MasukGear Trick #3
พี่เกียร์ วิศวะโยธา
“หล่อนเอาเสื้อแฟนมาซักเหรอ”
“เปล่าค่ะ เป็นเสื้อของพี่คนหนึ่ง พอดีเขาช่วยหนูไว้... มั้ง” ตอบเจ๊นัตตี้เมื่อฉันแวะมาหาเจ๊แต่เช้าเพื่อแวะมาหาน้องสาว ช่วงสองสามวันมานี้พี่ครามไม่อยู่ห้องเลยเห็นบอกว่ามีไปทำงานกับเพื่อน จะเชื่อนะ แต่อย่างน้อยก็อยู่ให้ฉันถามเรื่องนั้นหน่อยก็ไม่ได้เลย
“มั้ง? ยังไงอะ ตกลงเขาช่วยหรือไม่ได้ช่วย” เจ๊นัตตี้ผายมือพลางเสมองฉันที่กำลังพับเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูลงถุงกระดาษสีน้ำตาลลายต้นไม้แบบรักษ์โลก
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ไม่รู้จะตอบเจ๊แกยังไงเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าพี่คนนั้นทำไปเพราะเห็นเรื่องน่าสมเพชต่อหน้าต่อตาแล้วทนไม่ได้หรือทำเพราะต้องการช่วยฉันจริงๆ จะให้ไปถามเหรอ คงไม่ดีหรอก เขาเป็นพวกที่มนุษสัมพันธ์ค่อนข้างติดลบเลยล่ะ พูดก็น้อยด้วยทำให้จับใจความได้ยากนะบางที “เดี๋ยวหนูไปดูปลายฟ้าก่อนนะคะ”
“อืม ไปเถอะ”
ฉันวางของทุกอย่างไว้ด้านล่างก่อนจะขึ้นบันไดไปชั้นสองและเลี้ยวซ้าย เคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้าไปในห้องก็เป็นห้องของเด็กผู้หญิงนั่นแหละ จะมีการตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า ดวงตาทอดมองบนเตียงเห็นร่างเล็กกำลังนั่งพิงหัวเตียงและไถดูอะไรบางอย่างในไอแพด
“ฟ้า”
“พี่หยา!” ใบหน้าสดใสแม้จะซีดเซียวฉีกยิ้มให้กับฉันที่เดินไปนั่งบนเตียง ก่อนที่น้องสาวจะโถมตัวมากอดฉัน “คิดถึงจังเลย”
“พี่ก็คิดถึงฟ้า เป็นยังไงบ้าง”
“ฟ้าสบายดีค่ะ” น้องสาวผละกอดพลางเอื้อมมือมาลูบแก้มฉัน “พี่หยาผอมมากเลย ทำงานหนักเลยเหรอ”
“พี่ไม่เป็นไร เราน่ะทำตัวให้แข็งแรงนะ จะได้พร้อมสำหรับผ่าตัด”
“แต่ว่า... ได้หมอเฉพาะทางแล้วเหรอคะ” คำถามของปลายฟ้าน้องสาววัย 15 ปีของฉัน น้องเป็นเด็กสาวที่สดใสมาตลอดกระทั่งโรคบางอย่างมาพรากความสดใสและความสวยงามไปจนหมด ปลายฟ้าเป็นโรคหอบหืดหนำซ้ำยังตรวจพบว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว จำต้องทำการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ ดังนั้นปลายฟ้าจึงต้องหยุดเรียนและพักรักษาตัวให้แข็งแรง เพราะไม่ว่าจะเดินหรือทำอะไรมักจะเหนื่อยง่าย การให้น้องมาอยู่กับเจ๊นัตตี้และมีบรรดาเจ๊ๆ คอยดูแลฉันถึงได้โล่งใจ
ที่เหลือก็คือการหาโรงพยาบาลที่ดีและพบกับศัลยแพทย์ด้านหัวใจ แน่นอนว่าหมอที่ตรวจวินิจฉัยอาการของปลายฟ้า บอกว่าการไปรักษาเฉพาะทางจะดีกว่าเพราะตอนนี้ก็ต้องรักษาปลายฟ้าให้แข็งแรงเตรียมพร้อมผ่าตัด เหตุผลนี้จึงทำให้ฉันทำงานทุกอย่างเพื่อมีเงินพาน้องไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทาง
“ไม่ต้องห่วงนะ พี่ครามกำลังช่วยพี่อยู่”
“พี่ครามจะช่วยจริงเหรอคะ”
“จริงสิ ก็พี่ครามสัญญาแล้ว” เพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องช่วยฉันได้ เหตุผลนี้จึงทำให้ฉันคบกับพี่ครามต่อ ให้เขาช่วยเหลือเรื่องติดต่อโรงพยาบาลกับหมอเฉพาะทางที่เก่งที่สุด “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยนะ ฟ้าแค่อย่าคิดมากก็พอ”
“พี่หยาต้องเหนื่อย”
“พี่ไม่เหนื่อย” ระบายยิ้มให้กับปลายฟ้าพลางเอื้อมมือลูบไล้ศีรษะน้องเบาๆ “พี่ทนได้ เพื่อฟ้า”
“ฮึก”
“เอาอีกแล้ว ไม่ร้องสิ” ฉันอยากเข้มแข็งให้ปลายฟ้าได้รู้ว่าพี่สาวของเธอแข็งแกร่งมากแค่ไหน แม้จะต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด ฉันก็ต้องให้ปลายฟ้ารับการผ่าตัดและกลับมาใช้ชีวิตให้อย่างปกติ น้องจะต้องหาย ฉันเชื่อแบบนั้น
“น่าจะปล่อยให้ฟ้าตะ...”
