Beranda / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: INTRO [50%]

Share

Jake Lack วิศวะไร้รัก
Jake Lack วิศวะไร้รัก
Penulis: Sweet_Moon

วิศวะไร้รัก :: INTRO [50%]

Penulis: Sweet_Moon
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-24 16:50:24

Jake Lack วิศวะไร้รัก

Because in his heart There was never room for our stories.

เพราะในใจของเขาไม่เคยมีพื้นที่ให้กับเรื่องราวของเราเลย

‘จำเอาไว้นะลูก ถ้าลูกไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากฟังอะไร แค่ลูกหลับตาเรื่องทุกอย่างที่ลูกได้ยินก็จะเป็นเพียงแค่ความฝันยามที่ลูกหลับ’

‘จริงเหรอฮะ’

‘จริงสิลูก มาหนุนตักแม่มา แม่จะกล่อมให้ลูกนอนเองนะ’

ศีรษะเล็กเอนหนุนตักของผู้เป็นแม่ ขณะเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานหากแต่ว่ากลับถูกเติมเต็มไปด้วยแววตาที่เศร้าหมอง ทว่ารอยยิ้มของผู้ให้กำเนิดยังคงสดใสทุกครั้งที่มองมา สัมผัสจากมือที่อบอุ่นลูบไล้ศีรษะและขับขานบรรเลงเพลงกล่อมเพื่อกลบเกลื่อนเสียงอะไรก็ตามแต่ที่เข้ามาในโสตประสาทของเด็กน้อยวัยเพียงแค่สิบขวบ ใช่ว่าจะไม่รู้ประสีประสาอะไร ถ้อยคำมากมายที่เต็มไปด้วยคำโสมมทะลุผ่านห้องนอน

และใช่ แค่เพียงได้มองใบหน้าสวย มองริมฝีปากบางที่ขยับขึ้นลงเพื่อร้องเพลงกล่อมให้หันมาโฟกัสแค่ผู้เป็นแม่ ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของลูกชายตัวน้อย

‘เพียงแค่ลูกนึกถึงแม่ จดจำเพลงกล่อมของแม่เอาไว้เวลาที่ลูกอยากจะหนีจากโลกภายนอก แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ’

‘ผมรักแม่ฮะ’

‘แม่ก็รักลูก รักมากที่สุดในชีวิตของแม่’

‘เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน นอนที่ไหนก็นอนได้...’ (เพลงกล่อมลูก - นกขมิ้น)

“เฮ้ย! ตื่นได้แล้วมึง เดี๋ยวเพื่อนมึงก็โผล่จากบึงมานอนข้างๆ หรอก”

ปลายเท้าของใครบางคนสะกิดให้ผมตื่นจากความฝันที่ทุกครั้งยามหลับตา มักจะนึกถึงผู้เป็นแม่อยู่เสมอ ดวงตาคมเหลือบมองร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์โน้มตัวโก้งโค้งชะโงกหน้ามามองว่าผมตื่นหรือยัง พอเห็นว่าลืมตาก็ขยับไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนประจำหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลุกขึ้นนั่งพลางยกมือยีเส้นผมสีดำสนิทและเอี้ยวหน้ามองไอ้ตัวที่มาปลุกผม ตอนนี้มันกำลังนั่งออดอ้อนออเซาะคู่หมั้นของตัวเองอยู่จนผมส่ายหน้าไปมา

“พี่เจค ทานแซนวิชด้วยกันไหมคะ”

“ไม่เป็นไร”

“นี่ชามะนาวค่ะ หนูซื้อมาฝาก” คนตรงหน้าดันแก้วชามะนาวของโปรดมาให้ ส่งผลให้ไอ้ตัวที่นั่งกอดคอคู่หมั้นเด็กวิศวะคอมฯ ปี 2 ทำหน้าบูดบึ้งใส่ผมที่ไม่คิดจะแคร์ว่ามันจะรู้สึกยังไง

“หนูทำแบบนี้อีกแล้วนะนินิว”

“หนูทำอะไรคะ” เอาอีกแล้ว... เหี้ยโฬม หาเรื่องเมียตัวเองเพราะผมอีกตามเคย

“ก็หนูแคร์ไอ้เจค”

