LOGIN“เออ” ไอ้ไลลามันรู้ว่าผมหมายถึงใคร มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของมัน ก็คือคนที่เคยเป็น ‘เหยื่อ’ จากการโดนมันกระทำมาก่อนไง ไอ้ ‘นพี’ มันเป็นแค่ตัวระยำในร่างมนุษย์ก็เท่านั้นแหละ
เหยื่อที่ว่าก็มีผมด้วยเป็นหนึ่งในนั้น ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม คนเราไม่ได้เตะต่อยเก่งมาตั้งแต่เกิด เช่นเดียวกับความแข็งแรงแข็งแกร่ง ในอดีตผมเคยมีชีวิตที่ตรงกันข้ามกับปัจจุบันมาก ผมเป็นเด็กอ้วนที่อ่อนแอและมักจะถูกรังแกมาตั้งแต่สมัยประถม
ผมโดนแกล้งสารพัด และโดนล้อเลียนมาตลอด เชื่อไหมล่ะว่าตอนนั้นผมเอาแต่ร้องไห้เรียกหาแม่ จนกระทั้งมีผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่เดินเข้ามาช่วย คนนั้นเหมือนเป็นแสงสว่างให้ผม หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาแกล้งผมเลยสักคน และผมเองก็เริ่มสนิทกับรุ่นพี่คนนั้นมาขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง...
มันก็เผยธาตุแท้ออกมา นั่นเป็นสิ่งที่ผมโดนมาหนักมากที่สุดเท่าที่เจอมา รุ่นพี่นั่นมันหลอกให้ผมไปกับพวกแก๊งจับเด็ก ผมถูกพวกมันจับตัวไปนานเป็นอาทิตย์ พวกนั้นมันทรมานผมทุกอย่าง กับเด็กที่ยังไม่ขึ้นวัยมัธยมอย่างผมด้วยซ้ำ อายุเท่านั้นต้องมาเจอแบบนั้นเข้า ผมไม่เป็นบ้าปัญญาอ่อนมันก็ดีมากแค่ไหนแล้ว
สุดท้ายก็มีคนเข้ามาช่วย หนึ่งอาทิตย์ที่ผมต้องอยู่ที่นั้นมันเหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่ข้อดีของมันก็คือทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปได้เยอะ ผมเอาความกลัวมาเป็นแรงผลักให้ตัวเองเข้มแข็ง เพื่อที่จะได้เจอหน้าพ่อหน้าแม่ และแน่นอนว่าจะต้องมาแก้แค้นไอ้รุ่นพี่ระยำนั่นด้วย
ส่วนรุ่นพี่ระยำที่ผมพูดถึงก็ไม่พ้นไอ้เหี้ยนพียังไงล่ะ!
แต่กรณีของไอ้ไลลาผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก เพียงแค่ชื่นชมมันที่เล่นละครตบตาเพื่อนได้เก่งมาก ถ้าเป็นผมคงทำไม่ได้ แค่เจอหน้ามันผมก็อยากจะซัดหน้ามันให้กระเด็นแล้ว
กรณีของไอ้ไลลา ผมรู้เรื่องที่มันเป็นเหยื่อก็ตอนที่ผมกำลังเดินเล่นอยู่แถวป่าที่ไร้ผู้คน (คนอะไรไปเดินเล่นแถวป่า) แล้วสายตาดันไปเห็นรถตู้คันใหญ่ป้ายทะเบียนคุ้นกำลังแบกร่างผู้หญิงไร้สติโยนทิ้งลงกับพื้นหญ้าแล้วพวกมันก็ขับออกไป ผมจึงรีบวิ่งเข้าไปดูก็เห็นว่าเป็นไอ้ไลลานี่แหละที่นอนไม่ได้สติอยู่
ตัวมันมีแต่รอยช้ำและรอยเข็ม ดูจากสภาพแล้วมันคงไม่รอดแน่ ผมเลยต้องรีบโทรหาไอ้โลคาแทน กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ใช้เวลาพอสมควร อย่างน้อยถ้ามีคนที่รู้การยื้อชีวิตไปก่อนมันก็น่าจะพอช่วยได้ในระหว่างที่ผมขับพาไอ้ไลลามันไปโรงพยาบาล
จนสุดท้ายไอ้ไลลาก็ปลอดภัย แต่พอได้สติขึ้นมามันกลับไม่พูดอะไรสักคำ ผมถามเรื่องของไอ้นพีมันก็ไม่พูด ผมจำได้แม่นว่านั้นคือป้ายทะเบียนรถของมัน แต่ไอ้ไลลากลับไม่พูดอะไรเลย ผมเลยไม่อยากไปเค้นอะไรมันก็เลยปล่อยไป
นับว่ามันโชคดีที่ผมกับไอ้โลคามาด้วยกัน ที่เรามาป่าแถวนี้ก็เพราะจะมาดูสถานที่เปิดโรงงานของตัวเองก็เท่านั้นแหละ ไอ้โลคามันไม่ได้เป็นเหยื่ออะไรแบบพวกผมหรอกนะ มันรู้สันดานไอ้ระยำนั่นจากผมทั้งนั้น
และที่ผมบอกว่าไอ้ไลลาแสดงเก่งมากนั่นก็เพราะตอนมันเจอกับไอ้นพีมันกลับไม่แสดงอะไรออกมาเลย แถมยังคุยเล่นปกติ ส่วนไอ้นพีเองก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจที่เห็นมันเลย ถ้าให้ผมเดาไอ้นพีคงไปทำอะไรสักอย่างโดยไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือไอ้ไลลา ยอมรับนะว่าตอนเจอมันผมก็เกือบจำไม่ได้ มันแต่งหน้าแต่งตัวแตกต่างจากตอนเจอที่มหา’ลัยมาก