“หยุดพูดนะฟ้า” รีบดักคอน้องทันทีก่อนจะได้หลุดคำว่า ‘ตาย’ ออกมา นี่อาจเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ค่อยอยากมาหาน้องสาว เพราะปลายฟ้าเอาแต่โทษตัวเองที่ทำให้ฉันลำบากหาเงินและอยากให้ตัวเองตายไปดีกว่าเป็นภาระให้กับฉัน “เรามีกันแค่สองคนพี่น้องนะ พี่จะไม่ปล่อยให้ฟ้าต้องเป็นอะไรไปแน่”
“พี่หยา”
“สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าหายเจ๊นัตตี้จะพาไปเที่ยวทะเล”
“ค่ะ” น้ำตาหยดโตร่วงหล่นบนหลังมือจนฉันโน้มตัวไปกอดน้องสาว หลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้า
“ฟ้าต้องหาย พี่สัญญา”
ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ยินยอม ฉันยอมให้ชีวิตของตัวเองเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่รักษาชีวิตของปลายฟ้าเอาไว้... ชีวิตของฉันนอกจากเจ๊นัตตี้ที่ดูแลมาตั้งแต่เด็ก ปลายฟ้าคือคนในครอบครัวที่ฉันไม่อยากสูญเสียไป และพอคิดว่าถ้าหากการผ่าตัดมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ฉันเองก็แอบลังเล ทว่าทุกอย่างมันต้องมีทางออกเสมอ ฉันเชื่อว่าน้องสาวแข็งแรงพอจะเผชิญหน้ากับมัน ขอแค่เขามีกำลังใจต่อสู้มันก็เป็นเหมือนกำลังใจสำคัญให้กับฉันแล้ว
“เอาล่ะ พี่ต้องไปเรียนแล้ว ไว้พี่จะแวะมาหาซื้อของอร่อยๆ มาให้กิน”
“ฟ้ารักพี่หยา” แค่คำบอกรักก็ทำให้พลังใจของฉันเปี่ยมล้นแล้วล่ะ
“พี่ก็รักฟ้า รักมากกว่าชีวิตของพี่”
อยู่คุยกับน้องสาวประมาณสิบนาที บอกว่าตอนนี้กำลังเรียนออนไลน์ดูซึ่งเจ๊นัตตี้บอกว่าอยากทำอะไรให้ปลายฟ้าทำได้ทุกอย่าง ขอแค่รักษาสุขภาพจิตและร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเป็นพอ ส่วนเรื่องหอบหืดไม่ได้ทำอะไรให้เหนื่อยก็ไม่เป็นอะไรมาก ดังนั้นพอถึงเวลาจะไปเรียนตอนเก้าโมง ฉันก็ลงจากชั้นสองมาหาเจ๊นัตตี้ที่ยืนคุยสายกับใครบางคน พอวางสายปุ๊บก็กวักมือเรียกฉันก่อนจะได้เดินออกจากร้าน
“หยา เลิกงานมินิมาร์ทกี่โมง”
“สี่ทุ่มค่ะ”
“โทรลาสักวันได้ไหม อีเป๊กโทรมาบอกว่าผับ LC ขาดพนักงานเสิร์ฟกับล้างแก้วหลังผับปิด”
“เอ่อ...”