“พี่เจคเป็นเพื่อนพี่โฬมนะคะ ที่สำคัญพี่เจคก็เหมือนพี่ชายของหนู”

“แต่เมื่อก่อนหนูเคยหวั่นไหวกับมันอะ!” ไอ้โฬมตวาดใส่ผมพลางมองหน้านิ่งๆ “กูเกลียดมึง”

“ไม่ได้ขอให้ชอบ” ผมตอบแค่นั้นก็ดูดชามะนาวกินหน้าตาเฉย “ช่วยไม่ได้”

“มึงกำลังจะบอกว่าที่เมียกูเคยหวั่นไหวกับมึง เพราะมึงหล่องี้?”

“มั้ง”

“เหี้ยเจค” ทั้งที่มันกับนินิวคู่หมั้นสาวหมั้นกันอย่างเป็นทางการ ใครต่อใครในคณะหรือมหาลัยก็รู้กันหมด ไอ้เวรตะไลเพื่อนตัวดีก็ยังคงหึงผมกับเมียมัน ใช่ ผมเพิ่งจะรู้ว่านินิวเคยหวั่นไหวกับผม หากแต่ว่าผมกลับไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอ ไม่สิ ต้องบอกว่ากับผู้หญิงทุกคนเลยก็ว่าได้ “หนูหวั่นไหวกับเพื่อนพี่ เพราะมันหล่อกว่าพี่ใช่ไหม”

“พี่โฬม” นินิวหลับตาลงถอนหายใจและเรียกชื่อมันเสียงเย็น “ยังไม่หยุด หนูโกรธจริงๆ นะ”

“เอ่อ...” พอเห็นว่าเมียตัวเองเอาจริง มันก็กระพริบตาถี่รัวพลางเสมองผมที่ยักไหล่ไหว ไม่ต้องมาขอความเห็นเลยผมไม่มีทางช่วยมันแน่นอน สมน้ำหน้านะนิสัยชอบแกล้งเมียตัวเองและสุดท้ายก็มาโดนโกรธทีหลัง มันทำตัวเอง ผมไม่เกี่ยวด้วยเลยแม้แต่นิด “อะ โอเค เรื่องมันผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไป”

“หึ” ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะเหลือบมองร่างสูงของใครอีกคนที่สวมเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเหมือนกัน เดินพ่นควันบุหรี่มาแต่ไกล พอมาถึงโต๊ะประจำก็ทิ้งตัวลงนั่งยกเท้าพาดบนโต๊ะจนไอ้โฬมเอากล่องแซนวิชหลบแทบไม่ทัน

“สัตว์เกียร์ ของแดก”

“กินมั้ง”

“น้องปั้นหยาไม่ทำให้แดกหรือไง” ไอ้โฬมคือตั้งแต่มีเมียก็หวงของกินจากเมียตัวเองมากจนผมกลอกตาขึ้นบน

“น้องไปค้างกับปลายฟ้าที่ร้านเจ๊นัตตี้”

“อ๋อ ถึงว่า... เมื่อคืนทักชวนกูไปผับ LC” ขมวดคิ้วสบตากับไอ้เกียร์ที่คีบบุหรี่ออกจากปาก เพราะนินิวเป็นฝ่ายดันแซนวิชจากมือไอ้โฬมให้มัน “เผอิญว่ากูไม่ว่างไง กำลังสร้างครอบครัวกับเมียอยู่”

“พี่โฬม” นินิวตีมือลงบนท่อนแขนแกร่งพลางมองหน้าผมกับไอ้เกียร์ เห็นถึงแก้มนวลแดงระเรื่อราวกับลูกมะเขือเทศ “นะ หนูไปหาเพื่อนแล้ว เอาไปเลย!”

“เขินอะไรของหนู พี่หมายถึงเราสร้างครอบครัวกันจริงๆ ไม่ใช่เหรอ เล่นเกมกันน่ะ”

“พี่โฬม!”

