หน้าหลัก / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 9 ชีวิตของพี่เจคที่โคตรจะซับซ้อน [70%]

แชร์

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 9 ชีวิตของพี่เจคที่โคตรจะซับซ้อน [70%]

ผู้เขียน: Sweet_Moon
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-29 16:53:31

“โดนตัดบัตร ตัดช่องทางที่จะถลุงเงินไปใช้ คงสนุกดีใช่ไหมล่ะ” ยัยป้าชี้หน้าพี่เจคและเอามือทุบลงบนกล่องใส่แซนวิช “น่าสงสารนะ ฉันเหมาหมดเลยแล้วกัน เพราะยังไงมันก็แค่เศษเงินของฉันเท่านั้นล่ะที่จะให้แก”

“ไม่ต้องหรอกครับ”

“ขนาดนี้แกยังทำหยิ่งจองหองอีกเหรอ เหมือนกับแม่แกไม่มีผิดเลยนะเจค” ยิ่งได้ฟังบทสนทนาฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ โอเค ฉันไม่เข้าใจหรอกนะว่าเธอเป็นใครที่ไหนหรือรู้จักกับพี่เจคยังไง แต่การมายืนด่าพี่เจคต่อหน้าฉันแบบนี้ ยอมไม่ได้ว่ะ “รู้ไหมเจค ขอทานยังมีเกียรติมากกว่าแม่ของแกเลย”

“หยุด”

“แกสั่งฉันได้ด้วยเหรอ ไอ้เด็กชั้นต่ำ!” แผดเสียงใส่เขาราวกับมนุษย์ป้าที่แสนน่ารังเกียจ ฉันสูดลมหายใจเข้ากำถุงใส่ชานมไข่มุกแน่นกับคำพูดต่อจากนี้ “แกมันก็เหมือนแม่แกนั่นแหละ ไม่งั้นจะทำเรื่องต่ำๆ กับครอบครัวฉันได้ยังไง”

“คุณหญิง”

“ทำไม โกรธเหรอ แกจะทำอะไรฉันได้ห๊า ไอ้ลูกมะ...”

“นี่ป้า!”

อดรนทนไม่ไหวจนต้องเดินก้าวเท้าไปเผชิญหน้ากับยัยป้ามหาภัย ฉันเท้าเอวและมองยัยป้าคนนี้ที่ขมวดคิ้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“แกเรียกใครป้า”

“เรียกป้าไง” ไม่วายชี้หน้าใส่โดยไม่เกรงกลัวสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเลยสักนิด “ทนฟังอยู่นานละ กล้าดียังไงมาด่าพี่เจค”

“หล่อนเป็นใครกันนังเด็กเหลือขอ”

“เป็นคนสำคัญของพี่เจคไง” ลอยหน้าลอยตาใส่ยัยป้ามหาภัยเสมองหญิงสาวข้างกายที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉัน เธอมองหน้าฉันพลางมองเลยหลังฉันไปก็คงจะมองพี่เจคนั่นแหละ “แล้วป้าน่ะเป็นใครมายืนด่าพี่เจคป่าวๆ เป็นบ้าเหรอ!”

“นี่แก”

“หยุดเลย หนูไม่ใช่ญาติป้าอย่ามาชี้หน้าด่ากันนะ” ชี้มาชี้กลับดิไม่โกงหรอกคนอย่างฉันน่ะ “ด่าพี่เจคว่าชั้นต่ำ ตัวเองไม่ต่ำเลยมั้งมายืนด่าเขาอยู่ได้!”

“นะ นังเด็กบ้านี้” ฉันถอนหายใจกลอกตาขึ้นบนพลางเอานิ้วชี้แคะหูตัวเอง

“พี่เจคไม่มีปากเถียงป้า แต่ฉันมีนะ จะลองกันสักตั้งไหมล่ะ” มาเลยดิ ฉันกลัวเหรอบอกเลยว่าคนอย่างไอ้เพิร์ลไม่เคยกลัวใครนะจะบอกให้ “แก่แล้วทำตัวให้น่าเคารพหน่อย อย่าทำนิสัยเป็นมนุษย์ป้าที่คนอื่นเห็นแล้วเขาจะยี้เอา”

“เพลิน พอ” พี่เจคดึงต้นแขนฉันไว้ มีเหรอว่าจะหยุดฉันได้ บอกเลยว่าไม่มีทาง... มันเจ็บใจแทนพี่เจคอะ นี่ก็อีกคนปากมีก็ไม่รู้จักเถียงหรอก เหอะ ทีกับฉันนะปากแซ่บใส่ได้ตลอด

“แม่พี่เจคเขาเกี่ยวอะไรด้วยไม่ทราบ ลากเขามาเพื่อ”

“เด็กอย่างแกจะมารู้อะไร”

“หนูไม่รู้หรอก” ฉันฉีกยิ้มกว้างและค่อยๆ หุบยิ้มลง พลางจ้องหน้ายัยป้ามหาภัยนิ่งๆ “รู้แค่ว่าป้าชั้นต่ำกว่าแม่พี่เจคก็แล้วกัน”

