Masuk“อ้าวไอ้เกียร์ มาแต่เช้าเลยนะมึง!” จังหวะที่กำลังจะหมุนตัวไปจากคณะ ฉันก็เห็นร่างสูงของรุ่นพี่คนหนึ่ง จำได้ว่าเขาเคยไปกินปิ้งย่างร้านที่ฉันทำงานพาร์ทไทม์นี่นา ว่าแต่ว่า... พี่เขาชื่อเกียร์เหรอ “แล้วนี่น้องมีอะไรคุยกับไอ้เกียร์เหรอครับ”
“พอดีหนูเอาเสื้อช้อปมาคืนพี่เกียร์น่ะค่ะ” ได้รู้ชื่อจึงเอ่ยออกไป “หนูขอตัวก่อนนะคะ”
“น้องเรียนคณะอะไร ทำไมพี่ไม่คุ้นหน้าน้องเลย”
“อักษรค่ะ”
“อักษร พี่ก็ไปบ่อยนะ ทำไมพี่ไม่เห็นหนู” จะเห็นได้ยังไงกันล่ะ ฉันน่ะไร้ตัวตนทั้งในคณะและมหาลัยเชียวนะ
“หนูไร้ตัวตนมั้งคะ” พูดไปพลางหัวเราะไป
“ไร้ตัวตนอะไร หนูน่ารักจะตาย” คำชมของพี่คนนี้ทำให้รู้สึกเหมือนถูกจู่โจมแบบรุนแรงมาก “พี่ชื่อโฬม เพื่อนพี่ชื่อไอ้เกียร์ วิศวะโยธาครับ”
“หนูปั้นหยาค่ะ”
“ชื่อน่ารักจัง ไร้ตัวตนได้ไง น่าขำว่ะ” หันไปขำกับพี่เกียร์ที่นั่งกัดแซนวิชกินจนหมดไปหนึ่งชิ้น “มีของแดกคือไม่แบ่งเลยนะไอ้เวรตะไล!”
พอเห็นพี่โฬมเท้าเอวด่าพี่เกียร์ แลดูเขาไม่ได้สนใจคำด่าหยิบแซนวิชชิ้นสุดท้ายมากัด พลางหยิบมือถือมากดดูอะไรเรื่อยเปื่อยราวกับเสียงของพี่โฬมเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาเสียมากกว่า ฉันเห็นแบบนั้นจึงหมุนตัวเดินออกจากคณะ ก่อนหน้านั้นเจ๊เป๊กกี้โทรหาฉันเรื่องงานเรียบร้อย นัดแนะกันเสร็จสัพจึงโทรลางานที่มินิมาร์ทกับเจ้าของซึ่งเขาอนุญาต
“ทำอะไรอยู่เหรอมุก”
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร” จู่ๆ มุกก็เก็บมือถือลงกระเป๋าพลางส่ายหน้าไปมา “เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำก่อนนะ เอาด้วยไหม”
“ขอบใจนะ”
ขอบคุณเพื่อนและมองร่างบอบบางที่สวมชุดนักศึกษาแสนเซ็กซี่ กระโปรงทรงเอสั้นแหวกขาและเสื้อนักศึกษาตัวเล็กรัดเรือนร่าง พอหลุบสายตามองตัวเองก็นะชุดนักศึกษาตัวใหญ่แถมสวมกระโปรงพลีทยาวเลยเข่า มันเป็นชุดที่ฉันจะต้องใส่ไปจนถึงปีสี่เลยยังไงล่ะ จะมาให้สวมทรงเอกับเสื้อตัวเล็กๆ คงจะไม่ได้
หมับ
“ชื่นใจพี่ที่สุด” ตกใจเกือบจะเอามือฟาดหน้าคนที่จู่โจมมาอย่างรวดเร็ว หนำซ้ำยังขโมยหอมจากแก้ม จนต้องเอามือดันใบหน้าหล่อเหลาให้ออกห่าง “พี่คิดถึงหนูมาก”
“ช่วงนี้พี่ครามไปไหน ทำไมไม่กลับห้อง”
“พี่มีรายงานต้องทำกับเพื่อน แล้วก็เรียนหนักด้วยอยู่ปีสาม ธรรมดา” เขาฉีกยิ้มกว้างและขยับมานั่งข้างฉัน “แต่คืนนี้พี่ไม่ได้ไปไหน พี่รอกินข้าวพร้อมหนู”
“วันนี้หนูไปทำงานพิเศษ อาจจะกลับเที่ยงคืน”
“ไม่เป็นไร พี่รอหนูได้” ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงบนไหล่ฉันถูไถไปมาเหมือนแมว
“พี่คราม”
“หืม”
“เรื่องที่จัดการให้หนู ตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้วคะ” คำถามของฉันทำให้พี่ครามถึงกับหยุดถูไถไหล่ เงยหน้าสบตากับฉันที่จ้องหน้าเขา “หนูจริงจัง”
“พี่รู้ว่าหนูจริงจัง แต่หนูอย่าลืมนะว่าเงินแค่นั้น มันไม่พอ”
“...”