“เมียพี่แอบทะลึ่งนะเนี่ย” ไอ้โฬมเอื้อมมือไปจี้เอวนินิวที่หันมาตีมือมันอีกรอบ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปไกล ทิ้งไว้แค่เสียงหัวเราะของไอ้โฬมและใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก็นับตั้งแต่มีเมียมันก็ไม่ได้เล่นพนันเลย ยกเว้นพนันรถที่นินิวให้ได้ นอกนั้นคือห้ามเด็ดขาดไอ้โฬมเองก็แลดูสดใสมากขึ้นด้วยนะ จากผู้ชายที่คิดว่าคงหาเมียได้ยาก

หมั้นนำหน้าไอ้เกียร์ไปแล้วไง...

“แล้วห้องเป็นไง” ผมดูดชามะนาวจนเกือบหมดแก้วเสมองไอ้เกียร์ที่กัดแซนวิชเข้าปาก

“ดี” ตอบแค่นั้น ปกติของผมนั่นแหละพวกมันเข้าใจนิสัยของผมดีว่าพูดน้อยและขี้เกียจพูดมากแค่ไหน ขยับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หินอ่อนยกมือปิดปากเพื่อหาวออกมา รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลาเลยแหะ “พอไปได้”

“แข่งรถชนะทุกรอบ มีเงินเยอะกว่ากูอีกมั้ง” ไอ้โฬมเบ้ปากใส่ผมพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดูด “สบายเลยดิ ไม่ต้องพึ่งพาเงินคุณลุงแล้ว จะตัดบัตรไม่ให้รถขับ แล้วไงไม่ได้แคร์”

“อือ”

“หายนานขนาดนี้ จะดีเหรอ” คำถามนี้เป็นของไอ้เกียร์ที่ทำให้ผมกำแก้วชามะนาวในมือ คงดีสำหรับเขานั่นแหละและมันก็ดีสำหรับผมด้วยที่จะได้ไม่ต้องทนให้ถูกเหยียบย่ำจนแทบจะไม่ใช่คน “บางเรื่องเล่าสู่กันฟังได้”

“...” ผมเข้าใจถึงความหมายที่ไอ้เกียร์ต้องการจะสื่อ หากแต่ว่าผมไม่ได้พร้อมจะเล่าไง ดังนั้นจึงลอบมองใบหน้าของเพื่อนทั้งสองที่ถึงแม้จะไม่ได้กดดัน ก็พยายามบอกเสมอว่ามีอะไรควรคุยกันไม่ใช่ปิดกั้น

“เข้าใจปะ ใครทำเหี้ยไรให้บอก ไม่สิ บอกแค่กูพออย่าบอกไอ้เกียร์”

“ทำไม?”

“กล้าพูดนะไอ้เวร กูไม่อยากเห็นภาพมึงตอนนั้นไง” ไอ้โฬมคงจะหมายถึงตอนที่ไอ้เกียร์รุมยำไอ้แฟนเก่าของปั้นหยา บางทีมันอาจจะเป็นเหตุผลที่ผมไม่อยากเล่าเรื่องที่เจอภายในครอบครัวตัวเองให้ไอ้เกียร์ฟัง ถึงผมจะหยุดมันได้... ใช่ว่าจะหยุดได้ตลอดนี่นา สำหรับมันใครทำให้รู้สึกหงุดหงิดหรือมาทำให้คนข้างกายต้องเจ็บปวด มันแทบจะไม่สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งตัวของพ่อแม่มันเองก็ตาม “ก่อนหน้านั้นกูก็เจอน้องอัญชันด้วย”

อัญชันเหรอ

“น้องถามหามึง บอกว่าคุณลุงเป็นห่วงมึงมากที่หนีหายออกจากบ้านไปหลายเดือน” ชื่อของคนอีกหนึ่งคนที่ทำให้ผมอยากหนีออกจากบ้านหลังนั้นให้เสียพ้นๆ และไม่อยากเจอกับเธอด้วย “กูถามจริงนะ มึงกับอัญชัน...”

“ไม่มีอะไร”

“แต่น้องเหมือนมีนะ” ไอ้โฬมถามย้ำ

“บอกว่าไม่มีก็ไม่มี” พอเห็นว่าผมเริ่มขึ้นเสียงไอ้โฬมก็ถอนหายใจเสมองไอ้เกียร์

“โอเค”

“ไม่ได้บอกใช่ไหม”

“ถ้ากูบอก ป่านนี้มึงคงด่าหัวกูแล้วล่ะ” หมายถึงบอกที่อยู่ของผมให้กับอัญชันรู้นั่นแหละ เป็นเรื่องเดียวที่ไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน มันไม่ปลอดภัยสำหรับตัวของเธอและรวมไปถึงผมด้วย “เออ!”

