LOGINปึ้ง~
วายุปิดประตูรถดังมาก นั่นสื่อให้เห็นว่าเขาโมโหแค่ไหน ฉันเม้มปากพลางถอนหายใจ ปวดหัวชะมัดเลย "ยุ..." "ไม่ต้องไปทำอีกแล้ว ผับเวรนั่นน่ะ!" เขาเสียงแข็งขึ้นทันที รู้ได้เลยว่ายังไงเขาก็ไม่ยอม "มีแต่เรื่องเสียหาย" ฉันเงยหน้ามองเขา "มันดีตรงไหนวะ ก็แค่เงินดี" ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ท่องไว้ในใจว่าวายุกำลังโมโห "ที่เหลือก็เสียหมด ทำไปก็มีแต่คนด่า มีแต่คนดูถูก..." "นายก็ด้วยเหรอ" ฉันพยายามจะเงียบแล้ว แต่มันก็หลุดพูดออกไปจนได้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกอะไรไง "ใช่ นายก็เคยดูถูกฉันนิ" วายุตวัดสายตามามองฉัน "อย่าหาเรื่องนะฟ้า แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว" "ฉันก็แค่อยากทำงาน" "ก็ไปทำที่อื่นดิ!" "แต่ที่นี่..." "ก็ไม่พ้นเงิน กี่ครั้งๆเหตุผลเธอก็ไม่พ้นเงิน" คำพูดของวายุทำให้ฉันกำมือแน่น ใช่ ฉันกับเขาเคยคุยกันและฉันใช้ข้ออ้างเรื่องเงินจริง ฉันแค่อยากมีเงิน จะได้ไม่มีใครพูดว่าฉันเกาะเขาไง ฉันเคยคิดว่าเขาเข้าใจแต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว... "ก็ฉันอยากได้เงิน ฉันอยากมีเงิน ฉัน..." "ก็ไม่ถวายตัวให้มันไปจริงๆเลยล่ะ!" "ว่าไงนะ!" วายุเป็นคนปากไว เวลาเขาโมโหบางครั้งอารมณ์ก็จะมาก่อนอะไรทั้งนั้น...เหมือนกับชื่อของเขา "เธอคิดว่าฉันทนได้เหรอที่เห็นเธอทำแบบนั้น คิดว่าฉันทนได้เหรอที่เห็นไอ้เหี้ยพวกนั้นแตะต้องเธอ เธอคิดว่าฉัน..." "ขยะแขยงเหรอ?" "..." "นั่นสินะ ใครจะทนอยู่กับผู้หญิงแบบฉันได้" ฉันพูดพร้อมกับเปิดประตูรถเขาออกไป บางทีฉันก็คิดว่าเรายังไม่ควรคุยกันตอนนี้ เขาโมโห ส่วนฉันก็คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ยิ่งพอเห็นหน้าเขามันก็นึกขึ้นได้เรื่องที่นีน่ามันรับโทรศัพท์เขา ฉันปะทุอยู่แล้วเป็นทุนเดิมไง ปึ้ง~ เสียงปิดกระแทกประตูรถบ่งบอกอารมณ์ของฉันได้เป็นอย่างดีเช่นกันและฉันก็ได้ยินเสียงกระแทกประตูรถปิดอีกครั้งก่อนที่ฝ่ามือหนาจะตามมาคว้าแขนฉันไว้ หมับ~ "จะไปไหน?" วายุดึงให้ฉันหันไปหาเขา ฉันจ้องหน้าเขาก่อนจะหันหนีไปมองทางอื่น "ไปอยู่ในที่ของฉัน" "อย่าประชดได้ป่ะฟ้า" "ฉันไม่ได้ประชด" "แล้ว..." "ฉันแค่คิดว่า ฉันไม่เหมาะกับนาย" ฉันพูดพร้อมน้ำตาที่เอ่อจนจะไหลออกมา ฉันพยายามกลั้นมันไว้ แต่หมู่นี้ฉันร้องไห้ง่ายเกินไป อารมณ์ก็ไม่คงที่ด้วย ฉันรู้ว่าตัวเองน้อยใจง่ายทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนั้น "ฟ้า..." "ฉันไม่คู่ควรกับนาย ฉันไม่ใช่คุณหนูปลายฟ้าอะไรนั่นแล้ว ฉันเป็นแค่อีฟ้าที่ใครๆก็จิกหัวเรียกแบบนั้น เป็นแค่ผู้หญิงที่ทำงานกลางคืน ยอมให้ผู้ชายลวนลามเพื่อแลกเงินมาไง ฉันเป็นแค่นั้น!" "พูดอะไรวะฟ้า มันคนละเรื่องป่ะ" "เรื่องเดียวกัน มันเรื่องเดียวกัน มันคือเรื่องที่ฉันทำงานที่นี่และฉันไม่เหมาะกับนายจริงๆ" ฉันพูด ฉันอัดอั้นและเริ่มระบายมันออกมา ฉันรู้ว่าตัวเองเริ่มงี่เง่าแต่ฉันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้ว "ฉันให้เธอลาออกจากที่นี่ มันคือประเด็นนี้ ไม่ใช่เรื่องว่าเธอเหมาะสมกับฉันหรือไม่เหมาะ" วายุจับแขนฉันแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์ของเขา เขาดูหงุดหงิดกับความงี่เง่าของฉัน "ไอ้เรื่องแบบนั้นใครจะพูดยังไง ใครจะมองยังไงก็ช่างหัวมัน ฉันไม่สนทั้งนั้นแหละ เข้าใจมั้ย" "..." ฉันเม้มปากกลั้นน้ำตาเอาไว้ "ฉันสนแค่ฉันทนเห็นเธอทำงานที่นี่ไม่ได้แล้ว" "เพราะอะไรล่ะ" "ยังต้องให้พูดอีกเหรอ แค่นี้ยังไม่พอ หรือต้องรอให้บรรดาเมียๆไอ้พวกบ้ากามนั่นเอาน้ำกรดสาดหน้าก่อนหรือไงถึงจะเข้าใจ" "คนอื่นเขาก็ทำกันได้" "นั่นคนอื่น แต่นี่เธอ...นี่เมียฉัน" "..." "อะไรก็ได้ ฉันยอมเธอหมด แต่เรื่องนี้ฉันไม่ยอมแล้ว" น้ำตาฉันไหลออกมา วายุพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เขากำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองลงเมื่อเห็นน้ำตาฉัน "ฉันไม่อยากเห็นใครทำร้ายเธอ เชื่อฉันสักครั้งนะฟ้า ลาออกจากที่นี่เถอะ" "ฮึก" "ฉันทนไม่ได้แล้วจริงๆ"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