“ทำไมมึงถึงไม่บอกวาริสไปล่ะว่าไอ้เหี้ยนั้นมันเลวแค่ไหน ทำไมถึงปล่อยให้มันยุ่งกับวาริสจนถึงทุกวันนี้” นี่คงเป็นคำถามที่ผมอยากถามมันมากที่สุด มันรู้ว่าไอ้นพีเป็นคนยังไง ทำไมถึงปล่อยให้เพื่อนตัวเองคบกับไอ้ระยำนั้นได้
ผมเพิ่งจะมารู้เรื่องจากข่าวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาว่าสองตระกูลจะมีการหมั้นหมายกัน พอเห็นว่าเป็นใครเท่านั้นแหละหน้าผมก็ตึงทันที ไม่คิดว่าคนคนนั้นจะเป็นคนคนเดียวกับที่ผมแอบมองมาตลอดหลายปี เธอคนนั้นก็คือ ‘วาริส’ ยังไงล่ะ และคนที่ต้องหมั้นกับเธอก็ยิ่งทำให้ผมเป็นบ้า ไอ้นพีมันคิดจะทำอะไรกันแน่
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง
“นี่คุณ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าเสียงดังเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เขามาผลักฉัน“…” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเริ่มจัดการกับสิ่งที่ใช้ปกปิดบนใบหน้าจนออกหมด“บะ...แบล็ค!” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมา แถมยังมาในวันที่ฉัน...กำลังจะหมั้นหมายด้วยอีก“ปะ” แบล็คเดินเข้ามาจับที่ข้อมือของฉัน แล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเริ่มเดินตามเขาไปตรงหน้าต่างของห้อง“เดี๋ยว! คิดจะทำอะไร” ฉันยื้อตัวเองเอาไว้ และเริ่มบิดข้อมือเพื่อหนีจากการจับกุมของเขา“จะพาหนี” เขาพูดเสียงนิ่ง“หนี?” ฉันทวนคำพูดของเขาอีกรอบ“ไม่ให้หมั้น” แบล็คพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดที่ชวนให้ฉันรู้สึกใจเต้นเป็นอย่างมาก“มีสิทธิ์อะไรที่จะมาห้าม” ฉันพูดเสียงแข็ง แม้ในใจของฉันมันจะกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ฉันควรแสดงออกมาคือการเข้มแข็งและอย่าไปหลงคารมณ์ของเขาอีก“ไม่มีเวลาแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้ตัว” แบล็คเริ่มพูดอะไรที่ไม่เข้าใจเมื่อเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง“อะไร ใครรู้ตัว?” ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่สักนิด“หนีไปกับผม อย่าหมั้นกับมัน” แบล็คเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้ง และเหมือนเดิมคือการ
“เราหมายความว่ายังไง” ฉันล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมา ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้ส่งรูปนี้มาให้กับฉันแล้วจัดการวางมือถือลงบนโต๊ะเช่นกัน ก่อนจะใช้นิ้วดันให้มันเลื่อนไปตรงหน้าพี่เขา“…” พี่นพีได้แต่มองและเงียบไปเลย“ถือว่าเจ๊ากันไปแทนนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาลงเก็บที่เดิม“คือ...พี่”“น้องวาอยากยกเลิกงานหมั้นค่ะ ส่วนเรื่องหนี้น้องวาสัญญาว่าจะหามาคืนให้กับพี่นพีให้ครบทุกบาททุกสตางค์” ฉันตัดสินใจพูดออกไปหลังจากที่นั่งคิดมาในรถนานพอสมควรแล้ว“ไม่ได้นะ! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!” พี่นพีใช้กำปั้นทุบลงโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง“ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องวา แล้วน้องวาเองก็ไม่ได้รักพี่นพีเราจะฝืนแต่งฝืนหมั้นกันไปทำไมคะ” ฉันพูดตามความจริงออกมา“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ! ว่าน้องวาอยากจะกลับไปหามันใช่ไหม!” พี่นพีลุกขึ้นแล้วมาฉุดกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง ทุกการกระทำไม่มีใครเห็น นอกจากเราสองคนที่เห็นกันเองในห้อง“วาเจ็บนะคะ!” ฉันกระแทกเสียงพูดออกไปพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากการจับกุมของพี่เขา“อย่าลืมสิ ที่ทุกวันนี้ตระกูลของน้องวายังอยู่มันเพราะเงินใคร! อีกอย่