“ให้พันห้า”
“พะ พันห้า!” มากกว่าเข้ากะที่มินิมาร์เกือบสิบเท่า ฉันถึงกับตาโตรีบตะครุบแขนเจ๊นัตตี้ “ตกลงค่ะ”
“ขี้งกนะหล่อน” ฉีกยิ้มกว้างให้กับเจ๊นัตตี้ที่เปรียบเสมือนเป็นแม่และพ่อในเวลาเดียวกัน
“เจ๊บอกเจ๊เป๊กเลย หนูตกลง”
“ย่ะ ไปเรียนได้แล้ว ไปเจออีเป๊กกี้ตอนทุ่มครึ่งหลังร้าน เจ๊ให้เบอร์หล่อนไปละ”
“ค่า ขอบคุณนะคะเจ๊คนสวยของหนู”
เจ๊นัตตี้เบ้ปากใส่ฉันและผลักศีรษะโบกมือไล่ให้ฉันไปเรียน ถึงการกระทำจะแลดูไม่ใส่ใจ แต่นี่ล่ะคือความจริงใจของเจ๊นัตตี้ ใครจะบอกว่าเจ๊ปากร้าย ดูร้ายดูแรง สำหรับฉันแล้วเจ๊นัตตี้คือผู้มีพระคุณของฉันกับปลายฟ้ามาก ถ้าเจ๊ไม่ดีจริงคงดูแลเราสองคนพี่น้องที่ระเห็จไม่มีที่ไปให้มาอยู่ด้วยกัน ดูแลจนเติบโตกันล่ะ เจ๊นัตตี้มักจะบอกไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณอะไรเพราะถือว่าช่วยลูกหมาก็เถอะนะ แต่ลูกหมาตัวนี้ก็จะตอบแทนเจ๊ให้สมกับความดีที่เจ๊แกทำให้เลย
มาถึงมหาลัยและหยุดเท้าลงตรงหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มองถุงกระดาษในมือและกล่องพลาสติกแซนวิชราคาแค่ 35 บาทเป็นแซนวิชธรรมดามาก ไม่รู้ว่าฉันซื้อติดมือมาเพื่ออะไรเหมือนกัน พอเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าคณะสายตาก็เหลือบไปเห็นโต๊ะหินอ่อนริมบ่อน้ำ เห็นทรงผมสีดำที่วันนี้ปล่อยให้ดูเซอร์ยกเท้าขึ้นวางบนโต๊ะ มือขวาคีบบุหรี่สูบเอานิโคตินเข้าปอดและพ่นควันไปจนลอยคลุ้ง ฉันสูดลมหายใจเข้าและสาวเท้าเดินไปหาเขาคนนั้น
“พี่คะ”
เรียกสายตาคมให้ตวัดมามองกัน เป็นอีกครั้งที่เขาแลดูเหมือนทำกับว่าไม่เคยเห็นฉันมาก่อน วันนี้ปล่อยผมและเหน็บข้างใบหู ปล่อยผมแบบนี้ดูหน้าหวานมากทว่าเสี้ยวหนึ่งหน้าเขาไม่ได้หวานขนาดนั้น ออกแนวดุดันและแบดบอย
“หนูเอาเสื้อพี่มาคืนค่ะ” เขาขมวดคิ้วพลางคว่ำหน้าจอมือถือลงบนโต๊ะ สูบบุหรี่จนหมดมวนจากนั้นก็เอากรองบุหรี่จิ้มลงเพื่อดับไฟให้มอด พอเห็นท่าทีฉงนใจของร่างสูงฉันก็หยิบเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูออกมา “คือสองวันก่อน พี่ถอดเสื้อให้พี่อีกคนที่ขับรถเฉี่ยวหนูเช็ดรถน่ะค่ะ”
“...” เงียบ มีปากแต่ไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือไงกัน
“มันเลอะแล้วก็ถูกทิ้งไว้ตรงนั้น หนูก็เลยเอาไปซักมาให้ใหม่ค่ะ” คราบต่างๆ ไม่มีแล้วนะ โดยเฉพาะรอยรองเท้าที่พี่คนนั้นขยี้ราวกับเป็นผ้าขี้ริ้ว พอเห็นว่าเขาไม่หือไม่อือและเอาแต่จ้องหน้า ฉันก็เม้มริมฝีปากวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะพร้อมกล่องแซนวิชที่มีสองชิ้น “แซนวิช พี่กินได้นะคะ หนูซื้อมาให้แทนคำขอบคุณ”
“ช่วยเหรอ” ในที่สุดก็พูดขึ้นมาพลางเบ้ปาก ใช้ปลายเท้าเตะกล่องแซนวิชเกือบจะหล่นบนโต๊ะ ฉันเกือบจะเอื้อมมือไปรับมันแล้ว ถ้าไม่มีมือเขารองรับเอาไว้ตั้งแต่แรก นี่เป็นวิธีการหยิบของแบบใหม่หรือยังไงกัน เอาเท้าเขี่ยของกินเนี่ย!
