LOGINย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
"เอม แกเป็นอะไรหรือเปล่าเห็นแปลก ๆ ตั้งแต่ในคอนเสิร์ตแล้ว" "ไม่รู้ว่ะ รู้สึกไม่สบายตัว เหมือนเป็นไข้ " "งั้นเรารีบกลับกันดีกว่า ไม่อยากอยู่นานด้วยกลัวเจออีพวกนั้น" "ก็ดีเหมือนกัน เห็นมีคนพูดว่าจะตามตัวกูอยู่คงต้องไปเก็บตัวเงียบ ๆ สักพัก" เอม นักศึกษาสาว 1 ในกลุ่มแฟนคลับที่เพิ่งเดินออกมาจากงานด้านใน และกำลังจะเตรียมตัวกดเรียกรถ taxi เพื่อเดินทางกลับบ้าน "กูหิวน้ำ รอแป๊บนะ รถที่เรียกไว้ยังมาไม่ถึงใช่ไหม" "เออ ๆ หิวเหมือนกัน ฝากด้วยนะเดี๋ยวกูไปนั่งรอตรงนู้น" เอมยืนหลบมุมอยู่ตามลำพัง ปล่อยให้เพื่อนสนิทวิ่งไปซื้อน้ำที่ร้านกาแฟ อาจเป็นเพราะจากการเข้าไปด้านในงานนานหลายชั่วโมง มันจึงทำให้เธอรู้สึกคอแห้งไม่น้อยเธอพยายามคิดแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่เธอรู้ดีว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังมีบางอย่างที่ผิดปกติ บางอย่างที่มันไม่สามารถหาคำอธิบายด้วยเหตุผลได้เลย เอมยกมือลูกคอตัวเองเบา ๆ ในตอนนี้เพียงแค่น้ำลายยังดูเหมือนจะกลืนลงไปในลำคอได้ยากลำบาก เสื้อยืดสีดำที่ใส่อยู่เริ่มให้ความรู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้นทุกที อากาศที่ร้อนอยู่แล้วแต่ดูเหมือนมันกำลังร้อนมากขึ้นจนร่างกายผลิตเหงื่อออกมาจนเปียกชุ่มไปหมด เอมยกมือปาดเหงื่อออกจากใบหน้าเล็กน้อยแล้วหันมองไปรอบ ๆ ตัว ที่ในตอนนี้แฟนคลับหลายร้อยชีวิตกำลังทยอยเดินทางกลับ บางคนรถมาถึงได้กลับออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังหยุดพูดคุย หยอกล้อกัน โดยไม่มีทีท่าจะกลับออกไปแต่อย่างใด ไม่นานภาพตรงหน้ากลับกลายเป็นภาพเบลอจนเอมต้องยกมือขึ้นขยี้ตาอีกหลายครั้ง ความหิวกระหายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เหงื่อไหลพรั่งพรูยิ่งกว่าสายฝนในฤดู ก่อนที่ภาพทั้งหมดที่เอมเห็นจะเป็นสีแดงแล้วเธอก็ล้มหมดสติไป "เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า ใครมียาดมบ้างคะ" แฟนคลับพลเมืองดีที่อยู่ใกล้รีบเข้าไปดูอาการเมื่อเห็นว่ามีคนป่วย เธอพยายามทำตามขึ้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างใจเย็น ก่อนที่ร่างของเอมจะชักกระตุกสองสามครั้ง จนพลเมืองดีสะดุ้งด้วยความตกใจ จากที่นอนอยู่บนตักจู่ ๆ เอมก็เด้งตัวขึ้นมานั่ง ใบหน้าเกร็งกระตุกซ้ำ ๆ ตามมาด้วยเสียงกัดฟันที่ฟังแล้วแสบแก้วหู "เธอ....