Beranda / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 9 ชีวิตของพี่เจคที่โคตรจะซับซ้อน [30%]

Share

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 9 ชีวิตของพี่เจคที่โคตรจะซับซ้อน [30%]

Penulis: Sweet_Moon
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-29 16:53:00

Jake Lack #9

ชีวิตของพี่เจคที่โคตรจะซับซ้อน

มาถึงสนามแข่งรถก่อนบ่าย ฉันก็หอบหิ้วของที่คุณเต้สั่งเข้ามาในสนาม พี่เจคบอกจะรอแถวๆ ใต้ต้นไม้หลังอัฒจันทร์ พอเข้ามาถึงสตาฟก็บอกคุณเต้ให้มาดูข้าวกล่อง พร้อมจ่ายเงินให้กับฉันที่ยกมือไหว้ด้วยความดีใจ จากนั้นอาหารก็ถูกนำไปแจกให้กับนักแข่งที่มาซ้อมกับช่าง ข้าวกล่องมันไม่ได้เหลือหรอกแค่ยายนวลทำแถมมาเผื่ออีกห้ากล่อง ฉันจึงหยิบมาหนึ่งกล่องพร้อมน้ำเปล่าหนึ่งขวด เดินออกจากสนามจังหวะนั้นก็ปะทะกับใครบางคนที่คุ้นตา

“เพิร์ล”

“พี่...” ชื่ออะไรวะ “พี่เงินใช่ไหม”

“ใช่ครับ น้องมาขายคุกกี้เหรอ”

“เปล่าค่ะ หนูเอาข้าวกล่องมาส่ง ว่าแต่พี่เงินมาซ้อมเหรอคะ” เขาพยักหน้ารับ เอิ่ม คนที่ขยันซ้อมแข่งทีไรก็เป็นรองเจคแลคกับคนที่ชนะทุกรอบดันขี้เกียจซ้อม เหลือจะเชื่อกับเขาจริงๆ

“คุกกี้วันนั้นให้เพิร์ลให้พี่กิน อร่อยมากเลยนะ”

“จริงเหรอคะ!” พอลูกค้าเอ่ยปากชมแบบนี้คนทำก็ดีใจจนเนื้อเต้นเชียวล่ะ

“ไว้ถ้ามาขาย พี่จะอุดหนุน”

“ขอบคุณนะพี่”

ฉันส่งยิ้มให้กับพี่เงิน เขาพยักหน้ารับและเดินสวนฉันเพื่อเข้าไปในสนาม พอทักทายกับพี่เงินเสร็จฉันก็เดินออกมามองหาพี่เจค ยกมือป้องดวงตาเพราะแสงแดดแรงเหลือเกินกระทั่งเห็นร่างสูงนอนเหยียดตัวตรงอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ให้ความร่มรื่น พร้อมสายลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่านทำให้อากาศไม่ได้ร้อนมากนัก หากแต่ว่าเป็นฉันนะคงหลับไม่ลงหรอก เดินย่องมานั่งเคียงข้างพี่เจคที่สอดมือเข้าใต้ท้ายทอย เส้นผมสีดำปลิวไสวและดูเครื่องหน้าของพี่เจคตอนหลับเหมือนเจ้าชายนิทราจริงๆ นั่นแหละ

“พี่เจค” วางมือลงบนท่อนแขนและเขย่าเบาๆ “กินข้าวก่อนดิ พี่กินไรมายัง”

“ยัง” ตอบฉันทั้งที่ดวงตายังคงปิดสนิท

“ฝีมือยายหนูเอง ลองชิมดูรับรองว่าอร่อยจนพี่ลืมไม่ลงแน่” พี่เจคลุกขึ้นพลางเอามือเสยเส้นผมตัวเองขึ้น ขยับเอนหลังพิงกับต้นไม้ ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเมื่อรับกล่องข้าวไปเปิดดูสีหน้าของเขาก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แม้กระทั่งตักข้าวเข้าปาก “อร่อยปะ”

“อือ” เป็นคำตอบที่ไม่ยาวและโคตรจะสั้นยิ่งกว่าหางหนู ฉันจึงกอดเข่าที่ชันขึ้นแหงนหน้ามองแสงแดดที่เล็ดลอดผ่านใบหน้าและมีใบไม้บางส่วนที่แห้งคากิ่งไม้ร่วงโรยลงมาไม่มาก ทว่าก็ทำให้บรรยากาศดูสดใสขึ้นว่าไหม

