เข้าสู่ระบบ“ผมเห็นว่ามีคนช่วยพูดเข้าข้างผมในงานเลี้ยงเมื่อสามเดือนก่อน เลยอยากรู้ว่าเป็นลูกเต้าหลานใคร เพราะปกติเวลาไปออกงานสังคม”
“การเปรียบเทียบไอคิวและความฉลาด รวมถึงความแตกต่างในบ้านเรามันเด่นชัด จนคนมักพูดและดูถูกอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีทุกคนคอยปกป้อง”
“แต่ลับหลังก็ยังกล้านินทาแบบเปิดเผย แต่เด็กกลุ่มนั้นกลับไม่เกรงกลัวอิทธิพลของลูกหลานภาครัฐเลยสักนิด ไหนจะกลุ่มฝั่งเชื้อพระวงศ์ก็ดูจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ”
“นั่นยิ่งทำให้ผมสนใจมากกว่าเดิม เพราะสีหน้าของเด็กคนนั้นที่พูดออกมาเป็นคนแรก เขาท้าทายทุกคนในที่แห่งนั้นประมาณว่า ถ้าแน่จริงก็ลองมาหาเรื่องดูสิ”
บีระพัฒน์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ในตอนนั้นอย่างละเอียด จากที่ตั้งใจจะปิดบังแต่ในเมื่อพูดออกมาแล้วจึงตัดสินใจเล่าทุกอย่าง
“ว่ายังไงนะ / ว่าอะไรนะ” แม้บุตรีทั้งสองจะอุทานเสียงเบาก็ตาม ท่าทางและแววตาราวกับกำลังจะฆ่าแกงคนได้นั้นปิดไม่มิด
พวกเธอกำลังอยากจะจัดการให้สักคนที่บังอาจมานินทาน้องชายที่น่ารักของพวกเธอลงคอ ช่างกล้าหาญนัก
ทุกคนในบ้านต่างหวาดกลัวท่าทีของบุตรทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะพวกเธอมีทั้งความเฉลียวฉลาด และโหดเหี้ยมเหมือนบิดามารดาไม่มีผิด
พวกที่กล้าทำให้คุณชายบ้านนี้เจ็บช้ำน้ำใจ จะต้องถูกสั่งสอนให้หลาบจำ ภายในสามวันเหล่าคนจากภาครัฐที่เป็นลูกหลานบริษัทใหญ่
ต่างโดนปั่นกระแสหุ้นและข่าวเสียหายที่เคยถูกฝังกลบไปนานแล้วเล่นงานทีละตระกูล ตลอดสามวันสามคืนทุกคดีอย่างไม่มีปิดบัง
“เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้พวกนั้นแทบจะหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้แล้วนะ น้องชายของพี่พอใจหรือเปล่าคะ” โลดัสถามด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนชวนกินข้าวพลางอุ้มน้องชายมานั่งตักอย่างอารมณ์ดี
“จัดการเล่นงานทั้งตระกูลด้วยการปั่นราคาหุ้น ไหนจะบังคับให้ทำการค้าด้วยผลประโยชน์ได้ไม่ถึงครึ่ง ไหนจะข่าวฉาวที่เคยซุกไว้ใต้พรม หวังว่าคงจะถูกใจนะ”
นอร์ลิสต์พูดด้วยท่าทางอารมณ์ดีเช่นกัน เพราะเธอไม่เคยคิดว่าลับหลังจะมีใครปากยื่นปากยาวแบบนี้ พวกมันสมควรถูกลงโทษทั้งหมด
ทำเรื่องสกปรกกันเองทั้งนั้น ให้สังคมตราหน้าไปซะ
“ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ถ้าทำให้เจ้าพวกนั้นลำบากก็ดีเหมือนกัน จะได้เงียบเสียงลงบ้าง มีเรื่องกันแต่ละทีเสียงดังจนหนวกหูไปหมด”
บีระพัฒน์เลือกตอบตามความจริง สำหรับเด็กอายุสิบสองทั่วไปไม่น่าจะคิดอะไรซับซ้อนได้ขนาดนั้น ไม่ใช่พี่สาวคนรองที่อายุสิบห้าแต่เหมือนคนอายุสิบแปดที่พร้อมปะทะทุกคนด้วยฮอร์โมนพุ่งพล่านตามประสาวัยรุ่น
