LOGIN“การไปไหนมาไหนกับแกนี่มันเยี่ยมยอดไปเลย” จินเจตชื่นชมเพื่อนสนิทด้วยความจริงใจ
“ไอ้โง่ เขาไม่ได้กลัวฉันเลย พวกมันกลัวคุณชายใหญ่ตระกูลพวกเราต่างหาก คงจะกลัวทำให้ขุ่นเคืองล่ะมั้ง เพราะปัจจุบันท่านก็แทบจะกุมอำนาจในไทยเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว”
“นั่นสินะ ลืมคิดไปว่าแม้จะอายุสิบเจ็ดปีแต่ก็มีความสามารถรอบด้าน พ่อแม่ของคุณชายใหญ่มักออกไปทำงานสาขาต่างประเทศมากกว่าในประเทศ”
“หยุดคุยเรื่องงาน ขอกินข้าวก่อน แล้วเงียบด้วย”
“ได้ค้าบ คุณชายชินภัทร”
คุณากรกับเจตฎาไม่พูดอะไรสักคำ พวกเขาเลือกจะกินข้าวเงียบๆ แทน เพราะรู้ดีว่าสองคนนั้นฝีปากเป็นยังไง ใครที่ทะเลาะกับเพื่อนพวกเขาไม่มีทางชนะ
นั่นมันฝีปากระดับมหากาฬเชียวนะ คนปกติจะไปเที่ยวกับพวกมันสองคนชนะที่ไหน ไม่มีทางหรอก ถึงจะอยู่กลุ่มเดียวกันแต่เลือกกินข้าวเงียบๆ แทนเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“ขอบคุณครับ ที่ช่วยพูดให้ผม” บีระพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็นทางการ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ขั้วตรงข้ามกับตนเอง จึงไม่เลือกหาศัตรูเพิ่ม
“ไม่เป็นไรครับ ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”
“คุณกลับไปหาที่บ้านเถอะ คุยกับพวกเรานานๆ เดี๋ยวจะมีประเด็น”
“ผมยังเด็กเกินกว่าจะรับผิดชอบไหว” ชินภัทรตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นกัน แม้ว่าในใจจะอารมณ์เสียไม่น้อยที่มีคนมาขัดกินข้าว
“...” บีระพัฒน์เลือกพยักหน้าแทนคำตอบ เพราะอย่างที่เด็กคนนั้นบอก พวกเราไม่ควรพูดคุยกันนานเกินไปโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงข่าวลือที่จะถูกโจมตีอย่างไม่เป็นมิตรในอนาคต
“คุณหนูไปไหนมาคะ ดิฉันเป็นห่วงแทบแย่” แม่นมถามด้วยความร้อนใจ เนื่องจากงานนี้พบปะคนหลายกลุ่ม อาจจะทำให้เกิดการปะทะกันก็ได้
“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ทุกอย่างคลี่คลายแล้วครับ” เด็กหนุ่มบอกด้วยสีหน้าสบายๆ พลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่อย่างละเอียด
“ดีแล้วค่ะที่คุณชายจากตระกูลอุดรภาคออกหน้าช่วยพวกเรา ตัวตนของเขาถือว่าสามารถคุ้มครองคนอื่นได้ตั้งแต่อายุยังน้อย”
หลังจากเหตุการณ์งานเลี้ยงที่ผ่านมานั้น บีระพัฒน์ตั้งใจสั่งคนตามสืบเรื่องราวของเด็กสี่คนที่อายุน้อยกว่าเขาไม่มากทันที แม้ว่าจะเป็นคนของอีกฝ่าย
ข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้อย่างซื่อตรงทั้งหมด สามารถเข้าถึงไม่ยากเย็นเท่าไหร่ เพื่อเป็นการเปิดเผยให้กับภาครัฐและคนของกลุ่มเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดไม่รู้สึกถึงภัยคุกคาม
แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาจะเข้าถึงได้จำกัด และจะมีรหัสแบ่งการเข้าถึงอีกชั้น แม้จะถูกรักษาอย่างรัดกุม ก็ยังถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีตามไล่ล่าอย่างสุดกำลังมาตลอดหลายร้อยปี
“คุณหนูคะ ข้อมูลที่อยากตรวจสอบถูกวางอยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ” แม่นมเอ่ยบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะการตรวจสอบแบบนี้จะถูกอีกฝ่ายล่วงรู้แน่นอน
“ไม่ว่าแม่นมจะกังวลเรื่องอะไร ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากรู้ข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น ไม่ได้อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร”
“แค่รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจ จังหวะการพูดเหมือนวางหมากในกระดานมาหมด รวมถึงรู้ภูมิหลังตระกูลตนเองและตระกูลผู้อุปถัมภ์เป็นอย่างดี”