“อากาศดีแบบนี้ เราน่าไปปิกนิกกันนะคะ”

“ออกเงิน”

“เหอะ พี่เจคหน้าเงิน”

“ค่าซ่อมกระจก” เขาเคี้ยวข้าวจนแก้มป่อง พอเห็นว่ามุมปากมีเมล็ดข้าวติดอยู่ฉันก็หัวเราะในลำคอพลางเอื้อมมือหยิบข้าวเม็ดนั้นออกและวางมันลงในกล่องตามเดิม การกระทำของฉันส่งผลให้พี่เจคจ้องหน้ากันนิ่งๆ ใช่ ฉันน่ะไม่เคยต้านทานแววตาที่ลุ่มลึกของพี่เจคได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นอีก เล่นงานหัวใจของฉันจนเต้นโครมครามราวกับกลองรบ จำต้องรีบเสมองไปทางอื่นสอดมือทาบทับตำแหน่งหน้าอกซ้ายที่เต้นแรงเสียจนแทบจะหลุดออกจากอก “ไปไหนต่อ”

“ไปขายแซนวิช”

“ที่ไหน”

“อยากไปด้วยกันไหมคะ น่าสนุกนะ” พี่เจคส่ายหน้าไปมา

“ง่วง”

“เอาแต่นอนเป็นเด็ก” ฉันบ่นพี่เจคพลางทำหน้าบูดใส่เขา “โลกใบนี้มีอะไรให้พี่เจคทำอีกเยอะแยะเลย นอกจากแข่งรถ”

“...” เขาตักข้าวกินราวกับฟังฉันพูดมากกว่าเขาพูดเอง

“มีหนูอยู่ด้วยทั้งคน โลกที่พี่เจคว่ามันน่าเบื่อ มันจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป”

“เช่น”

“ทำกระจกรถพี่เจคแตก” พูดจบฉันก็ระเบิดหัวเราะออกมาพลางเอามือทาบทับหน้าท้องของตัวเอง พอหันกลับไปมองพี่เจคก็พบว่าเขายกยิ้มมุมปาก ฉันจึงชี้นิ้วไปหาเขาที่ตักข้าวเข้าปาก “เห็นไหม พี่เจคยิ้มด้วย”

“ประสาท”

“ไปนะคะ” เกาะแขนพี่เจคพลางเขย่าเบาๆ “หนูเลี้ยงชานม”

“...” พี่เจคยังคงเงียบและตักข้าวกินคำสุดท้าย

“ไม่ให้หนูเลี้ยง ค่าซ่อมกระจกจะหมดช้านะ” ฉันทำตาปริบๆ ใส่พี่เจคหวังว่าจะน่ารักในสายตาของเขาบ้าง คำตอบคือไม่ทำให้พี่เจคหวั่นไหวเลยมีแต่ตัวเองนี่ล่ะที่หวั่นไหวเอง “พี่เจคไปยืนให้กำลังใจหนูก็ได้”

“น่ารำคาญ” ปากก็บอกว่าน่ารำคาญแต่คำตอบที่ได้กลับสวนทางกัน

“พี่เจครู้เบอร์โทรหนูได้ไงอะ”

“สติ๊กเกอร์” หมายถึงสติ๊กเกอร์ที่แปะบนกล่องแซนวิชสินะ

“เซฟเบอร์หนูไว้เลยนะ หนูก็จะเซฟเบอร์พี่เอาไว้เหมือนกัน”

นี่ถ้าใส่เบอร์ยายนวลไปพี่เจคโทรหายายนวลไม่อยากจะนึกภาพเลยนะ ยายคงซักไซ้ฉันมากกว่านี้แน่นอน พี่เจคยกขวดน้ำขึ้นดื่มจนหมดขวด เขาก็ล้วงมือหยิบกล่องบุหรี่ที่เขาชอบสูบขึ้นมาคีบไว้ตรงมุมปากจากนั้นก็จุดไฟแช็ก สูบเอานิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่เขาก็เอี้ยวหน้าพ่นควันไปทางอื่น

“น้องไม่มา”

“ไอ้ตังมีซ้อมกีฬาค่ะ” ตอบพี่เจค “มันไม่ใช่น้องหนูหรอก จริงๆ แล้วหนูเป็นเด็กที่โดนพ่อทิ้ง”

“หมายถึงยังไง”

“ก็แม่หนูเสียตอนหนูอายุแค่ห้าขวบ ยายนวลกับพ่อไอ้ตังหรือลุงต๋องเป็นคนรับหนูไปเลี้ยงดู” น่าแปลกนะที่ฉันเอ่ยปากเล่าเรื่องส่วนตัวที่อยากจะลืมให้กับคนแปลกหน้าฟัง ใช่ คนแปลกหน้าที่ฟังและไม่คิดจะถามซอกแซก “ส่วนพ่อหนูก็ไปอยู่กับเมียน้อยตั้งแต่แม่หนูยังไม่ตาย แม่ฆ่าตัวตายก็เพราะเขา”

“...”

