Home / วัยรุ่น / Gear Trick วิศวะกลรัก / วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [50%]

Share

วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [50%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2026-01-09 11:50:46

Gear Trick #14

I want a prize.

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบจนฉันจิกนิ้วลงบนขอบเคาน์เตอร์ครัว ลมหายใจหอบถี่ราวกับมันแทบจะช็อกตายคาครัวถ้าหากพี่เกียร์ยังคงเข้าใกล้มากกว่านี้ ‘มัดจำก่อนได้ไหม?’ ไม่เข้าใจถึงความหมายกระทั่งรับรู้ถึงริมฝีปากแดงคล้ำที่ร้อนระอุกดแนบลงบนผิวเนื้อ จนแก้มป่องๆ ของฉันยุบลงตามแรงกด

พี่เกียร์... มัดจำด้วยการหอมแก้มฉัน รู้ได้ทันทีเมื่อลืมตาขึ้น พี่เกียร์กำลังเอียงหน้ามามัดจำอีกข้างเพื่อให้เท่าเทียม

ทำไมฉันถึงไม่ขัดขืน ทำไมถึงได้เกร็งและอยู่นิ่งไม่ไหวติงขนาดนี้ ราวกับสัมผัสของพี่เกียร์มันไม่ได้น่ารังเกียจสักนิด ความสับสนมันตีวุ่นในอก ตีอกชกตีตัวเองว่าทำไมกันปั้นหยา เพราะอะไรทำไมเธอถึงไม่ปฏิเสธเขา

“ตรงนี้” ปลายนิ้วชี้แตะลงบนกลีบปาก หลังจากมัดจำจนพอใจ “ไว้คราวหน้า”

“พะ พอได้แล้ว พี่เกียร์ชอบแกล้ง” บ่นอุบพลางเสมองแผงอกแกร่ง ไม่กล้าสบตาตรงๆ เลย เหมือนจะถูกสายตาของพี่เกียร์ฆ่าตายทุกครั้งที่จ้อง “สนุกเหรอคะที่ได้แกล้งหนู”

“ไม่ได้แกล้ง” ยังจะมาพูดดีอีกว่าไม่ได้แกล้ง แล้วที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้เรียกว่าแกล้งหรือไง “มองยังไง”

“มองยังไงพี่เกียร์ก็แกล้ง” ย่นจมูกใส่พี่เกียร์จึงยิ้มขำ เอื้อมมือมาบีบจมูกฉันเบาๆ

“แกล้งจริง ไม่ทำแค่นี้” ควรเชื่อดีไหมนะ... แค่คำพูดไม่กี่คำก็เล่นงานเอาขนในกายลุกขึ้นชันอัตโนมัติ “รู้ไว้”

แสดงว่าแกล้งจริงๆ คงหนักกว่านี้เหรอ นี่แกล้งเบาๆ ฉันยังจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว “หนูจะไปอาบน้ำ”

“หึ”

เสียงหัวเราะดังตามหลัง เมื่อฉันผลักร่างสูงให้ถอยห่างสาวเท้าเดินผ่านโซฟากลางห้อง จะบอกว่าพี่เจคใจร้ายที่สุด! เขาแย่งโซฟาฉันไปทั้งที่ต้องได้นอนตรงนี้ กลับกลายเป็นว่าฉันต้องไปนอนร่วมเตียงกับพี่เกียร์ หยิบกระเป๋ามากอดไว้เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของพี่เกียร์ พบว่าห้องของเขาจะเป็นโทนสีดำทั้งหมดเลย โต๊ะทำงานเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงมุมที่ทำอีกห้องให้พอดีมีตู้หนังสือขนาดใหญ่ เตียงนอนสีดำคิงไซส์นอนได้สองคนแบบกลิ้งหลายตลบก็ยังไม่ตก

“สวมชุดนี้” ตกใจที่พี่เกียร์เดินตามมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ พอหันกลับไปมองเขาเปิดไฟในห้องเสื้อผ้ามีรองเท้ามากมายเรียงรายเป็นตับ หนำซ้ำเสื้อผ้าก็คือมีสองฝั่งและเต็มราวแขวน เสื้อเชิ้ตสีดำถูกส่งมาให้พร้อมกางเกงขายาวผ้าบางๆ สีดำเช่นกัน “ห้องน้ำ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ของในห้องน้ำใช้ได้หมด”

พี่เกียร์ยืนกอดอกเอาไหล่ซ้ายพิงกำแพงขณะมองฉันเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป ไม่วายก็หันไปมองเขา “พี่เกียร์ไม่ออกไปรอข้างนอกก่อนเหรอคะ”

“ไม่” คำตอบของพี่เกียร์ทำให้ฉันหน้ามุ่ย ยิ่งไปกว่านั้นพี่เกียร์ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียงหยิบรีโมทมาเปิดทีวีขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบนเปิดรายการแข่งรถดูหน้าตายเฉย “รีบอาบ หรืออยากให้เข้าไปด้วย”

“มะ ไม่ค่ะ!”