“เขาเป็นคนมีความสามารถอย่างที่ว่าที่ประมุขตระกูลภูทนินทร์ต้องการตัวจริงหรือเปล่า”
บีระพัฒน์พูดให้แม่นมสบายใจตามมารยาท และไม่ได้สนใจว่าเธอจะคิดยังไงต่อไป แต่ตั้งใจอ่านข้อมูลธรรมดาที่สามารถเปิดเผยได้เมื่อเข้ารหัสระดับผู้บริหารระดับล่างเท่านั้น
ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยรหัสระดับกลางหรือระดับสูง เพียงแค่อยากรู้ด้วยความสนใจเท่านั้น เรื่องอื่นไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่
ยังไงในอนาคตพวกเราก็ไม่มีทางเกี่ยวข้องกัน อย่างน้อยควรทราบเอาไว้บ้างว่าคลื่นลูกใหม่นี้ กำลังจะพัดพาอะไรมาบ้าง และฝ่ายเราต้องเตรียมตัวยังไง
“ใครกันที่สามารถทำให้น้องชายจอมขี้เกียจของเราสนใจได้มากขนาดนี้” นอร์ลิสต์เอ่ยถามด้วยความสงสัย บุตรลำดับสองของตระกูลวรวงศ์
ลูกสาวคนรองของตระกูล ผู้มีความเฉลียวฉลาดไม่แพ้พี่สาวคนโต และจัดการเรื่องราวหลายอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีสะดุด
“นั่นสิ พี่เองก็อยากรู้เหมือนกันนะ” โลดัสเองก็ถามด้วยความสงสัยเช่นกัน บุตรลำดับหนึ่งของตระกูลวรวงศ์ ลูกสาวคนโตของตระกูล ผู้สืบทอดสายเลือดของบิดามารดามาอย่างเข้มข้น
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย
“คุณชายเล็กเมื่อเติบโตขึ้นก็มาล้างอันดับด้วยคะแนนที่สูงกว่าทั้งหมด” “ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นหนึ่งในสิบแข็งแกร่งหรอกครับ พอดีเห็นอะไรแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมปลงกับอันดับเหล่านี้ไปหมดแล้ว” ชินภัทรตอบพลางถอนหายใจด้วยความห่อเหี่ยว สมัยก่อนยังไร้เดียงสานัก คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่น้องในบ้าน แปลว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อออกมาโลกภายนอกถึงรู้ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งกว่ามากมาย “บางเรื่องคุณดูโตกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก สมแล้วที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลภูทนินทร์ แต่สรุปแล้วคือไปบ้านฉันสักหนึ่งปีนะ ตกลงไหม” “ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาเปรียบคุณ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนอบรมและค่าจ้างบอดี้การ์ด ผมจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด มีอะไรขัดข้องตรงไหน” บีระพัฒน์ถามกึ่งบังคับเพราะมีเ
ชินภัทรไม่ใช่คนที่เข้าสังคมเก่งเท่าไหร่ เลยพยายามประดิษฐ์คำพูดเท่าที่จะพูดอวยพรให้ได้ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นกับความบังเอิญได้เข้าใกล้หนึ่งในเป้าหมายอยู่หลายครั้ง “ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะ คุณรู้สึกทำให้ผมเอ็นดูสุดๆ ไปเลย อายุเท่าไหร่เนี่ย” บีระพัฒน์อดที่จะหัวเราะอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูอย่างที่เอ่ยปากออกไป สมกับเป็นเจ้าเด็กที่ชอบเอาแต่ศึกษาเล่าเรียน จนไม่ค่อยเข้าสังคมเท่าไหร่ จะเห็นหน้าตาสักครั้งต้องเป็นงานใหญ่พอสมควร กับงานระดับชาติเท่านั้นแหละ ใบหน้าหล่อเหลากับเรือนผมสีชมพูนี้มันหาดูยากจริงๆ เห็นตอนแรกย้อมสีส้ม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชมพูกลับทำให้น่าเอ็นดูมากกว่าเดิม “สิบห้าครับ แล้วคุณล่ะบีระพัฒน์ล่ะครับ” เด็กหนุ่มตอบพลางเช็ดเหงื่อที่เริ่มไหล่ซึมจนเห็นได้ชัด ปกติไม่ค่อยใช้วาจาเป็นทางการแบบคุณชาย

![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