“หนูเกลียดเขา เกลียดผู้ชายใจโลเลแบบนั้นที่สุด” พูดไปก็รู้สึกคับแค้นใจเสียจนร้อนรุ่มในอก “เอาจริงถึงต่อให้หนูเกลียดเมียน้อยพ่อแค่ไหนที่ทำให้ครอบครัวของหนูแตกแยก แต่คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้จริงๆ คือผู้ชายมักมากไม่รู้จักพอและใจโลเลอย่างเขามากกว่า”

เหตุผลของฉันมันก็ยังมีอยู่นะ ถึงยังไงการที่ใครบางคนมาทำลายความสัมพันธ์ครอบครัว แม้จะเข้ามาแบบตั้งใจหรือไม่ ฉันก็ต้องโทษคนของตัวเองก่อนถูกไหมล่ะ ถ้าหากไม่ยื่นมือไปเล่นด้วยมันจะจบลงแบบนี้หรือเปล่าล่ะ แต่ก็ช่างมันสิ สำหรับฉันแล้วนะตอนนี้ เวลานี้คือช่วงเวลาแห่งความสุข

“ถึงจะลำบากไปหน่อย แต่การได้เจอกับครอบครัวใหม่ที่ดูแลและไม่เคยทำร้ายจิตใจกัน มันดีจริงๆ นะ” ฉันพูดพลางอมยิ้มเมื่อมองท้องฟ้าที่แสนสดใส พอหันกลับไปมองพี่เจคก็พบว่าเขาเงียบไปเลย แถมใบหน้ายังคงเรียบนิ่งซึ่งปกติก็เรียบนิ่งอยู่แล้วไง เขากำลังเห็นใจฉันอยู่ปะเนี่ยพอเห็นว่าพี่เจคเหม่อจนบุหรี่ไหม้เกือบถึงก้นกรอง ส่งผลให้ขี้บุหรี่ตกลงใส่นิ้วมือของเขาจนพี่เจคสะดุ้งเล็กน้อย

หมับ

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ!” คว้ามือขวาของเขาขึ้นมาดูและเป่าให้ขี้บุหรี่ออกจากปลายนิ้ว พอเห็นว่ามันไม่ทำให้ผิวหนังของพี่เจคแดงหรือไหม้ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “พี่เหม่ออะไรเนี่ย”

“เปล่า” ส่ายหน้าไปมาและดึงมือตัวเองกลับไป จากนั้นฉันก็เงยหน้ามองพี่เจคที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไปได้แล้ว”

“ค่ะ”

มองแผ่นหลังกว้างที่เดินไปถึงรถของตัวเอง เมื่อกี้สีหน้าพี่เจคดูแปลกไปกว่าเดิมนะ ถึงจะไม่ได้สนิทสนมกันมากนักหากแต่ว่าใกล้ชิดกันมาก็สักพัก ก็เล็งเห็นว่าพี่เจคดูหน้าซีดมาก ลมแดดเหรอ? หรือเพราะนึกสงสารกับชีวิตอันแสนรันทดของฉันกันแน่ หากเป็นแบบนั้นพี่เจคเองก็มีหัวจิตหัวใจอยู่นะ ไม่ได้เย็นชาและด้านชาเสมอไปนี่นา

“อันนี้ชิ้นละสามสิบห้าค่ะ ทูน่าสลัดกับหมูสับไข่ดาว”

“เอาอย่างละสองชิ้น”

“ได้เลยค่ะ”

ฉันหยิบกล่องแซนวิชที่ลูกค้าสั่งใส่ถุงพลาสติกและยื่นให้กับลูกค้า หลังจากที่พี่เจคขับรถพาฉันออกจากพัทยาและพามาที่ห้างสรรพสินค้าหน้าห้างที่มีคนพลุ่กพล่าน ฉันห้อยกล่องพลาสติกที่มีแซนวิชอยู่ในกล่องและบางส่วนก็หยิบขึ้นมาโชว์ให้กับลูกค้า พอขายแบบไม่มีแผงลอยมันจะค่อนข้างประหยัดพื้นที่ไง นี่ก็ขายได้หลายชิ้นแล้วพอเสมองพี่เจคเขานั่งตวัดขาไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวนั่งกอดอกพลางหลับตาจนคนผ่านไปผ่านมามองเขาราวกับถูกมนต์สะกด