แถมยังไม่ใช่พี่สาวคนโตที่อายุสิบแปดแต่ทำตัวเหมือนคนอายุยี่สิบสองที่บรรลุนิติภาวะล่วงหน้าไปแล้วแบบนั้น เขาเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปที่เกิดในตระกูลเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
ขอรับรู้ตามอายุและวัยของลูกเศรษฐีทั่วไปแทน
“ผมแค่คิดอย่างเดียวว่าตระกูลที่หาเรื่องผมเมื่อสามเดือนก่อนโดนสั่งสอนหนักมือมาก คงไม่ใช่ฝีมือตระกูลวรวงศ์อย่างเดียวแน่”
เป็นดั่งที่บีระพัฒน์คาดการณ์เอาไว้ เหล่าคนที่เคยหาเรื่องชินภัทรถูกว่าที่ประมุขตระกูลภูทนินทร์ไปถล่มซะราบคาบ ตอนนี้คงกำลังวิ่งวุ่นตามแก้ปัญหาสกปรกในบ้านตัวเองหัวหมุน
แม้แต่การเลี้ยงลูกก็ยังเข้มงวดถึงขนาดให้ไปขอโทษคนที่เคยหาเรื่องไว้มากมายหลายคน เพราะไม่รู้ว่าไปเหยียบเส้นตายใครเข้ากันแน่
เนื่องจากไม่มีใครไปเปิดเผยตัวแบบบ้านตระกูลวรวงศ์ สร้างความพึงพอใจให้กับนนท์ภัทรเป็นอย่างมาก คนพวกนี้ต้องเจอแบบนี้จะได้รู้ซะบ้างว่าไม่ควรไปรังแกใครมั่วซั่ว
“นายบอกรายชื่อทุกคนวันนั้นครบเลยใช่ไหม ที่มาวุ่นวายตอนนายกินข้าว หวังว่านายจะไม่โกหกนะเจ้าหนู” นนท์ภัทรถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท
เขาเก็บเรื่องสกปรกพวกนั้นไว้เยอะมาก ตั้งใจเล่นงานในวันที่ถูกตระกูลอื่นจัดการอยู่แล้ว ถ้ามีใครเพิ่มอีกจะเติมเชื้อไฟเข้าไปทีเดียว เอาให้ตายคาที่ไปเลย
ไม่มีโอกาสมาวุ่นวายได้ตลอดสามปี ถือโอกาสทำให้แวดวงสังคมสะอาดไปสักพักนึง ช่วงนี้เดินไปไหนแถมจะหายใจไม่ออก มีแต่พวกสกปรกเต็มไปหมด
เบียร์บอกพลางคลี่หลักฐานให้ดูทั้งหมด คนถูกจับไปมีแค่สองคนเท่านั้น คนอื่นหลักฐานไม่เพียงพอเลยปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดหมดแล้ว “ส่งหลักฐานให้ตำรวจชุดเดิมที่เป็นคนของฝั่งเรา ไม่ใช่ฝั่งเชื้อพระวงศ์ ไม่งั้นเดี๋ยวก็โดนตัดตอนอีก ปัญหาอะไรที่ใหญ่เกินไปไม่มีความจำเป็นต้องโอบไว้” “มาไล่เก็บกวาดเรื่องในบ้านและบอดี้การ์ดให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังไงสัปดาห์หน้าเดี๋ยวคุณชายเล็กจะมาเป็นแขกที่นี่” “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลำพังนายท่านคนเล็ก คู่หมั้นของท่าน รวมถึงคนสนิทอีกสองคนก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนตั้งสามสิบคนอีก เรื่องความปลอดภัยหายห่วงไปเลย” ชินภัทรสั่งพลางโบกมือให้อีกฝ่ายหอบเอกสารไปทันที เรื่องแบบนี้จะช้าไม่ได้หรอก ฝ่ายเราเสียเปรียบเพราะอยู่ในที่โล่งแต่อีกฝ่
“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที “คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป” “สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต” “และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”&nb
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”