“การจะติดต่อโรงพยาบาลหรือศัลยแพทย์เฉพาะทางได้ มันยากมากด้วยเงินแค่น้อยนิด” ฉันรู้ดีว่าเงินของฉันมันน้อยนิดถ้าเทียบกับชีวิตของปลายฟ้า มันไม่เพียงพอจนบางทีก็แอบท้อจนอยากจะหยุดหายใจไปสักวัน ทว่าอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะปลายฟ้าคนเดียวเท่านั้น
“งั้นพี่ครามเอาเงินที่ยืมหนูไป คืนมา จะได้สมทบกันไป”
“นี่หนูทวงเงินพี่เหรอปั้นหยา!” เขาโวยวายทันทีที่ฉันพูดถึงเงินที่เขายืมไป ใบหน้าหล่อเหลาแลดูไม่สบอารมณ์พลางถอนหายใจฟึดฟัด “พี่บอกแล้วไงว่าเอาไปสมทบทุนเรื่องปลายฟ้า”
“ตอนนี้มันก็น่าจะเยอะแล้วไม่ใช่เหรอคะ น่าจะประมาณ 3-4 หมื่นแล้ว” เยอะพอหรือยัง
“ยังไม่พอ” พี่ครามตวาดใส่ฉันเสียงไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้ได้ยินกันสองคน เขาถอนหายใจจับมือฉันบีบเบาๆ “ผ่าตัดเลยนะหยา หนูคิดว่าเงินแค่นี้มันพอเหรอ”
“...” มันก็ถูกของเขานั่นแหละ
“หนูต้องหาเงินมาให้มากกว่านี้ เอามาสมทบให้ได้สักแสน ก็น่าจะพอช่วยให้ปลายฟ้าเข้ารักษาได้”
“จริงเหรอคะ”
“เชื่อพี่สิคนเก่ง” ฝ่ามือหนาลูบศีรษะฉันเบาๆ จากนั้นก็กดจูบอย่างอ่อนโยน “พี่กำลังพยายาม หนูเองก็ต้องพยายามให้มากกว่านี้ ปลายฟ้ารอหนูอยู่นะ”
“อีกนานไหมคะกว่าน้องจะได้เข้ารับการผ่าตัด”
“ไม่นานหรอก แค่หนูหาเงินมา พี่จะได้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลให้ ตกลงนะ”
“ค่ะ”
“เราแยกกันช่วย แยกกันทำดีกว่า” ฝ่ามือหนาประคองแก้มฉันพลางลูบไล้ด้วยปลายนิ้วสากเบาๆ “หนูของพี่เก่งอยู่แล้ว พี่พูดถูกไหม”
นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน พี่ครามระบายยิ้มอ่อนโยนมาให้จากนั้นก็ซุกหน้าลงบ่าฉันจับมือเพื่อให้กำลังใจให้ฉันหาเงินมาสมทบสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะพาปลายฟ้าเข้าไปรักษาตัวเพื่อรอผ่าตัด พี่ครามบอกมาแบบนี้แล้ว ฉันจะทำให้ตัวเองท้อแท้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องทำให้ได้ดีกว่าเดิมสิ งานอะไรต่อจากนี้ก็ไม่เกี่ยงแล้วจริงๆ
“อิจฉาจริงๆ คนมีความรักเนี่ย” มุกวางแก้วพลาสติกมีน้ำหวานสีแดงดันมันมาให้ และเบ้ปากใส่ฉันอย่างหมั่นไส้
“พี่ไปเรียนก่อนนะ คืนนี้พี่รอหนู” พี่ครามโบกมือให้กับมุก ไม่วายจับมือฉันไปจูบเบาๆ จากนั้นก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปที่คณะวิศวกรรศาสตร์ต่อ