“แปรงสีฟันอันใหม่วางไว้ตรงอ่าง”

ประตูห้องน้ำปิดลงและถูกล็อกอย่างแน่นหนา ฉันลอบมองห้องน้ำก็ต้องพบว่ามันโทนสีดำอีกแล้ว พี่เกียร์คงชอบโทนสีแบบนี้สินะ ฉันเองก็รู้สึกว่ามันสบายตาไม่ได้ดูหม่นหมองเสียเท่าไหร่นะ เข้ามามีอ่างแช่ตัวติดกับกระจกบานใหญ่ที่เห็นวิวทิวทัศน์อย่างสวยงาม และแน่นอนว่ามันไม่มีใครมาดูฉันก็อายจนต้องดึงผ้าม่านปิด ห้องอาบน้ำเป็นกระจก โถชักโครกเป็นแบบลอยและดูสะอาด พอเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำมันก็เป็นแบบใสอยู่ดีอะถึงกระจกจะเป็นสีดำก็เถอะ

น่าอายจัง ถึงจะไม่มีใครเห็นและมันมีแค่ฉันก็ตามที รีบอาบดีกว่านะปั้นหยาจะมายืนเอ๋อให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ

ใช้เวลาอาบน้ำซึ่งสบู่และยาสระผมกลิ่นที่พี่เกียร์ใช้หอมมาก มันคงจะแพงมากสินะเพราะติดตัวติดผมฉันจนแบบตีขึ้นจมูกตลอดเวลา พอแปรงฟันก่อนนอนยืนใช้ไดร์เป่าเส้นผมให้แห้งสนิท ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง เห็นพี่เกียร์กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนเอาแขนซ้ายสอดเข้าท้ายทอยดูทีวี

“หนูอยากปั่นเสื้อผ้าค่ะ”

“ห้องน้ำแยก เลี้ยวขวา” พี่เกียร์ไม่อธิบายให้ยุ่งยากเพราะห้องน้ำแยกฉันเคยเข้ามาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงหอบเสื้อผ้าของตัวเองตัดผ่านโถงกลางห้องไปยังห้องซักผ้าที่หรูหรา ใหญ่กว้างกว่าห้องน้ำห้องฉันอีกคิดดูนะ พอปั่นผ้าเรียบร้อย ชุดที่พี่เกียร์ให้มาสวมเป็นเสื้อผ้าของเขามันก็ตัวใหญ่จนฉันเหมือนเป็นนักร้องฮิปฮอปยุคก่อนๆ เลยอะ

มาถึงช่วงเวลาสำคัญ... ฉันเลือกนอนฝั่งซ้ายเพราะจำได้ว่าเคยเห็นพี่เกียร์นอนฝั่งขวาตอนนั้น พอไม่เห็นว่าพี่เกียร์อยู่ในห้อง คงจะอาบน้ำอยู่แน่นอน จึงดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมมิดคอ หนำซ้ำยังเอาตัวนอนทับไว้อีกเพื่อห่อตัวเหมือนมัมมี่ ฉันจะไม่กระดิกไปไหนและไม่ขยับเข้าไปใกล้พี่เกียร์

ประตูห้องน้ำเปิดขึ้น ร่างสูงที่ออกมาสวมเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์สีดำ ยกมือสาวเส้นผมที่ปรกใบหน้าขึ้น พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่กับไฟแช็กขึ้นมา คงจะไปสูบบุหรี่ก่อนนอนแน่ พอหันมาเห็นฉันเขาก็เลิกคิ้วพลางวางซองบุหรี่ไว้ที่โต๊ะข้างกำแพงตามเดิม ทำไมไม่ไปสูบบุหรี่ล่ะ ปกติสูบบ่อยไม่ใช่เหรอ!