“กรี๊ด! นังเด็กต่ำทราม”

“โอ๊ย ทุกคนมาดูมนุษย์ป้าคนนี้สิ สงสัยโดนผีเข้าน่ะ ใครก็ได้ตามหมอผีมาปราบทีสิ ดิ้นเป็นปลาสำลักน้ำแล้ว!” ตะโกนเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมา มองพวกเราด้วยสีหน้าตกอกตกใจ ฉันน่ะไม่อายหรอกนะคนที่จะอายน่ะคือยัยป้ากับผู้หญิงอีกคนที่กำลังกอดแขนยัยป้านี่เอาไว้ต่างหาก

หน้าคุ้นมาก... ทำไมฉันนึกไม่ออกว่าเคยเจอหล่อนที่ไหนนะ

“พอเถอะค่ะคุณป้า อายคนนะคะ”

“หึย ฝากไว้ก่อนนะไอ้เจค นังเด็กเวร”

“แล้วรีบมาเอาคืนเร็วๆ นะคะ บาย” โบกมือให้พลางยิ้มกวนประสาทส่งท้าย พอให้หลังสองคนนั้นจากไปฉันก็หันไปมองพี่เจคที่เอากล่องใส่แซนวิชออก จำนวนเงินที่วางอยู่เล่นเอาฉันเบิกตากว้างและเปิดฝากล่องดูก็พบว่าแซนวิชขายหมดเกลี้ยงเลย ถามจริงนะ! ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ใช้หน้าตาของตัวเองได้เป็นประโยชน์มาก

กำลังจะเอ่ยปากชม พอเห็นสีหน้าไม่ดีของพี่เจคฉันก็ถอนหายใจเก็บเงินและเอากล่องแซนวิชไปวางไว้ที่ข้างรถของพี่เจคที่จอดอยู่ตรงโซนที่สามารถจอดรถได้ มันไม่หายหรอกถึงหายก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ที่ต้องห่วงก็คือ...

“เฮ้อ ตามหนูมา”

จับมือหนาเอาไว้แน่นแค่คิดว่าไม่ควรปล่อยมือของเขาในยามนี้ เพราะมันแปลกมากที่มือของพี่เจคชุ่มไปด้วยเหงื่อจนฉันจูงมือเขาเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามของห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสวนสาธารณะ ยามนี้ตะวันกำลังคล้อยลงตามกาลเวลา พี่เจคนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวเขานั่งเงียบมานานเกือบสิบนาทีได้มั้ง ดวงตาคมเอาแต่ทอดมองไปยังบึงตรงหน้า

ความหนาวเหน็บจากลมและพระอาทิตย์ที่โบกมือลาลับไป เพื่อส่งต่อให้กับพระจันทร์ทำหน้าที่แทน เวลานี้ไฟในสวนสาธารณะเปิดขึ้นให้แสงสว่าง ผู้คนที่เดินเล่นหรือออกกำลังกายกันค่อยๆ ทยอยพากันกลับ ส่วนฉันก็ยืนมองแก้วชานมไข่มุกที่น้ำแข็งละลายขังอยู่ภายในถุงหิ้วพลาสติก ยืนกอดอกมองพี่เจคที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นเขาโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย เอามือผสานกันเอาไว้ราวกับในแววตาคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ซึ่งฉันไม่สามารถเดาออกได้เลย

กระทั่งฉันขยับมาหยุดตรงหน้าเขา ย่อตัวนั่งยองๆ ควานหาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าผ้า สิ่งที่หยิบติดมือมาก็คือปากกาหมึกสีดำ จับมือขวาของพี่เจคยื่นมาด้านหน้าเล็กน้อย ใช้ปากเปิดปอกปากกาออกจากนั้นก็ละเลงงานศิลปะลงบนหลังมือของพี่เจค ไร้ซึ่งการต่อต้านหรือสายตาเชิงดุ แม้กระทั่งคำพูดแซ่บๆ ของเขา พี่เจคนั่งนิ่งให้ฉันขีดเขียนบนผิวเนื้อของเขา

ตัวการ์ตูนที่ฉันเลือกวาดให้ก็คือน้องหมาที่นั่งยิ้มแป้นพลางเขียนคำว่า ‘สู้ๆ เจคแลค’ เป็นอันเสร็จ

“พี่รู้ปะ ใครชอบเขียนตัวการ์ตูนให้เวลาที่หนูร้องไห้หรือเสียใจ” ฉันระบายยิ้มออกมาขณะตกแต่งน้องหมาน้อยบนหลังมือพี่เจคเสร็จเรียบร้อย แม้ว่าไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ออกมาฉันก็คิดว่าตัวเองควรพูดดีกว่าปล่อยให้มันเงียบจนเกินไป “แม่หนูเอง เวลาที่หนูร้องไห้ แม่จะปลอบใจหนูด้วยการเขียนตัวการ์ตูนน่ารักแบบนี้เอาไว้บนหลังมือ”

“...” เงยหน้าสบตากับพี่เจค แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อจดจ้องมองมาที่ฉัน

[70%]

*------------------------------------------------*

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status