให้แฟนคลับบางส่วนกลับบ้าน เหลือเพียงแฟนคลับที่อยู่รอรับ Benefit ต่าง ๆ ตามรายละเอียดของราคาหน้าบัตรที่จำหน่าย "เดี๋ยวจะเริ่มจาก Hi bye แถวหลังสุดก่อนนะคะ แล้วค่อย ๆ ไล่มาจนถึงแถว 5500 จะเป็นถ่ายรูป 10 ต่อ 5 แล้วก็แถวสุดท้าย 6500 จะให้ถ่ายรูป และพูดคุยกับน้องเสร็จครบทุกคน ก็จะให้เดินลงกลับไปนั่งเพื่อรอ hi bye อีกรอบนะคะ ตามนี้นะคะ" Staff ประกาศขึ้น เหล่าแฟนคลับต่างพากันตื่นเต้นที่จะได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ตัวเองรัก และแล้วการทำกิจกรรมเดินทางมาถึงโซนของผู้ซื้อบัตร ราคา 6500 บาท ซึ่งเป็น 3 แถวสุดท้าย "เดี๋ยวทีมงานขอให้น้อง ๆ ไปพักเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ เดี๋ยวกลับมา" แฟนคลับต่างเข้าใจเป็นอย่างดี การต้องมายืนยิ้มโบกมือ พูดคุย หยอกล้อกับแฟนคลับนับร้อยชีวิตติดต่อกันย่อมมีความเหนื่อยล้า พวกเขาจึงทำหน้าที่เป็นแฟนคลับที่ดีโดยการนั่งรออย่างใจเย็น ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ จู่ ๆ ก็เกิดเสียงความวุ่นวายดังมาจากข้างนอก เสียงกรีด ร้องตะโกนคล้ายกับมีคนกำลังตกใจสุดขีดกับอะไรบางอย่าง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูบริเวณทางเข้าด้านหน้า hall "ช่วยด้วย.....เปิดเดี๋ยวนี้! เปิดประตูให้หน่อยค่ะ " เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างนอกสร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าแฟนคลับด้านใน เจ้าหน้าที่ที่ยืนประจำการค่อย ๆ เดินไปเปิดประตู ก่อนที่กลุ่มแฟนคลับหลายเกือบร้อยชีวิตจะวิ่งกรูเข้ามา "เกิดอะไรขึ้นครับ" เสียง Staff คนหนึ่งถามแฟนคลับ "ผู้หญิงข้างนอกเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็ล้มลง แล้วพอลุกขึ้นมาก็ไล่กัดแฟนคลับคนอื่น" "อะไรนะ " "จริง ๆ นะคะพี่ เขาไล่กัดคนไปทั่วเลย แล้ว...แล้วคนที่โดนกัด ก็ลุกขึ้นมา ไล่กัดคนอื่นเหมือนในหนังซอมบี้เลย พี่รีบปิดประตูเลยค่ะเดี๋ยวมันเข้ามา" ท่าทีร้อนรนของแฟนคลับสาวคนนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ร้อนใจ หากแต่เหตุการณ์ที่เธอเล่ามันดูไม่น่าเกิดขึ้นได้จริง นี่มันไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เคยดูที่จู่ ๆ จะมีฝูงซอมบี้มาบุกรุกอาละวาดไล่กัดคน "ใจเย็น ๆ นะครับ ทุกคนนั่งลงสงบสติอารมณ์ก่อน" หลายฝ่ายผู้ดูแลต่างมาช่วยคุมสถานการณ์เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเริ่มบานปลาย "พี่รีบปิดประตูเถอะค่ะ พวกหนูไม่ได้โกหก ถ้ามันเข้ามาในนี้เราได้ตายกันหมดแน่" "น้อง ๆ ไปรวมตัวกับเพื่อนทางนู้นนะครับพี่ขอออกไปดูหน่อย" "พี่อย่าไปเลยค่ะ พี่คะ" ในฐานะผู้ดูแลความเรียบร้อยของงาน เขาคงปล่อยให้มันเกิดความวุ่นวายไม่ได้เพราะนั่นมันหมายถึงอนาคตการทำงานของเขาก็อาจจะไม่ดีนัก 'พี่คะ อย่าไปเลย' 'อย่าไปเลย พี่กลับเข้ามา' ' ข้างนอกมันมีซอมบี้จริงๆ นะคะ' 'พี่คะทำไมไม่ฟังกันเลย พี่' เสียงของกลุ่มคนที่วิ่งหนีตายพยายามร้องเรียกกลุ่มเจ้าหน้าที่แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อเขายังมุ่งมั่นที่จะเดินออกไปดูพร้อมกับทีมติดตามอีกสามสี่คน ด้านนอกยังมีเสียงกรีดร้องโวยวายดังสะท้อนไปทั่วไปหยุด "พี่เอก นั่นพี่ ยืนอยู่นั่นคนหนึ่ง" เอก หนึ่งในทีม staff หันไปตามที่รุ่นน้องบอก ก่อนจะเจอร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งยืนโงนเงนอยู่ตรงหน้า "น้องครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ในเวลานี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ รอบตัวไร้สายลมเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงร้องกึกก้องที่ยังคงหาที่ไปที่มาไม่ได้ เอกค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ เป้าหมายอย่างระมัดระวัง "เฮ้ย..