“เป็นมัมมี่เหรอ”

“คือ... หนูหนาวน่ะค่ะ” เป็นคำตอบที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตของฉัน ยิ่งได้เห็นพี่เกียร์ทำหน้าไม่เชื่อด้วยแล้วนะ

“จะห่มอะไร”

“เหลืออีกเยอะเลยนะคะ หนูเอามานิดเดียวเอง” พี่เกียร์กอดอกมองฉันตรงปลายเตียง ดูเหมือนเขาจะเอือมระอากับยัยบ้าอย่างฉัน จึงเดินอ้อมมาทิ้งตัวนอนฝั่งขวาและตรงกลางเหลือพื้นที่แบบเป็นบ่อ พี่เกียร์ปิดไฟในห้องจนเหลือแค่ไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟตรงลิ้นชักหัวเตียงฝั่งเขา

“ขยับมา”

“หนูนอนไม่ดิ้นหรอกค่ะ”

“ขยับ” เค้นเสียงแข็งแกมขู่นิดๆ ว่า ‘ไม่ขยับจะกระชาก’ เม้มริมฝีปากและกระดึ๊บจนคิดว่าน่าจะเพียงพอ ความเงียบเข้ามาปกคลุมมีเพียงเสียงลมแอร์เท่านั้นที่ทำให้คิดว่าในห้องมันไม่เงียบจนเกินไป ดวงตาของฉันมันแทบจะหลับอยู่แล้ว แค่ฝืนมันเอาไว้เพราะแปลกที่ ด้วยเพราะเมื่อคืนนอนในห้องน้ำมันนอนไม่ถนัดและนอนไม่หลับ เอาแต่ร้องไห้กับเรื่องที่เจอ “นอน”

“ค่ะ”

“พักผ่อน หยา”

เพียงแค่สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบศีรษะเบาๆ เหมือนตัวเองถูกสะกดจิตให้เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง จบแทบจะลืมตาไม่ไหว ค่อยๆ ปิดลงอย่างอ่อนเพลีย ฉันเชื่อใจพี่เกียร์ได้ใช่หรือเปล่า แต่มาถึงตอนนี้มีอะไรที่ควรจะระแวงเขากันล่ะ ในเมื่อทุกครั้งพี่เกียร์จะอยู่ข้างๆ กันเสมอ ยังคิดไม่ออก ถ้าหากไม่มีเขา... ฉันจะระเห็จไปอยู่ที่ไหน

ทั้งที่พี่เกียร์ไม่เคยอยากได้อะไรจากฉัน มีแค่ฉันใช่ไหมที่เห็นแก่ตัว อยากมีเขาอยู่ตรงนี้ มองกันแบบนี้และลูบหัวฉันแบบนี้ไปตลอด รู้ว่ามันคงไม่มีวัน อะไรก็ไม่จีรังยั่งยืนแม้แต่ความรู้สึกของคนเรา มันก็สามารแปรเปลี่ยนไปได้ นับประสาอะไรกับการขอให้มีเขาอยู่ด้วยกัน ฝันมากเกินไปแล้วปั้นหยา

กลิ่นหอมของผ้าห่มที่ไม่คุ้นทำให้ฉันทำจมูกฟึดฟัด ไหนจะเตียงนอนที่นุ่มนิ่มบวกกับแสงทำให้สายตาโฟกัสไปเห็นใบหน้าของใครบางคนอยู่ห่างกันเพียงแค่ฝ่ามือเดียว ถ้าตาไม่ฝาด เหมือนจะเห็นว่าใบหน้าหล่อๆ ยามนี้คือใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่

พะ พี่เกียร์!

ฉันรีบเบิกตากว้างเพื่อเพิ่งพินิศให้ชัดว่าใช่เขาไหม ปรากฏว่าใช่จริงด้วย “บ้าจริง”

ยกมือกุมศีรษะตัวเองและถลกผ้าห่มดูก็พบว่าบนตัวยังมีชุดของเขาอยู่ครบ ไม่ได้ถูกทำอะไรมิอะไรตอนหลับ ฉันเชื่อใจพี่เกียร์ได้จริงด้วยสินะ ถึงพี่เกียร์จะเป็นผู้ชายเย็นชา เข้าถึงได้ยากสุดๆ ก็เถอะ พี่เกียร์ก็ไม่ได้พิศวาสฉันจริงด้วย โล่งอก... พอหายใจหายคอได้สะดวกก็เสมองใบหน้าของพี่เขาอีกครั้ง พี่เกียร์นอนคว่ำเอาหน้าแนบกับหมอน

อะไรดลใจให้ฉันเอื้อมมือเกี่ยวเส้นผมของเขาเหน็บข้างใบหู เวลาหลับพี่เกียร์เหมือนแมวดำเลย