ขนาดหลับยังหล่อลากขนาดนี้ อย่าให้ตื่นนะ! หล่อลากยิ่งกว่า แง้มกล่องแซนวิชอยู่ในกล่องเหลืออยู่เยอะนะเนี่ย มีความคิดดีๆ แล้วดิเพิร์ล

“พี่เจค” ฉันตะโกนเรียกเขาอยู่สองสามครั้งกว่าคนขี้เซาจะตื่น พอเขาเห็นฉันก็ขมวดคิ้วพลางลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นฉันกวักมือเรียกเขาให้เข้ามาหา

“อะไร”

“หนูปวดท้อง” พยายามทำสีหน้าและแสดงละครให้เนียนที่สุด “พี่ขายของให้หนูหน่อย”

“ไม่”

“แต่ว่าหนูจะราดแล้วนะ” ยืนบิดไปบิดมาเต้นเร่าๆ จนพี่เจคขมวดคิ้วราวกับสงสัย “ขายตามราคาที่หนูติดไว้เลย”

“...”

“นะๆ ช่วยลูกหมาน้อยหน่อยนะคะ” ยกมือพนมและถูขึ้นลงจนพี่เจคถอนหายใจ ฉันจึงไม่รีรอให้พี่เจคตอบตกลงรีบเอาสายคล้องคอออกและเขย่งปลายเท้าคล้องคอให้เขาทันทีจนพี่เจคไม่ทันได้ตั้งตัว จัดแจงท่าทางให้พี่เจคยืนขายแบบมัดมือชก “หนูจะรีบมานะ

“เพลิน”

“แปบเดียว”

พี่เจคกำลังจะอ้าปากเรียกรั้งแต่ฉันก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นพลางยิ้มขำเหมือนกับคนบ้า อันที่จริงอยากจะแกล้งเขานั่นแหละ หลับบ่อยดีนักให้ได้ทำอะไรที่แปลกแหวกแนวสักหน่อยคงเข้าท่าดีนะ แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งพี่เจคมากขนาดนั้นไง แวะเข้ามาในห้างเพื่อมาซื้อชานมไข่มุกเลี้ยงเขาเลยนะ ฉะนั้นหวังว่าหน้าตาของพี่เจคจะทำให้แซนวิชที่ฉันทำมาขายหมดเลยนะ พอได้แก้วชานมมาใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เดินกลับมาก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวท่าทางแลดูผู้ดีมากๆ ราวกับคุณหญิงคุณนายยืนเผชิญหน้ากับพี่เจค สำคัญคือแซนวิชที่เอาขึ้นมาขายมันไม่เหลือแล้วดูจากด้านบนที่ฉันวางเอาไว้ประมาณห้าหกอัน แต่ในกล่องไม่รู้หรอกนะเพราะมันทึบ

คิ้วของฉันขมวดเข้าหากันทันทีเพราะพี่เจคแลดูมีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ข้างๆ ผู้หญิงรุ่นป้ามีหญิงสาวที่คุ้นตามากแต่ฉันนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร สีหน้าของเธอยามมองพี่เจคมันค่อนข้างเต็มไปด้วยความห่วงใย ฉันสาวเท้าเข้าไปใกล้ก็ได้ยินบทสนทนาที่เล่นเอายืนเท้าเอวรอดูเหตุการณ์ห่างๆ

“สภาพแกที่ไม่มีคุณท่านคลุมกะลาหัว ตกต่ำถึงขนาดมายืนขายแซนวิชเลยเหรอ” พี่เจคยังคงเงียบและจ้องหน้าผู้หญิงรุ่นป้าที่เบ้ปากใส่พี่เจค “นี่ละนะคนชั้นต่ำยังไงก็เป็นคนชั้นต่ำอยู่วันยันค่ำ”

“คุณป้าคะ พอเถอะค่ะ” หญิงสาวคนนั้นห้ามปรามคุณป้าคนนั้นที่ยืนต่อว่าพี่เจคเสียๆ หายๆ

[30%]

*---------------------------------------------------*

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status