“หยากับพี่ครามเป็นคู่รักที่น่ารักมากเลยนะ” มุกเอ่ยปากชมพลางใช้หลอดคนน้ำหวานในแก้ว
“อืม”
“พี่ครามก็ดูรักหยามาก หยาเองก็ดูรักพี่คราม น่ารักสุดๆ”
ฉันได้แต่ยิ้มแห้งส่งให้เพื่อน จากนั้นก็หลุบสายตามองหนังสือเรียน รักเหรอ... ไม่หรอก ฉันไม่เคยมีความรู้สึกนี้กับใครแม้กระทั่งพี่ครามเองก็ตามที แม้ว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่เป็นเหมือนที่พึ่งพาให้ ทว่ามันมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเอี่ยว ไม่อย่างนั้นคนอย่างฉันคงไม่มีทางคบกับใครหรอก เหตุผลที่ไม่ยอมมีอะไรกับพี่คราม แม้แต่จูบเขาก็ไม่เคยได้
มันก็เพราะฉันคบกับเขา มันไม่ได้เกิดจากความรัก อาจจะดูเห็นแก่ตัวที่พี่ครามรักฉันอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าหากการผ่าตัดของปลายฟ้าผ่านไปด้วยดี บางทีฉันอาจจะคิดใหม่เรื่องของเราก็ได้
*---------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงป
“เงินค่าจ้างย่ะ ขอบใจนะที่ตั้งในช่วยฉันจริงๆ ไม่ได้ไปแหกปากร้องเชียร์ติดขอบสนาม”“ก็หนูตั้งใจทำงานจริงนี่คะเจ๊ ตอนนั้นหนูแค่ตื่นเต้นเอง” ยกมือขอบคุณเจ๊นัตตี้ที่โอนเงินให้ฉันจำนวนสามพันบาท รอบนี้คือไปแต่งหน้าให้พวกพี่ๆ เรซควีนคนสวยเช่นเดิม แต่ก็ไม่ได้อยู่นานหรอกนะเพราะเจ๊นัตตี้มีนัดกับลูกค้าคนดังที่
สลัดความคิดทั้งหมดฉันก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง ซักเสื้อช้อปให้พี่เกียร์และเข้ามาอาบน้ำชำระร่างกาย ลอกพลาสเตอร์ยาออกจากหน้าผาก และใช้อันที่มีติดมันใหม่ ขณะที่ยืนมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก ฉันก็ลองดึงหนังยางรัดผมออกและปล่อยผมสีดำสยาย ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ชินที่ตัวเองจะต้องปล่อยผมดังนั้นจ
Gear Trick #10ความสงสัยได้แต่นั่งทำหน้าบูดบึ้งใส่ร่างสูงที่เข้าห้องนอนส่วนตัวไป แล้วเข้าไปในห้องตัวเองแบบนั้นฉันจะเข้าไปเอาได้ยังไงกันล่ะ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวฉันจึงทำได้เพียงนั่งกอดอกมองไปรอบๆ ห้องของพี่เกียร์ จะว่าไปห้องของเขามันกว้างมากเลยนะ แถมโซฟาที่นั่งก็นุ่มนิ่มกว่าเตียงที่ฉันนอนที่ห้องอีก







