Beranda / วัยรุ่น / Gear Trick วิศวะกลรัก / วิศวะกลรัก :: CHAPTER 3 พี่เกียร์ วิศวะโยธา [50%]

Share

วิศวะกลรัก :: CHAPTER 3 พี่เกียร์ วิศวะโยธา [50%]

Penulis: Sweet_Moon
last update Tanggal publikasi: 2025-12-22 16:55:01

Gear Trick #3

พี่เกียร์ วิศวะโยธา

“หล่อนเอาเสื้อแฟนมาซักเหรอ”

“เปล่าค่ะ เป็นเสื้อของพี่คนหนึ่ง พอดีเขาช่วยหนูไว้... มั้ง” ตอบเจ๊นัตตี้เมื่อฉันแวะมาหาเจ๊แต่เช้าเพื่อแวะมาหาน้องสาว ช่วงสองสามวันมานี้พี่ครามไม่อยู่ห้องเลยเห็นบอกว่ามีไปทำงานกับเพื่อน จะเชื่อนะ แต่อย่างน้อยก็อยู่ให้ฉันถามเรื่องนั้นหน่อยก็ไม่ได้เลย

“มั้ง? ยังไงอะ ตกลงเขาช่วยหรือไม่ได้ช่วย” เจ๊นัตตี้ผายมือพลางเสมองฉันที่กำลังพับเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูลงถุงกระดาษสีน้ำตาลลายต้นไม้แบบรักษ์โลก

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ไม่รู้จะตอบเจ๊แกยังไงเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าพี่คนนั้นทำไปเพราะเห็นเรื่องน่าสมเพชต่อหน้าต่อตาแล้วทนไม่ได้หรือทำเพราะต้องการช่วยฉันจริงๆ จะให้ไปถามเหรอ คงไม่ดีหรอก เขาเป็นพวกที่มนุษสัมพันธ์ค่อนข้างติดลบเลยล่ะ พูดก็น้อยด้วยทำให้จับใจความได้ยากนะบางที “เดี๋ยวหนูไปดูปลายฟ้าก่อนนะคะ”

“อืม ไปเถอะ”

ฉันวางของทุกอย่างไว้ด้านล่างก่อนจะขึ้นบันไดไปชั้นสองและเลี้ยวซ้าย เคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้าไปในห้องก็เป็นห้องของเด็กผู้หญิงนั่นแหละ จะมีการตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า ดวงตาทอดมองบนเตียงเห็นร่างเล็กกำลังนั่งพิงหัวเตียงและไถดูอะไรบางอย่างในไอแพด

“ฟ้า”

“พี่หยา!” ใบหน้าสดใสแม้จะซีดเซียวฉีกยิ้มให้กับฉันที่เดินไปนั่งบนเตียง ก่อนที่น้องสาวจะโถมตัวมากอดฉัน “คิดถึงจังเลย”

“พี่ก็คิดถึงฟ้า เป็นยังไงบ้าง”

“ฟ้าสบายดีค่ะ” น้องสาวผละกอดพลางเอื้อมมือมาลูบแก้มฉัน “พี่หยาผอมมากเลย ทำงานหนักเลยเหรอ”

“พี่ไม่เป็นไร เราน่ะทำตัวให้แข็งแรงนะ จะได้พร้อมสำหรับผ่าตัด”

“แต่ว่า... ได้หมอเฉพาะทางแล้วเหรอคะ” คำถามของปลายฟ้าน้องสาววัย 15 ปีของฉัน น้องเป็นเด็กสาวที่สดใสมาตลอดกระทั่งโรคบางอย่างมาพรากความสดใสและความสวยงามไปจนหมด ปลายฟ้าเป็นโรคหอบหืดหนำซ้ำยังตรวจพบว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว จำต้องทำการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ ดังนั้นปลายฟ้าจึงต้องหยุดเรียนและพักรักษาตัวให้แข็งแรง เพราะไม่ว่าจะเดินหรือทำอะไรมักจะเหนื่อยง่าย การให้น้องมาอยู่กับเจ๊นัตตี้และมีบรรดาเจ๊ๆ คอยดูแลฉันถึงได้โล่งใจ