ตัวอะไรวะ!" เสียงตกใจจากทีมงานอีกฝั่งร้องขึ้นจนเอกหยุดชะงัก "ไอ้น้องปล่อยเพื่อน ทำอะไรเนี่ย" ภาพที่ทุกคนเห็นคือมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกัดเข้าไปที่ท้องของผู้หญิงอีกคน จนเลือดสาดกระจายไปทั่วพื้นที่ เสียงร้องขอชีวิตค่อย ๆ เงียบลงพร้อมกับร่างผู้บาดเจ็บแน่นิ่งไป ทีมงานรีบเข้าไปดึงตัวผู้ก่อเหตุออกมาหวังว่าจะช่วยชีวิตอีกฝ่ายได้ทัน แต่ผู้หญิงที่เขาเห็นอันมีร่างกายบอบบางกลับมีแรงมหาศาล ดิ้นหลุดจากการล็อกตัวจากชายร่างใหญ่สองคน แถมยังหันมากระโจนใส่คล้ายสุนัขที่กำลังบ้าคลั่ง "หยุดเดี๋ยวนี้นะ" "พี่เอกระวัง" "โอ๊ย.. นนท์ช่วยด้วย" ในจังหวะที่เอก กำลังหันไปช่วยเพื่อนทั้งสองคน ก็มีอีกร่างพุ่งกระโจนเข้าใส่จนเขาล้มลง เขี้ยวสยองฝังเข้าที่ต้นคอ เอกร้องได้เพียงชั่วอึดใจเดียวก็ขาดใจตาย นอนแน่นิ่งต่อหน้าต่อตารุ่นน้อง เลือดแดงสดทะลักออกจากรอบที่ถูกกัดคล้ายท่อน้ำที่เกิดรูรั่วขนาดใหญ่ "อย่า..อย่าเข้ามานะ" นนท์ เด็กหนุ่มที่ตั้งใจเพียงมาทำงานพิเศษหาเงิน ในตอนนี้ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัว เขาค่อย ๆ ถอยหลังช้า ๆ สายตาจับจ้องไปที่คนตรงหน้า ดวงตาสีขาวขุ่นไร้แววตาสีดำ จ้องมองมาที่เขาอย่างหื่นกระหาย เสียงฟันกระทบเสียดสีกัน ที่ฟังแล้วรู้สึกสยอง ดังออกมามาจากริมฝีปากที่ในเวลานี้เต็มไปด้วยเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยมาตามสายลม ไม่นาน เด็กหนุ่มเห็นเอกที่ล้มแน่นิ่งไปค่อยๆ ลุกขึ้น ร่างๆ กายกระตุกเกร็งอย่างผิดธรรมชาติ เสียงการขยับตัวฟังดูเหมือนกระดูกกำลังจะแตกออกมาเป็นส่วน ๆ "พี่เอก.....ช่วยผมด้วย" ถึงแม้เขาจะรับรู้ได้ว่าเอกมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไป แต่นั่นเป็นเพียงที่พึ่งเดียวที่เขาคิดออก "โอ๊ย.... ช่วยด้วย!" และก็เป็นอีกครั้งที่ความไว้ใจถูกทำลายเพราะคนตรงหน้าไม่ใช่คนอีกแล้ว กลุ่มบุคคลที่ถูกกัดต่างทยอยฟื้นขึ้นมาแต่พวกเขาไม่ใช่คนอีกต่อไป ปลายจมูกสูดดมหากลิ่นของคนบริสุทธิ์ที่ยังมีลมหายใจ ทั้งหมดต่างวิ่งตรงไปยัง hall ที่จัดการแสดง พร้อมกับเสียงขู่ร้องคล้ายสัตว์ร้ายที่หิวกระหาย "พวกมันมาแล้วปิดประตูเร็ว" เสียงร้องของแฟนคลับคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นซอมบี้กำลังวิ่งตรงมา ทุกคนในนั้นต่างเห็นเหตุการณ์ด้านนอกและกำลังตกตะลึงจนขาดสติ "ปิดเร็ว ๆ" "เร็ว ๆ เข้าซิ มัวทำอะไรอยู่" "เรากลัว เราไม่กล้า" สองขาอยากจะวิ่งไปที่ประตูใจแทบขาด แต่เพราะภาพคนตายกลิ่นเลือด และความเห็นแก่ตัวทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะลุกขึ้นมาสักคน ทุกคนต่างนั่งกอดเข่า ตัวสั่นเทา ร้องไห้ดูน่าเวทนา "เดี๋ยวก็ตายห่ากันหมดพอดี ถอย!!!" ทุก ๆ ที่ มักจะมีฮีโร่ซ่อนตัวอยู่เสมอ ทีมงานคนหนึ่งรีบวิ่งไปที่ประตูและรีบปิดมันลงในทันทีก่อนจะลงกลอนล็อกเพื่อความปลอดภัย "ช่วยกันดูตรงอื่นด้วยว่ามีช่องไหนที่เข้ามาได้ล็อกให้หมด" ทีมงานตะโกนบอก หลายคนลุกออกไปยังจุดต่าง ๆ ก่อนจะกดล็อกได้ทันท่วงที เสียงขู่ร้องด้านนอกดังอยู่รอบทิศทาง หลายชีวิตที่ตอนนี้กลายเป็นตัวประหลาดที่ไร้คำอธิบายและพวกเขากำลังหาทางเข้ามาด้านใน ทุกชีวิตตกอยู่ในความหวาดกลัว "เอาละคะทุกคนใครก็ได้ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ระหว่างนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันโทรแจ้งตำรวจหรือกู้ภัยด้วยนะคะ" การรับมือกับเหตุสุดวิสัยเฉพาะหน้าของทีมงานที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี อย่างน้อยมันก็ช่วยดึงสติของหลาย ๆ คนในสถานการณ์แบบนี้ให้กลับมาได้ กลุ่มผู้รอดตายต่างมองหน้ากัน แล้วพยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าต้นเหตุของมันเกิดจากอะไร..กันแน่"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