“ตกใจหมด” ไอ้เกียร์กำลังพิมพ์ข้อความคุยกับเมียตกใจเกือบทำมือถือร่วงที่ไอ้โฬมแผดเสียงขึ้นมา “อะไร”

“มีใครเคยกินคุกกี้จากสนามแข่งปะ”

“คุกกี้” ผมเลิกคิ้วถามไอ้โฬมที่พยักหน้ารับ

“แม่งโคตรอร่อย! นินิวซื้อมากิน แบ่งให้กูกินด้วย มันอร่อยมากราคาก็ถูก”

“อ้อ” ไอ้เกียร์ลากเสียงยาวพลางเอามือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง “เด็กหญิงกับเด็กชายมาขาย”

“ถูก น้องทำเองด้วยนะ นินิวถามอะทำหน้าแบบนี้ยังไม่เคยแดกใช่ปะไอ้เจค” ผมส่ายหน้าไปมา ปกติผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบกินของพวกนี้สักเท่าไหร่ “ลองดู”

“ไม่ชอบ”

“ไม่ลองมึงจะรู้เหรอ” ไอ้โฬมกลอกตาขึ้นบนพลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “บางสิ่งบางอย่างก็ต้องลองก่อน ถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ”

“...”

“ยังไม่ลองแล้วบอกว่าไม่ชอบ ระวังจะพลาดของดีๆ ไอ้เวร!”

ของบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องลองแล้วถึงจะชอบ ในเมื่อถ้าไม่ชอบจะต้องลองให้เสียเวลาทำไมกันล่ะ ผมได้แต่ตอบไอ้โฬมในใจเพียงแค่ไม่อยากคุยกับมันให้ยืดยาว คว้าซองบุหรี่มาร์โบโล่ เมนทอลแบบเดียวกับของไอ้เกียร์ขึ้นมาสูบ ปกติผมมักจะสูบไม่บ่อยเหมือนไอ้เกียร์กับไอ้โฬม มักจะสูบเวลาที่อยากสูบเท่านั้น

“แล้วหาของเจอหรือยัง”

“ไม่เจอ”

“คงจะเจอหรอกนะ ผ่านมาตั้งแต่ปีกว่าละ” ไอ้โฬมปิดท้าย ของที่ว่าคือของสำคัญที่ทำหล่นหายไปเมื่อหนึ่งปีก่อน “เอาไงล่ะมึง”

“พลิกสนามหาก็ไม่เจอ” ผมใช้เวลาตลอดครึ่งปีเพื่อตามหาของสำคัญ ทว่ามันกลับหายสาบสูญไปก็เลยทำให้ผมหมดหวังจะตามหามัน ในเมื่อมันหายไปแล้วก็คงต้องช่างมันนั่นแหละ

“เสียดายแทนว่ะ ไม่น่าสะเพร่าเลย”

“ช่างเถอะ”

บอกปัดไอ้โฬม ถึงจะเสียใจเพราะมันเป็นของสำคัญมากๆ ในชีวิตของผม แต่ผมก็คงทำอะไรมากไม่ได้เพราะต่อให้ไปแจ้งความของหายมีรูปภาพก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ขนาดที่ว่าผมระดมคนในสนามแข่งรถมาช่วยกันหามันก็ยังไม่เจอเลย ดังนั้นของบางอย่างถ้าหากมันหลุดมือไปแล้วก็คงไม่สามารถวนกลับมาอยู่ที่เดิมได้หรอก

ผมพยายามแล้วไม่ใช่ว่าไม่ได้พยายามนะ ในเมื่อลองได้พยายามแล้วสุดท้ายมันไม่ได้ผล... ผมก็ต้องปล่อยมันไป แม้ลึกๆ จะเสียดายจนมาถึงทุกวันนี้ก็ตาม

[50%]

*----------------------------------------------------*

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status