ที่เหลือก็คือการหาโรงพยาบาลที่ดีและพบกับศัลยแพทย์ด้านหัวใจ แน่นอนว่าหมอที่ตรวจวินิจฉัยอาการของปลายฟ้า บอกว่าการไปรักษาเฉพาะทางจะดีกว่าเพราะตอนนี้ก็ต้องรักษาปลายฟ้าให้แข็งแรงเตรียมพร้อมผ่าตัด เหตุผลนี้จึงทำให้ฉันทำงานทุกอย่างเพื่อมีเงินพาน้องไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทาง

“ไม่ต้องห่วงนะ พี่ครามกำลังช่วยพี่อยู่”

“พี่ครามจะช่วยจริงเหรอคะ”

“จริงสิ ก็พี่ครามสัญญาแล้ว” เพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องช่วยฉันได้ เหตุผลนี้จึงทำให้ฉันคบกับพี่ครามต่อ ให้เขาช่วยเหลือเรื่องติดต่อโรงพยาบาลกับหมอเฉพาะทางที่เก่งที่สุด “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยนะ ฟ้าแค่อย่าคิดมากก็พอ”

“พี่หยาต้องเหนื่อย”

“พี่ไม่เหนื่อย” ระบายยิ้มให้กับปลายฟ้าพลางเอื้อมมือลูบไล้ศีรษะน้องเบาๆ “พี่ทนได้ เพื่อฟ้า”

“ฮึก”

“เอาอีกแล้ว ไม่ร้องสิ” ฉันอยากเข้มแข็งให้ปลายฟ้าได้รู้ว่าพี่สาวของเธอแข็งแกร่งมากแค่ไหน แม้จะต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด ฉันก็ต้องให้ปลายฟ้ารับการผ่าตัดและกลับมาใช้ชีวิตให้อย่างปกติ น้องจะต้องหาย ฉันเชื่อแบบนั้น

“น่าจะปล่อยให้ฟ้าตะ...”

“หยุดพูดนะฟ้า” รีบดักคอน้องทันทีก่อนจะได้หลุดคำว่า ‘ตาย’ ออกมา นี่อาจเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ค่อยอยากมาหาน้องสาว เพราะปลายฟ้าเอาแต่โทษตัวเองที่ทำให้ฉันลำบากหาเงินและอยากให้ตัวเองตายไปดีกว่าเป็นภาระให้กับฉัน “เรามีกันแค่สองคนพี่น้องนะ พี่จะไม่ปล่อยให้ฟ้าต้องเป็นอะไรไปแน่”

“พี่หยา”

“สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าหายเจ๊นัตตี้จะพาไปเที่ยวทะเล”

“ค่ะ” น้ำตาหยดโตร่วงหล่นบนหลังมือจนฉันโน้มตัวไปกอดน้องสาว หลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้า

“ฟ้าต้องหาย พี่สัญญา”

ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ยินยอม ฉันยอมให้ชีวิตของตัวเองเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่รักษาชีวิตของปลายฟ้าเอาไว้... ชีวิตของฉันนอกจากเจ๊นัตตี้ที่ดูแลมาตั้งแต่เด็ก ปลายฟ้าคือคนในครอบครัวที่ฉันไม่อยากสูญเสียไป และพอคิดว่าถ้าหากการผ่าตัดมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ฉันเองก็แอบลังเล ทว่าทุกอย่างมันต้องมีทางออกเสมอ ฉันเชื่อว่าน้องสาวแข็งแรงพอจะเผชิญหน้ากับมัน ขอแค่เขามีกำลังใจต่อสู้มันก็เป็นเหมือนกำลังใจสำคัญให้กับฉันแล้ว

