LOGIN09.10 น.
วันนี้ฉันมาที่วัดแห่งหนึ่ง ฉันไม่ได้เข้าวัดทำบุญนานมากแล้วจนกระทั่งวันนี้ ฉันมาทำบุญให้ลูก อยากให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้ "ซื้อสังฆทานชุดนึงค่ะ" ฉันบอกกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ขายชุดสังฆทานอยู่ที่วัด เธอมองและยิ้มให้ฉัน "ทำบุญให้เด็กเหรอจ้ะ ป้าเห็นซื้อชุดเด็กมาด้วย" ฉันหลุบตาลงมองถุงใส่ชุดเด็กทั้งของผู้ชายและผู้หญิงที่ฉันซื้อมาด้วย มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลน่ะ "ค่ะ ลูกหนูเอง" ฉันตอบ ป้าพยักหน้าก่อนจะหยิบชุดสังฆทานขึ้นมาชุดนึง "อ้อ ป้าเสียใจด้วยน่ะ ทำบุญให้เค้าบ่อยๆเค้าจะได้มาเกิดกับเราอีกนะลูก" "ค่ะ" ฉันยิ้มแล้วรับชุดสังฆทานมา "อ้อ มีอีกคนเค้าก็มาทำบุญให้ลูกเหมือนกัน ไปรอถวายพร้อมกันกับเขาเลยแล้วกันนะหนู" ฉันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเข้าไปในจุดที่จัดไว้เป็นที่สักการะบูชาพระพุทธรูปด้านหลังเป็นห้องกระจกซึ่งจัดไว้สำหรับการถวายสังฆทาน ครืด~ ฉันเลื่อนกระจกเปิดเข้าไปเมื่อมองเห็นว่าพระรูปหนึ่งกำลังจะรับสังฆทาน ท่านเงยหน้ามามองฉันแล้วพยักหน้าให้เข้าไป ฉันรีบเดินเข้าไปโดยไม่ทันได้มองว่าผู้ชายที่นั่งหันหลังให้ฉันเป็นใคร "มาถวายสังฆทานใช่มั้ยโยม มาๆเข้ามาเลย" พระท่านพูดกับฉัน "ค่ะๆ" ฉันตอบท่านก่อนจะนั่งลงและคลานเข่าเข้าไปนั่งข้างๆผู้ชายคนนั้น ฟลุ่บ~ "ไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงเอ่ยทักทายเบาๆทำให้ฉันเบิกตากว้างขึ้น แค่เพียงประโยคเดียวจากเขา ฉันจำน้ำเสียงนั้นได้ดี... *Coffee Live -วายุ- ผมยืนพิงตู้ล็อกเกอร์พลางถอนหายใจออกมา "เป็นไรวะ" ไอ้คราม ชะโงกหน้าออกมาจากประตูตู้ล็อกเกอร์ที่มันเปิดออกเพื่อเก็บสัมภาระของมันใส่ตู้ มันถามผม "ฉันไปทำบุญให้ลูกมา" "แล้ว?" "เจอฟ้า" "จริงดิ" ผมพยักหน้า ก่อนหน้าที่ผมจะมาเข้างานผมแวะเข้าไปที่วัดเพื่อทำบุญถวายสังฆทานให้ลูกของผมกับฟ้าที่เค้าบุญน้อยจากพวกเราไป ผมอธิษฐานขอให้เขามาเกิดเป็นลูกผมอีกหรือถ้าเรามีบุญต่อกันแค่นี้ผมก็ขอให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะเจอฟ้าที่นั่น ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย "คุยไรกันวะ" เสียงของไอ้เตที่เดินเข้ามาพร้อมกับไอ้นายถามขึ้น พวกมันมาทำงานที่ร้านนี้เหมือนกับผมและไอ้คราม พวกมันบอกว่าเห็นเราทำงานกันก็น่าสนุกดีที่สำคัญมีหญิงให้มองเป็นอาหารตาทุกวัน รู้งี้มาทำงานตั้งนานแล้ว ส่วนผม หลังจากที่ห่างจากปลายฟ้าผมจะไม่กลับมาทำงานอีกก็ได้แต่ผมเลือกที่จะทำ อย่างน้อยๆมันก็ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองโตขึ้น มีหน้าที่ มีอะไรหลายๆอย่างต้องทำ "แล้วไปไหนมาเนี่ย มาช้า" ไอ้นายถาม แล้วมันก็ยังต่อว่าผมด้วน "ทำหน้าเหมือนคนจะตายยังไงไม่รู้ว่ะ" "เออดิ มันไปเจอฟ้ามา" ไอ้ครามตอบแทนผม ไอ้สองคนนั้นก็ตาโตขึ้นทันที "เห้ยๆ แล้วได้คุยกันป่ะวะ" "เออ เคลียร์กันยัง" "ถามก่อน ว่าฟ้าคุยกับกูมั้ย" "ทำไม ไม่คุยด้วยเหรอ" ไอ้ครามถาม จริงๆมันก็ไม่น่าถามนะ ถ้าฟ้ายอมคุยกับผมตั้งแต่แรก ป่านนี้ผมคงไม่มามีสภาพแบบนี้หรอก เธอไม่ยอมคุยกับผมตั้งแต่ที่โรงพยาบาล เธอคงเสียใจเรื่องลูกผมเองก็เสียใจ ผมอยากปรับความเข้าใจกับฟ้าด้วย แต่เหมือนไม่มีอะไรเป็นใจให้ผมสักอย่าง โดยเฉพาะไอ้ลัทช์อะไรนั่น มันทะเลาะกับผมขั้นรุนแรงและมันบอกว่าให้ผมเลิกยุ่งกับฟ้าซึ่งเป็นน้องและเด็กในปกครองของมันซะ ไม่อย่างนั้นมันจะส่งฟ้ากลับไปอยู่กับแม่และเธออาจจะไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลย ผมถึงได้ยอมห่างจากเธอ แต่ไม่ใช่ว่าผมออกไปจากชีวิตเธอหรอก ผมรู้ว่าเธอกลับไปทำงานที่ผับ ผมตามเธออยู่ทั้งตอนไป ตอนทำงาน และตอนกลับ ซึ่งผมได้แค่มองอยู่ห่างๆเพราะญาติของฟ้าตามคุมเธอด้วยเหมือนกัน ผมก็อยากจะรู้ว่ามันจะคุมไปได้อีกสักกี่วัน ดูก็รู้ว่าแฟนมันขี้หึง หึงแม้กระทั่งญาติ แต่ก็นะ เป็นแค่ญาติห่างๆและไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือดนี่ แค่เป็นดองกันเท่านั้นเอง "แล้วมึงจะอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่วะ ถามจริง" ไอ้เตถามผม คิดว่าผมอยากทำแบบนี้มากเหรอ "ระวังเถอะมึง หมาจะคาบไปแดก"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