“หนูก็ไม่รู้ว่าพี่ช่วยหนูหรือเปล่า แต่ตอนนั้นพี่เข้ามา เลยทำให้หนูไม่ต้องถอดเสื้อตัวเองเช็ดรถพี่คนนั้น”
“เหรอ” ประโยคสุดท้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกัดแซนวิชที่แกะออกมากินหน้าตาเฉย
“งั้นหนูไปก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
[50%]
*----------------------------------------------*
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”“...”“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”“ค่ะ”“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด“ไอ้เก
“แม่ง!”“มึงไม่เห็นหรือไง”“เห็น”“จะให้ปล่อย” ไม่รู้ว่าบทสนทนาเป็นไปในรูปแบบไหน ทว่าพอฉันเดินกลับมาที่เดิมพี่โฬมก็ฉีกยิ้มกว้างลุกขึ้นรับถาดจากมือฉันไป ทั้งที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะทะเลาะกับพี่เกียร์อยู่เลย“โห น่ากินมากเลยครับ ซื้อมาเยอะขนาดนี้แทนที่จะชวนกูสักคำ ไม่มี”“ไม่ได้อยากกินกับมึง” เค้นเสียงแข็งใส่พี่โฬม จากนั้นฉันก็นั่งประจำที่เช็ดมือเรียบร้อยก็เตรียมแกะกุ้งให้กับพี่เกียร์ เมื่อได้ฉันก็วางบนจานให้เขาก่อนสองตัว “ไม่ต้องแกะ”“เอ๋? หนูจะแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคไงคะ”“ให้มันแกะเอง”“ขี้หวง” พี่โฬมเบ้ปากใส่พี่เกียร์ ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแหะ เป็นเพราะพี่โฬมกับพี่เจคมาหรือเปล่า“หนูขอแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคนะคะ ไหนๆ มือก็เลอะแล้ว” ขอคนตรงหน้าที่คีบเนื้อวัวจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จ่ายเงินกูมาด้วย”“น้องปั้นหยาก็กิน มึงไม่คิดบ้างอะ กับเพื่อนนี่เอาทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกันนะ” ดูเหมือนคนข้างกายฉันจะโวยวายเสียยกใหญ่ “ใช่สิ กูมันไม่สำคัญกับมึงแล้วไง มีน้องปั้นหยาอยู่ด้วยทั้งคน เหอะ”“เป็นตัวเมีย” สนามรบในหม้อสุกี้ยังไม่จบไม่สิ้นสินะ ดูเหมือนจะมีแค่พี่เกียร์กับพี่โฬมที่จ้องหน้า
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพคเนื้อวัวให้พี่เกียร์ เขาพยักหน้ารับ ไหงกลายเป็นว่าพี่เกียร์เข็นรถเดินตามฉันไปทุกซอกทุกมุม“พี่เกียร์จ่ายนะคะ หนูจ่ายไม่ไหวแน่”“ลืมเอาเงินมา”“พี่เกียร์ พูดจริงเหรอคะ” ฉันถึงห่อเหี่ยวทันทีที่หยิบกุ้งสดขึ้นมา พอเห็นมุมปากยกขึ้นก็หรี่ตามอง “แกล้งหนูอีกแล้ว ทำไมชอบแกล้งหนูจัง”“อยากน่าแกล้ง” จะบอกว่าตัวฉันเองทำให้เขาอยากแกล้งมากขึ้นว่างั้นสิ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวให้น่าแกล้งสักหน่อย พี่เกียร์ชอบใส่ร้ายกันตลอดนั่นแหละ“หนูขนไปเผื่อตุนไว้ให้พี่เกียร์ต้มใส่บะหมี่กินเองนะคะ”“ขนไปก็เท่านั้น” เขาบ่นพลางกวาดตามองไปทั่วโซนอาหารทะเล “ทำไม่เป็น”“หัดทำสิคะ หนูสอน”“ขี้เกียจ” เกลียดคำว่าขี้เกียจของเขาซะจริง ฉันเลือกของได้ครบตามที่ต้องการใช้เวลาไม่นานรถเข็นก็มีของสดเพียบ จากนั้นก็เดินนำพี่เกียร์ไปยังล็อกน้ำจิ้ม