“คิก น่ารักจัง” ฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อย พอคิดว่าคำพูดที่หลุดออกเล่นเอารอยยิ้มหุบลงบวกกับใบหน้าที่ร้อนรุ่ม เอ่อ ชมพี่เกียร์ว่าน่ารักเนี่ยนะปั้นหยา ก็เขาน่ารักจริงๆ นี่นา “ขอบคุณนะคะ”

จะให้เอ่ยขอบคุณต่อหน้า ฉันเองก็ไม่กล้าเหมือนกัน พอนอนมองหน้าพี่เกียร์ตอนหลับนานพอควรฉันก็ลุกขึ้นตรงเข้าห้องน้ำ มองนาฬิกาดิจิตอลก็พบว่าเกือบจะสิบโมงแล้ว ไม่เคยนอนหลับได้เต็มอิ่มขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยออกจากห้องก็เห็นว่าพี่เจคยังนอนอยู่เลย ใช่ นอนท่าเดิมด้วยนะพลิกตัวบ้างไหมล่ะเนี่ย เบนความสนใจไปที่ห้องซักผ้า ฉันก็เปลี่ยนเป็นสวมชุดตัวเองและปั่นชุดที่พี่เกียร์ให้สวมต่อ

เข้าครัวมาทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้กับพวกเขา เพราะฉันเองก็ต้องไปหาเจ๊นัตตี้สำหรับงานวันเสาร์ที่จะถึง ฉันยืนคนข้าวต้มกุ้งที่ส่งกลิ่นหอมโชยติดจมูก ได้ยินเสียงลากรองเท้าสลิปเปอร์ดังแต่ไกล หันไปมองก็พบว่าเป็นพี่เกียร์ที่เดินงัวเงียเปิดตู้เย็นมือขวายกขึ้นเสยเส้นผมสีดำสนิทขึ้น กระดกน้ำผ่านลำคอราวกับกระหายพอดื่มเสร็จก็หันมามองฉัน

“ทำอะไร”

“หนูทำข้าวต้มกุ้งค่ะ พี่เกียร์กับพี่เจคจะได้กินตอนเช้า” เมื่อข้าวต้มเสร็จเรียบร้อย ฉันก็ปิดแก๊สเตรียมถ้วยจัดวางไว้ “เดี๋ยวหนูต้องไปหาเจ๊นัตตี้นะคะ”

“ใครคือเจ๊นัตตี้”

“อ๋อ” ขณะยืนถอดผ้ากันเปื้อนออกแขวนไว้ตรงมุมห้อง “เป็นสาวประเภทสองที่สวยมากๆ และใจดีด้วยค่ะ”

“...”

“เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่หนูเหลืออยู่ เจ๊ดูแลหนูตั้งแต่สิบขวบจนถึงตอนนี้เลยค่ะ” อธิบายให้พี่เกียร์ซึ่งเขาก็ยืนกอดอกพิงตู้เย็นขนาดยักษ์ “เจ๊หางานให้หนูทำด้วยค่ะ แต่ละงานของเจ๊ก็ได้เงินเยอะ”

“เหรอ” เขาลากเสียงยาวพลางยกมือเสยผมขึ้นอีกรอบ “ไม่ว่างนะ”

“คะ?” เลิกคิ้วขึ้นที่พี่เกียร์บอกว่าไม่ว่าง

“ช่วงนี้” หมายถึงว่าตัวเขาไม่ว่างในช่วงนี้ ฉันเข้าใจถูกปะ บทจะพูดให้เข้าใจยากก็นะเล่นเอาเหงื่อตก ประหยัดคำพูดเก่งมากแต่ก็คงไม่เท่ากับคนที่นอนอยู่บนโซฟากลางห้องหรอก รายนั้นประหยัดจนคิดว่าดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก “เสร็จธุระ ค่อยเจอกัน”

“ได้ค่ะ” แปลกคนแหะ ปกติพี่เกียร์ไม่เคยบอกว่าตัวเองจะไปไหนเลยนี่นา ช่วงนั้นก็หายไม่เคยคิดจะบอกกล่าวกันด้วยซ้ำ พอเขาบอกฉันถึงได้รู้สึกเหมือนตัวเองสำคัญยังไงก็ไม่รู้ เอิ่ม ห้ามคิดไปเองดิปั้นหยา พี่เกียร์ก็แค่บอกไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งหรอก เชื่อสิ...

[50%]

*-----------------------------------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [100%]

    มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [50%]

    Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [100%]

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [70%]

    : GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [30%]

    Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

    “มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status