“เอาล่ะ พี่ต้องไปเรียนแล้ว ไว้พี่จะแวะมาหาซื้อของอร่อยๆ มาให้กิน”

“ฟ้ารักพี่หยา” แค่คำบอกรักก็ทำให้พลังใจของฉันเปี่ยมล้นแล้วล่ะ

“พี่ก็รักฟ้า รักมากกว่าชีวิตของพี่”

อยู่คุยกับน้องสาวประมาณสิบนาที บอกว่าตอนนี้กำลังเรียนออนไลน์ดูซึ่งเจ๊นัตตี้บอกว่าอยากทำอะไรให้ปลายฟ้าทำได้ทุกอย่าง ขอแค่รักษาสุขภาพจิตและร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเป็นพอ ส่วนเรื่องหอบหืดไม่ได้ทำอะไรให้เหนื่อยก็ไม่เป็นอะไรมาก ดังนั้นพอถึงเวลาจะไปเรียนตอนเก้าโมง ฉันก็ลงจากชั้นสองมาหาเจ๊นัตตี้ที่ยืนคุยสายกับใครบางคน พอวางสายปุ๊บก็กวักมือเรียกฉันก่อนจะได้เดินออกจากร้าน

“หยา เลิกงานมินิมาร์ทกี่โมง”

“สี่ทุ่มค่ะ”

“โทรลาสักวันได้ไหม อีเป๊กโทรมาบอกว่าผับ LC ขาดพนักงานเสิร์ฟกับล้างแก้วหลังผับปิด”

“เอ่อ...”

“ให้พันห้า”

“พะ พันห้า!” มากกว่าเข้ากะที่มินิมาร์เกือบสิบเท่า ฉันถึงกับตาโตรีบตะครุบแขนเจ๊นัตตี้ “ตกลงค่ะ”

“ขี้งกนะหล่อน” ฉีกยิ้มกว้างให้กับเจ๊นัตตี้ที่เปรียบเสมือนเป็นแม่และพ่อในเวลาเดียวกัน

“เจ๊บอกเจ๊เป๊กเลย หนูตกลง”

“ย่ะ ไปเรียนได้แล้ว ไปเจออีเป๊กกี้ตอนทุ่มครึ่งหลังร้าน เจ๊ให้เบอร์หล่อนไปละ”

“ค่า ขอบคุณนะคะเจ๊คนสวยของหนู”

เจ๊นัตตี้เบ้ปากใส่ฉันและผลักศีรษะโบกมือไล่ให้ฉันไปเรียน ถึงการกระทำจะแลดูไม่ใส่ใจ แต่นี่ล่ะคือความจริงใจของเจ๊นัตตี้ ใครจะบอกว่าเจ๊ปากร้าย ดูร้ายดูแรง สำหรับฉันแล้วเจ๊นัตตี้คือผู้มีพระคุณของฉันกับปลายฟ้ามาก ถ้าเจ๊ไม่ดีจริงคงดูแลเราสองคนพี่น้องที่ระเห็จไม่มีที่ไปให้มาอยู่ด้วยกัน ดูแลจนเติบโตกันล่ะ เจ๊นัตตี้มักจะบอกไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณอะไรเพราะถือว่าช่วยลูกหมาก็เถอะนะ แต่ลูกหมาตัวนี้ก็จะตอบแทนเจ๊ให้สมกับความดีที่เจ๊แกทำให้เลย

มาถึงมหาลัยและหยุดเท้าลงตรงหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มองถุงกระดาษในมือและกล่องพลาสติกแซนวิชราคาแค่ 35 บาทเป็นแซนวิชธรรมดามาก ไม่รู้ว่าฉันซื้อติดมือมาเพื่ออะไรเหมือนกัน พอเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าคณะสายตาก็เหลือบไปเห็นโต๊ะหินอ่อนริมบ่อน้ำ เห็นทรงผมสีดำที่วันนี้ปล่อยให้ดูเซอร์ยกเท้าขึ้นวางบนโต๊ะ มือขวาคีบบุหรี่สูบเอานิโคตินเข้าปอดและพ่นควันไปจนลอยคลุ้ง ฉันสูดลมหายใจเข้าและสาวเท้าเดินไปหาเขาคนนั้น