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหนู” เหมือนถูกสายตาคมจ้องมองมาแทบจะฉีกร่างฉันให้กระจุยกระจาย“มันทำสินะ”“เมื่อวานเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะค่ะ เขาเมาก็เลย...” พี่เกียร์หรี่สายตามองฉันพลางกัดฟันกรอด “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มันเป็นครั้งแรกด้วย”“อยากให้มีรอบสอง”“ไม่ใช่นะคะ” มันไม่มีรอบสองแน่ ถ้าหากเรื่องปลายฟ้าจบลง ฉันกับพี่ครามก็จบเช่นเดียวกัน “มันพูดยากน่ะค่ะที่จะต้องพูดออกไป”ว่าฉันกับพี่ครามเราคบกัน มันมีเหตุผลของฉันอยู่ในนั้นประมาณ 95% อีก 5% คือเขาเป็นที่พึ่งให้ในตอนแรกๆ พอเมื่อวานแผงฤทธิ์ก็เลยคิดใหม่ทั้งหมด เอาเป็นว่า 100% ที่คบกับเขาเพราะผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆพอเห็นสีหน้าพี่เกียร์นิ่งจนเหมือนหุ่น ฉันก็พยายามทำให้บรรยากาศสำหรับเรามันดีขึ้น “ไว้หนูพร้อมหนูจะบอก”“...”“ถึงตอนนั้นพี่เกียร์จะรอฟังหนูไหม” ไม่ได้อยากจะขอร้อง เห
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงปล่อยสยายเหน็บข้างใบหูฉันนั่งตวัดขาไขว่ห้างที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก้มหน้าอ่านในหนังสือในมือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฮีลใจ ใช่ มันไม่ได้ฮีลใจได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ข้าง บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นกับจานเค้กที่ถูกตักกินไปแค่คำเดียวผละใบหน้าจากหน้าหนังสือหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม ฉับพลันก็มีร่างสูงสวมกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างฉัน ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมัดผมรวบเป็นมวย ด้านหน้าปล่อยเส้นผมลงมาและด้านบนมีแว่นกันแดดสีดำเหน็บบนศีรษะ รู้อะไรไหม... แค่เห็นหน้าเขา เรื่องเมื่อคืนก็ตีวุ่นเข้ามาอีกครั้ง“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาได้ยังไงคะ รู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่”“ผ่านมา” ชี้นิ้วไปยังรถจากัวร์ที่จอดอยู่ริม
คำหยาบคายถูกขุดขึ้นมา คนๆ นี้ไม่ใช่คนที่บอกรักฉันมาตลอด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พลังบวกให้กับฉันและไม่ใช่แม้แต่คนที่เคยใช้คำหวานเพื่อปลอบใจ เป็นที่พึ่งเดียวให้กับฉัน ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายฉัน หากยังคงดื้อดึงและยืนยันที่จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่เกียร์ ใช่ เขาไม่ได้คิด พี่เกียร์ไม่ผิดทำไมฉันจะต้องทำตามพี่ครามด้วย“ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ”“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับกูเหรอปั้นหยา!”ตุ้บร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปนอนฟุบลงบนเตียง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่งดี พี่ครามก็ตามมาขึ้นคร่อมจนฉันเบิกตากว้างพลางส่ายหน้าไปมา เขาตรึงข้อมือฉันไว้เหนือหัว ฉับพลันก็โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอจนฉันรู้สึกขยะแขยงเจียนบ้า“ฮึก ปล่อยหนูนะ”“ถ้ายังไม่รับปากกูว่าจะเลิกยุ่งกับมัน เตรียมตัวตายคาเตียงได้เลย” ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ครามเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะนี่... คือธาตุแท้ของผู้ชายที่ตีหน้าแสนดีกับฉัน พอกลายร่างก็เปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จัก “บอกมาว่าจะเลิกยุ่งกับมัน!”“มะ ไม่ หนูไม่เลิก”“ได้ งั้นมึงก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้แม่งสุขสบายกับมันแน่” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้พลางบีบปลายคางฉันจนเจ็บแ



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