โอเคหรือเปล่า ให้เราเรียกหมอไหม" แม้จะรู้สึกตกใจกับอาการแต่ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรไปอีก พลเมืองดีเอื้อมมือไปแตะไหลเอมเบา ๆ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันการณ์ความหิวกระหายที่น้ำมิใช่สิ่งที่เธอต้องการ เพราะในตอนนี้เธอต้องการมากกว่านั้น กลิ่นคาวอ่อน ๆ จากในร่างกาย เหยื่อ ตรงหน้า สร้างความหิวโหยจนยากจะอดใจไหว เอมกระโดดเข้ามากัดที่ลำคอของแฟนคลับคนนั้นเข้าพอดี จนเขาล้มลงท่ามกลางเสียงหวีดร้องแห่งความเจ็บปวด ไม่นานก็มีคนเห็นเหตุการณ์และพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกกระโจนเข้าใส่ราวกับคนไร้สติ ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดน่าสยดสยอง กลุ่มแฟนคลับแตกฮือไร้ทิศทาง ประตูด้านข้างและด้านหน้าถูกดันกระแทกจนเปิดออก แฟนคลับหลายร้อยชีวิตวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ทัน การแพร่กระจายของโรคประหลาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นาน พื้นที่การโดยรอบก็เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ คนเป็นวิ่งหนีเอาตัวรอดหาที่ซ่อนตัวจ้าละหวั่น เศษเนื้อ หนังของมนุษย์ เลือด สาดกระจายไปทั่วบริเวณ "เธอรีบหนีเร็วข้างนอกเกิดเรื่องใหญ่แล้ว" "อะไรมีเรื่องอะไร" "คนบ้า คนบ้าไล่กัดคน รีบหนีเร็ว...รีบ โอ๊ย.. ช่วยด้วย!" เพราะหวังดีกับเพื่อนแฟนคลับด้วยกัน ทำให้เธอกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฝังเขี้ยวลงบนต้นคอ "เอม มึงทำอะไรของมึง...เป็นบ้าอะไร" กึก กึก กึก กึก เสียงฟันกระทบกัน ปลายลิ้นยาวแลบลิ้นยาวเลียรับรสชาติแสนอร่อย "ไอ้เอม มึงอย่าทำแบบนี้ กูกลัวนะ" "ไอ้เอม........" กึก กึก กึก "เอมอย่า..." กรี๊ดดดดดดดดด ฉึก เสียงคมเขี้ยวฝั่งลงบริเวณต้นคอ ร่างของผู้เคราะร้ายเกร็งกระตุกดิ้นรนหาทางรอด แต่ก็ต่อต้านได้ไม่นาน สุดท้ายเธอก็กลายเป็นอีกคนที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ล่า!!! ลำดับต่อไป "เอาละค่ะทุกคนเราใจเย็น ๆ ก่อน ตอนนี้ช่วยกันโทรแจ้งตำรวจนะคะ" 1 ในทีมงานหันมองจำนวนผู้รอดชีวิตก่อนจะส่งข้อความไปยังกลุ่มทีมงานที่อยู่ด้านนอกเผื่อคาดหวังว่าอาจจะหนีรอดไปได้ พร้อมกับแจ้งไป ทางผู้ดูแลศิลปินว่าอย่าเพิ่งออกจากห้องแต่งตัวและซ่อนตัวให้ดีเพราะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทุกคนช่วยกันติดต่อตามเบอร์ฉุกเฉินและหวังว่าพวกเขาได้รอดชีวิตกลับไปหาครอบครัว ไม่กลายเป็นตัวประหลาดเหมือนคนพวกนั้น "เธอโดนกัดมาเหรอ" "อืมใช่ ตอนมันพุ่งเข้ามาก็เลยยกมือกันเอาไว้ แล้วก็มีคนมาช่วยไว้ แต่คนที่มาช่วย...เขา..." "อืมไม่เป็นไรนะ เอาน้ำล้างแผลก่อนเดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้ว" ทุกคนต่างอยู่ในอาการหวาดกลัว คนที่เจอเหตุการณ์ด้านนอก ภาพสยองยังติดตา ในขณะเดียวกัน คนที่อยู่ด้านใน แม้ไม่รู้ว่าแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เสียงกรีดร้องกับเสียงขู่คำรามด้านนอกก็ทำเอาหวาดกลัวได้ไม่น้อย "แจ้งตำรวจแล้วเดี๋ยวพวกเขาก็คงมา ทุกคนใจเย็น ๆ นะคะ" ความหวังอันเลือนรางกับการรอคอยความช่วยเหลือจากใครสักคน"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