“พี่คะ”

เรียกสายตาคมให้ตวัดมามองกัน เป็นอีกครั้งที่เขาแลดูเหมือนทำกับว่าไม่เคยเห็นฉันมาก่อน วันนี้ปล่อยผมและเหน็บข้างใบหู ปล่อยผมแบบนี้ดูหน้าหวานมากทว่าเสี้ยวหนึ่งหน้าเขาไม่ได้หวานขนาดนั้น ออกแนวดุดันและแบดบอย

“หนูเอาเสื้อพี่มาคืนค่ะ” เขาขมวดคิ้วพลางคว่ำหน้าจอมือถือลงบนโต๊ะ สูบบุหรี่จนหมดมวนจากนั้นก็เอากรองบุหรี่จิ้มลงเพื่อดับไฟให้มอด พอเห็นท่าทีฉงนใจของร่างสูงฉันก็หยิบเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูออกมา “คือสองวันก่อน พี่ถอดเสื้อให้พี่อีกคนที่ขับรถเฉี่ยวหนูเช็ดรถน่ะค่ะ”

“...” เงียบ มีปากแต่ไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือไงกัน

“มันเลอะแล้วก็ถูกทิ้งไว้ตรงนั้น หนูก็เลยเอาไปซักมาให้ใหม่ค่ะ” คราบต่างๆ ไม่มีแล้วนะ โดยเฉพาะรอยรองเท้าที่พี่คนนั้นขยี้ราวกับเป็นผ้าขี้ริ้ว พอเห็นว่าเขาไม่หือไม่อือและเอาแต่จ้องหน้า ฉันก็เม้มริมฝีปากวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะพร้อมกล่องแซนวิชที่มีสองชิ้น “แซนวิช พี่กินได้นะคะ หนูซื้อมาให้แทนคำขอบคุณ”

“ช่วยเหรอ” ในที่สุดก็พูดขึ้นมาพลางเบ้ปาก ใช้ปลายเท้าเตะกล่องแซนวิชเกือบจะหล่นบนโต๊ะ ฉันเกือบจะเอื้อมมือไปรับมันแล้ว ถ้าไม่มีมือเขารองรับเอาไว้ตั้งแต่แรก นี่เป็นวิธีการหยิบของแบบใหม่หรือยังไงกัน เอาเท้าเขี่ยของกินเนี่ย!

“หนูก็ไม่รู้ว่าพี่ช่วยหนูหรือเปล่า แต่ตอนนั้นพี่เข้ามา เลยทำให้หนูไม่ต้องถอดเสื้อตัวเองเช็ดรถพี่คนนั้น”

“เหรอ” ประโยคสุดท้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกัดแซนวิชที่แกะออกมากินหน้าตาเฉย

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” 

[50%]

*----------------------------------------------*

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [100%]

    มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [50%]

    Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [100%]

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [70%]

    : GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [30%]

    Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

    “มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [50%]

    Gear Trick #14I want a prize.น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบจนฉันจิกนิ้วลงบนขอบเคาน์เตอร์ครัว ลมหายใจหอบถี่ราวกับมันแทบจะช็อกตายคาครัวถ้าหากพี่เกียร์ยังคงเข้าใกล้มากกว่านี้ ‘มัดจำก่อนได้ไหม?’ ไม่เข้าใจถึงความหมายกระทั่งรับรู้ถึงริมฝีปากแดงคล้ำที่ร้อนระอุกดแนบลงบนผิวเนื้อ จนแก้มป่องๆ ของฉันยุบลงตามแรงกด

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 13 ก็อยากเป็น [100%]

    “ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดน

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 13 ก็อยากเป็น [30%]

    Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพค

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 12 เขาเป็นความสบายใจ [100%]

    “อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status